ฉันทพิชญาไม่อาจขัดขืน สู้แรงของคนตัวโตได้เลย ยิ่งร่างกายของเธอปวดระบม ครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างนี้ด้วยแล้ว เรี่ยวแรงของเธอที่มี ก็ยิ่งถดถอยไปกว่าครึ่ง ดังนั้น ฉันทพิชญาจึงจำต้องยินยอมไปกับคนตัวโตแต่โดยดี
จุฑาธชปากก็พรมจูบไปรอบๆ เรียวปากบางนุ่มของคนตัวเล็ก มือใหญ่ก็ดึงเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออกไปจนหมด และนั้นก็ทำให้สาวเ้า ไม่มีอะไรปกคลุมร่างกายเลยสักชิ้นเดียวในตอนนี้
“ดาว!! ลืมตาขึ้นมามองพี่สิ”
จุฑาธชส่งเสียงร้องบอกคนตัวเล็ก ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มลงกว่าเดิม และสรรพนามที่ใช้เรียกขาน ก็แปรเปลี่ยนไปเป็เหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อน ครั้งที่ยังไม่ได้เกิดความบาดหมางใจกัน ฉันทพิชญาได้ยินเสียงที่อ่อนนุ่มคุ้นเคย ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอีกแล้ว ก็เปิดเปลือกตาขึ้นมามองดูคนตัวโต ตามที่เขาบอก
จุฑาธชมองสบสายตากันและกันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่คนตัวโตจะผละลุกขึ้น ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากกายแกร่ง โดยมีสายตาของคนตัวเล็ก ที่นอนอยู่บนเตียงนอน จับจ้องมองดูอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเขาถอดบ๊อกเซอร์ชิ้นสุดท้าย หลุดออกไปจากตัว เผยให้เห็นแกนกายอันใหญ่โตแข็งขืนโด่ชูชัน ฉันทพิชญาจึงต้องรีบเสหลบ พร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เพราะความเขินอายเป็อย่างยิ่ง
จุฑาธชก้มลงมาหาร่างบางอีกครั้ง พร้อมกับจับขาเรียวเล็กแยกออกจากกัน ค่อยๆ สอดประสานแกนกายอันใหญ่โตแข็งขืน เข้าไปในแอ่งน้ำหวานเบื้องล่าง ที่ตอนนี้มีน้ำหวานไหลเยิ้มออกมาหน่อยๆ
“อะ อ้า พะ พี่ธช อื้อออ!!....”
ฉันทพิชญาเผลอร้องเรียกชื่อจุฑาธช ออกมาอย่างสนิทชิดเชื้อ เหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อน จุฑาธชก้มลงไปประกบปิดปากบางนุ่มไว้ พร้อมกับสอดแทงแกนกายอันใหญ่โตเข็งขืน เข้าไปในแอ่งน้ำหวานเบื้องล่างจนสุดทาง
“อื้อออ!!...”
ฉันทพิชญาส่งเสียงร้องครวญครางออกมา จากในลำคอ เมื่อคนตัวโตได้ทำการขยับแกนกาย อันใหญ่โตแข็งขืนเข้าออก จากช้าๆ เป็เพิ่มความรัวเร็วขึ้น จนห้องทั้งห้องก่อเกิดความร้อน ราวกับมีไฟเสน่หากองใหญ่ สุมอยู่กลางห้องก็ไม่ปาน
จุฑาธชโหมกระหน่ำเรี่ยวแรง พายุแห่งอารมณ์ความ้า เข้าใส่คนตัวเล็กไม่ยั้ง จนกระทั้งตัวเขาปลดปล่อยสายธารแห่งความสุขสม เข้าใส่ภายในแอ่งน้ำหวานเบื้องล่าง อย่างไม่คิดที่จะกักเก็บแต่อย่างใด และเมื่อได้ในสิ่งที่เขา้าแล้ว เขาก็ถอดถอนแกนกายออกไปนอนหอบหายใจถี่ๆ เหนื่อยๆ เคียงข้างร่างบาง
แต่พอหันไปมองดูคนตัวเล็ก ที่นอนอยู่เคียงข้างกัน ก็รู้สึกได้ถึงความแน่นิ่งไป
“ดาว!! ดาว”
จุฑาธชยื่นมือใหญ่ไปเขย่าแขนเรียว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมาให้ได้ยินเลย จึงรู้สึกทั้งใและเป็ห่วงกังวลเป็อย่างมาก รีบลุกขึ้นมามองดูคนตัวเล็กให้แน่ชัด ซึ่งก็ได้เห็นว่าคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม สลบไปั้แ่ตอนไหนไม่รู้ และยิ่งเมื่อได้ััเนื้อตัว อันนวลเนียนละเอียดละออนั้น ก็ยิ่งทำให้รู้สึกได้ถึงไอร้อนผ่าว ที่แผ่ออกมาจากร่างบางได้ชัดเจน
“ไอ้ธช ไอ้บ้าเอ้ย!!”
จุฑาธชสถบด่าตัวเองออกมา เมื่อรู้แน่แก่ใจแล้วว่า ที่ฉันทพิชญาได้พูดบอกว่า ไม่สบายนั้นเป็เื่จริง เธอไม่ได้โกหกเลยสักนิด มีแต่เขานี้แหละที่คิดไปเองว่า ที่เธอพูดว่าปวดหัว เป็เพราะเธอกำลังเรียกร้องความสนใจ จุฑาธชรีบลุกขึ้นจากเตียงนอน ยื่นมือใหญ่ล้วงหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ที่ได้ถอดกองอยู่บนพื้นห้อง ขึ้นมากดโทรออกหาเพื่อนที่เป็หมอทันที
“ฮัลโล!! เอก ฉัน้าความช่วยเหลือว่ะ เลขาฉันไม่สบายมาก นายช่วยมาดูให้หน่อยสิ ที่คอนโดของฉัน”
เมื่อเอกพล เพื่อนหมอรับสายแล้ว จุฑาธชก็ร้องขอความช่วยเหลือไปตามสายทันที อย่างไม่คิดจะรอฟังเสียงขานรับจากฝั่งนั้นเลยสักนิด
“เลขานายไม่สบายก็พาไปหาหมอสิว่ะ เอ้!! แล้วทำไมเลขาของนายถึงไปอยู่ที่คอนโดนายได้วะ!!??”
เอกพลถามขึ้นอย่างตีรวน และชวนสงสัยไปกับคำพูดของเพื่อน ที่โทรมาขอความช่วยเหลือ เพราะปกติเขาจะไม่พาผู้หญิงคนไหนไปที่คอนโดเลย แต่ทำไมผู้หญิงที่เพื่อนบอกว่าเป็เลขาคนนี้ ถึงได้ให้ไปที่นั้นได้
“อย่าถามเซ้าซี้ได้ไหมวะ!! นายจะมาหรือเปล่า? ถ้าไม่มาฉันจะได้โทรไปหาหมออีกคนให้มาช่วยดูให้”
จุฑาธชกล่าวเสียงเข้มขึ้น เพราะไม่อยากให้เพื่อนหมอทู้ซี้ถามอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเขาไม่อยากตอบคำถามอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ และก็เป็ห่วงเป็ใยคนตัวเล็ก ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนด้วย
“เอ่อๆ จะไปดูให้ รอแป๊บแล้วกัน”
เอกพลรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเพื่อน จึงไม่คิดจะเซ้าซี้อีก ตอบรับกลับไปแต่โดยดี ก่อนที่จะวางสายกันไป
๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔