
ธาราน้อยและน้องๆ ยืนเรียงหน้าโบกมือให้กับพ่อและแม่ที่เดินควงแขนกันเข้าไปในสนามบิน “พ่อกับแม่ไปกันอีกแล้ว” น้องสามเอ่ย นามแฝงตามคำเรียกของผู้เป็นพ่อที่ขี้เกียจจดจำชื่อของลูกๆ
“กลับมาก็อยู่กันแค่สองสามวันก็ไปอีกแล้ว” น้องสองเอ่ยเสริม ซึ่งเช่นกันนี่คือนามแฝงที่ผู้เป็นพ่อเรียกเขา
จันทร์ฉายก้มมองหลานทั้งห้าที่ยืนเรียงหน้าวิพากษ์วิจารณ์พ่อกับแม่ของตน
“นี่ถ้าพี่สองไม่บอกว่าพ่อพาแม่กลับมาแล้ว น้องก็ไม่รู้เลย” น้องสี่น้องสาวเพียงคนเดียวของพี่ชายทั้งสาม เอ่ยสำทับ
จันทร์ฉายยิ้มขบขัน หัสวีร์ได้ฉายาผู้ชายที่มีแต่ภรรยาแน่นอนว่าฉายานี้มาจากลูกๆ ทั้งห้า เพราะทุกครั้งที่หัสวีร์กลับมากรุงเทพเขาก็สวมวิญญาณนายตำรวจที่เที่ยงธรรมมาก นั่นก็คือเฉลี่ยเวลาที่เท่าๆ กันของลำธารให้กับลูกๆ ทั้งห้า ไม่เกินสักวินาทีเดียว
“คุณพ่อกับคุณแม่กลับไปทำงานไม่ใช่เหรอจ๊ะ” จันทร์ฉายย้ำความจริงของเรื่องจริง หัสวีร์ได้เลื่อนยศแต่ต้องย้ายไปรับตำแหน่งที่ภาคอื่นตามปกติ แต่ในความเข้าใจของเด็กๆ ก็คือ พวกพ่อกับแม่ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ
น้องห้าที่ถูกจันทร์ฉายจูงมือพยุงการช่วยยืนไว้เงยหน้ามองจันทร์ฉายและพยักหน้าเห็นด้วยกับจันทร์ฉาย “หลอกได้เฉพาะเด็กโง่ๆ เท่านั้นแหละค่ะ” น้องสี่เอ่ยพร้อมกับสายตามองไปยังน้องห้าที่พูดยังไม่ค่อยได้ แต่น้องห้ากลับเข้าใจบทสนทนาของพวกพี่ๆ แต่ไม่อาจเถียงสู้พี่สาวได้จึง อ้า ปล่อยเสียงร้องดังลั่นไปทั่วทั้งสนามบิน เป็นการประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเอง
น้องสี่ใช้ความเป็นหลานรักไม่น้อยกว่าน้องห้า แน่นอนว่าเธอกับน้องห้าขึ้นแท่นหลานรักของคุณย่าแขไข ด้วยเหตุผลว่าคุณพ่อเป็นลูกชายที่คุณย่าไม่เห็นว่าเป็นมนุษย์ คุณปู่บอกว่าในสายตาคุณย่าคุณพ่อเป็นเทวดา น้องสี่กับน้องห้าที่มีดีกรีหน้าตาเหมือนคุณพ่อก็เลยกลายเป็นเทพธิดานางฟ้ากับเทวดาไปอย่างช่วยไม่ได้
ทางด้านหัสวีร์และลำธารที่ขึ้นมานั่งในเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ลำธารอดไม่ได้ที่จะต้องหันไปพูดกับเขา “พี่หัส เราสองคนไม่ใจร้ายกับลูกๆ มากเกินไปเหรอคะ”
“ตรงไหนที่เรียกว่าใจร้าย อยู่ดีกินดีกันขนาดนั้น”
“น้องหมายถึงที่ทิ้งพวกเขาไว้ที่กรุงเทพ พวกเขาคงอยากมาอยู่กับพวกเราบ้าง”
“เจ้าลิงห้าตัวเลยนะ เรื่องอะไรเราสองคนจะต้องเหนื่อยเลี้ยงด้วย แค่ให้เกิดมาก็เป็นบุญแล้ว ให้พวกคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงนะดีแล้ว เราสองคนจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันให้มากๆ”
“แต่คนที่อยากมีลูกมากๆ เป็นพี่หัสนะคะ”
“เปล่านะ!” หัสวีร์หันไปเถียงกลับตามความจริงที่ใช่
“พี่หัส!!”
“ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่บอกไว้อย่างไร พี่ต้องการตอบแทนบุญคุณคุณแม่ต้องการให้คุณแม่มีความสุข คุณแม่อยากได้หลานชายที่หน้าตาเหมือนพี่”
จุ๊บ! หัสวีร์ก้มลงจุมพิตมอบความรักความเอ็นดูให้กับภรรยาที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มนุ่มนิ่มหลังให้คำตอบ...
////^^////
กลับมาที่ห้าลิง “พี่ธารา พี่ทำบุญด้วยอะไรเพราะพี่คนเดียวเท่านั้นที่คุณพ่อเรียกชื่อจริงๆ ของพี่” น้องสองผู้นำทีมฉายาของน้องๆ อีกสามคนเริ่มจะเรียกร้องหาความเป็นธรรมให้กับตัวเองและผู้ร่วมชะตากรรม
“นั่นก็เพราะแต่แรกคุณพ่อไม่คิดจะมีใครอีกนอกจากพี่ไง” คำร้ายกาจอันเฉือดเฉือนน้องๆ ที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวพ่อแม่ลูกไป...
“พี่สายฟ้าตอนนี้พวกเราเป็นตัวอะไร” น้องสี่เอ่ยถามพี่สอง แน่นอนว่าน้องสี่ถ้ารู้สึกว่าได้พรรคพวกความสนิทสนมก็จะเรียกชื่อไม่ใช่ฉายาที่คุณพ่อตั้งให้
“งั้นมาโหวตกันมั้ย” พี่สามเสนอ
“โหวตอะไร” ธาราเอ่ยถาม
“โหวตว่าอยากอยู่ที่ไหนมากกว่ากัน” น้ำอิงขยาย บ่งบอกว่าได้วางแผนมากับพี่สามหรือที่น้องๆ เรียกว่า มาติณห์
“จะกบฏเหรอ” ธาราขมวดคิ้วถามยายน้องสาวที่นิสัยไม่รู้ว่าเหมือนใคร กันช่างแสบกว่าใครๆ พวกเขาต้องถูกคุณพ่อทำโทษโดยที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ เรื่องแผลงๆ ล้วนมาจากยายน้ำอิงทั้งสิ้น ‘น้องสี่’
“ทำไมคุณพ่อถึงไม่ฟังพวกเราเลย”
“จะให้เขาฟังพวกเรา ก็ง่ายนิดเดียวแค่เอาคุณแม่ไปซ่อน”
“ความรักของคุณพ่อมันน้อยเกินไป”
“รู้ทั้งรู้แล้วทำไมถึงอยากจะไปอยู่กับเขานักละ” ธาราเอ่ยถามน้องทั้งสาม โดยมีออดี้น้องชายคนเล็กอยู่บนตัก ออดี้ติดธาราที่สุด
“เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ของพวกเราไง” ทั้งสามคน นั่นก็คือสายฟ้า มาติณห์และน้ำอิง ที่ตอบออกมาอย่างพร้อมเพรียง ช่างเป็นนิสัยที่มาจากกรรมพันธ์ุของผู้เป็นพ่อโดยแท้จริง แต่ธาราที่จะบอกน้องๆ ได้อย่างไรกันว่าพวกเขาเกิดมาได้เพราะนิสัยที่ถ่ายทอดตามพันธุกรรมนี้
“ถ้าแค่โหวตคุณพ่อไม่เห็นด้วยแน่ๆ”
“จริงด้วย คุณพ่อไม่เคยเห็นความสำคัญกับเสียงส่วนใหญ่” สายฟ้าเอ่ยเห็นด้วยกับพี่ชาย
“พวกเราสี่คนนั่งปรึกษากันเพื่อหาวิธีจะไปอยู่กับคุณพ่อที่ไร้เหตุผล ความรักก็มีน้อยมากทำไมกันเหรอ” ธาราเอ่ยถามน้องๆ ทั้งสามใหม่อีกครั้ง ซึ่งคำถามนี้ทำเอาสามพี่น้องถึงกับมองหน้ามองตากันเองปริบๆ
“พวกเราอยากจะชนะคุณพ่อบ้าง” ทั้งสามเมื่อมองตากันและได้คำตอบที่ตรงกันเสียงเล็กๆ ทั้งสามก็เอ่ยออกมาพร้อมกันอีกครั้ง เจ้าสามคนนี้ยังกับแฝดเลยทำไมถึงได้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยนัก ธาราน้อยที่เป็นพี่ชายคนโตที่แก่กว่าสายฟ้าแค่ปีกว่าๆ เท่านั้น ได้แต่คิดในใจ และนี่ถ้าเขาไม่ได้ใช้ชื่อของคุณลุงธาราที่จากไปแล้ว ป่านนี้เขาคงไม่พ้นเจ้าหนึ่งแน่ๆ
“เอาใหม่นะ พี่ถามใหม่ ถ้าน้องๆ ย้ายไปอยู่กับคุณพ่อกันหมดแล้วคุณปู่ คุณย่า คุณยาย จะยังไง” น้ำอิงในฐานะที่เป็นหลานสุดโปรดของคุณย่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเธอรู้ว่าความโปรดปราณนี้เธอยังด้อยกว่าออดี้นิดหน่อย สายตาพลันมองไปที่ออดี้ ธาราเหมือนจะเข้าใจ “แต่คุณพ่อสั่งไว้ว่าพวกเราจะต้องไม่แยกจากกันก่อนอายุสิบแปด”
“หมดกัน!!!” มาติณห์ซบหน้าลงกับพื้นอย่างอับจนหนทาง ให้ร้องห่มร้องไห้ชักดิ้นชักงออย่างไรมันก็ไร้ประโยชน์กับคุณพ่อทั้งสิ้น
“ชาตินี้พวกเราจะไม่มีวันชนะคุณพ่อจริงๆ ใช่มั้ย” น้ำอิงอยากตะโกนให้เสียงดังกว่านี้ แต่เสียงเล็กๆ ของเธอก็มีเท่านี้
“เอาละการประชุมวางแผนของวันนี้จบลงแล้วนะ พวกเราไปกินข้าวเย็นกันได้แล้ว ดูสิออดี้หิวมากแล้ว” และทั้งสี่คนก็ก้มมองน้องชายคนสุดท้องที่เริ่มกัดหัวแม่เท้าตัวเองเสียแล้ว เฮ่ยยยย และเสียงถอนหายใจของทั้งสี่คนก็ดังขึ้นพร้อมกัน
=== จบบริบูรณ์ ===