หลังจากที่ชายชราจินเกอได้อธิบายถึงหลักสำคัญของการเป็นผู้วิวัฒน์ออกมาอย่างครบถ้วน
ทั้งในเรื่องของเทคนิคการหายใจ การควบคุมพลังวิญญาณ และความหมายของการเข้าสู่เส้นทางแห่งวิวัฒน์
ซึ่งไม่เพียงเป็นเพียงกระบวนการธรรมดา แต่เป็นการเปิดประตูสู่พลังอำนาจอันไร้ขอบเขต มันคือการแยกตัวจากปุถุชนธรรมดา และก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ควบคุมพลังแห่งชะตา เป็นผู้ก้าวข้ามความอ่อนแอเพื่อไล่ตามความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด
และเมื่อการบรรยายถึงเส้นทางแห่งวิวัฒน์ได้สิ้นสุดลง
ในที่สุดช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง นั่นก็คือพิธีกรรมแห่งการปลุกพลังซึ่งเป็นขั้นตอนแรกสุดและสำคัญที่สุดของผู้ที่มีอายุครบ 17 ปี พิธีนี้จะเป็นสิ่งที่ตัดสินโชคชะตาของพวกเขา
เป็นประตูด่านแรกของเส้นทางนักรบ
เป็นกระจกสะท้อนพรสวรรค์ที่แท้จริง
และเป็นจุดเริ่มต้นของการปลุกอาณาจักรต้นกำเนิดแห่งเผ่าพันธุ์
พิธีนี้เปรียบได้ดั่งการเดินเข้าสู่ประตูสวรรค์หรือดำดิ่งสู่ขุมนรกก็ไม่ผิด
หากอาณาจักรต้นกำเนิดที่ถูกปลุกนั้นแข็งแกร่ง พวกเขาก็จะได้รับความสนับสนุน พรจากสวรรค์ การชี้แนะ และหนทางที่เปิดกว้าง
หากมันอ่อนแอ นั่นก็จะกลายเป็นตราบาป และไม่มีใครจะเหลียวแลหรือลงทุนให้กับคนไร้ค่า
ทุกชีวิตในห้องโถงพิธีต่างกุมมือทั้งสองข้างแน่นจนเหงื่อไหล ร่างกายสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มผู้มีดวงตาเปี่ยมด้วยความฝัน หรือหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มที่แข็งค้างด้วยความกลัว ต่างก็พูดคุยกันเบาๆด้วยความคาดหวังและความหวาดหวั่น
“ขอเพียงศักยภาพระดับสูง หรือศักยภาพระดับราชาก็พอแล้ว”
“ข้าจะได้ฝึกฝนอย่างรวดเร็วและกลายเป็นผู้แข็งแกร่งในอนาคต!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยด้วยความมุ่งมั่น แต่เสียงตอบกลับจากชายอีกคนก็ตามมาทันที
“เหอะ แกฝันหวานเกินไปหรือเปล่า?”
“ไม่เห็นหรือว่าในรุ่นก่อนๆ ส่วนใหญ่ก็ได้แค่ศักยภาพระดับแรกเริ่ม หรือระดับกลางเท่านั้น การจะได้ระดับราชา ระดับจักรพรรดิ หรือระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นยากยิ่งกว่าการงมเข็มในห้วงมหาสมุทร ในมนุษย์นับหมื่นคนยังไม่ถึงร้อยคนที่ได้ระดับนั้นเสียด้วยซ้ำ!”
“มะ.. ไม่นะ ถ้าเราได้แค่ศักยภาพระดับแรกเริ่ม เราคงไม่อาจเป็นผู้วิวัฒน์ตื่นรู้ระดับ 1 ได้ด้วยซ้ำ..”
หญิงสาวคนหนึ่งกุมมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตนเอง สะท้อนถึงความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
อารมณ์หลากหลายหลั่งไหลไปราวกับกระแสน้ำไหลเชี่ยวในใจของเหล่าหนุ่มสาวทั้งสามสิบกว่าคน
บ้างคาดหวัง บ้างเกรงกลัว บ้างปั้นสีหน้าเข้มแข็งเพื่อลวงตนเองว่าพร้อม บ้างถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความกังวล
ขณะที่ชายชราจินเกอก็ทอดสายตามองพวกเขาด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นภาพเช่นนี้ และก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย มันคือธรรมชาติของความปรารถนาและความกลัวที่อยู่คู่กันในทุกยุคทุกสมัย
เขาเดินนำหน้าไปยังแท่นพิธีกรรมโบราณที่ตั้งตระหง่าน เป็นแท่นหินทรงกลมที่สลักลวดลายเก่าแก่ซึ่งสืบทอดจากยุคสมัยแรกเริ่มเมื่อ 3,000 ปีก่อน มันเชื่อมโยงกับมิติพิเศษที่สามารถดึงพลังของแต่ละคนขึ้นมาตีแผ่และก่อรูปร่างของอาณาจักรต้นกำเนิดให้ปรากฏอย่างชัดเจน
“เอาล่ะ.. ”
“เจ้าขึ้นมาคนแรก!”
จินเกอชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มร่างอ้วนกลมที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด
“ผะ.. ผมเหรอ?!”
ตัวของมันถึงกับสะดุ้งเฮือกจนขนลุกซู่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความตกใจระคนกัน
เขาพึมพำอะไรบางอย่างในลำคอก่อนที่สีหน้าจะเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากความตระหนกกลายเป็นฮึกเหิม เขาสูดลมหายใจลึกจนอกกระเพื่อม แล้วตะโกนลั่นออกมาด้วยเสียงคำรามที่น่าประหลาดใจ
“ฮ่าาา! ผมจะไม่กลัว!!”
จากนั้นก็รีบก้าวเท้าอย่างรวดเร็วตรงไปยังแท่นพิธีกรรม ท่าทางเปี่ยมด้วยพลังชีวิตจนทำให้ผู้คนรอบข้างต่างอึ้งไปชั่วขณะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่เลวเลยไอ้เด็กน้อย มีความมุ่งมั่นดี หวังว่าการปลุกพลังของเจ้าจะไม่แย่นะ”
จินเกอกล่าวด้วยเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เมื่อชายหนุ่มหยุดนิ่งยืนอยู่บนแท่นพิธี วงแหวนเวทโบราณที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มเปล่งแสงสีทองอร่าม
แสงที่เปล่งออกมานั้นไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่มีพลังบางอย่างแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาผ่านผิวหนัง ทำให้เขาหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย พร้อมครางเบาๆอย่างพึงพอใจ ราวกับถูกแสงแห่งความหวังโอบกอดอย่างอ่อนโยน
“ไหนดูสิ อาณาจักรต้นกำเนิดแห่งเผ่าพันธุ์ของเจ้าจะเป็น...”
ยังไม่ทันจะกล่าวจบ เสียงหวีดของพลังวิญญาณก็ปะทุขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับประกายแสงที่ก่อตัวขึ้นด้านหลังของเด็กหนุ่ม
ท่ามกลางแสงเรืองรองนั้น ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนลิงได้ค่อยๆก่อตัวขึ้น มันมีขนสีดำทึบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความองอาจแข็งกร้าว แววตาทอแสงอำมหิตและทรงอำนาจ แขนทั้งสองแข็งแรงดุจท่อนซุงมหึมา และกล้ามเนื้อทุกส่วนสั่นไหวด้วยพลังชีวิตอันรุนแรง
“โอ้โห.. นั่นมันเผ่าพันธุ์ลิงดำอสูร!”
จินเกอพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนกล่าวเสริมด้วยความพึงพอใจ
“และมีศักยภาพระดับกลาง.. ไม่เลวเลยเจ้าเด็กน้อย ทำได้ดีมาก!”
ทันทีที่พิธีสิ้นสุด เด็กหนุ่มร่างอ้วนก็เบิกตากว้าง ดวงตาเขาเปล่งประกายอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ก่อตัวเป็นศูนย์กลางอยู่ในบริเวณหัวใจ มันราวกับเปลวเพลิงอบอุ่นที่กำลังเต้นเร้าอยู่ภายใน
“ผะ.. ผมเป็นผู้วิวัฒน์แล้วเหรอ? แถมยังมีศักยภาพระดับกลางอีกด้วย?”
ตัวของมันกล่าวด้วยท่าทางตะกุกตะกักอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ดวงตาสั่นไหวด้วยความตื้นตันใจราวกับโลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนไปในพริบตาเดียว