หนึ่งปีผ่านไปนับั้แ่วันที่ผมเริ่มเรียนเวทมนตร์ระดับกลาง
อัลเฟรดบอกว่าความรู้พื้นฐานของผมมีมากพอแล้ว เขาจึงหยุดการสอนโดยตรง แต่ทุกวันเขายังคงเตรียมหนังสือที่ผมควรรู้เอาไว้ให้ รวมถึงหัวข้อที่ควรศึกษาเพิ่มเติม
ส่วนที่เหลือผมศึกษาด้วยตัวเองจากห้องสมุด
แม้จะเรียนเวทมนตร์ระดับกลางแล้ว แต่โฮเทมยังคงย้ำเื่เดิมอยู่เสมอ
พื้นฐานการควบคุมมานา
การควบคุมการไหลเวียนของมานา
และการทบทวนเวทมนตร์ที่เคยเรียนไปแล้วเมื่อแปดเดือนก่อน
ใน่แรกผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทบทวนสิ่งเดิมซ้ำ ๆ
จนกระทั่งโฮเทมให้ผมเริ่มนำเวทมนตร์ไปใช้ในการต่อสู้จริง
อัลเฟรดจึงเตรียมคาเมร่ามาเป็คู่ต่อสู้ให้ผม
การต่อสู้ครั้งแรกยากกว่าที่คิด
ผมมีเวทมนตร์อยู่ในมือ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้มันในสถานการณ์จริงอย่างไร
ผมใช้มานามากเกินไปในบางครั้ง
บางครั้งร่ายเวทช้าเกินไป
บางครั้งเลือกเวทมนตร์ผิดประเภท
และบางครั้งก็เปิดช่องว่างให้คาเมร่าพุ่งเข้ามาโจมตีจนเกือบหลบไม่ทัน
แต่เมื่อได้ต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น
ครั้งที่สองง่ายกว่าครั้งแรก
ครั้งที่สามง่ายกว่าครั้งที่สอง
แม้อัลเฟรดจะเพิ่มระดับความยากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม
ในที่สุดผมก็สามารถใช้เวทมนตร์ระดับกลางหลายบทในการต่อสู้ได้อย่างคล่องแคล่ว
แต่ใน่เวลาเดียวกันนั้น ผมก็มีการทดลองอีกอย่างที่ต้องทำ
แวมไพร์สองคน
นอกจากการศึกษาร่างกายของพวกเขาแล้ว อัลเฟรดยังสั่งให้ผมเริ่มทดลองกับแวมไพร์สองคนนั้น
ผมเลือกหัวข้อเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพของการฟื้นฟูร่างกาย
การฟื้นฟูของแวมไพร์เกิดจากคุณสมบัติทางกายภาพและเื
ส่วนอันเดดสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ด้วยการใช้มานา
ดังนั้นผมจึงเกิดคำถามขึ้นมา
ถ้าสามารถรวมคุณสมบัติทั้งสองเข้าด้วยกันได้ล่ะ?
ผมเริ่มจากการนำมานาเข้าไปแทรกซึมในร่างกายของพวกเขาทีละน้อย
แต่ร่างกายของแวมไพร์ต่อต้านมานาอย่างรุนแรง
ความเ็ปเกิดขึ้นแทบจะทันที
ผมจึงลดปริมาณมานาลง
ทดลองใหม่
ปรับวิธีการ
ทดลองอีกครั้ง
และอีกครั้ง
ความล้มเหลวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ตราบใดที่ตัวทดลองยังไม่ตาย ผมก็สามารถเริ่มการทดลองใหม่ได้
ค่อย ๆ ปรับทีละนิด
ทีละน้อย
ทำซ้ำ
บันทึกผล
แล้วเริ่มต้นใหม่
แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้ง...
ก็ไม่มีความสำเร็จแม้แต่นิดเดียว
จนกระทั่งถึงวันนี้
ผมถูกเรียกไปพบเซนิธ
หลังจากที่ไม่ได้พบเขามาเป็เวลานาน
เมื่อผมเข้าไปในห้อง เซนิธกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะ
เขาหันมามองผม
สายตาของเขาเรียบนิ่ง
ไม่มีความโกรธ
ไม่มีความยินดี
ไม่มีความรู้สึกใดเป็พิเศษ
จากนั้นเขาก็พูดเพียงประโยคเดียว
"ข้าจะสอนให้"
ผมหยุดเดิน
"การสร้างอันเดดของข้า"
ผมรู้สึกประหลาดใจอยู่ภายใน
แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร เซนิธก็ยกมือขึ้น
แสงสีดำปรากฏขึ้นตรงหน้า
มันไม่ได้สว่าง
ตรงกันข้าม แสงนั้นดูราวกับกำลังกลืนกินแสงรอบตัว
เส้นสีดำค่อย ๆ เคลื่อนตัวและวาดวงเวทลงบนพื้น
เซนิธมองวงเวทอย่างสงบนิ่ง
"ก่อนอื่น เ้าต้องควบคุมความมืดให้ได้เสียก่อน"
ผมมองวงเวทตรงหน้า
"เวทนี้จะนำจิตของเ้าไปยังหุบเหว"
เซนิธอธิบายต่อ
"ที่นั่นมีสิ่งที่้าดวงิญญาของเ้าอยู่มากมาย"
เขาหยุดเล็กน้อย
“สำหรับเนโครแมนเซอร์ทั่วไป เพียงแค่สามารถมองเห็นหุบเหวและกลับออกมาได้ก็ถือว่าผ่านแล้ว”
ผมมองเขา
"แต่ข้าไม่้า"
น้ำเสียงของเซนิธยังคงราบเรียบเหมือนเดิม
"เ้าต้องจัดการพวกมันให้ได้แม้ซักหนึ่งก็เพียงพอ"
ผมมองวงเวทอีกครั้ง
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
ไม่มีคำเตือน
และไม่มีคำแนะนำว่าผมควรทำอย่างไร
เซนิธเพียงมองผม
ผมก้าวเข้าไปในวงเวท
ทันทีที่เท้าััพื้นวงเวท...
ทุกอย่างก็ดับวูบ
ผมไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ผมกลับไม่รู้สึกถึงร่างกายของตัวเอง
ไม่มีมือ
ไม่มีเท้า
ไม่มีลมหายใจ
แม้แต่ความรู้สึกของน้ำหนักตัวก็ไม่มี
ผมพยายามขยับ
แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่
มไม่สามารถควบคุมทิศทางได้
ร่างของผมลอยไปอย่างช้า ๆ
ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มเกิดขึ้น
เหมือนผมกำลังอยู่ใต้ทะเลลึก
มีเพียงแสงจาง ๆ จากข้างบน
แงกดดันบางอย่างกดทับลงมาจากทุกทิศทาง
ผมไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือแรงกดดันทางกายภาพหรือไม่
เพราะที่นี่...
ผมไม่มีร่างกายด้วยซ้ำ
ผมค่อย ๆ ก้มลงมองเบื้องล่าง
ด้านล่างนั้นมืดสนิท
มืดจนไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดได้
แต่แล้วผมก็เห็นบางอย่าง
สีขาว
ดวงิญญาสีขาวจำนวนหนึ่งกำลังลอยลงมาจาก้า
หนึ่งดวง
สองดวง
สิบดวง
ร้อยดวง
พันดวง...
พวกมันค่อย ๆ ร่วงลงไปด้านล่าง
ราวกับหิมะที่กำลังตกลงสู่ก้นทะเล
แต่พวกมันไม่ได้ตกถึงพื้น
เพราะไม่มีพื้นอยู่ที่นี่
พวกมันกำลังตกลงสู่หุบเหว
ผมมองตามด้วยความสงสัย
จนกระทั่ง..
ดวงิญญาดวงหนึ่งหายเข้าไปในความมืด
ฉับ!
บางสิ่งพุ่งออกมาจากหุบเหว
ผมเห็นเพียงสีดำ
มันฉีกกระชากดวงิญญาสีขาวออกเป็ชิ้น ๆ ก่อนลากมันกลับลงไป
ผมนิ่งค้าง
อีกดวงหนึ่งถูกดึงลงไป
แล้วอีกดวง
และอีกดวง
พวกมันไม่ได้มีเพียงหนึ่งหรือสองตัว
ผมััได้ถึงพวกมัน
มากมาย...
มากเกินกว่าจะนับได้
พวกมันอยู่ในความมืดทุกแห่ง
ด้านล่าง
ด้านข้าง
ไกลออกไป
แม้แต่ด้านหลังของผม
ผมไม่สามารถมองเห็นพวกมันได้
แต่ผมรู้ว่าพวกมันกำลังมองผมอยู่
ความรู้สึกนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
พวกมันไม่ได้สนใจดวงิญญาสีขาวเ่าั้เพียงอย่างเดียว
พวกมันกำลังมองหา...
กำลังมาหา
ดวงิญญาของผม
และในความมืดเบื้องล่าง
บางสิ่งกำลังเริ่มขยับเข้ามาใกล้
ทีละตัว
จากนั้นหลายตัว
และในที่สุด...
จากทุกทิศทาง
ความมืดทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนไหว
ผมพยายามรวบรวมมานา
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีเปลวไฟ
ไม่มีเงามืด
ไม่มีแม้แต่ะุเวทที่ผมใช้จนชำนาญ
ผมลองอีกครั้ง
ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม
ไม่มีมานา
ที่นี่...
เวทมนตร์ของผมไม่มีความหมายจริง ๆ
ทันใดนั้น ความมืดด้านข้างก็สั่นไหว
บางสิ่งพุ่งผ่านผมไป
ผมไม่เห็นรูปร่างของมัน
แต่ััได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
ผมหันกลับไปมอง
ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น
แต่ความรู้สึกว่ามีบางสิ่งอยู่ด้านหลังกลับชัดเจนกว่าเดิม
มันกำลังเข้าใกล้
ผมพยายามถอย
แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง
ผมไม่มีร่างกาย
ผมไม่มีขาให้วิ่ง
ไม่มีมือให้ต่อสู้
ไม่มีเวทมนตร์ให้ใช้
ผมทำอะไรไม่ได้เลย
ความมืดเริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ดวงิญญาสีขาวอีกดวงถูกลากลงไปในหุบเหว
ผมมองภาพนั้นอย่างเงียบงัน
แล้วจู่ ๆ ก็เข้าใจบางอย่าง
เซนิธไม่ได้ส่งผมมาที่นี่เพื่อให้ผมใช้เวทมนตร์
เขารู้อยู่แล้วว่าที่นี่เวทมนตร์ไม่มีความหมาย
สิ่งที่เขา้าทดสอบ...
คือผม
ผมหลับตาลง
ไม่มีอาวุธ ไม่มีเวทย์มนต์
เหลือเพียงสิ่งเดียว
จิติญญาของผม
และเจตจำนงของผม
ความมืดเข้ามาใกล้
ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
บางสิ่งกำลังยื่นตัวออกมาจากความมืด
ผมยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แต่ผมรู้ว่ามันกำลังจะเข้ามาเอาิญญาของผม
ผมจึงหยุดถอย
และหันหน้าเข้าหาความมืด
ถ้าเซนิธ้าให้ผมจัดการมัน...
ผมก็จะลองทำดู
แม้จะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า...
ต้องเริ่มจากตรงไหน