เดือนมืด ลมแรง แม้พึ่งจะผ่านยามซวื แต่รอบด้านมืดสนิท เป็แผ่นผืน นอกจากแสงโคมไฟสลัว ๆ อยู่ลิบ ๆ แล้ว ไม่ว่าสิ่งใดล้วนมองไม่เห็น
ธารน้ำทอดคดเคี้ยว ริมธารเต็มไปด้วยพงหญ้าสูงท่วมหัว ถัดจากลำธารเป็ป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ เสียงน้ำไหลรินประสานกับเสียงกบ เสียงจิ้งหรีดเรไร ร่ำร้องสอดประสาน เดิมที่มันควรเป็เสียงของราตรีอันรื่นรมย์ แต่ไม่นานกลับถูกทำลายด้วย เสียงของเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งไล่จับตัวอะไรบางอย่าง
สี่คนคือเด็กหนุ่ม อายุราว ๆ สิบสี่สิบห้าขวบปี รูปร่างแข็งแรงสมวัย อีกหนึ่งคือเด็กสาวหน้าตาน่ารัก รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แต่ก็คล่องแคล่วว่องไวยิ่งนัก
"อย่าให้มันหนีไปได้ อาฟง" เสียงของเด็กหนุ่มผมสีเงินใบหน้าคมเข้มร้องดังขึ้น เด็กหนุ่มใบหน้าเรียวยาวอีกคนอีกคนในชุดผ้าสีดำ ก็ขานรับอย่างเชื่อฟัง ก่อนที่มันจะเร่งฝีเท้าวิ่งไปดักหน้า เ้าตัวประหลาดสี่ขา ผิวสีน้ำตาลที่มีแผงคอ ใบหน้าคล้ายหมูป่า ขนาดของมันดูเล็กมาก แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นเ้านี้ก็ปราดเปรียว และว่องไวสุด ๆ
"เสร็จข้าล่ะ เ้าหมูป่าแผงคอ" เด็กหนุ่มในชุดสีดำหัวร่อดังลั่นพร้อมกางแขนเตรียมจะจับเ้าสัตว์ตัวนี้ แต่ทว่า….มันดันไหวตัว และวิ่งเปลี่ยนไปอีกทิศอย่างรวดเร็ว
"เสร็จกัน มันหนีไปอีกทางเสียแล้ว"
"อย่าได้ห่วงไปอาฟง เพราะด้านนี้มีข้าอยู่ทั้งคน" เสียงของเด็กหนุ่มอีกคนในชุดผ้าสีน้ำตาลเก่า ๆ ได้เอ่ยขึ้น เขาดูจะมีรูปร่างใหญ่โตเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิดกับอีกเด็กหนุ่มอีกสองคนพอสมควร
"จับมัน แล้วโยนมาที่นายน้อยเดี๋ยวนี่ จางิ่!" เด็กหนุ่มในชุดดำส่งสายตาแข็งกร้าว พร้อมกับออกคำสั่งให้เด็กหนุ่มร่างกำยำผู้นั้นทำตาม เด็กหนุ่มผู้นั้นพอได้ฟังก็ดูจะไม่พอใจสักเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนจะขัดไม่ได้
"เช่นนั้นก็คงช่วยไม่ได้... หยุดวิ่งไปวิ่งมาได้แล้ว เ้าหมูป่าแผงคอ..!!" เสียงของเด็กหนุ่มที่มีนามว่า จางิ่ คำรามลั่น ก่อนที่มันจะกำหมัด และชกลงบนพื้นดินจนเกิดเสียงดัง รอยแตกบังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจน เ้าหมูป่าแผงคอเสียการทรงตัว เวลานั้นเอง จางิ่จึงใช้เท้าเตะใส่มันอย่างรวดเร็ว จนร่างของเ้าหมูป่าแผงคอลอยตรงกลับมาหาเด็กหนุ่มผมสีเงินที่มีนามว่า เฟยฮุ่ย
"เสร็จข้าล่ะ เพลงหมัดสกุลเฟย..!!" เด็กหนุ่มผมสีเงินกำหมัดแน่นก่อนจะตั้งท่า และปล่อยหมัดออกมาใส่ร่างของเ้าหมูป่าแผงคอ สองสามหมัดอย่างแรง จากนั้นร่างของมันกระเด็น และร่วงลงมากระแทกพื้นก่อนจะแน่นิ่งไป
"สำเร็จแล้ว…!!" เสียงของเด็กหนุ่มที่มีนามว่า อาฟง ร้องออกมาด้วยความดีใจ และรอยยิ้มของผู้มีชัยอย่าง เฟยฮุ่ยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน ก่อนที่จะมีร่างของ เด็กหนุ่มกับเด็กสาวอีกสองคนตามมาสมทบ
"ยอดเยี่ยมสมกับคุณชายเลยขอรับ" เสียงของอาฟงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางพินอบพิเทา เด็กหนุ่มผมสีเงินแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะพยักหน้า ผิดกับเด็กหนุ่มร่างกำยำที่ได้แต่ถอดทอนหายใจด้วยความผิดหวัง มันได้ครุ่นคิดในใจว่า "ที่จับเ้าหมูป่าแผงคอได้ก็เพราะมีมันช่วยมิใช่รึ? แล้วเหตุใดความดีความชอบจึงไปตกอยู่กับ เ้าเฟยฮุ่นเพียงผู้เดียวได้เล่า น่าน้อยใจนัก" จางิ่ได้แต่คอตกทำหน้าหดหู่ ก่อนที่จะมีมือของใครบางคนมาแตะไหล่มัน แล้วกล่าวขึ้น "อย่าคิดมากไปเลยสหายข้า เ้ายังไม่ชินอีกรึ ฐานะของพวกเรากับ เฟ่ยฮุ่นนั้นเป็เช่นไรเ้าก็ย่อมจะรู้ดี" เสียงของเด็กหนุ่มในชุดผ้าสีครามเก่า ๆ อีกคนเอ่ยขึ้น เด็กคนนี้มีผมดกดำ รูปร่าง ๆ พอกับ จางิ่ แต่มีมัดกล้ามน้อยกว่ามาก และที่สำคัญคือ ดวงตาด้านซ้ายของเขามีที่ผ้าสีดำปิดคาดอยู่ หรือถ้าจะกล่าวให้ถูกก็คือ ดวงตาข้างนี้ของเขามืดบอดนั้นเอง…
จางิ่หันมาเห็นสหายของมันก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้ และเอ่ยขึ้น " ก็จริงของเ้า ห่าวหราน ฐานะบ่าวไพร่อย่างเรา ยังไงก็ไม่มีวันเทียบฐานะนายน้อยแห่งบ้านสกุลเฟย ได้อยู่ดี"
และใน ตอนนั้นเสียงเด็กสาวหน้าตาน่ารักอีกคนที่มาด้วย ก็ได้ยิ้ม และเอ่ยขึ้น "อย่าได้น้อยใจไปเลยพวกเ้าทั้งคู่ ไว้กลับไป ข้าจะทำของอร่อย ๆ ให้กินนะ..."
"จะ จริงหรือ หนิงอวี่..! เอ่อ ข้าหมายถึงจริงหรือขอรับ คุณหนูหนิงอวี่ แบบนี้สิข้าถึงมีกำลังขึ้นมาหน่อย" จางิ่ตาวาวโรจน์พร้อมน้ำลายที่ไหลอย่างน่าเกลียด ห่าวหราน สหายของมันก็ได้แต่อมยิ้มพร้อมกับส่ายศีรษะ ก่อนที่เสียงของ เด็กหนุ่มที่ชื่อ อาฟงจะตวาดลั่น
"เฮ้ย..! ไอ้พวกขี้ข้าทั้งสองคนตรงนั้น จะหัวร่อต่อกระซิกอันใดกันอยู่ ยังไม่รีบมาดูความสำเร็จของนายน้อยอีก" และพอมันเห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้ำเสียงกับท่าทางก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง "คุณหนูหนิงอวี่ อย่าได้มั่วไปเสียเวลาสนทนากับพวกมันเลยขอรับ..รีบมาหาคุณชายเฟยฮุ่นทางนี้จะดีกว่า"
เด็กทั้งสามได้แต่ถอดทอนหายใจด้วยความเอือมระอาก่อนที่เดินไปตามเสียงเรียก และพอหนิงอวี่ เดินเข้ามาใกล้ ๆ นางก็แย้มยิ้มอย่างสดใส และเอ่ยปากถาม เด็กหนุ่มที่ชื่อ เฟ่ยฮุ่น
"เฟ่ยฮุ่น เ้าเป็เช่นไรบ้าง.." เด็กหนุ่มหันมามองหน้านางด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบกลับ "ข้าไม่เป็ไร หนิงอวี่ โชคดีที่ครานี้เ้าไม่คิดจะสอดมือเข้าแย่งข้า ไม่เช่นนั้นเ้าตัวนี้มันอาจจะเป็ของเ้าไปแล้วก็ได้" พอนางได้ฟัง เด็กสาวก็แย้มยิ้มก่อนจะหัวร่อเบา ๆ "เ้ากล่าวเกินไปแล้ว วิชาตัวเบาของข้ารึ จะเทียบเพลงหมัดของเ้าได้" หนุ่มสาวสองคนพูดคุยกันอย่างเป็กันเอง ก่อนที่เ้าอาฟงจะพยักหน้า และพึมพำเบาว่า "นายน้อย กับคุณหนู ช่างเหมาะกันดีจริง ๆ ภายภาคหน้าคงได้หมั้นหมาย และสร้างความรุ่งเรืองให้สกุลเป็แน่ ส่วนไอ้พวกคางคกที่มักใหญ่ใฝ่สูงอยากจะกินเนื้อห่านฟ้านะ เลิกคิดไปได้เลย หึหึ"
อาฟงมิได้เอ่ยเพียงอย่างเดียว แววตามันยังมองที่มา จางิ่ กับห่าวหรานใน เชิงดูิ่อีกด้วย ก่อนที่มันจะหันไปทาง เฟ่ยฮุ่น อีกครั้ง
"เช่นนั้นเราก็มาดูกันเถิดว่านายน้อยจะได้รับสิ่งใดจากเ้า สัตว์อสูรฟ้าดินตัวนี้" เสียงของอาฟง กล่าวขึ้นก่อนที่ เฟ่ยฮุ่น จะเดินตรงไปที่ร่างของเ้าหมูป่าแผงคอซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น จากนั้นมันก็ยกมือขึ้นและแผ่กางออก ก่อนที่ร่างของเ้าหมูป่าจะพลันบังเกิดแสงสีขาวสว่างจ้าราวกับ แสงของดวงดาวยามราตรี และเมื่อแสงนั้นค่อย ๆ จางหายไปพร้อมร่างของเ้าหมูป่าตัวนั้น ก็ได้ปรากฎบางสิ่งลอยเข้ามาในมือของเฟ่ยฮุ่น ยามนั้นเ้าอาฟงมองจ้องด้วยความประหลาดใจก่อนที่มันจะเอ่ยออกมาว่า
"ไม่มีป้ายเคล็ดวิชาปรากฏ ผลึกอสูรก็ไม่ออกมา เช่นนั้น ก็แปลว่าคุณชายได้รับ…จิตปราณของมันสินะขอรับ แล้วคุณชายได้เท่า…." อาฟงกล่าวขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้นก่อนที่มันจะหันไปหาเฟยฮุ่น ซึ่งบัดนี้ดูมีสีหน้าเรียบ เฉย คล้ายไม่พอใจในสิ่งที่ได้รับสักเท่าใด
"หนึ่ง….เพียงแค่หนึ่งจิต เท่านั้น ช่างน้อยสิ้นดี แถมยังเป็เพียงแค่ จิตปราณไร้ธาตุอีกด้วย…" เฟ่ยฮุ่ยกล่าว ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ ก่อนที่มันจะสะบัดชายเสื้อ แล้วเดินจากไปในทันที
"หนึ่งเองรึ ดูน้อยจริง ๆ ด้วย อุตส่าห์ไล่ล่ามันอยู่หลายชั่วยาม ข้าก็เข้าใจอยู่หรอกว่ามันเป็เพียงแค่สัตว์อสูรฟ้าดิน ปฐีระดับต้น แต่ปรกติมันควรจะให้จิตปราณ สักสี่หรือห้ามิใช่รึ? น่าเสียดายยิ่งนัก.. เ้าเห็นเป็ประการใด ห่าวหราน" จางิ่ที่เดินตามเฟยฮุ่น อยู่ห่าง ๆ ก็ได้บ่นพึมพำออกมา ก่อนจะหันกระซิบถามสหายรักของมันเบา ๆ ห่าวหราน ยามนั้นก็นิ่งเงียบคล้ายใช้สมาธิคิดบางอย่างอยู่ และพอได้ยิน จางิ่ถาม มันจึงใก่อนจะรีบตอบกลับไปอย่างรวเร็ว
"ข้ารู้อยู่แล้ว….!!"
"รู้รึ? เ้าหมายความว่าอย่างไร"
คำตอบของห่าวหราน ที่หลุดออกมานี่แหละ ที่ทำเอาตัวมันเองต้องใ ห่าวหรานรีบหัวร่อกลบเกลื่อนก่อนจะตอบจางิ่กลับไปอย่างมีพิรุธว่า " ก็รู้ รู้ไง…ว่าไงแถวนี้มีแต่พวกสัตว์อสูรฟ้าดินปฐีระดับต้น เ้าก็รู้ดีนี่ว่า หากมีพวกระดับกลาง หรือระดับสูง มาป้วนเปี้ยนมันจะวุ่นวายแค่ไหน ส่วนเื่ที่เฟ่ยฮุ่นได้แค่หนึ่งจิตปราณ ก็ถือเป็เื่แปลก แปลกจริง ๆ อย่างที่เ้าว่าฮ่าๆๆๆๆ"
"งั้นรึ? เ้านี่ยังชอบพูดจาแปลก ๆ ั้แ่เด็กเหมือนตอนเดิมเลยนะห่าวหราน อืม แต่ก็ช่างมันเถอะ" จางิ่แย้มยิ้มก่อนส่ายหน้า จากนั้นมันเร่งฝีเท้าเดินนำไป มิรู้ว่าหิว หรืออยากกลับไปนอนก็ไม่รู้ ส่วนห่าวหรานนั้นได้แต่พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่มันเกือบจะเผลอพูดความลับของตนเองออกมาเสียแล้ว…
จบบทที่ 1