นัทพงษ์กระพริบตาช้าๆพลางหายใจลึกเข้าไปในหมอนที่ยังอุ่นและเปียกชื้นนิดๆ จากเส้นผมของมารตีที่เพิ่งลุกจากเตียงไปไม่นานกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอยังชัดเจน ราวกับเธอยังคงนอนอยู่ข้างเขา ร่องรอยบางอย่างของค่ำคืนยังประทับอยู่บนแผ่นอกความเหนื่อยล้าที่ยังไม่ทันสลายไปดี กลับทิ้งไว้ซึ่งความรู้สึกอบอุ่นในช่องอกรอยจูบ รอยกอด และเสียงครางอ่อนโยนของเธอแว่วอยู่ในหูเขาราวกับฝัน
เขาเอื้อมมือไปคว้าหมอนที่เธอใช้ แล้วกอดไว้แน่น กดปลายจมูกลงไปเบาๆเหมือนต้องการซึมซับกลิ่นเธอให้เข้าไปในปอด แล้วเสียงน้ำจากฝักบัวก็ดังแว่วมาเบาๆจากห้องน้ำ ที่อยู่อีกฝากหนึ่งของห้องสูท
ชายหนุ่มนอนนิ่ง ฟังเสียงนั้นอย่างหลงใหลราวกับเสียงน้ำกระทบผิวเธอคือลำนำเฉพาะที่เขาเท่านั้นจะเข้าใจเขาแทบจินตนาการได้ว่า หยดน้ำไหลจากลาดไหล่ลงแผ่นหลังสายตาของเขาเผลอหลับลงอีกครั้ง พร้อมกับภาพหญิงสาวที่เพิ่งได้สัมผัสเมื่อคืนซ้อนทับอยู่ในทุกจินตนาการ
สักครู่ ประตูห้องน้ำก็แง้มออก หญิงสาวที่งดงามราวกับเทพธิดาเดินออกมาด้วยร่างกายเปลือยเปล่าที่มีหยดน้ำเกาะพราวไปทั้งตัวเธอหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่วางพาดบนโต๊ะเครื่องแป้งมาพันรอบกาย เส้นผมยังเปียกละอองน้ำเกาะบนผิวไหล่ที่เปิดเผย ดวงตาของเธอสบกับเขา และยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน
มารตีเดินตรงมาหา นั่งลงข้างเตียงแล้วเอนตัวไปเหนือเขามือเธอวางลงบนแผ่นอกกว้างเบาๆ พร้อมริมฝีปากที่โน้มลงมาแตะผิวอย่างแผ่วเบารอยจูบของเธออยู่ตรงตำแหน่งหัวใจ
"ยังคิดถึงพี่ อยู่อีกเหรอจ๊ะ...ยังมีแรงอีกเหรอ..."เสียงเธอแผ่วเบา รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นบนริมฝีปาก เมื่อเห็นรอยตุงๆ บนผ้าผืนบางหญิงสาวเอามือลูบเบาๆ อย่างหยอกล้อ แต่ไม่มากกว่านั้น
“...ทำทั้งวันก็ยังได้เลยครับ...” เขายกมือแตะแก้มเธอกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเธอกดอกอุ่นลงมาพิงร่างเขาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“พี่จะไปเดินเล่นชายหาดซักหน่อย ไปกับพีช เธอชวนไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแต่เราสองคนมัวแต่…ยุ่งกันนิดหน่อยใช่ไหม...เลยเลื่อนมาเป็นวันนี้” น้ำเสียงเธอทั้งอ่อนโยนและขี้เล่นในคราวเดียวกัน
นัทพงษ์มองเธอคว้าชุดแม็กซี่เดรสบางเบาไปแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องด้วยท่าทางสบายๆ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสบู่ กลิ่นน้ำหอมและความรู้สึกบางอย่างที่ยังวนเวียนไม่จางหาย ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่เพราะง่วงนอน แต่เพราะต้องการซึมซับช่วงเวลาเหล่านี้ให้มากที่สุดราวกับรู้ว่ามันอาจไม่ได้ยืดยาวเท่าที่ใจเขาต้องการ
มารตี…ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะยึดติดไว้ได้ง่ายๆ แต่ทุกลมหายใจของเธอในผ้าห่มนี้ทุกรอยจูบบนตัวเขา และทุกเสียงกระซิบเมื่อค่ำคืนก่อน กำลังปลูกฝังความผูกพันลึกๆ ลงในใจเด็กหนุ่มเช่นเขาอย่างเงียบเชียบ
ค่ำคืนนี้ แสงไฟในงานเลี้ยงริมสระกระพริบระยับเป็นจังหวะเดียวกับเสียงดนตรีแจ๊ซเบาๆผู้คนแต่งกายเรียบหรู พูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย เสียงแก้วไวน์ชนกันเบาๆเป็นระยะเหมือนบทกวีของคืนที่อบอุ่น
มารตีสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีงาช้างที่เปิดไหล่ข้างหนึ่งร่างเธออาบอยู่ในแสงไฟสีทอง ยามเธอหัวเราะเบาๆ พลางเอนตัวกระซิบกับนัทพงษ์ดวงตาของชายหนุ่มมองเธอราวกับโลกทั้งใบมีแค่เธอคนเดียว
และพีช…ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เธออยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีเบจเข้ารูปแก้วไวน์ในมือยังอยู่เกินครึ่ง เธอยิ้มบางๆ เมื่อมีคนชวนคุย แต่ไม่นานนักสายตาก็หวนกลับไปหาคู่นั้นอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความอิจฉาไม่ใช่ความน้อยใจ แต่เป็นอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่า ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่เคยคุ้นแต่บัดนี้ปิดสนิท…และไม่ได้ปิดเพราะไล่เธอออกแต่เพราะมีใครบางคนอยู่ข้างในแทนที่เธอแล้ว
หญิงสาวยกแก้วไวน์ขึ้นจิบดวงตาเธอจับจ้องริมฝีปากของมารตี ยามที่แย้มยิ้ม ยามที่มารตีโน้มใบหน้าไปใกล้หูของนัทพงษ์ทำไมถึงรู้สึกร้อนในอกขนาดนี้นะ…
หลังงานเลี้ยง มารตีขอตัวกลับขึ้นห้องก่อน โดยปล่อยให้นัทพงษ์อยู่คุยต่อกับทีมฝ่ายกิจกรรมเธอบอกว่าอยากนอนเร็ว คืนนี้ไม่อยากดื่มมากนัก
แต่พีชรู้...รู้จากสายตาที่ทอดยาวของมารตีขณะกล่าวลาว่าเธอกำลัง“ถอยออกมา” ด้วยจังหวะที่พอดี ไม่ชวนใครไปด้วย และไม่เปิดโอกาสให้ใครตาม อย่างน้อย…ก็ไม่มีใครยกเว้นคนที่ตัดสินใจขึ้นลิฟต์ตามมาเอง
พีชวางแก้วไวน์ลงช้าๆ แล้วเดินออกจากงาน โดยไม่ได้พูดกับใครปล่อยให้รองเท้าส้นเข็มของเธอกระทบพื้นไม้ดังเบาๆตามทางเดินที่มีเพียงเสียงลมจากทะเลลูบไล้ราวระเบียง เธอไม่แน่ใจว่าทำไมถึงมา…แต่กว่าจะรู้ตัวขาก็พาเดินมาถึงหน้าห้องของมารตีแล้วมือเธอเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นจน เหมือนได้ยินเสียงดังในหูตัวเอง
ไม่นาน ประตูก็เปิดออก มารตีสวมชุดคลุมอาบน้ำ เป็นผ้าบางๆ ที่มีเพียงสายคาดรอบเอวเส้นผมเปียกนิดๆ และกลิ่นหอมของแชมพูจางๆ ก็ลอยออกมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น มารตีชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่ดวงตาจะเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นนุ่มนวล “พีช?”
“ขอโทษนะคะ หนู...แค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้วน่ะ” พีชพูดออกไปราวกับเสียงนั้นไม่ใช่ของเธอเอง
มารตีเปิดประตูให้เธอเข้ามาโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม ห้องมืดสลัวมีเพียงโคมไฟหัวเตียงที่เปิดไว้หนึ่งดวงแสงสีอำพันทำให้ทุกอย่างดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด พีชนั่งลงปลายเตียงถอดรองเท้าออกช้าๆ เหมือนกำลังละทิ้งเกราะสุดท้ายของความสงบไว้ที่ประตู
มารตีเดินมานั่งข้าง ๆ มืออุ่นของเธอแตะแขนพีชเบาๆ "เป็นอะไรหรือเปล่า?"
พีชหันไปมองผู้จัดการคนสวยดวงตาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยังไม่กล้าพอจะเปล่งเสียง มารตีไม่ได้เร่งเธอเพียงนั่งนิ่งๆ อยู่ข้างๆ รอให้ความเงียบระบายความรู้สึกนั้นออกมาเอง
สักพัก พีชก็พูดแผ่วเบา "พี่รตีกับนัทพงษ์…ดูเข้ากันดีนะคะ"
มารตีหัวเราะในลำคอ “อืม…ก็แบบว่า ข้าวใหม่ปลามันมั้ง”
“แล้วหนูล่ะคะ?” พีชพูดเสียงเบาเสียจนมารตีต้องเอียงหน้าเข้ามาใกล้
"ว่า อะไรนะ?"
"หนู...รู้สึกแปลกๆ น่ะ" พีชหันไปมองเธอตรงๆดวงตาสั่นไหวระหว่างความกลัวกับความปรารถนา
มารตีไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงขยับเข้าใกล้อีกนิดนิ้วมือเกลี่ยเส้นผมที่เคลื่อนมาปิดหน้าผากของพีชออกเบาๆ ดวงตาของทั้งคู่สบกัน และจากจุดนั้นความเงียบก็ถูกกลืนหายไปในเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น ในห้องสูทที่มีเพียงแสงสลัวจากหัวเตียงพีชนั่งนิ่งอยู่ตรงปลายเตียง มารตีนั่งข้างเธอ กลิ่นแชมพูอ่อนๆที่ยังติดเส้นผมของสาวรุ่นพี่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศพร้อมเสียงลมหายใจของพีชที่ขาดเป็นช่วง
"หนูไม่รู้ว่า...หนูรู้สึกอะไร..." เสียงของพีชแผ่วเบาสั่นคล้ายจะหลุดออกจากริมฝีปากโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง “แต่หนูอยากรู้...”
มารตีนิ่งไปสักครู่ ดวงตาสบกับดวงตาที่เหมือนมีอะไรบางอย่างรอการคลี่คลายเธอยื่นมือออกไป ช้าและมั่นคง แล้ววางลงบนมือของพีชเบาๆ
“งั้นลองให้พี่เป็นคนพาเธอไปไหม”
คำพูดนั้นไม่ได้เร่ง ไม่ได้รุกล้ำหากแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มีพลังมากพอจะทำให้พีชขยับตัวเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของมารตีแตะลงบนหน้าผากของพีชเบาๆเหมือนการปลอบโยน และคำขออนุญาตในคราวเดียวกัน ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนไปยังขมับ แก้มและ..ริมฝีปาก
พีชสะอื้นในลำคอ ร่างเธอเย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้นผิวหนังสั่นระริกใต้สัมผัสที่อ่อนโยนแต่ชัดเจน
"พี่รตี..."
เสียงของเธอแทบไม่เป็นคำ ริมฝีปากมารตีทาบลงที่เรียวปากของพีช จูบแรกนั้นนุ่มนวลราวกับสัมผัสของสายลมอุ่นที่ผ่านแผ่นทรายยามค่ำคืน ไม่เร่ง ไม่หิวกระหายแต่แน่นอนและมั่นคง มือของมารตีไล้ไปตามแนวแขนของพีช แล้วค่อยๆ ดึงหญิงสาวให้ล้มนอนลงบนเตียงขณะที่มืออีกข้างยังจับมือนั้นไว้แน่น
ชุดเดรสของพีชค่อยๆ ถูกปลดออกอย่างระมัดระวัง มารตีไม่รีบร้อน เธอปลดสายคล้องไหล่ลงอย่างแผ่วเบาราวกับเปิดชั้นความลังเลของอีกฝ่ายออกทีละชั้น