ตอนที่หนึ่งร้อยสองความโง่เขลาของผู้ชาย
ผู้ชายนั้นมีจุดอ่อนตรงที่โดนล้างสมองมาด้วยการ์ตูนโชวเน็น
พวกเขามีความเชื่อเรื่องว่าการแข่งกันอย่างลูกผู้ชายสองฝ่ายแสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่จะสามารถขจัดความขัดแย้งและแสดงความเข้าใจกันได้ในภายหลังแบบเดียวกับการ์ตูนโชวเน็น
ผู้หญิงต่างไป
หากพวกเธอเดิมพันการแก้ผ้าแข่งว่ายน้ำแสดงความกล้ากันทั้งสองฝ่าย
แม้จะมีฝ่ายหนึ่งชนะ ฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้
หากเป็นผู้ชายคงเกิดอาการนับถือกันและกันขึ้นมาจนจับมือกันได้ไปแล้ว
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายจะมีเรื่องกันของการตีกันชกกันในวัยเรียนแล้วตอนโตมาจะกอดคอทานเหล้าร่วมกันมาหลายสิบปีได้
ตามตำนานของนักเลงหลายคนที่คบกันก่อนจะอยู่แก๊งเดียวกันก็เคยตีกันมาก่อน
ผู้หญิงต่างไป
แม้พวกเธอจะว่ายน้ำในสภาพเปลือยแข่งกันจนรู้แพ้รู้ชนะ
ก็ไม่มีความรู้สึกที่จะจับมือหรือรู้สึกนับถือฝ่ายตรงกันข้ามแต่ประการใด
มีแต่จะต้องตบกันให้รู้แพ้รู้ชนะไปข้างเท่านั้นเอง
นี่คือสาเหตุที่ทำให้บอนนี่และแอนนา
แม้ทั้งสองฝ่ายจะเข้าใจสถานะของกันและกันในอนาคต
แต่ก็ไม่คิดจะดีกันสักเท่าไรหรือความสัมพันธ์อยู่กันแบบการเดินบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ
ที่จะแตกเมื่อไรให้เป็นดราม่าอีกครั้งตอนไหนก็ไม่อาจจะคาดการณ์ได้แต่มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆหากพวกคุณเธอยังอยู่ในรัศมีใกล้กันที่จะส่งสายตาใส่กันได้
แอนนายังดีที่เธอยังพออยู่ในโลกดราม่าของตนเองพอสมควร
แต่วิลโล่ต่างไป
เธอยังคงเขม่นบอนนี่ไม่หายแม้ฝ่ายหนึ่งจะกลายเป็นร่างทรงไอซิสและอีกฝ่ายหนึ่งกลายเป็นแม่มดศาสตร์มืดไปแล้วก็ตาม
High School never end
สำหรับพวกเธอนั้นวัยไม่มัธยมไม่เคยสิ้นสุด
ถึงที่ต่างไปจะมีแค่ฝ่ายหนึ่งไปรับใช้เทพเจ้าไอซิสอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโวลเดอมอร์ก็ตามที
“ผมจะกำหนดเนื้อหาการแข่งระหว่างพวกเธอทั้งสองคนไว้ให้ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแน่นอน”
ผมกล่าวอย่างหนักแน่นแบบพระเอกโชวเน็นที่เชื่อเรื่องการแข่งขันจะทำให้คนดีกันได้
แต่ผมรู้จากใจว่าสองคนนี้มันไม่ดีต่อกันแน่ๆหลังจากการแข่งขัน
แต่ก็น่าจะดีกว่าที่ความขัดแย้งควรจะอยู่เพียงแค่สนามหลังบ้านของผมมากกว่าที่ฝ่ายหนึ่งจะโยนพายุทอนาโดไปในเมืองและอีกฝ่ายหนึ่งเรียกสายฟ้าลงมาพร้อมกับตาเรืองแสงพูดด้วยน้ำเสียงของเทพไอซิส
จนผมสงสัยว่าท่าทางผมจะเป็นแบบชิโร่ที่พึ่งรู้ตัวว่าตนเองเป็นคนธรรมดาที่สุดในหมู่สาวๆรอบกาย