....หมอปีศาจ
คือเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวในการเดินทางครั้งนี้ของพวกเขา
ชีวิตของจ้าวห่าวหลินล้วนผูกติดกับการเดินทางครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่อาจล้มเหลวได้
จ้าวห่าวหลินกุมหน้าอกตัวเองเหม่อลอยแม้ว่าตอนนี้พิษที่อยู่ภายในร่างของเขาจะยังคงสงบแต่เขารู้ดีว่ามันยังอยู่ในนั้นความเ็ปทรมานเจียนตายทุกครึ่งปีที่เขารู้สึกไม่ใช่เพราะจิตหลอน
เขารู้ดีมันยังอยู่ อยู่ในตัวเขา!
เป่ยเฉิงโหวไม่ได้นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นหมอหลวงของต้าโจวหรือหมอเลื่องชื่อทั่วใต้หล้าล้วนถูกเชิญมาที่จวนแล้วแทบทั้งสิ้นแต่ไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่สามารถสัมผัสได้ถึงมัน มันที่อยู่กับเขามานานกว่าสิบปีข่าวการตามหาหมอเลื่องชื่อมากฝีมือของเขาโด่งดังไปทั่วต้าโจวไม่มีใครไม่รู้ว่าเขาเป็ตัวไร้ประโยชน์ขี้โรคร่างกายอ่อนแอพิษนี้ราวกับไม่เพียงแค่ทรมานร่างกายของเขาแต่กัดกร่อนจิตใจของเขาไปด้วย
ทุกความหวังและความทะเยอทะยานที่เขามีค่อยๆ มืดดำราวกับแสงของวันพรุ่งนี้จะหายไปได้ทุกเมื่อ
มีหมอหลายคนกระจายข่าวว่าเขาเป็บ้าไปแล้วคิดว่าตัวเองป่วย
และเขาคงเชื่อคำพูดของพวกหมอเถื่อนเ่าั้แล้วหากไม่ใช่เพราะเ้าสำนักเต๋าคอยใช้วิชาสะกดจุดเส้นลมปราณคอยยื้อชีวิตของเขาไว้ทุกหกเดือนเขาทนรับความเ็ปเหลือทนกัดฟันสู้เพื่อยื้อชีวิตตัวเองไว้
ข้าจะยอมจำนนต่อ์ได้อย่างไรในเมื่อความแค้นของข้ายังคงอยู่ และสักวันข้าจะตอบแทนพวกมันคืนเป็ร้อยเท่าพันเท่าให้มันวอดวายเช่นเดียวกับชีวิตข้า
ยิ่งโกรธแค้นอัดแน่นมากเท่าไรความเ็ปก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนเขาแทบกระอักเืออกมา
บัดซบชีวิตของข้าต้องฝากไว้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็ใครเนี่ยนะ?
ไม่มีใครรู้ว่าหมอปีศาจแท้จริงแล้วเป็ใครมีข่าวลือบอกว่าแท้จริงแล้วหมอปีศาจตายไปแล้วและคนที่รับหน้าที่แทนตอนนี้เป็ลูกศิษย์ของนางเป็แม่นางน้อยคนหนึ่งที่นิสัยประหลาดไม่ต่างกับอาจารย์นัก
นางมักปรากฏตัวอย่างไม่คาดคิดสวมชุดสีขาวสะอาดราวหิมะคลุมด้วยผ้าคลุมสีแดงราวกับเืประดับขนจิ้งจอกขาวและมักสวมหน้ากากจิ้งจอกขาวปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งเห็นแค่ริมฝีปากสีแดงดังอิงเถา
ข้างกายของนางมีผู้ช่วยอยู่คนหนึ่งสวมชุดสีดำราวกับรัตติกาลหน้ากากสีดำปิดบังใบหน้า
พวกนางมักเดินทางไปมาอย่างไร้ร่องรอยไม่อาจคาดเดาทิศทางได้
ไม่มีใครรู้ว่าทำไมนางจึงต้องปิดบังตัวตนและไปมาอย่างไร้ร่องรอยแต่ชื่อเสียงของนางเป็ของจริงเพียงแค่เหลือลมหายใจอยู่นางก็สามารถยื้อชีวิตจากปรโลกกลับมาได้
อยากรู้นักว่าภายใต้หน้ากากนั่นจะเป็แม่นางแบบไหนกัน?
จ้าวห่าวหลินสะกดความพุ่งพล่านในอกมือหนากดแน่นบนอกหวังให้คลายความเจ็บลง เขาลุกขึ้นปิดหน้าต่างห้อง จุดกำยานกลิ่นหอมของกำยานผสมสมุนไพรหลายตัวที่ช่วยบรรเทาความเ็ปของพิษและทำให้หลับสนิท
ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างมองเพดานห้องสะกดกลั้นความเ็ปในอก
เขาอยู่กับมันมานานหลายสิบปีแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยรู้สึกคุ้นชินกับความเ็ปนี้เลยแม้แต่น้อย
โชคชะตา....
หึ! น่าขำนัก์้าชีวิตข้าแล้วข้าต้องยอมจำนนอย่างนั้นหรือไง?
ไม่น่าขำเกินไปหน่อยเหรอเหตุใดมีแค่ข้าที่ชีวิตบัดซบเฮงซวยคนเดียวแต่ทำไมพวกชั่วนั้นถึงได้มีชีวิตที่ดีสุขสบาย
หากท่าน้าให้มันมีความสุขและโยนทุกข์ให้ข้าข้าก็จะทำทุกทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาบัดซบนี้ได้ให้
เสียงภายในห้องคอยๆ เงียบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ
อาหลางแง้มเปิดหน้าต่างดูภายในห้องก่อนะโใช้วิชาตัวเบาเข้าไปภายในห้องลูกน้องอีกสองคนติดตามเข้ามา
“พวกเ้าสองคนรีบพาตัวกลับไปและรีบพาคุณหนูไปเสียั้แ่ตอนนี้ อย่าได้ล่าช้า ข้าจะถ่วงเ้าพวกนี้ไว้เอง”
“ขอรับลูกพี่”ลูกน้องคนหนึ่งแบกจ้าวห่าวหลินขึ้นหลัง ไม่นานทั้งสองก็ใช้วิชาตัวเบาหนีออกจากห้องพักไปอย่างว่องไว
อาหลางเดินไปยังห้องชั้นนอกรินน้ำชาและจิบดื่มอย่างสบายอารมณ์ทอดสายตามองไปยังประตูห้องราวกับ้ารออะไรบางอย่าง
ไม่นานเสียงความวุ่นวายในโรงเตี๊ยมก็ดังขึ้น
อาหลางไม่ขยับแต่ยิ้มเยาะถูกใจ...ขอข้าดูเสียหน่อยสิ ว่าพวกเ้าจะเก่งจริงหรือแค่หลอกข้า
ด้านล่างโรงเตี๊ยม
เหล่าชายชุดดำที่คอยคุ้มกันจ้าวห่าวหลินะโลงมาจากชั้นสองอย่างว่องไวโรงเตี๊ยมแห่งนี้ถูกพวกเขาเหมาไว้ทั้งหมดแล้วจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมีคนอื่นมาเข้าพักในยามนี้ นอกจากจะเป็พวกผู้ไม่หวังดีเท่านั้น
กลุ่มคนที่เข้ามาใหม่มีด้วยกันกว่ายี่สิบคนเห็นจะได้และดูจากพลังยุทธขั้นต่ำคาดว่าน่าจะเป็เทียนหยวนขั้นหกขั้นเจ็ด
หวงหยุนซานเป็หัวหน้าผู้คุ้มกันในคณะนี้มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อยระดับเทียนหยวนขั้นหกขั้นเจ็ด นับว่ามีหน้ามีตาแม้แต่ในดินแดนเซียนด้วยซ้ำ
การที่จอมยุทธระดับนี้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่หมายความว่าเื้ัของคนเหล่านี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
การเดินทางในครั้งนี้ของจ้าวห่าวหลินล้วนเป็ความลับมีคนเพียงไม่มากนักที่รู้เื่การเดินทางจำนวนผู้ติดตามหากไม่นับอี้โยวและจ้าวห่าวหลิน ก็มีเพียงพวกเขาห้าคนเท่านั้น
ห้าต่อยี่สิบไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับพวกเขาแต่ว่าหากตรึงกำลังไว้ที่นี่ก็เท่ากับไม่มีคนคุ้มกันความปลอดภัยของเ้านายบนชั้นสาม
“ต้านพวกมันเอาไว้จนกว่าท่านอี้โยวจะออกมา”หวงหยุนซานมองไปทางน้องเล็ก “ลิ่วเย่ เ้าไปปลุกท่านอี้โยว”
หลงลิ่วเย่สะดุ้งหันกลับไปมองหวงหยุนซานอย่างไม่แน่ใจว่าตนฟังผิดหรือไม่?
พวกเขาทุกคนรู้ดีกว่าอี้โยวเป็ผู้คุ้มกันพิเศษที่ถูกส่งมาคอยดูแลปกป้องนายน้อยที่แม้แต่นายน้อยก็ไม่อาจสั่งได้ อีกทั้งยังไม่รับงานนอกเวลา่กลางคืนอีกต่างหาก
ครั้งล่าสุดมีคนไปปลุกท่านอี้โยวกลางดึกโดนกระทืบปางตายมาแล้ว... ให้ตายนี่มันอันตรายกว่าสู้หนึ่งต่อห้ากับเ้าพวกนี้เสียอีก
คนอื่นอีกสามคนได้ยินคำสั่งของหวงหยุนซานก็พยักหน้าให้กำลังใจหลงลิ่วเย่กันทันทีและเตรียมรับมือกับผู้บุกรุกด้วยท่าทางขึงขังไม่กล้าเกียจคร้านแม้แต่น้อยด้วยกลัวว่าหากชักช้าตนเองอาจจะถูกส่งขึ้นไปแทนก็เป็ได้
“สั่งเสียกันจบหรือยัง”
หวงหยุนซานไม่มีเวลามาสั่งอีกครั้งตวัดไล่หลงลิ่วเย่ไปข้างหลังและประจัญหน้ากับกลุ่มผู้บุกรุกพร้อมกับอีกสามคน
“พวกเ้าเป็ใครใครส่งพวกเ้ามา?”
“คนตายไม่ต้องรู้ชื่อ”
คำพูดตามมาตรฐานของเหล่าจอมยุทธจบลงการปะทะก็เกิดขึ้นตามมาทันที
สี่ต่อยี่สิบหรือหนึ่งต่อห้าเริ่มต้นขึ้น
หลงลิ่วเย่รีบพุ่งะโเกาะขึ้นไปชั้นสองและตวาดตัวตีลังกาขึ้นไปยังชั้นสามผ่านทางระเบียงเพื่อความรวดเร็วไม่นานก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องของอี้โยว
“ท่านอี้โยวขอรับแย่แล้วขอรับ นายน้อยกำลังตกอยู่ในอันตราย ขอร้องเถอะขอรับท่านช่วยตื่นขึ้นมาด้วย” หลงลิ่วเย่เคาะประตูด้วยความร้อนใจ
“นายท่าน”เสียงสั่นเทาดังขึ้นด้านหลังของหลงลิ่วเย่เขาหันกลับไปก็พบว่าเป็เ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ที่ยืนขาสั่นด้วยความหวาดกลัว
ให้ตายสิตอนแรกก็นึกว่าเทพแห่งโชคลาภมาจุติที่นี่ที่ไหนได้ข้าดันรับเทพแห่งหายนะเข้ามาแทนเสียได้ หมดกัน....พังหมดแล้วโรงเตี๊ยมของบรรพบุรุษข้า
หลงลิ่วเย่ไม่เข้าใจว่าเขาสู้กันเสียงดังขนาดนั้นจะออกมาทำอะไรข้างนอกนี่หรืออยากโดนลูกหลง ช่างเถอะ... หลงลิ่วเย่คว้าคอเสื้อเ้าของโรงเตี๊ยมเข้ามือ“เ้ารีบไปแจ้งทางการให้มาที่นี่เดี๋ยวนี้”
เ้าของโรงเตี๊ยมยังไม่อาจตั้งสติได้หลงลิ่วเย่ก็ตะคอกเสียงดังอีกครั้ง “ไปตามนายอำเภอกับมือปราบมาที่นี่เดี๋ยวนี้”
“ขอรับขอรับ ขอรับนายท่าน... ข้าน้อยจะรีบขอรับ ข้าน้อย...” หลงลิ่วเย่ี้เีฟังถีบก้นเ้าของโรงเตี๊ยมให้รีบออกไปเสียก่อนจะหันกลับมามองประตูห้องอี้โยวสูดหายใจลึกก่อนจะถีบเข้าให้อย่างแรงจนบานประตูกระเด็นออกไป
หลงลิ่วเย่ปัดม่านบังตาที่กั้นระหว่างส่วนหน้าและเตียงนอนออกเผยให้เห็นชายหนุ่มหัวล้านผิวดำคล้ำเสื้อผ้าชุดในหลุดลุ่ยนอนเอนกายอย่างสบายอารมณ์บนเตียงกว้าง
เสียงอึกทึกแว่วมาจากชั้นล่างเสียงดังทำให้หลงลิ่วเย่พูดไม่ออกร้องไห้ไม่ถูกขึ้นมา ....นายท่านเสียงดังเช่นนี้ท่านก็ยังหลับลงได้ ท่านเป็ผู้คุ้มกันอยู่หรือไม่ขอรับ
ไม่มีเวลาสนใจกฎห้ามปลุกแล้วตอนนี้เป็่เวลาเหตุฉุกเฉิน
หลงลิ่วเย่พุ่งขึ้นไปบนเตียงเขย่าตัวอี้โยวอย่างแรง“ท่านอี้โยวตื่นได้แล้วขอรับ ขอร้องเถอะนายท่านคนบุกเข้ามาในโรงเตี๊ยมเสียงดังเช่นนี้ ท่านยังหลับได้อีกหรือขอรับ”
“ข้าได้ยินแล้ว”คำตอบของอี้โยวทำให้หลงลิ่วเย่สบายใจ อย่างน้อยท่านอี้โยวก็ตื่นเสียทีก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินคำต่อมา “ขอเวลาข้าอีกเค่อ[1] ข้าขอนอนต่ออีกเค่อเดียวแล้วจะตามลงไป”
‘อีกหนึ่งเค่อ’ นี่ท่านยังจะนอนต่ออีกหรือขอรับหลงลิ่วเย่ได้แต่คิดในใจน้ำตาแทบจะไหลพราก หน้าสิ่วหน้าขวานความเป็ความตายท่านยังขอนอนต่ออีกหรือ
“ไม่ได้ขอรับตอนนี้พวกพี่หยุนซานสี่คนกำลังรับมือกับพวกผู้บุกรุกยี่สิบคนนายน้อย้าคนไปคุ้มกันนะขอรับ ท่านอี้โยวมีเพียงท่านที่จะคุ้มครองนายน้อยได้นะขอรับ”
“อืม...เช่นนั้นเ้าก็ไปสิ” อี้โยวปัดมือที่เขย่าตัวออกอย่างรำคาญพลิกตัวไปอีกด้านปิดกั้นการเจรจา
หลงลิ่วเย่ได้ยินคำพูดของอี้โยวก็แทบจะคุกเข่าลงไปร้องไห้เสียให้ได้
“ได้โปรดไว้ชีวิตพวกข้าน้อยด้วยเถอะขอรับหากนายน้อยเป็อะไรไปแม้แต่น้อย นายท่านจะต้องฆ่าพวกเราทั้งห้าคนเป็แน่”
“เฮ้อ...เ้าเป็ผู้หญิงหรือไง ร้องไห้ โวยวาย แล้วข้าจะต้องรอให้เ้าแขวนคอตายด้วยหรือไม่[2]”อี้โยวลุกขึ้นอย่างรำคาญใจ ท่าทางไร้ความกระตือรือร้นแม้แต่นิด
แต่อย่างน้อยการที่เขาลุกจากที่นอนก็ทำให้หลงลิ่วเย่ดีใจจนเนื้อเต้นรีบวิ่งไปคว้าชุดของอี้โยวมาเตรียมรอให้ชายหนุ่มสวมใส่ทันทีราวกับเป็บ่าวรับใช้ตัวน้อย ๆ
อี้โยวลงจากเตียงอย่างเกียจคร้านหลงลิ่วเย่กลัวชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจกลับไปนอนต่อก็รีบช่วยสวมชุดอย่างว่องไวก่อนจะลากชายหนุ่มออกจากห้องทันที
อี้โยวไม่ได้รีบร้อนเขาเดินทอดน่องไปตามระเบียงทางเดินระหว่างนั้นก็มองลงไปยังสถานการณ์เบื้องล่างที่ชั้นหนึ่งด้วยความสนใจ
สถานการณ์เบื้องล่างกำลังชุลมุนวุ่นวายพอสมควรจากการมองดูคร่าว ๆอี้โยวก็คาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายส่วนใหญ่อยู่ในระดับเทียนหยวนขั้นหกขั้นเจ็ดในโลกยุทธภพนั้นการฝึกฝนตนไม่ใช่เื่ง่าย
ระดับเทียนหยวนขั้นต้น1 – 3 อย่างน้อยก็เป็ศิษย์นอกของสำนักยุทธในดินแดนเซียนได้แล้วและเทียนหยวนขั้นปลายั้แ่ขั้นสี่ขึ้นไปก็นับเป็ศิษย์ในสำนัก
หากเป็ในโลกเบื้องล่างเช่นนี้ก็นับได้ว่าเป็แม่ทัพชั้นยอดหากเก่งกาจกว่านั้นก็จะเป็ระดับเทียนตัน แม้ว่าจะต่างกันเพียงระดับเดียวแต่เหล่าจอมยุทธที่อยู่ในระดับเทียนตันนั้นมีไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นจึงถูกเรียกว่ายอดฝีมือและหากเป็เทียนตันขั้นปลายก็ล้วนเป็ผู้าุโในสำนักแทบทั้งสิ้น
ขั้นสูงกว่านั้นคือกึ่งเซียนในปัจุบันตอนนี้เรียกได้ว่าเป็เพียงตำนานเล่าขานในอดีตกาลไปเสียแล้ว
“พวกนั้นเป็นักฆ่าจากสำนักัโลหิต”อี้โยวเอ่ยกับหลงลิ่วเย่ที่เดินตามหลัง
หลงลิ่วเย่มีสีหน้าใทันที“ท่านรู้ได้อย่างไงขอรับ”
อี้โยวเคาะหัวเด็กหนุ่มไปหนึ่งที“ระดับเทียนหยวนขั้นหกขั้นเจ็ดยี่สิบกว่าคนหากไม่ใช่แม่ทัพในกองทัพก็ต้องเป็คนของสำนักในดินแดนเซียนสำนักในดินแดนเซียนไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ไม่เดินทางเป็กลุ่มใหญ่”
หลงลิ่วเย่เข้าใจทันทีเขานี่มันโง่เสียจริง“กลุ่มที่สามารถรวมตัวทำเื่ชั่วเช่นนี้ได้ก็มีแค่สำนักัโลหิตที่เป็พรรคมารถูกขับออกจากดินแดนเซียนและรับจ้างฆ่าเท่านั้น”
อี้โยวหาวหนึ่งทีก่อนจะหิ้วหลังคอของหลงลิ่วเย่ขึ้นแกว่งตัวเขาออกไปนอกระเบียงลอยค้างกลางอากาศ“เอาละ ข้าจะไปจัดการธุระหน่อย เ้าก็ลงไปเล่นกับเ้าพวกนั้นเสียสิ”
พูดปุ๊บปล่อยปั๊บหัวใจหลงลิ่วเย่แทบร่วงลงตาตุ่ม รีบโคจรพลังใช้วิชาตัวเบาร่อนลงไปยังชั้นล่าง
หลังจาก‘ส่ง’ หลงลิ่วเย่ลงไปร่วมวงสนุกเรียบร้อยแล้ว อี้โยวก็ก้าวเดินไปทางห้องของจ้าวห่าวหลิน
ไม่ต้องเปิดออกก็รู้ว่าคนที่อยู่ภายในห้องตอนนี้ย่อมไม่ใช่เ้าน้องชายเ้าปัญหาที่เขาคอยดูแลมาตลอดหลายปีอย่างแน่นอน
อี้โยวใช้พลังตรวจสอบภายในห้องพบพลังที่แข็งแกร่งสายหนึ่งอยู่ภายในนั้นและไม่พบจ้าวห่าวหลินที่ควรจะอยู่เช่นกัน
ไม่ใช่ครั้งแรกที่จ้าวห่าวหลินโดนลอบสังหารแต่เป็ครั้งแรกที่เขาถูกลักพาตัวเช่นนี้
ทางเดียวที่จะรู้ก็คือถามเ้าคนที่รออยู่ในห้องให้รู้เื่
อี้โยวเปิดประตูเข้าไปอย่างไม่หยี่หระท่าทางออกจะเบื่อหน่ายและเกียจคร้านเสียมากกว่า พร้อมกับหาวออกมาหนึ่งที
“กลางดึกเช่นนี้เหตุใดไม่นอนเ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าหากนอนไม่พอจะมีรอยคล้ำใต้ตา”อี้โยวเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับอีกฝ่ายด้วยท่าทางสบาย ๆคว้ากาน้ำชามารินให้กับตัวเอง “กลางวันมีไม่ทักทาย แต่กลับมาหาตอนกลางคืน”
“ฮ่าๆๆๆ ท่านช่างน่าสนใจนัก”อาหลางคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องบุกเข้ามาอย่างร้อนใจและโวยวายตามหาเ้านายเสียอีกไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะนั่งลงจิบชากับเขาอย่างใจเย็นเสียได้ ช่างคาดไม่ถึง
“ข้าเป็คนเรียบง่ายยินดีรู้จักสหายใหม่ ๆ หากเ้าอยากรู้จักข้าค่อยกลับมาเยี่ยมเยือนที่นี่ใหม่ในตอนกลางวันดีหรือไม่?”
อาหลางคิดว่าอีกฝ่ายช่างน่าสนใจ“เ้าไม่ต้องไปตามหาเ้าชายน้อยที่ถูกพวกข้าพาตัวไปหรอกหรือ?”
อี้โยวมองอาหลางราวกับมองคนโง่“ข้าต้องรีบหรือ?”
“แล้วเ้าไม่รีบหรอกหรือ?”ต้องให้ข้าบอกด้วยหรือไง
“เ้าจะฆ่าเด็กนั่น...อืม ข้าว่าไม่นะ หากจะฆ่าปานนี้คงนอนจมกองเือยู่ที่นี่ไปแล้วไม่พาไปด้วยให้เปลืองข้าวสุกหรอก จริงไหม?”
อาหลางตบมือชื่นชอบ“ท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก ในเมื่อท่านไม่รีบก็อยู่ดื่มชากับข้าเสียก่อนดีหรือไม่ตอนเช้าพวกเราคอยแยกย้ายกันไป”
อี้โยวมองนิ่งดวงตาของชายหนุ่มลึกล้ำยากคาดเดาอารมณ์ “เ้าหนุ่ม มารดาเ้าไม่ได้สอนหรอกหรือว่าการขโมยของเป็สิ่งไม่ดี”
อาหลางปิดหน้าหัวเราะ“ท่านอา ข้ามิได้ขโมยของท่าน แค่มาเก็บกลับไปเท่านั้น”
“อ่า”อี้โยวทำหน้าใ “พอดีว่าคุณหนูของข้าชอบพอคุณชายน้อยนักข้าจึงตามมาเก็บกลับไปให้” อี้โยวยกชาขึ้นมาจิบ “หวังว่าท่านอาจะไม่ถือสาผู้น้อย”
อี้โยวนึกถึงสาวน้อยที่ยืนเคียงข้างเด็กหนุ่มตรงหน้าเมื่อตอนกลางวันก็พอจะเข้าใจเื่ราวทุกอย่าง ให้ตายสิ...ข้าก็บอกแล้วว่าเป็ชายชาตรีหน้าขาวล้วนอาภัพ เ้าเด็กนั่นก็ไม่เชื่อ
อี้โยวแสร้งถอนหายใจอย่างหนักใจ“ทำอย่างไรดีละ ข้าจะต้องพาเ้าหนุ่มนั่นไปส่งให้ถึงที่เสียด้วยเ้ามาขวางทางการค้าข้าเช่นนี้ ข้าก็เสียหายแย่”
อาหลางยิ้มด้วยท่าทางบ้าดีเดือด“ต้องโทษข้าแล้วท่านอา ข้าไม่รู้ว่าสินค้าชิ้นนี้เป็ของสำคัญของท่าน”อาหลางดื่มชาจนหมดจอกก่อนจะบีบจอกน้ำชาในมือจนแหลกเป็เม็ดทราย “หากท่านอยากได้ก็คงต้องใช้กำลังเสียแล้ว”
อี้โยวพยักหน้าเข้าใจ“สิ่งที่เ้าเอ่ยมาล้วนมีเหตุผล” อี้โยวหาวออกมาพร้อมปลดปล่อยพลังภายใน “เฮ้อ...ทำไมเ้าต้องทำให้ข้าลำบากใจนักนะ”
“รบกวนท่านอาแล้ว”
1เค่อต่อมา
“ท่านอี้โยวขอรับข้างล่างจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ” หลงลิ่วเย่เหวี่ยงประตูเปิดออกอย่างแรงสายตาของเด็กหนุ่มทอดมองร่างไร้ิญญาของอาหลาง บนพื้น “ท่านลงมือหนักเกินไปแล้ว”แล้วแบบนี้จะหาตัวนายน้อยเจอได้อย่างไรกัน
“ข้าไม่ได้ฆ่ามันฆ่าตัวเองตาย”
แค่เผลอหาวแว่บเดียวเ้าเด็กบ้านี่ก็อาศัยจังหวะกัดยาพิษในปากฆ่าตัวตายเสียได้...ยุ่งยากเสียจริง
หลงลิ่วเย่เป็คนฉลาดเพียงแค่ฟังน้ำเสียงหงุดหงิดของอี้โยวก็คาดเดาสถานการณ์ทั้งหมดได้ทันทีเลี่ยงได้ก็ไม่พูดถึงเสียดีกว่า
“พวกมันเป็ัโลหิตจริงด้วยขอรับส่วนหนึ่งโดนฆ่าตายจากการปะทะ อีกส่วนฆ่าตัวตายด้วยยาพิษ”หลงลิ่วเย่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยข้อสันนิษฐานของตนออกมา“ท่านคิดว่าเป็คนจากเมืองหลวงส่งมาหรือไม่ขอรับ”
“หากเป็เช่นนั้นในห้องนี้คงไม่ได้มีศพเดียว”อี้โยวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ยกน้ำเต้าขึ้นดื่มดับกระหาย“การลักพาตัวทั้งยุ่งยากทั้งวุ่นวาย อีกทั้งความเสี่ยงสูงคนที่จับเ้าเด็กนั่นไปได้ข่าวว่าเป็คุณหนูแสนสวย”
อี้โยวบุ้ยใบ้ไปทางอาหลางที่นอนตายอยู่เป็การบอกใบ้หลงลิ่วเย่ทำหน้ามึนงงแว่บหนึ่งก่อนจะตาโตอ้าปากค้าง
....แม่นางผู้นั้นช่างกล้ายิ่งนักถึงกับลักพาตัวนายน้อยกลับไป
หรือจะเป็หนี้ดอกท้อ[3] อืม...นายน้อยก็หน้าตาดีเสียด้วยสิ
ไม่นานหวงหยุ่นซานก็ขึ้นมาบนห้องพร้อมกับนายอำเภอจวิ้น
เพียงแค่ได้พบหน้าของอี้โยวชายชราผู้รับตำแหน่งนายอำเภอก็คุกเข่าลงต่อหน้าอี้โยวทันที
“ข้าน้อยสมควรตายข้าน้อยสมควรตาย”
อี้โยวไม่สนใจชายชราแต่หันหน้าไปทางหวงหยุนซานที่กำลังอึ้งอยู่เช่นกันก่อนหวงหยุนซานจะตั้งสติได้แนะนำตัวชายชราเบื้องหน้า
“ท่านอี้โยวขอรับท่านนี้คือฮั่วซิว เป็นายอำเภอแห่งอำเภอจวิ้นที่นี่”
“อ่า...ใต้เท้าอี้”นายอำเภอมองอี้โยวอย่างหวาดเกรงอำเภอนี้มักนิยมเป็จุดพักม้าระหว่างเดินทางจากเมืองเยี่ยนและเมืองโม่เสียนบ่อยครั้งเขาเองก็ได้พบคนใหญ่คนโตไม่น้อย แต่ว่าความกดดันของใต้เท้าอี้คนนี้ช่างน่ากลัวนัก
อี้โยวหันมองฮั่วซิวอย่างสนใจดูก็รู้ว่านายอำเภอผู้นี้ประจบคนใหญ่คนโตเสียจนเป็นิสัย “ข้าไร้แซ่”
ฮั่วซิวอ้าปากค้างทำตัวไม่ถูกทีเดียว
หากตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานหลงลิ่วเย่กับหวงหยุนซานคงจะหัวเราะเสียงดังกับท่าทางของฮั่วซิวแล้ว
“เรียกว่าท่านอี้โยว”หวงหยุนซานช่วยแก้สถานการณ์ “ไม่ต้องพูดมากหรอกท่านอี้โยวขี้รำคาญบอกเื่ที่ให้ไปจัดการกับท่านอี้โยวให้ทราบทั้งหมดก็พอ”
“อ่า...ขอรับ”เม็ดเหงื่อไหลอาบข้างแก้มของฮั่วซิว “คนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนในพื้นที่ขอรับจากจำนวนคนที่บุกเข้ามาจึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าพวกเขาจะต้องเดินทางเป็นขบวนใหญ่ข้าน้อยได้ให้เหล่ามือปราบไปสอบถามจึงได้ความว่าเมื่อไม่นานมีรถม้ากลุ่มหนึ่งเร่งรีบเดินทางกลางดึกทิศทางมุ่งหน้าไปทางเมืองเยี่ยนเป่ยขอรับ”“มีรถม้าทั้งหมดกี่คันกลุ่มคนประมาณเท่าไร?” หวงหยุนซานถามรายละเอียดเพิ่ม หากเดินทางไปเมืองเยี่ยนเป่ย ก็หมายความว่ามีโอกาสที่พวกนั้นจะไปทิศทางใดก็ได้ทั้งนั้นทั้งเขตใต้ เขตเหนือ หรือเขตตะวันออก หากเป็เช่นนี้ก็ยากที่จะค้นหา
“ขอรับมีรถม้าด้วยกันทั้งหมดสามคัน กลุ่มคนประมาณสามสิบกว่าคนขอรับเป็กลุ่มคนที่ไม่ทราบที่มาอย่างชัดเจน คาดว่าน่าจะเป็พ่อค้าจากต่างแคว้นขอรับ”
“ทำได้ดีมากไปได้”
“ขอรับท่านอี้โยวข้าน้อยขอตัวลา”
อี้โยวเกาหัวถอนหายใจ“ส่งคนล่วงหน้าไปสืบหาเส้นทางที่กลุ่มคนพวกนั้นเดินทางหากเร่งเดินทางเช่นนี้คาดว่าคงไม่หยุดพักและมุ่งหน้าด้วยความเร็วลองถามเส้นทางประตูเมืองทั้งหมดเพื่อหาเส้นทางที่เป็ไปได้พวกเราจะออกเดินทางกันทันทีหลังจากนี้อีกหนึ่งเค่อ”
หลงลิ่วเย่คิ้วกระตุกหนึ่งเค่ออีกแล้ว ....ไม่ใช่ว่าท่านจะกลับไปนอนต่อใช่หรือไม่
---------------------------------------------------
[1] 1 เค่อ เท่ากับ 3นาที
[2] หนึ่งร้องไห้สองโวยวาย สามขู่แขวนคอตายเป็วิธีการที่ผู้หญิงไร้เหตุผลมักใช้เรียกร้องความสนใจเพื่อให้อีกฝ่ายยอมตามใจ
[3] หนี้ดอกท้อหมายถึง ความผิดในการใช้เสน่ห์หลอกให้รัก หลอกเงิน และเื่ทางเพศ