ข้าคือผู้สืบทอดบรรพชนเทพคนสุดท้าย

    ตอนที่ 30 : กลุ่มอิทธิพลแห่งยอดเขาชั้นใน

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเย่ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หลังจากปรับตัวกับเรือนพักแห่งใหม่ เขาพบว่าความหนาแน่นของพลังปราณบนยอดเขาชั้นในเหนือกว่าพื้นที่ศิษย์นอกอย่างชัดเจน แม้เพียงฝึกฝนตามปกติ ประสิทธิภาพก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย

    อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คิดว่าการเป็นศิษย์ในจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ตรงกันข้าม ยิ่งก้าวสูงขึ้น การแข่งขันก็ยิ่งเข้มข้นมากกว่าเดิม

    หลังจากฝึกปราณยามเช้าเสร็จ หลินเย่จึงออกจากเรือนพักเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบ ยอดเขาชั้นในกว้างใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มาก มีลานฝึกหลายแห่ง หอคัมภีร์สำหรับศิษย์ใน โรงโอสถ และตลาดแลกเปลี่ยนทรัพยากรขนาดเล็กที่เปิดให้ศิษย์ทำการค้าระหว่างกัน

    ระหว่างทาง เขาพบว่าศิษย์ในส่วนใหญ่จะเดินกันเป็นกลุ่ม บางกลุ่มสวมเครื่องหมายพิเศษบนแขนเสื้อ บางกลุ่มมีคนติดตามจำนวนมาก จนแทบแยกออกได้ว่าเป็นกลุ่มอิทธิพลที่ก่อตัวขึ้นภายในสำนัก

    "ดูเหมือนเจ้าจะเพิ่งขึ้นมาใหม่"

    เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

    หลินเย่หันกลับไป ก็พบหลิวหยวนที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม

    "เจ้าก็ผ่านเข้ามาด้วยหรือ?"

    หลิวหยวนหัวเราะ "แน่นอน ข้าจะปล่อยให้เจ้าทิ้งห่างได้อย่างไร"

    ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามทางหินบนภูเขา ก่อนที่หลิวหยวนจะลดเสียงลงเล็กน้อย

    "ระวังตัวเอาไว้หน่อย"

    "มีอะไรหรือ?"

    "กลุ่มอิทธิพล"

    หลิวหยวนมองไปยังกลุ่มศิษย์กลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านไป "ภายในศิษย์ใน มีคนจำนวนไม่น้อยที่รวมตัวกันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและอำนาจ บางกลุ่มมีศิษย์อาวุโสคอยหนุนหลัง บางกลุ่มมีคนจากตระกูลใหญ่สนับสนุน"

    หลินเย่พยักหน้าเงียบ ๆ

    เรื่องแบบนี้ เขาพอจะคาดเดาได้อยู่แล้ว

    ตราบใดที่มีผลประโยชน์ ย่อมมีการรวมกลุ่มเป็นธรรมดา

    "ตอนนี้มีอยู่สามกลุ่มใหญ่ที่ควรรู้จัก" หลิวหยวนกล่าวต่อ "กลุ่มเมฆาครามของศิษย์พี่เซี่ย กลุ่มวายุครามของพวกตระกูลใหญ่ และกลุ่มจันทราเยือกแข็งที่นำโดยศิษย์หญิงหลายคน"

    "แล้วถ้าไม่เข้ากลุ่มใดเลยล่ะ?"

    หลิวหยวนหัวเราะแห้ง ๆ

    "ก็อยู่ได้ แต่ลำบากหน่อย คนที่ไม่มีคนหนุนหลังมักถูกแย่งโอกาสง่ายกว่าเดิม"

    คำพูดนั้นทำให้หลินเย่นิ่งคิด

    อย่างน้อยในตอนนี้ เขายังไม่คิดเข้าร่วมกับใคร

    เขายังมีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองอีกมากเกินไป

    ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงลานรวมศิษย์ ซึ่งวันนี้มีศิษย์ใหม่ทั้งยี่สิบคนมารวมตัวกันตามคำสั่งของสำนัก

    บนเวทีหินด้านหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดศิษย์ในยืนอยู่ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ด้านหลังมีผู้ติดตามอีกหลายคน

    "นั่นคือเซี่ยอวิ๋น" หลิวหยวนกระซิบ "หนึ่งในศิษย์อันดับต้น ๆ ของยอดเขาชั้นใน"

    เซี่ยอวิ๋นกวาดตามองศิษย์ใหม่ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

    "ยินดีต้อนรับสู่เขตศิษย์ใน"

    "หลายคนอาจคิดว่าผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่นขึ้น"

    "แต่ความจริง..."

    เขาหยุดเล็กน้อย

    "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"

    บรรยากาศโดยรอบเงียบลงทันที

    "ภายในสำนัก ทรัพยากรมีจำกัด หากต้องการเติบโต ก็ต้องอาศัยทั้งความสามารถและโอกาส การรวมกลุ่มไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นวิธีเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง"

    หลังกล่าวจบ เขาก็ไม่ได้บังคับให้ใครเข้าร่วม เพียงเปิดโอกาสให้ศิษย์ใหม่เลือกด้วยตนเอง

    ไม่นาน ก็มีคนจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปทักทายและแสดงความสนใจ

    แม้แต่ศิษย์ที่มีพรสวรรค์สูง ก็ยังต้องพึ่งพาเครือข่ายและการสนับสนุน

    ขณะเดียวกัน หลินเย่กลับยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบ ๆ

    เขาไม่ได้รังเกียจการมีสหาย แต่ก็ไม่คิดฝากอนาคตของตนไว้กับกลุ่มใดในเวลานี้

    และดูเหมือนว่า จะมีอีกคนที่คิดเช่นเดียวกัน

    "เจ้าไม่คิดเข้าร่วมหรือ?"

    เสียงคุ้นเคยดังขึ้น

    หลินเย่หันไป ก็พบหลี่เฟิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล

    ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ

    "อย่างน้อย ตอนนี้ยังไม่"

    หลินเย่ยิ้มบาง ๆ

    "ข้าก็คิดเช่นนั้น"

    หลี่เฟิงหัวเราะ

    "ดี อย่างน้อยข้าก็ไม่ใช่คนประหลาดอยู่คนเดียว"

    ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น แต่บรรยากาศกลับผ่อนคลายกว่าที่เคย

    ทว่า ในอีกมุมหนึ่งของลาน

    ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังมองมาทางพวกเขาอย่างเงียบ ๆ

    เขาคือจ้าวอู๋เฉิน ศิษย์ในรุ่นเก่าที่มีชื่อเสียงด้านความเย่อหยิ่งและชอบใช้อำนาจข่มผู้อื่น

    เมื่อเห็นว่าหลี่เฟิงและหลินเย่ไม่สนใจเข้าร่วมกลุ่มใด แววตาของเขาก็เผยความไม่พอใจเล็กน้อย

    ในสายตาของบางคน...

    การไม่เลือกข้าง อาจถูกมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ

    และเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้งเล็ก ๆ ก็ได้ถูกหว่านลงอย่างเงียบงันแล้ว

    คล้ายกับเรื่องข้าคือผู้สืบทอดบรรพชนเทพคนสุดท้าย ที่คุณอ่าน