บทที่2
ฟื้นสติ
ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามาภายในร่างกายหลี่หยุนััได้ว่าจิตสำนึกของตนเองกำลังล่องลอยอยู่ภายในความมืดมิด
ความรู้สึกทั่วทั้งร่างกายของเขาในยามนี้เต็มไปด้วยความเ็ปประสาทััทั่วทั้งร่างกายสั่นสะท้าน
แม้ว่าร่างกายของตนเองจะเ็ปเพียงใดแต่หลี่หยุนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ในขณะที่ร่างกายของตนเองลอยอยู่ท่ามกลางความมืดเขายังคิดภายในใจว่านี้คือความตายใช่หรือไม่
่เวลาและวันเวลาผ่านพ้นไปนานเพียงใดเขาไม่สามารถล่วงรู้หลังจากล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมาเป็เวลานาน
ความรู้สึกมากมายทั่วทั้งร่างกายของเขาค่อยๆกลับมาอีกครั้งประสาทััเริ่มชัดเจนมากขึ้นจนน่าประหลาดใจ
“ อันใดกันเหตุใดถึงรู้สึกความหนาวนิมัน.. ”หลี่หยุนไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง ภายในหัวของเขายังคิดว่าตัวของเขาตายไปแล้ว
เพียงแต่ว่าภาพที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็เพียงแค่ภาพแห่งความฝันที่ปรากฏขึ้นใน่วาระสุดท้ายของชีวิต
แต่ในยามนี้มันไม่ใช่ประสาทััของเขาเริ่มเด่นชัดมากขึ้นจนน่าประหลาดใจผู้ที่ควรจะถึงแก่ความตายแสดงความงงและสับสน
หลังจากนั้นไม่นานแสงสว่างมันก็ค่อยๆปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าเปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ
หลี่หยุนทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่ามัวก่อนที่มันจะค่อยๆชัดเจนมากขึ้นตามลำดับสิ่งแรกที่เขามองเห็นมันคือเพดานห้องที่ดูเก่าและทรุดโทรมเป็อย่างมาก
มันเป็เพดานไม้ที่ดูแล้วไม่คุ้นตาเขาไม่เคยเห็นฉากเบื้องหน้าที่เป็เช่นนี้มาก่อนเลยรู้สึกมึนงง
ดวงตาที่หนักอึ้งไม่ได้แตกต่างจากร่างกายที่มิสามารถขยับได้ในตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของเขาราวกับว่าโดนยึดตรึงติดอยู่กับบนเตียง
ทั่วทั้งร่างกายที่ได้รับาเ็สาหัสเพียงแค่ขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้นความรู้สึกปวดร้าวก็สั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย
หลี่หยุนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาและกำลังสับสนเขาพยายามจะยกแขนของตนเองขึ้นมาแต่เพียงแค่ยกแขนขึ้นมาขยับเพียงเล็กน้อยความรู้สึกนั้นก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายจนทำให้เขาต้องอุทานออกมา “ โอ๊ย!! ”
หลี่หยุนอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งความเ็ปนี้สั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย
ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวไปมาเพราะความเ็ป
“ อะไรกันเหตุใดร่างกายของเราถึง? ” เขาคิดภายในใจของตนเองอย่างสับสน
สถานที่แห่งนี้มันไม่ใช่โรงพยาบาลถ้าเขาไม่ได้ตายไปแล้วร่างกายของเขาก็ควรจะอยู่ภายในโรงพยาบาลสิ
แต่เมื่อมองดูในสถานที่แห่งนี้มันไม่ใช่ดวงตาของเขากวาดมองทัศนียภาพบริเวณรอบๆร่างกาย
แต่ว่าร่างกายนั้นจะไม่สามารถขยับได้แต่เพียงแค่ใช้ดวงตาของตนเองมองดูบริเวณรอบๆนั้นสามารถทำได้
ลองใช้ดวงตาของตนเองมองดูรอบๆสิ่งที่พบเห็นนั่นก็คือภายในสถานที่แห่งนี้เป็เพียงห้องแห่งหนึ่งที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก
มันเป็ห้องเก่าๆที่ดูทรุดโทรมฉากที่อยู่บริเวณรอบๆมันสุดแสนจะโกโรโกโสสถานที่แห่งนี้ไม่มีแววว่าจะเป็โรงพยาบาลเลยแม้แต่น้อย
มองดูเพียงแค่ครั้งเดียวก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็เพียงของเก่าๆที่ไม่ได้แตกต่างจากห้องเก็บของ
หลี่หยุนยิ่งมองดูสิ่งที่อยู่บริเวณรอบๆร่างกายของตนเองของเขายิ่งปรากฏความสับสนมากขึ้น ภายในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ไหนกันแน่
แม้จะเอ่ยถามภายในหัวของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่มันก็ไม่ใช่ว่าเขานั้นจะได้คำตอบ
หลังจากที่สติเริ่มกลับคืนมาหลายต่อหลายส่วนมันทำให้เขานั้นได้รู้สึกว่าภายในห้องแห่งนี้มันไม่ได้เพียงแค่เก่าและมีขนาดเล็กเท่านั้นแต่ภายในห้องแห่งนี้ยังมีอากาศร้อนชื้นแถมยังมีกลิ่นที่ไม่ดีนัก
หลี่หยุดนเองสับสนเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่อยู่บริเวณรอบๆและเกิดขึ้นกับตนเองคืออันใด
เมื่อยิ่งเห็นร่างกายของตนเองไม่สามารถขยับได้ร่างกายของตนเองมาอยู่ภายในสถานที่ที่แปลกประหลาดเช่นนี้เขายิ่งร้อนใจ
หลี่หยุนพยายามจะขยับร่างกายของตนเองเขากัดฟันแน่นพร้อมกับจะออกแรงดีดตัวขึ้นไป
แต่เมื่อลองทำการออกแรงดีดตัวขึ้นไป“ อ๊าก!!! ” หลี่หยุนส่งเสียงร้องออกมาอย่างเ็ปร่างกายทิ้งดิ่งลงไปด้านหลังล้มนอนลงไปกับเตียงอีกครั้ง
เมื่อครู่ออกแรงลุกขึ้นมาร่างกายของเขาสูงขึ้นจากเตียงเพียงแค่คืบเดียวและหลังจากนั้นร่างกายของเขาก็ร่วงลงมาอีกครั้ง
ความเ็ปที่สั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกายเขาไม่สามารถบรรยายออกมาได้แต่ถ้าเป็ความเ็ปขนาดนี้ราวกับว่าร่างกายหรือว่าอวัยวะภายในโดนฉีกขาด
เพียงแค่เขาดีดตัวขึ้นเล็กน้อยเพียงแค่นั้นมันก็เต็มกำลังแล้วก็ไม่สามารถอดทนต่อความเ็ปได้แล้ว
สุดท้ายแล้วตัวของเขาจำเป็จะต้องยอมกับความเ็ปนั้นและนอนลงบนเตียงอีกครั้งหลี่หยุนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าร่างกายของเขาในตอนนี้เป็อันใดเหตุใดหมายถึงาเ็มากขนาดนี้
แต่ในขณะที่เต็มไปด้วยความสับสนนั้นเองเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านนอกหลี่หยุนใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปตามเสียงที่ตนเองได้ยิน
หลังจากนั้นไม่นานนักประตูไม้เก่าๆที่เป็ประตูทางเข้าห้องได้ถูกดันเปิดเข้ามา
“ แอ๊ด!!! ” เสียงประตูไม้ถูกดันเปิดประตูไม้เก่าๆที่ผุพังถูกเลื่อนเข้ามาบริเวณด้านในก่อนที่จะมีร่างของสตรีผู้หนึ่งทำการก้าวเท้าเข้ามาภายในนี้
ร่างของสตรีผู้หนึ่งทำการก้าวเท้าเข้ามาบริเวณด้านในห้องนางเป็สตรีผู้งดงามที่หลี่หยุนมองเห็นก่อนหน้านี้
ภาพของนางยังคงตราตรึงอยู่ภายในหัวของเขาในยามนี้มองเห็นหน้าปรากฏกายออกมาเป็สตรีที่มีใบหน้าที่งดงามจริงๆนางสวมใส่ชุดสีดำที่เป็รูปแบบสมัยก่อนราวกับว่าหลุดออกมาจากภายในหนังหรือซีรีย์เื่ใดเื่หนึ่ง
ซินซินก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องพร้อมกับถังน้ำภายในมือดวงตาของนางมองตรงไปยังร่างของหลี่หยุนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงขนาดหนึ่งคนนอน
ถ้ามองเห็นว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าได้สติถังน้ำภายในมือของนางถูกปล่อยลงไปจากมือ“ ปั้ง!!!! ”
ถังน้ำตกกระแทกลงกับพื้นน้ำที่ถูกบรรจุภายในนั้นกระจายเกลื่อนกลาดซินซินไม่ได้สนใจของเ่าั้เลยสักนิดนางวิ่งตรงเข้าไปหาผู้เป็นายอย่างรวดเร็ว
ยามที่วิ่งเข้าไปถึงบริเวณข้างเตียงร่างกายของนางทรุดต่ำลงคว้าจับมือของหลี่หยุนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอันปิติยินดี“ ในที่สุดท่านประมุขก็ฟื้นแล้ว!!!! ”
นางยิ้มออกมาด้วยความยินดีนางใช้แก้มของตนเองยื่นเข้ามาัักับความมือของหลี่หยุน
หลี่หยุนที่ร่างกายนอนนิ่งไม่สามารถขยับได้เขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดวงตากระพริบปิดๆอย่างสับสน
ก่อนที่เขาจะเริ่มััได้ว่ามีน้ำบางอย่างไหลมาัักับฝ่ามือของเขาเมื่อลองใช้ดวงตามองดู
น้ำตาไหลนองออกจากบริเวณดวงตาที่งดงามบนใบหน้าของแม่นางผู้นี้แล้วมันเองก็กำลังไหลมาโดนฝ่ามือของเขา
ซินซินในขณะที่นางกำลังใช้ใบหน้าลูบไปมาที่มือของหลี่หยุนนางเองก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ “ นานมากจริงๆนานมาก!!!ท่านหลับไปตั้งหนึ่งปีเต็มๆในที่สุดท่านก็ฟื้นขึ้นมาสักที ”
“ ข้ารอท่านมาโดยตลอด ”นางพูดออกมาภายในน้ำเสียงนั้นมีทั้งความปิติยินดีและมีทั้งความโศกเศร้าปะปนกันไปในขณะเดียวกัน
หลี่หยุนยิ่งรู้สึกประหลาดใจเข้าไปใหญ่ดวงตาของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความมึนงง
เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดมันเกิดอะไรขึ้นเขาไม่รู้จักกับสตรีผู้ที่อยู่เบื้องหน้าแม่นางผู้งดงามผู้นี้เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“ ท่าน…. ” หลี่หยุนเปล่งเสียงออกมาอย่างแหบแห้งภายในลำคอของเขาขาดน้ำเป็เวลานานจนตอนนี้แห้งเหือดไม่ต่างจากทะเลทราย
ซินซินที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงนางเงยหน้าของตนเองขึ้นมาแววตาที่งดงามของนางจ้องมองตรงมาที่ประมุขที่อยู่เบื้องหน้า “ ท่านประมุข.. ”
หลี่หยุนได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นยิ่งรู้สึกสับสนเขาคิดภายในใจของตนเองอย่างประหลาดใจ“ นางเรียกตัวของเราว่าท่านประมุขหมายความว่าอย่างไร… ”
ซินซินยื่นใบหน้าของตนเข้ามาก่อนที่นางจะพูด“ ลืมข้าแล้วอย่างนั้นหรือเ้าคะท่านประมุขข้า ซินซินอย่างไรเ้าคะ!!! ”
“ ซินซิน… ” หลี่หยุนจ้องมองผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างตาไม่กระพริบ
ในตอนนี้แววตาทั้งสองข้างของเขาค่อยๆเบิกกว้างขึ้นทีละนิดชิ้นส่วนความทรงจำและก็เื่ราวทุกอย่างที่อยู่ภายในหัวของเขาเริ่มประติดประต่อเข้าหากัน
ทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกเจ็บศีรษะของตนเองขึ้นมาอย่างทันควันเรากลับว่าตอนนี้ภายในหัวของเขามีหลายอย่างเข้ามาทิ่มแทง
หลี่หยุนที่กำลังนอนอยู่ส่งเสียงกรีดร้อง“ โอ๊ย!!!! ”
ร่างกายของเขาที่กำลังนอนอยู่บนเตียงดิ้นไปมาอย่างทรมานซินซินที่อยู่ข้างกายเต็มไปด้วยความกังวล
หลี่หยุนดิ้นไปมาเช่นนั้นอยู่ประมาณ2-3 ลมหายใจก่อนที่เขาจะหยุดลง ร่างกายของเขาค่อยๆหยุดลง
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความตกตะลึงเมื่อคู่ความรู้สึกที่ราวกับว่าหัวสมองจะะเิออกมามันปรากฏขึ้นมาเพียงคู่หนึ่ง
ทว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่ความรู้สึกเ็ปเท่านั้นที่ปรากฏขึ้นมาภายในหัวของเขาเพราะว่าในขณะที่ความเ็ปนั้นปรากฏขึ้นมาภายในหัวของเขา
ความทรงจำมากมายที่เกิดขึ้นความทรงจำที่ตัวของเขาไม่เคยเห็นมาก่อนมันไหลเข้ามาภายในหัวของเขาหลอมรวมกายเป็หนึ่งปะติดปะต่อการเป็เื่ราว
เพราะแบบนั้นในไม่กี่วิก่อนหน้านี้ที่ความเ็ปนั้นแทรกแซงเข้ามาภายในหัวของเขาหลี่หยุนกำลังนอนอยู่บนเตียงก็ตระหนักรู้ถึงความจริงบางอย่าง
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ“ อันใดกัน? ความทรงจำเ่าั้? ”
เขาได้รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของเขามันเป็ความจริงที่เขาไม่อยากจะเชื่อ
“ นี่มันร่างกายจอมมารหลี่หยุน… ” หลี่หยุนกล่าวกับตนเองภายในใจอย่างตื่นตระหนก
จบบท