5 ประสาคนเ้าคิดเ้าแค้น
“ตกลงคุณจะเอายังไงกับฉันกันแน่คุณภาสวร”เมื่ออดทนไม่ไหวสายน้ำผึ้งก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดันเพราะงานที่อีกฝ่ายร่างไว้ เธอแก้ไขเสร็จสิ้นไปั้แ่่บ่ายแล้วก็คิดว่าจะได้กลับไปนอนพักผ่อนเอาแรง ก่อนมารับเฌอเอมที่โรงแรม ทว่าจนป่านนี้…มองไปที่นาฬิกาบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยหกโมงเย็นไปแล้วเธอยังไม่ได้ออกจากออฟฟิศของอีตาภาสวรเฮงซวยเลย
สายน้ำผึ้งทำเสียขลุกขลักในลำคอเมื่อคำถามไร้คำตอบ คนถูกถามยังก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่สนใจความเดือดร้อนของคนอื่นโว้ย!! อยากบ้าจริงๆป่านนี้เฌอเอมคงรอการไปรับของเธออย่างกังวลและร้อนรนใจแล้ว ครั้นจะโทรไปบอกก็ไม่ได้อีกเพราะโทรศัพท์เ้ากรรมถูกอีกฝ่ายยึดเอาไว้อย่างหน้าด้านที่สุด
ภาสวรเงยหน้าซ่อนยิ้มที่มุมปากแต่ถ้ามองให้ดีคล้ายเขายิ้มหยามหยันไม่แพ้ั์ตาเข้มที่กราดมองมาทั่วร่างอรชรอย่างไม่เกรงอกเกรงใจทำให้หน้าตาสายน้ำผึ้งหงิกงอเป็ตาหมากรุก
“มองอะไรยะ ไม่เคยเห็นคนหรือไง”ถามประชดประชัน ถลึงตากลมแทบจะเป็เขียวเข้มใส่
ภาสวรปิดแฟ้มงานเงยหน้ามองสายน้ำผึ้งเต็มๆ ตา“มีตาก็มองไปเรื่อย ไม่เห็นหนักหัวใครเลยนี่”
“หนักหัวฉันนี่ไง”คิดว่าเป็คนไม่มีความรู้สึก อายไม่เป็หรือไงที่ต้องมานั่งเกือบเปลือยให้ผู้ชายบ้ากามเอาเปรียบด้วยสายตาไม่พอ เผลอๆ ก็คว้าไปโลมไล้กอดจูบทำให้เธอสั่นไหวหัวใจเต้นแรงรัวเร็วเล่นน่ะ
“ก็ตัดมันทิ้งไปเสียซิ”
“นี่คุณ!! พูดหมาๆอย่างนี้ได้ไง” ลุกขึ้นยืนทุบมือบนโต๊ะดังปัง
“อ้าว...” แกล้งทำหน้าเหลอ“ฉันไม่ได้มัดเธอไว้ไม่ใช่หรือไง อยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ทันทีนี่น่าไม่ได้ห้ามสักหน่อย”ยกสองมือขึ้นวางศอกบนที่ผนักพักแขนให้ปลายนิ้วทั้งสองฝั่งมาแตะกัน“ฉันว่าเธอไม่ได้คิดอยากไปจริงๆ อย่างที่ปากพูดมากกว่ามั้ง” เอ่ยกลั้วหัวเราะลงคอ
สายน้ำผึ้งโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม มองแบบนี้ได้ยังกันพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน เป็เพราะใครล่ะที่ทำให้เธอไปไม่ได้น่ะข้าวของทุกชิ้นถูกยึดเอาไว้ ไหนจะ... บ้าจริงๆ ทำไมเธอต้องมาเจอกับเหตุการณ์บ้าๆนี่ด้วย อึดอัดคับแค้นใจจนน้ำตาถึงกับไหลพรั่งพรูลงมาอย่างหักห้ามไม่ได้
“ไม่ต้องมาสำออยบีบน้ำตาให้ฉันใจอ่อนหรอกนะ ผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอ แค่นี้มันเล็กน้อยไม่เช่นนั้นคงไม่ดีใจจนเนื้อตัวสั่นเวลาที่ฉันเข้าใกล้หรอกนะ”
“ฉันสั่นเพราะรังเกียจและขยะแขยงคนอย่างคุณต่างหากละ”ยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนวงหน้าแรงๆ อย่างไม่สนใจแล้วว่าสภาพของตัวเองจะเป็อย่างไรสวยเลิศโดดเด่นอย่างเช่นทุกครั้งที่ย่างเท้าก้าวออกจากบ้าน หรือกลายเป็ยายเพิ้งหน้าตาดูไม่ได้เพราะเธอไม่้าสวยให้อีตาเลวภาสวรเห็นอีกแล้ว
“อ้าวเหรอ...แล้วไอ้ที่ส่งเสียงครางหวานๆตัวอ่อนระทวยยอมให้ฉันแตะตรงไหนก็ได้นั่น ไม่ได้หมายความว่าอยากให้ฉัน...”
“หยุดพูดนะไอ้คนบ้า!” ตวาดแว้ดจนเจ็บคอ ยกมือสั่นชี้หน้าอีกฝ่าย ซึ่งนั่งยิ้มอย่างน่าตบเหลือเกินทว่าเธอทำอย่างนั้นไม่ได้ ด้วยถ้าเข้าใกล้อีกฝ่ายเมื่อไหร่กลายเป็เธอที่ถูกเล่นงานจนพ่ายแพ้ยับเยิน
“คุณมันไอ้บ้าคิดอย่างคนเห็นแก่ตัวนะซิ”
“ไม่ผิดนี่น่าคนเราทุกคนเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เธอ ที่อยากมีอยากได้จนตัวสั่นไม่สนใจว่าผิด ทำให้ใครเขาต้องเดือดร้อนทุกข์อกทุกข์ใจบ้าง”
สุดท้ายก็วกกลับมาเื่นี้อีกจนได้เธออยากรู้นักไปทำให้ใครเขาเดือดร้อนนักหนาแต่ครั้นเอ่ยถามไปนอกจากไม่รู้เื่แล้ว ยังถูกต่อว่ากระทบกระเทียบเสียดสีโดยเธอโต้ตอบและจับต้นชนปลายไม่ถูกด้วย
“เออ...ฉันมันคนไม่ดีแล้วคุณมายุ่งกับฉันทำไมล่ะ ปล่อยๆ ฉันไปเสียก็สิ้นเื่”
“อยากปล่อยอยู่หรอกนะ แต่ว่าเรา...”กวาดสายตาไล่มองโนมเนื้ออวบอัดเต่งตึง
สายน้ำผึ้งตัวสั่นขึ้นมาซะเฉยๆสองมือไขว้ไปจับสาบเสื้อพร้อมห่อตัว กันไม่ให้สายตาเข้มซอกซอนเข้าไปเห็นเนื้อใน แต่ทำไมเธอยังรู้สึกแปลกๆคล้ายไม่ว่าทำอย่างไรถึงห่มผ้าหนาสุดแต่ยังเหมือนมีน้ำแข็งเคลือบร่างกายคล้ายเปลือยเปล่าราวเด็กแรกเกิดรีบผุดลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง ซึ่งเธอรู้สึกว่ามันร้อนราวกับไฟเผารีบไปยืนให้ห่างไกลภาสวรที่เคลื่อนไหวว่องไวปราดเปรียว จนกว่าจะรู้เธอก็ถูกจับตัวไปเสียทุกที
“ความจริงนี่ก็ค่ำแล้วนี่เนอะเธอคงหิวและอยากกลับบ้านเต็มแก่แล้ว งั้นก็มานี่หน่อยซิ”ยื่นมือไปด้านหน้าและกระดิกปลายนิ้วเล็กน้อยอย่างกับเรียกสัตว์เลี้ยง
“ไปทำไม” เอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อยถ้าเป็ไปได้อยากสาวเท้าก้าวถอยไปด้านหลังเสียมากกว่า ด้วยรอยยิ้มบนวงหน้าและั์ตาคมเข้มคู่นั้นมันวามวาวเหลือเกินจนน่ากลัว“ไม่ไป” สะบัดส่ายศีรษะแรงๆ
“แน่ใจนะสายน้ำผึ้ง”เอ่ยถามพร้อมเสียงหัวเราะกลั้วคอ
“ให้ฉันยื่นเนื้อให้เสืออย่างคุณหม่ำหรือไง”
“แหม...ฉลาดเสียจริงๆ ถ้าใช่แล้วไงฉันอยากจูบก่อนส่งเธอกลับบ้าน ผิดตรงไหน หรือเธออยากอยู่กับฉันทั้งคืน”เน้นคำว่าทั้งคืนที่เขาไม่อยู่เฉยๆ หรอกนะอยู่ด้วยกันย่อมต้องมีกิจกรรมร่วมกันใช่ไหมล่ะ “ตัดสินใจดีๆ น่ะจะยืนหนาวจนตัวสั่นอยู่อย่างนั้น หรือมาหาฉันให้มันจบๆ เื่กันไป”
สายน้ำผึ้งกัดฟันกรอดๆ ั์ตากลมใสเป็ประกายวาวจ้าแข่งกับแสงไฟนีออน้า“ไอ้...ไอ้บ้า” ด่าว่าด้วยความอึดอัดคับแค้นใจอย่างที่สุดด้วยไม่มีทางใดเลยที่เธอจะเอาชนะภาสวรได้เลยจำต้องเดินอย่างกระแทกกระทั้นไปหาชายหนุ่มด้วยเพลิงโทสะที่กรุ่นอยู่ในทรวงกับความอายที่ห้อมลอมใจ
“ว่าง่ายๆ อย่างนี้ ค่อยดีหน่อย” เอนกายอิงพนักเก้าอี้คลี่ยิ้มหน้ารื่นเริง ยื่นมือไปจับแขนกลมกลึง ไล้นิ้วยาวร้อนผ่าวบนผิวเนื้อนุ่มๆเรื่อยขึ้นไปทีละน้อยสอดนิ้วเกี่ยวดึงเอาเสื้อสูทหลุดจากกายสาวร่วงไปกองอยู่บนพื้นแขนกำยำสอดรัดรอบเอวคอดกิ่ว ทาบฝ่ามือบนแผ่นหลังนวลนุ่ม ลูบไล้แ่เบาสร้างความปั่นป่วนให้สายน้ำผึ้งที่ตัวสั่นอยู่แล้วยิ่งสั่นราวนกน้อยต้องสายฝนอันรุนแรง
“ยะ...หยุดเถอะนะคุณ ได้โปรด”ห้ามเสียงสั่นไม่แพ้เรียวขากลมกลึง เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อปลายนิ้วร้อนผ่าวราวกับถ่านไฟที่ไต่เลื่อนขึ้นไปตามไขสันหลัง
มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อย ยื่นเข่าสอดเข้าไปแยกลำขาเสลากลมกลึงให้ห่างจากกันทาบสองมือกำรอบเอวคอดกิ่ว ฉุดรั้งร่างนุ่มนั่งลงบนตักโน้มใบหน้าไปประทับปากร้อนผ่าวบนลาดไหล่กว้างขบกัดดึงเอาสายเสื้อชั้นในให้ร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า
“แน่ใจหรือว่า้าให้ฉันหยุด”ฝ่ามือร้อนผ่าวไล่ลูบผิวเนื้อนวลนุ่มเรื่อยไป จนััก้อนเนื้ออวบอิ่มตวัดไล้ปลายนิ้วนวดคลึงผิวเนื้อนุ่มราวกับกำมะหยี่อย่างเชื่องช้าคลึงเคล้นปลายยอดทับทิมนูนเด่นเป็ไตหดเกร็งสู้มือ
“อือ...”พยักหน้าตอบรับและรีบขบกัดกลีบปากอิ่มไม่รู้จะหนีหรือแอ่นตัวไปให้ทรวงอกกลมกลึงัักับมือหนาอย่างถนัดถนี่ดีเส้นชีพจรเต้นตุบๆ พอๆ กับอาการไหววูบวาบในช่องท้องที่แบนราบเรียบขมวดไหวอัตราการหายใจเข้าออกเริ่มหนักหน่วงรุนแรงขึ้นตามการจับต้องไม่ยั้งมือของภาสวรที่กระหน่ำซ้ำราวกับเธอเป็ศัตรูคู่อาฆาตต้องห้ำหั่นให้อาสัญในเร็วไว
“หยุดเถอะ ได้โปรดฉันไม่ไหวแล้ว”ขอร้องเสียงสั่นพร่าด้วยเธอรับมือกับวาจาดูถูกเหยียดหยามหยาบคายและััเอาแต่ใจทำให้เธอหวั่นไหวหายใจไม่ทั่วท้องไม่ไหวแล้ว
“น่าแปลกใจเสียจริงทำไมคุณสายน้ำผึ้งผู้เย่อหยิ่ง มั่นอกมั่นใจ ตัวเองทำได้ทุกอย่างถึงได้ยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนี้นะ ว้า...ยังไม่ทันได้เริ่มเล่นเกมเลยคู่แข่งก็ยกธงขาวเสียแล้ว ไม่สนุกเลย”
อยากโต้ตอบ แต่ไม่ไหวแล้วจริงๆมันล้าไปหมดทั้งร่างกายและหัวใจพานทำให้สมองเบลอจนไม่เป็อันคิดหาทางพาตัวเองออกจากเื่ร้ายๆ ที่ะเิตูมใหญ่โดยไม่มีเค้าเหตุร้ายเตือนล่วงหน้ามาก่อน เธอจึงตั้งรับไม่ทัน
“แต่ในเมื่อเธอลงทุนขอร้องฉันจะไม่ให้ก็ใจร้ายเกินไปซินะ แต่...”
ตอนได้ยินเขาบอกจะปล่อย เธอดีใจจนเนื้อเต้นแล้วแม้อยู่กับภาสวรเพียงวันเดียว เธอพอเดานิสัยชายหนุ่มออกจนทำให้คิดว่าเขาไม่น่าปล่อยให้เธอหลุดรอดมือไปได้ง่ายๆแล้วก็จริงเมื่อมีคำว่าแต่ต่อท้ายมา “แต่...อะไร”
ภาสวรไม่ตอบคำถามขบเคลื่อนปากร้อนผ่าวไปบนผิวเนื้อหอมละมุนนุ่มลื่นราวกับผ้าต่วนคลอเคลียจูบซับขบกัดคอระหงจนเป็มีรอยแดงเป็จ้ำๆก่อนเคลื่อนขึ้นไปจูบกลีบปากอิ่มนุ่มหวานขบกัดหยอกเย้าดื่มด่ำกับความหวานนุ่มจนสายน้ำผึ้งตัวอ่อนระทวย เอนกายอิงแอบร่างแกร่งให้เขาจับต้องเรือนกายตามแต่ใจปรารถนา
เสียงประท้วงดังมาจากลำคอระหงเมื่อความอบอุ่นจนเป็ร้อนห่างหายไปกลายเป็ความเย็นะเืราวกับไปยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง
ภาสวรไล้นิ้วยาววงหน้านวลแดงปลั่งด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก“ไม่อยากกลับบ้านแล้วหรือสายน้ำผึ้ง”
สายน้ำผึ้งได้แต่กะพริบั์ตาปริบๆมองร่างหนาใหญ่ตาปรอย กลีบปากอิ่มยู่ยื่นไปข้างหน้าราวกับขัดใจอะไรสักอย่างแต่ตอบไม่ได้ว่าเป็สิ่งใด
“ถ้ายังมองอย่างนั้นฉันเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอกลับบ้าน อย่ามาโทษโกรธกันนะสายน้ำผึ้ง”
“หือ...อะไรนะ”
“เปลี่ยนใจไปเล่นจ้ำจี้กับฉันหรือไง”
“บ้าแล้ว ถอยไปเลยนะคนบ้า”พอรู้ตัวเองเผลอทำอะไรไป สายน้ำผึ้งก็รีบดึงความโกรธมาแทนที่สะบัดหน้าทำอาการสะบัดสะบิ้งใส่คนตัวใหญ่ที่ดูอารมณ์ดีถึงกับยิ้มหน้าระรื่นอยากมีอะไรอยู่ใกล้มือเพื่อเขวี้ยงใส่ให้แตกเืไหลอาบแต่เมื่อทำไม่ได้ก็เลยได้กระทืบเท้าระบายอารมณ์ตัวเองแทน
“อ้าว...ไหนว่าจะกลับบ้านไงทำไมถึงยังไม่แต่งตัวละ หรือว่า...” ยื่นหน้าไปใกล้จนอีกฝ่ายถึงกับผงะด้วยความใ“เปลี่ยนใจไปให้ฉันกินเธอเป็อาหารค่ำแทน”
“คุณจะให้ฉันกลับยังไงเล่าเสื้อฉันคุณ...” มองไปที่เสื้อซึ่งฉีกขาดจนใช้การไม่ได้ เพลิงโทสะทวีขึ้นสูงลิ่วจนดวงหน้าผุดผ่องแดงปลั่งั์ตากลมใสเปล่งประกายแข็งกร้าว
คิ้วเข้มเลิกขึ้น มองตามสายตาสายน้ำผึ้งไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อยเดินไปหยิบเสื้อสูทที่หล่นกองอยู่บนพื้นมายื่นให้สายน้ำผึ้ง “เลือกเอาเองนะใส่เสื้อตัวนี้หรืออยู่กับฉันทั้งคืน”
สายน้ำผึ้งยื่นมือไปปัดเสื้อสูทในมือไอ้คนเฮงซวยมาสวมใส่อย่างกระแทกกระทั้นโดยไม่ลืมจับรั้งดึงให้เข้าที่เข้าทางไม่โป้เปลือยมากเกินไปจนทำให้คนอื่นได้เห็นส่วนที่ไม่สมควรจะเห็นทั้งที่ไม่มั่นใจแต่ก็จำต้องเดินตามภาสวรที่ก้าวนำไปก่อนพร้อมกระเป๋าและแฟ้มงานของเธอ
“คุณจะกินอะไรล่ะ บอกก่อนนะขอเป็ของง่ายๆ ยากฉันทำไม่เป็” เอ่ยถามคนเดินเคียงข้าง ที่ไม่ยอมปล่อยมือจากแขนน้ำเสียงกระแทกกระทั้นไม่แพ้วงหน้านวลผ่องบูดบึ้งตึงสะบัดส่งค้อนใส่คนยิ้มแต้ไม่ยอมหุบจนเธอหงุดหงิดระคนแค้นใจไม่ได้ แต่ก็โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่ดันโง่ตามอีตาหมีั์ตัวขาวอย่างกับหมีขาวขั้วโลกนี่ไม่ทัน
เธอปล่อยให้ชายหนุ่มสั่งอาหารทานกาแฟไปตัวเองชะเง้อคอมองหาบางคนจนค่ำ จึงหาทางเลี่ยงหนีกลับบ้าน แต่เพียงแค่ก้าวเดินออกจากโรงแรมเท่านั้นอีตาหมีขาวก็สอดแขนกำยำรัดรอบเอวพาเธอเดินลิ่วๆ ไปยังรถป้ายแดงซึ่งจอดเด่นเป็สง่าอยู่ที่โรงรถกว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตอนถูกเจสันช่วยรัดเข็มขัดนิรภัยนั่นแหละที่ลง...ก็ไม่ทันแล้ว!
ยังดีตอนที่ถูกชายหนุ่มถามบ้านอยู่ไหนจะไปส่งเธอนึกได้เสียก่อน ไม่ควรพาคนที่เพิ่งรู้จักไปถึงบ้านเรือนเพราะถ้าหากเขาเป็คนร้าย เธอกับสายน้ำผึ้งจะตกที่นั่งลำบากเลยเลือกพาอีกฝ่ายมาสถานที่ซึ่งผู้มีคนพลุกพล่านอย่างเช่นส่วนของซูเปอร์จำหน่ายอาหารสดและแห้ง พาเดินวนเวียนให้อีกฝ่ายรำคาญใจจะได้รีบๆกลับไป ทว่าอีตานี่กลับหนังหนาไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ทำให้ใครเขาอึดอัดและรำคาญใจ
“อ้าว...ฉันกำลังคิดอยากกินหมูสะเต๊กไก่อบวุ้นเส้น ยำปูไข่ แล้วอะไรอีกตั้งหลายอย่างอยู่เลย” เอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอเปล่าเลยไม่ได้อยากกินอะไรอย่างว่าหรอก แต่อยากหาเื่ชวนเฌอเอมคุยต่างหาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้ชอบทำหน้าบึ้งๆย่นหัวคิ้วเข้าหากันนักก็ไม่รู้ จนเขานี่อยากยื่นมือไปแล้วนวดคลึงเบาๆ ให้ผ่อนคลาย
เฌอเอมยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าสะเอวทำหน้าบึ้งตึงใส่คนหน้าเป็ที่ตามติดเป็ตังเม มีทางไหนให้เธอสลัดตุ๊กแกตีนผีเกาะติดยิ่งกว่ากาวติดหนึบนี่หลุดเสียทีนะเซ็งแล้วนะ!
“อยากกินของพวกนั้นก็เชิญไปหาซื้อกินเอาเองฉันทำเป็แค่ไข่ต้ม ไข่ดาวและไข่เจียวเท่านั้น”ทั้งที่ความจริงแล้วเธอมีความสามารถเื่การทำอาหารชนิดหาตัวจับยากด้วยต้องทำให้แม่และน้องกินเป็ประจำ แต่ไม่อยากทำให้อีตาหมีขาวพูดยากหน้าเป็กิน
เจสันฉีกยิ้มกว้างยื่นหน้าไปจนปากเกือบัักับแก้มสีกุหลาบสีอ่อน หอมราวน้ำเชื่อมราดบนไอศกรีมจนเขาอยากกดปลายจมูกโด่งดมกลิ่นให้สมอยาก
“ไม่เป็ไร ถึงจะเป็เมนูไข่ขอเพียงแค่เป็ฝีมือของหนูเอมเท่านั้น ฉันทานได้หมดแหละ”
บ้าชะมัด! เฌอเอมกัดฟันกรอดๆมีทางไหนให้เธอสลัดอีตาหมีขาวนี่ได้บ้างนะกลีบปากอิ่มนุ่มขมุบขมิบอย่างเหนื่อยหน่ายใจ “นี่คุณ! ถามจริง ไม่รู้เลยหรือไงฉันไม่อยากสนทนาและไม่อยากเกี่ยวข้องวุ่นวายกับคุณ!” นิ้วยาวจิ้มไปบนอกกว้างแรงๆเมื่อหาทางออกไม่ได้ก็เอ่ยถามมันตรงๆ แบบนี้แหละ โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกรู้สาสีหน้าจืดเจื่อนบ้าง
เจสันทำหน้าระรื่นคลี่ปากยิ้มกว้างจนแทบฉีกถึงใบหู ั์ตาพราวระยับ ทำไมจะไม่รู้เธอไม่ชอบหน้าเขาแต่ช่วยไม่ได้ที่เขาดันอยากอยู่ป่วนเธอนี่น่า“อืม...ทำอาหารอย่างอื่นไม่เป็จริงเหรอ เดี๋ยวฉันออกค่าอาหารมื้อนี้ก็ได้นะแค่หนูเอมเป็คนทำให้ทานก็พอ”
อ๊าย!! อีตาฝรั่งทุเรศ อีตาฝรั่งเฮงซวยนี่ไม่คิดจะฟังคำพูดเธอบ้างเลยหรือไงห๊า... ไม่อยากอยู่พูดคุยทำอะไรให้นะเฌอเอมอยากกระทืบเท้าแรงๆ ระบายโทสะที่พุ่งลิ่วราวรถไร้เบรกที่อึดอัดใจเพราะทำไม่ได้
“อืม...แต่ฉันกำลังรบกวนหนูเอมอยู่ใช่ไหมล่ะงั้นเอาเป็ทำอะไรง่ายๆ ดีกว่านะ พวกผัดผักกับต้มจืดประมาณนี้น่ะ หนูเอมว่าดีไหม”ถามเหมือนจะขอความเห็น แต่ถ้าฟังให้ดีเป็คำสั่งเสียมากกว่า
“นี่คุณเจสัน ช่วยเข้าใจได้ไหมฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวเสวนากับคุณ ช่วยไปไกลๆ หน่อยได้ไหม” กัดฟันพูด ทว่าอีตาหมีขาวเจสันยังฉีกยิ้มกว้างั์ตาพร่างพราวราวกับพวกไร้ความรู้สึก ถึงได้ไม่รับรู้ถึงความโกรธของเธอซะเลย
“จุ๊ๆ ” นิ้วยาวยกขึ้นแตะปาก“อย่ารมณ์เสียและพูดเสียงดังไปซิหนูเอม เห็นไหมคนเขาเริ่มหันมามองกันแล้วนะ”
โอ๊ย!! อยากบ้าตายจริงๆ เธอโชคร้ายเกินไปหรือเปล่านี่ที่ต้องมาเจอกับผู้ชายหน้าหนาอย่างกับตึกคนนี้น่ะ
“อีกอย่างฉันคิดว่าได้ยินเสียงท้องหนูเอมร้องจ๊อกๆแล้วนะ ถ้าไม่รีบตัดสินใจละก็ ฉันอาจกินหนูตัวเล็กๆ เป็อาหารมื้อค่ำก็ได้นะ”เอ่ยหัวเราะกลั้วคอ ยิ้มกว้างทั้งปากและั์ตาอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
เฌอเอมเหลียวมองตามที่อีกฝ่ายพูดก่อนความอายพุ่งขึ้นจนใบหน้าผ่องพรรณแดงระเรื่อสะบัดค้อนวงโตใส่อีกฝ่ายไปอย่างไม่กลัวคอเคล็ด “รู้แล้ว ฉันมีหน้าที่ทำส่วนคุณก็มีหน้าที่จ่ายเงินและกินไม่ให้เหลือใช่ไหม” รอยยิ้มผุดที่มุมปากด้านหนึ่ง
“ใช่แล้วจ้าหนูเอม”
เฌอเอมฉีกยิ้มกว้าง เป็พ่อบุญทุ่มอย่างนี้คงมีเงินเหลือเฟือใช่ไหมงั้นก็ได้เลย ในเมื่ออยากจ่ายเธอก็จัดให้ตามคำขอมือเล็กยื่นไปหยิบโน่นนี่โดยให้คนตัวใหญ่ไปรุนรถเข็นมาเดินตามแม้กระทั่งข้าวของส่วนตัวก็ยังเลือกหยิบมาใส่รถเข็น ทั้งที่อายแต่ก็ยังเชิดหน้าเพราะอยากเอาคืนเจสัน