45 | พี่คงต้องเชื่อตามหลักฐานและเหตุผล
วันรุ่งขึ้นเพลงพนัสกับทอรุ้งรีบมาสแตนด์บายที่ยูโดซัน ทอรุ้งหักข้อนิ้วกร๊อบ ๆ เตรียมคิดบัญชีกับปลาคาร์พเต็มที่ หมายมั่นปั้นมือว่ายังไงวันนี้ก็ต้องเฉดหัวนักเรียนสาวร่วมสถาบันให้กระเด็นไปจากที่นี่ให้ได้ แต่สำหรับเพลงพนัสแล้ว เธอไม่หวังอะไรมาก แค่เมื่อคืนคุณแสนย์กลับคอนโดอย่างปลอดภัยก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว หากจะมีเรื่องพิเศษ ก็หวังเพียงให้เขากับโคชโอห์มมองเห็นความดีของเธอกับทอรุ้งบ้าง เลิกสงสัยว่าเธอสองคนเป็นสปายเสียที
ครั้นประตูกระจกถูกผลักเปิดเข้ามา เพลงพนัสก็ถึงกับอึ้งตะลึงค้าง ชัชแสนย์ในชุดยูโดสีขาวก้าวเข้ามาโดยมีปลาคาร์พเกาะแขนเดินมาด้วยไม่ห่าง
“พี่แสนย์...” ทอรุ้งร้องเสียงแหลม “ทำไมมากับมันล่ะคะ”
ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวตัวเล็กข้างกาย “พอดีว่าน้องปลารถเสียน่ะ พี่เลยแวะรับมาโรงเรียนด้วยกัน”
ทอรุ้งถลึงตาใส่ปลาคาร์พ
“ตอแหล!”
“น้องรุ้ง!”
กลายเป็นว่าถูกชัชแสนย์ปรามเสียอีก ทอรุ้งรีบพูดต่ออย่างร้อนรน
“พี่แสนย์จะดีกับมันทำไม เมื่อคืนมันเกือบจะข่มขืนพี่อยู่แล้วนะ ถ้าไม่ได้ยายเพลงไปช่วยออกมา พี่เสร็จนังปลาปีศาจนี่ไปแล้ว”
นักเรียนยูโดสายเขียวหันไปทำเสียงออดอ้อนเมื่อพูดกับชายหนุ่ม
“เห็นไหมคะพี่แสนย์ ปลาบอกแล้วว่าพี่รุ้งกับพี่เพลงจะต้องว่าปลาแบบนี้ เมื่อคืนที่ปลาบังเอิญเจอพี่ที่ไนต์คลับ ตอนนั้นพี่เมามาก ปลากลัวว่าพี่จะกลับเองไม่ไหวเลยพาพี่กลับ แต่ถึงจะรู้ว่าคอนโดของพี่อยู่ที่ไหน แต่ปลาไม่รู้ชั้น ไม่รู้ห้อง ไม่มีคีย์การ์ดหรืออะไรเลย เลยตัดสินใจพาพี่มาพักที่ห้องของปลาก่อน ส่วนปลาก็จะไปนอนกับเพื่อนแทน แต่ไม่นึกเลยว่า...”
คนเล่าทำเสียงสะอึกสะอื้น
“ไม่นึกเลยว่า จู่ ๆ พี่เพลงก็บุกมาทำร้ายร่างกายปลา พังห้อง พังข้าวของของปลาหมด หาว่าปลาล่อลวงพี่มาข่มขืน พี่แสนย์คะ ปลาไม่รู้จะทำยังไง ถ้าพี่เพลงยังเป็นแม่บ้านอยู่ที่นี่ ลำพังตัวปลาเองปลาอดทนได้ แต่เป็นห่วงน้อง ๆ กลัวว่าวันหนึ่งพี่เพลงเกิดอาละวาดทำร้ายร่างกายใครแบบนี้อีกจะทำยังไงล่ะคะ”
เพลงพนัสร้อนวูบวาบในช่องอก ยายน้องปลากำลังยุให้เขาไล่เธอออกหรือนี่ ยังมีอีกข้อที่เพิ่งสังเกตเห็น ในขณะที่เธอใช้รองพื้นปกปิดร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้า แต่ปลาคาร์พกลับติดปลาสเตอร์เสียเต็มตัว แค่มัดมือกับเอากางเกงในครอบหัว ไม่เห็นจะเจ็บสาหัสขนาดนั้นเสียหน่อย
“คุณเพลง คุณจะว่ายังไง” เขาหันมาทางเธอบ้าง
“ไม่จริงเลยค่ะ เมื่อคืนตอนฉันไปที่ห้องน้องปลา คุณแสนย์หลับหมดสติอยู่บนเตียง เสื้อก็ถูกถอด กางเกงก็ถูก...”
พูดยังไม่ทันจบ คู่กรณีก็แทรกเสียงแหลม
“ก็ฉันอยากให้พี่แสนย์นอนพักสบาย ๆ นี่ เธอนั่นแหละมั่วเองหาว่าฉันจะข่มขืนเขา พี่แสนย์เป็นครูของฉันนะ ฉันจะทำแบบนั้นกับเขาได้ยังไง เธอจงใจหาเรื่องใส่ร้ายฉันเพราะโกรธที่ฉันเปิดโปงว่าเธอเป็นสปายใช่ไหมล่ะ ที่นัดเจอกับนายโชติวันนั้นยังไม่เคลียร์เลยนะ”
เพลงพนัสได้แต่อึ้งตะลึง ทอรุ้งจึงตอบโต้แทนเธอ
“พี่แสนย์อย่าไปเชื่อมันนะ เมื่อคืนเพลงไปช่วยพี่ออกมาจริง ๆ รุ้งเป็นพยานได้ เพลงยอมเจ็บตัวสู้กับยายนี่ แบกพี่ขึ้นหลังมาส่งถึงคอนโด เช็ดตัวให้ เช็ดอ้วกให้ เตรียมของแก้เมาให้ตั้งมากมาย พี่จะหลงเชื่อคำพูดเน่า ๆ ของยายปลาเน่า แล้วมาปรักปรำคนดีอย่างเพลงไม่ได้นะคะ”
ปลาคาร์พเท้าสะเอวข้างหนึ่ง เอียงคอ ตาวาววับ
“งั้นฉันขอถามหน่อย แกสองคนรู้จักคอนโดของฉันกับพี่แสนย์ได้ยังไง”
ทอรุ้งตอบทันที “ก็เพลงเป็นแม่บ้าน มีหน้าที่เก็บเอกสารพวกประวัตินักเรียนด้วย จะรู้ข้อมูลของนักเรียนบ้างก็ไม่เห็นแปลก”
“งั้นคอนโดพี่แสนย์ล่ะ พวกแกรู้ได้ไง แม่บ้านเก็บประวัติของนักเรียนก็จริง แต่ประวัติของโคชไม่ได้มีเก็บไว้ด้วยนี่ แล้วรู้ได้ยังไงว่าคอนโดพี่แสนย์อยู่ที่ไหน ชั้นอะไร ห้องอะไร หรือพี่แสนย์เคยพายายสองคนนี้ไปที่ห้องเหรอคะ”
ประโยคสุดท้าย ปลาคาร์พหันไปหาชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็ตอบคำถามเสียงเรียบไร้อารมณ์
“ไม่ครับ ไม่เคย และไม่เคยบอกให้รู้ด้วย”
เพลงพนัสผู้ยืนฟังอย่างสงบเสงี่ยมจึงมีอันต้องลอบสบตากับทอรุ้ง หากว่ากันตามจริง ที่รู้จักคอนโดของเขาก็มาจากตอนเป็นนักสืบไซเบอร์ ขุดคุ้ยประวัติเขาทางอินเทอร์เน็ตเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลแบบนี้พูดไปไม่ได้เป็นอันขาด
“ว่าไงล่ะ แก้ตัวกันไม่ออกเลยละสิ” ปลาคาร์พเชิดหน้าท้าทายแล้วหันไปทางชายหนุ่ม “พี่แสนย์คะ ผู้หญิงคนนี้ทั้งใช้ความรุนแรง ทั้งเกี่ยวข้องกับนายโชติ แล้วยังแอบสืบข้อมูลพี่ลับ ๆ จนสามารถบุกถึงตัว เข้าห้องของพี่ได้ด้วย อันตรายขนาดนี้ปลาว่าเอาไว้ไม่ได้แล้วนะคะ”
ชัชแสนย์มีสีหน้าเคร่งขรึมคล้ายครุ่นคิดบางอย่าง เพลงพนัสหลบตาวูบกลัวว่าเขาจะไล่เธอออกจริง ๆ ส่วนทอรุ้งฮึดฮัด หันมาป้องปากกระซิบกระซาบ
“เพลง แกมีหลักฐานอะไรบ้างไหม คลิป รูป อะไรก็ได้”
หญิงสาวกระซิบกลับ “ไม่มีว่ะแก เมื่อคืนมัวแต่ช่วยคุณแสนย์หนี ไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย”
เพื่อนสาวถอนใจอย่างอึดอัด หันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มโดยตรง
“พี่แสนย์คะ รุ้งถามจริงเถอะ พี่เชื่อคำพูดของยายปลาคาร์พเหรอ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับพี่บ้าง ไม่รู้ตัวเลยเหรอคะ”
เพลงพนัสกระตุกแขนเสื้อยูโดของเพื่อนสองสามที เพราะท่าทางและคำพูดของทอรุ้งชักจะก้าวร้าวมากขึ้นทุกทีแล้ว
ส่วนชัชแสนย์ยังคงมีสีหน้านิ่งสงบ ตอบเรียบ ๆ เพียงว่า “พี่คงต้องเชื่อตามหลักฐานและเหตุผลนะน้องรุ้ง เพราะเมื่อคืนพี่หลับสนิทจริง ๆ ไม่รู้ตัวเลย”
คำตอบสุดท้ายออกมาแบบนี้ เพลงพนัสก็ได้แต่ยืนอึ้งไม่ต่างกับเพื่อนสาวข้างกาย อับจนคำใดจะพูดอีก
ปลาคาร์พเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ เอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวานกับชายหนุ่ม
“แล้วเรื่องหาแม่บ้านคนใหม่ จัดการซะวันนี้เลยดีไหมคะพี่แสนย์”
“ไม่นะ พี่แสนย์ พี่จะทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ” ทอรุ้งรีบพูดแทรกเหมือนกลัวว่าชายหนุ่มจะตอบตกลงเสียก่อน แต่เขายังนิ่งอยู่ จึงหันไปสะกิดเพื่อนบ้าง “เพลง แกพูดอะไรหน่อยสิ”
เพลงพนัสเรียบเรียงสิ่งที่คิดอยู่ในใจจนมั่นใจแล้ว ก็สบตาชายหนุ่มผู้เป็นนายจ้างและเจ้าของโรงเรียน ตอบสั้น ๆ เพียงว่า
“แล้วแต่คุณแสนย์เถอะค่ะ”
ทอรุ้งถึงกับผงะ “เฮ้ย จะบ้าเหรอ ทำไมพูดแบบนี้”
เพลงพนัสไม่ได้ตอบอะไร ยังคงสบตาชายหนุ่มอยู่เช่นเดิมราวจะบันทึกไว้เป็นภาพความทรงจำ หากวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ได้พบกันจริง ๆ
แล้วชัชแสนย์ก็เอ่ยถามว่า “คุณไม่อยากเป็นแม่บ้านที่นี่แล้วเหรอ”
“อยากสิคะ ฉันยังรักยูโดซัน รักทุกคนที่นี่ แต่ถ้าอยู่แล้วกลายเป็นตัวปัญหา เพิ่มเรื่องให้คุณต้องหนักใจมากขึ้นอีก ฉันไปก็ได้ค่ะ แต่ยังไงก็ขอยืนยันอีกครั้งว่า ฉันไม่ใช่สปายและไม่เกี่ยวข้องกับเดอะไฟเตอร์เลยสักนิด นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันจะขอให้คุณเชื่อ”
เพลงพนัสพูดจากใจ ไม่ได้สนใจทอรุ้งที่เขย่าแขนยิก ๆ หญิงสาวรู้ว่าเขาต้องแบกรับความวุ่นวายจากเรื่องที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน ที่ไปดื่มหนักเมื่อคืนจนเกือบเกิดอันตรายแก่ตัวก็เดาได้ว่าเป็นเพราะเครียดอย่างหนัก ถึงแม้จะไม่อาจรับฟังเขาระบายได้ ไม่อาจช่วยแก้ปัญหาหรือช่วยจับสปายได้ แต่ถ้าการที่เธอหายไปจะลดภาระให้เขาได้ เธอก็ยินดีทำ
ทว่าเจ้าของเบาะยูโดซันซึ่งสบตาเธอนิ่งก็เอ่ยเรียบ ๆ
“ถ้าคุณยังรักที่นี่ ก็อยู่เถอะ”
ปลาคาร์พดูจะไม่พอใจ แต่เมื่อชายหนุ่มชวนไปเตรียมตัวฝึกซ้อมก็ยอมเกาะแขนตามไปแต่โดยดี สุดท้ายเพลงพนัสก็ทำได้แค่มองสองคนนั้นเดินกะหนุงกะหนิงจากไปเหมือนเรื่องเมื่อคืนเป็นแค่ฝันร้ายของเธอฝ่ายเดียว
“อะไรวะ ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ”
ทอรุ้งสบถแล้วบ่นพึมพำ ดูจะหัวเสียจนแทบจะถอดชุดยูโดทิ้ง ร่ำร่ำว่าจะโดดซ้อมเสียเลย เพลงพนัสได้แต่เห็นใจ ลูบไหล่เพื่อนให้คลายจากความขุ่นข้องหมองใจ แม้หัวใจเธอยามนี้จะบู้บี้บิดเบี้ยวเหมือนขวดน้ำพลาสติกที่พอเขาดื่มหมดก็ขยำ ปาทิ้งลงถังขยะ แต่เธอก็ยังยินดีที่จะยิ้มและปลอบเพื่อน
“ไม่เป็นไรแก ต่อให้ฉันรู้ก่อนล่วงหน้าว่าสุดท้ายจะต้องลงเอยแบบนี้ เมื่อคืนฉันก็ต้องไปช่วยคุณแสนย์อยู่ดี”
***ลง 60% ของเรื่อง หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
ความรู้สึกว่าตัวเองเหมือนขวดน้ำ ที่พอเขากินเสร็จก็ขยำ ปาทิ้งลงถังขยะ นี่มันคงแย่สุด ๆ เลยเนอะ
เอาใจช่วยให้ลูกไม้เข้มแข็ง จะได้ฟาดนังปลาคาร์พกลับสักดอกสองดอก ฮึ่มมม