โชคดีฉันได้สามีสามคน

    บทที่ 76 ความรักของพีช

            นัทพงษ์กระพริบตาช้าๆพลางหายใจลึกเข้าไปในหมอนที่ยังอุ่นและเปียกชื้นนิดๆ จากเส้นผมของมารตีที่เพิ่งลุกจากเตียงไปไม่นานกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอยังชัดเจน ราวกับเธอยังคงนอนอยู่ข้างเขา ร่องรอยบางอย่างของค่ำคืนยังประทับอยู่บนแผ่นอกความเหนื่อยล้าที่ยังไม่ทันสลายไปดี กลับทิ้งไว้ซึ่งความรู้สึกอบอุ่นในช่องอกรอยจูบ รอยกอด และเสียงครางอ่อนโยนของเธอแว่วอยู่ในหูเขาราวกับฝัน

            เขาเอื้อมมือไปคว้าหมอนที่เธอใช้ แล้วกอดไว้แน่น กดปลายจมูกลงไปเบาๆเหมือนต้องการซึมซับกลิ่นเธอให้เข้าไปในปอด แล้วเสียงน้ำจากฝักบัวก็ดังแว่วมาเบาๆจากห้องน้ำ ที่อยู่อีกฝากหนึ่งของห้องสูท

            ชายหนุ่มนอนนิ่ง ฟังเสียงนั้นอย่างหลงใหลราวกับเสียงน้ำกระทบผิวเธอคือลำนำเฉพาะที่เขาเท่านั้นจะเข้าใจเขาแทบจินตนาการได้ว่า หยดน้ำไหลจากลาดไหล่ลงแผ่นหลังสายตาของเขาเผลอหลับลงอีกครั้ง พร้อมกับภาพหญิงสาวที่เพิ่งได้สัมผัสเมื่อคืนซ้อนทับอยู่ในทุกจินตนาการ

            สักครู่ ประตูห้องน้ำก็แง้มออก หญิงสาวที่งดงามราวกับเทพธิดาเดินออกมาด้วยร่างกายเปลือยเปล่าที่มีหยดน้ำเกาะพราวไปทั้งตัวเธอหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่วางพาดบนโต๊ะเครื่องแป้งมาพันรอบกาย เส้นผมยังเปียกละอองน้ำเกาะบนผิวไหล่ที่เปิดเผย ดวงตาของเธอสบกับเขา และยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน

            มารตีเดินตรงมาหา นั่งลงข้างเตียงแล้วเอนตัวไปเหนือเขามือเธอวางลงบนแผ่นอกกว้างเบาๆ พร้อมริมฝีปากที่โน้มลงมาแตะผิวอย่างแผ่วเบารอยจูบของเธออยู่ตรงตำแหน่งหัวใจ

            "ยังคิดถึงพี่ อยู่อีกเหรอจ๊ะ...ยังมีแรงอีกเหรอ..."เสียงเธอแผ่วเบา รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นบนริมฝีปาก เมื่อเห็นรอยตุงๆ บนผ้าผืนบางหญิงสาวเอามือลูบเบาๆ อย่างหยอกล้อ แต่ไม่มากกว่านั้น

            “...ทำทั้งวันก็ยังได้เลยครับ...” เขายกมือแตะแก้มเธอกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเธอกดอกอุ่นลงมาพิงร่างเขาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

            “พี่จะไปเดินเล่นชายหาดซักหน่อย ไปกับพีช เธอชวนไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแต่เราสองคนมัวแต่…ยุ่งกันนิดหน่อยใช่ไหม...เลยเลื่อนมาเป็นวันนี้” น้ำเสียงเธอทั้งอ่อนโยนและขี้เล่นในคราวเดียวกัน

            นัทพงษ์มองเธอคว้าชุดแม็กซี่เดรสบางเบาไปแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องด้วยท่าทางสบายๆ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสบู่ กลิ่นน้ำหอมและความรู้สึกบางอย่างที่ยังวนเวียนไม่จางหาย ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่เพราะง่วงนอน แต่เพราะต้องการซึมซับช่วงเวลาเหล่านี้ให้มากที่สุดราวกับรู้ว่ามันอาจไม่ได้ยืดยาวเท่าที่ใจเขาต้องการ

            มารตี…ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะยึดติดไว้ได้ง่ายๆ แต่ทุกลมหายใจของเธอในผ้าห่มนี้ทุกรอยจูบบนตัวเขา และทุกเสียงกระซิบเมื่อค่ำคืนก่อน กำลังปลูกฝังความผูกพันลึกๆ ลงในใจเด็กหนุ่มเช่นเขาอย่างเงียบเชียบ

             

            ค่ำคืนนี้ แสงไฟในงานเลี้ยงริมสระกระพริบระยับเป็นจังหวะเดียวกับเสียงดนตรีแจ๊ซเบาๆผู้คนแต่งกายเรียบหรู พูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย เสียงแก้วไวน์ชนกันเบาๆเป็นระยะเหมือนบทกวีของคืนที่อบอุ่น

            มารตีสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีงาช้างที่เปิดไหล่ข้างหนึ่งร่างเธออาบอยู่ในแสงไฟสีทอง ยามเธอหัวเราะเบาๆ พลางเอนตัวกระซิบกับนัทพงษ์ดวงตาของชายหนุ่มมองเธอราวกับโลกทั้งใบมีแค่เธอคนเดียว

            และพีช…ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เธออยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีเบจเข้ารูปแก้วไวน์ในมือยังอยู่เกินครึ่ง เธอยิ้มบางๆ เมื่อมีคนชวนคุย แต่ไม่นานนักสายตาก็หวนกลับไปหาคู่นั้นอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความอิจฉาไม่ใช่ความน้อยใจ แต่เป็นอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่า ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่เคยคุ้นแต่บัดนี้ปิดสนิท…และไม่ได้ปิดเพราะไล่เธอออกแต่เพราะมีใครบางคนอยู่ข้างในแทนที่เธอแล้ว

                หญิงสาวยกแก้วไวน์ขึ้นจิบดวงตาเธอจับจ้องริมฝีปากของมารตี ยามที่แย้มยิ้ม ยามที่มารตีโน้มใบหน้าไปใกล้หูของนัทพงษ์ทำไมถึงรู้สึกร้อนในอกขนาดนี้นะ…

            หลังงานเลี้ยง มารตีขอตัวกลับขึ้นห้องก่อน โดยปล่อยให้นัทพงษ์อยู่คุยต่อกับทีมฝ่ายกิจกรรมเธอบอกว่าอยากนอนเร็ว คืนนี้ไม่อยากดื่มมากนัก

            แต่พีชรู้...รู้จากสายตาที่ทอดยาวของมารตีขณะกล่าวลาว่าเธอกำลัง“ถอยออกมา” ด้วยจังหวะที่พอดี ไม่ชวนใครไปด้วย และไม่เปิดโอกาสให้ใครตาม อย่างน้อย…ก็ไม่มีใครยกเว้นคนที่ตัดสินใจขึ้นลิฟต์ตามมาเอง

            พีชวางแก้วไวน์ลงช้าๆ แล้วเดินออกจากงาน โดยไม่ได้พูดกับใครปล่อยให้รองเท้าส้นเข็มของเธอกระทบพื้นไม้ดังเบาๆตามทางเดินที่มีเพียงเสียงลมจากทะเลลูบไล้ราวระเบียง เธอไม่แน่ใจว่าทำไมถึงมา…แต่กว่าจะรู้ตัวขาก็พาเดินมาถึงหน้าห้องของมารตีแล้วมือเธอเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นจน เหมือนได้ยินเสียงดังในหูตัวเอง

            ไม่นาน ประตูก็เปิดออก มารตีสวมชุดคลุมอาบน้ำ เป็นผ้าบางๆ ที่มีเพียงสายคาดรอบเอวเส้นผมเปียกนิดๆ และกลิ่นหอมของแชมพูจางๆ ก็ลอยออกมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น มารตีชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่ดวงตาจะเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นนุ่มนวล “พีช?”

            “ขอโทษนะคะ หนู...แค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้วน่ะ” พีชพูดออกไปราวกับเสียงนั้นไม่ใช่ของเธอเอง

            มารตีเปิดประตูให้เธอเข้ามาโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม ห้องมืดสลัวมีเพียงโคมไฟหัวเตียงที่เปิดไว้หนึ่งดวงแสงสีอำพันทำให้ทุกอย่างดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด พีชนั่งลงปลายเตียงถอดรองเท้าออกช้าๆ เหมือนกำลังละทิ้งเกราะสุดท้ายของความสงบไว้ที่ประตู

            มารตีเดินมานั่งข้าง ๆ มืออุ่นของเธอแตะแขนพีชเบาๆ "เป็นอะไรหรือเปล่า?"

            พีชหันไปมองผู้จัดการคนสวยดวงตาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยังไม่กล้าพอจะเปล่งเสียง มารตีไม่ได้เร่งเธอเพียงนั่งนิ่งๆ อยู่ข้างๆ รอให้ความเงียบระบายความรู้สึกนั้นออกมาเอง

            สักพัก พีชก็พูดแผ่วเบา "พี่รตีกับนัทพงษ์…ดูเข้ากันดีนะคะ"

            มารตีหัวเราะในลำคอ “อืม…ก็แบบว่า ข้าวใหม่ปลามันมั้ง”

            “แล้วหนูล่ะคะ?” พีชพูดเสียงเบาเสียจนมารตีต้องเอียงหน้าเข้ามาใกล้

            "ว่า อะไรนะ?"

            "หนู...รู้สึกแปลกๆ น่ะ" พีชหันไปมองเธอตรงๆดวงตาสั่นไหวระหว่างความกลัวกับความปรารถนา

            มารตีไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงขยับเข้าใกล้อีกนิดนิ้วมือเกลี่ยเส้นผมที่เคลื่อนมาปิดหน้าผากของพีชออกเบาๆ ดวงตาของทั้งคู่สบกัน และจากจุดนั้นความเงียบก็ถูกกลืนหายไปในเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น ในห้องสูทที่มีเพียงแสงสลัวจากหัวเตียงพีชนั่งนิ่งอยู่ตรงปลายเตียง มารตีนั่งข้างเธอ กลิ่นแชมพูอ่อนๆที่ยังติดเส้นผมของสาวรุ่นพี่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศพร้อมเสียงลมหายใจของพีชที่ขาดเป็นช่วง

            "หนูไม่รู้ว่า...หนูรู้สึกอะไร..." เสียงของพีชแผ่วเบาสั่นคล้ายจะหลุดออกจากริมฝีปากโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง “แต่หนูอยากรู้...”

            มารตีนิ่งไปสักครู่ ดวงตาสบกับดวงตาที่เหมือนมีอะไรบางอย่างรอการคลี่คลายเธอยื่นมือออกไป ช้าและมั่นคง แล้ววางลงบนมือของพีชเบาๆ

            “งั้นลองให้พี่เป็นคนพาเธอไปไหม”

            คำพูดนั้นไม่ได้เร่ง ไม่ได้รุกล้ำหากแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มีพลังมากพอจะทำให้พีชขยับตัวเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของมารตีแตะลงบนหน้าผากของพีชเบาๆเหมือนการปลอบโยน และคำขออนุญาตในคราวเดียวกัน ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนไปยังขมับ แก้มและ..ริมฝีปาก

            พีชสะอื้นในลำคอ ร่างเธอเย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้นผิวหนังสั่นระริกใต้สัมผัสที่อ่อนโยนแต่ชัดเจน

    "พี่รตี..."

            เสียงของเธอแทบไม่เป็นคำ ริมฝีปากมารตีทาบลงที่เรียวปากของพีช จูบแรกนั้นนุ่มนวลราวกับสัมผัสของสายลมอุ่นที่ผ่านแผ่นทรายยามค่ำคืน ไม่เร่ง ไม่หิวกระหายแต่แน่นอนและมั่นคง มือของมารตีไล้ไปตามแนวแขนของพีช แล้วค่อยๆ ดึงหญิงสาวให้ล้มนอนลงบนเตียงขณะที่มืออีกข้างยังจับมือนั้นไว้แน่น

            ชุดเดรสของพีชค่อยๆ ถูกปลดออกอย่างระมัดระวัง มารตีไม่รีบร้อน เธอปลดสายคล้องไหล่ลงอย่างแผ่วเบาราวกับเปิดชั้นความลังเลของอีกฝ่ายออกทีละชั้น

    คล้ายกับเรื่องโชคดีฉันได้สามีสามคน ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388