ในที่สุดวันเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงวันที่จัดงานเลี้ยงของประมุข
ทำไมมันถึงได้ผ่านมาเร็วขนาดนี้...
รู้ไหมว่าตอนนี้เธอได้มายืนที่งานเลี้ยงที่จดหมายนั่นเชิญมาแล้ว
เมญ่ากับวิคตอเรียเองก็ตามมาด้วย
บอกตามตรงว่าตอนนี้ตื่นเต้นมากตัวเธอในตอนนี้เองก็อยู่ในชุดเดรสสีขาวที่ดึงเสน่ห์ของหญิงสาวออกมาจนถึงที่สุด ด้วยรูปโฉมที่งดงามพร้อมกับเส้นผมสีขาวที่เข้ากันได้กับชุดทำให้ไม่ว่าจะเป็นใครมองมาก็เป็นต้องหลงใหล
ในขณะที่กำลังลงจากพาหนะที่เดินทางมานั้นทันใดนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากเงามืดแล้วโค้งคำนับโนอาห์
“มาแล้วสินะคะ นายหญิงโนอาห์”
“นายหญิง? ดิฉันคงจะให้ท่านเรียกดิฉันแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ เพราะจากที่ดูแล้วท่านเองก็คงมีศักดิ์ไม่ได้ต่างไปจากดิฉัน แล้วนี่ก็เป็นการพบเจอกันครั้งแรกของดิฉันกับท่านด้วย บอกมาเถอะท่านเป็นใคร? มีเป้าหมายอะไรกันแน่?”
“ดิฉันมีชื่อว่า ไมอา โปรดเรียกดิฉันว่า ไมอา ดิฉันไม่สามารถตอบคำถามที่นายหญิงถามเมื่อครู่ได้ค่ะนอกเหนือจากการบอกชื่อของตนเองเท่านั้น โปรดอภัยให้แก่ดิฉันด้วย แต่ดิฉันสามารถบอกได้แค่ว่านายท่านส่งดิฉันมาคุ้มครองนายหญิง”
“อ๊ะ...พี่สาวนี่เองคนที่มาส่งพี่สาวของเมญ่ากับพี่สาววิคตอเรีย”
คนนี้เหรอ พอดูไปดูมาแล้วรัศมีความงดงามนี่มันอะไรมันเจิดจ้าจนแสบตาแบบนี้ เป็นคนที่งดงามมากจริงๆ เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนกับชุดเดรสสีแดงอ่อนตัดกับสีชมพู มันเหมาะกับไมอามาก
“ทำไมนายท่านที่ว่าต้องส่งไมอามาคุ้มครองดิฉันด้วย อีกอย่างดิฉันก็ไม่ได้รู้จักกับนายท่านที่ไมอาได้ว่ามาเลย”
“แน่นอนว่านายหญิงยังไม่ได้รู้จักนายท่านหรืออาจรู้อยู่แล้ว แต่ว่าหน้าที่ของดิฉันคือการคุ้มครองนายหญิง โปรดเข้าใจด้วย”
ท่าทางลักษณะคำพูดทุกอย่างล้วนออกมาจากความตั้งใจจริงไม่มีคำพูดที่โกหกเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ทำให้โนอาห์หนักใจขึ้นมา
ใครกันแน่นะนายท่านที่ว่า
เฮ้อ...ถ้าไม่ยอมให้ไมอาตามเธอไปละก็คงได้ตามไม่ยอมหยุดเหมือนเดิมมันก็ไม่ต่างอะไรกับได้คนคุ้มครองมานั่นแหละสู้ตอบตกลงไปจะดีกว่า
คนเขาอุตส่าห์หวังดีเธอเองก็ต้องตอบแทนความหวังดีนั้นสิถึงจะถูก ดูจากท่าทางแล้วไมอาก็แข็งแกร่งพอตัวด้วย แบบนี้จะไม่ให้มาคุ้มครองได้ยังไงละจริงไหม
“ถ้าท่านอยากจะคุ้มครองดิฉันก็ทำด้วยความตั้งใจที่อยากจะทำเถอะค่ะ ดิฉันจะไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของท่านหรอกนะคะ”
ความจริงแล้วโนอาห์ต้องการคนที่จะมาคุ้มครองตนเองอยู่เหมือนกัน รู้สึกว่าการฝึกเวทมนตร์ของเธอจะไม่มีความคืบหน้าจากครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตามนั่นทำให้โนอาห์ค่อนข้างที่จะท้อแท้หมดหวัง
การได้รับชีวิตใหม่ในร่างของหญิงสาวยังไม่พอยังจะเป็นคนที่ไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกเวทมนตร์อีกด้วย
“ต่อจากนี้ดิฉันจะกลายเป็นดาบและโล่ให้กับท่านนายหญิง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งแบบไหนดิฉันก็สามารถปฏิบัติได้ทุกอย่าง”
จากนั้นไมอาก็แสดงท่าทางเชื้อเชิญให้เข้าไปในงานเลี้ยง
“เชิญนายหญิงทางนี้”
"ถ้าตอบคำถามพวกนั้นไม่ได้อย่างน้อยก็บอกหน่อยสิว่านายท่านของไมอาอยู่ที่นี่หรือไม่"
"ดิฉันจะไม่ขอตอบคำถามที่เกี่ยวกับนายท่านเพราะเมื่อถึงเวลาแล้วนายท่านจะมารับนายหญิงไปเอง"
เดี๋ยวสิจะมารับเธอเหรอ แล้วเธอไปตกลงอะไรกับใครไว้ ถ้าคิดไปคิดมาก็ไม่มีแล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้
ไม่ใช่แล้วมารับไปที่ว่าคงไม่ได้หมายถึงจะให้เธอไปแต่งเข้าตระกูลเขาหรอกนะ!
"ที่ว่าจะมารับนี่….."
"เชิญนายหญิงทางนี้ ตอนนี้ท่านจำเป็นต้องไปทักทายท่านประมุขและแขกร่วมงานอีกมากมาย"
ไมอาเลือกที่จะมาจบคำถามที่เธอสงสัยไปจนหมด
เธอไม่แน่ใจว่านายท่านที่ไมอาพูดถึงมีเป้าหมายอะไรกันแน่แต่คงไม่วายเรื่องสนใจในร่างกายที่เป็นหญิงสาวของเธอสินะ ไม่สิต้องบอกว่าเดิมทีแล้วไม่ว่าใครก็เป็นแบบนั้น
ดอกไม้ที่แสนงดงามใครบ้างละที่ไม่อยากเอามาไว้ในครอบครองของตน
ช่างมันเถอะจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ถ้ากล้าส่งไมอาที่มีความสามารถมากขนาดนี้มาคุ้มครองเธอ แปลว่าเขาต้องไม่ใช่คนที่ประสงค์ร้ายกับเธอหรอกใช่ไหม…
โนอาห์เดินตามไมอาเข้าไปในงานเลี้ยงด้วยความตื่นเต้นที่ยังหายไป
ทั้งที่คิดว่ามันจะหายไปแล้วแท้ๆ
งานเลี้ยงครั้งนี้ที่ประมุขเป็นเจ้าภาพนั้นยิ่งใหญ่สมกับตำแหน่งจริงๆการประดับประดาทั้งประณีตและงดงามมีความเป็นเอกลักษณ์หรูหรา โคมระย้ามากมายที่แขวนประดับอยู่ก็ส่องแสงระยิบระยับ
การแต่งกายของแขกผู้ร่วมงานทั้งหลายจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูหราสมกับงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่
การมาของโนอาห์แน่นอนว่ามันต้องดึงดูดสายตามากมายโดยเฉพาะเหล่าชายหนุ่มที่ยังไม่มีคู่หมั้นหรือคู่แต่งงานก็จ้องมองมายังโนอาห์ที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้โดยไม่กระพริบตา "หญิงสาวคนนั้นเป็นใครกันทำไมถึงไม่เคยพบเจอมาก่อนถ้ามางานเลี้ยงครั้งนี้ได้แสดงว่าเธอต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดา"
"นั่นสิความงดงามแบบนี้มันเกินบรรยายเกินไปแล้ว"
"ขนาดผมเองที่ไม่ค่อยจะสนใจรูปโฉมของหญิงสาวแล้วยังหลงใหลไปกับรูปโฉมของเธอเลย"
...
ไมอาพาโนอาห์เดินเข้าไปในงานจนจุดที่ประมุขอยู่ท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกในงาน
"ดิฉัน พานายหญิงมาทักทายกับท่านแล้วค่ะ"
"นายหญิงที่ท่านพูดถึงอย่างนั้นเหรอ"
ประมุขที่กำลังให้ความสนใจกับทางอื่นอยู่นั้นก็หันมามองโนอาห์ที่ไมอาพามา ดวงตาของเขาที่มองมายังโนอาห์เขาตกตะลึงในความงดงามที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวคนไหนก็ตามก็ไม่มีใครงดงามไปยิ่งกว่าหญิงสาวคนนี้ที่ไมอาพามาด้วยแล้ว
โนอาห์ที่อึดอัดกับสายตาที่หลงใหลในรูปโฉมของเธอมากอยู่แล้วตอนนี้ยังต้องมาถูกประมุขจ้องมองโดยไม่เกรงใจแบบนี้อีกยิ่งทำให้สถานการณ์ตอนนี้มันน่าอึดอัดเข้าไปอีก
"ถ้าท่านประมุขจ้องดิฉันมากขนาดนั้น ดิฉันเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะคะ"
"ขออภัยที่เสียมารยาท ไม่ทราบว่าเลดี้ท่านนี้ท่านมีชื่อว่าอะไรหรือ"
ว่าแล้วเชียวต้องโดนเขาหมายตานี่ไม่คิดจะพูดคุยอย่างอื่นเลยเหรอ ในตอนนี้ในหัวของเขาคงมีแต่แผนการที่จะคว้าตัวของเธอมาเป็นของตนให้ได้ละสิ
"ดิฉันมีชื่อว่า โนอาห์ อาราเชีย ไอเซนต์ เป็นผู้นำตระกูลคินซ์ลี่ย์คนปัจจุบัน เป็นเกียรติของดิฉันมากค่ะที่ได้รับความไว้วางใจจากท่านให้เป็นแขกคนสำคัญระดับสูง"
ตอนที่ทุกคนที่อยู่แถวนั้นได้ยินชื่อของโนอาห์ในตอนแรกอาจกำลังเพลิดเพลินไปกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาแต่ละคำ แต่ท่าทีทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้ยินว่าโนอาห์คือผู้นำตระกูลคินซ์ลี่ย์ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องตกตะลึง
อย่างที่รู้กันใครก็รับรู้ได้เลยว่าผู้นำตระกูลคนปัจจุบันนั้นคือชายที่เป็นผู้กล้าคนนั้นไม่สิต้องเรียกอดีตผู้กล้าถึงจะถูก
ใครจะคิดกันละว่ามีหญิงสาวที่งดงามขนาดนี้มาเป็นผู้นำตระกูลแบบนี้
สายตาของประมุขยิ่งเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นขึ้นมา
"น่าตกใจจริงๆไม่คิดเลยว่าจะเป็นผู้นำตระกูลคินซ์ลี่ย์ กระผมคงเสียมารยาทที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับท่านด้วยตนเองแล้ว"
"เรื่องนั้นไม่ต้องลำบากท่านประมุขหรอกค่ะ ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ท่านที่เป็นเจ้าภาพจัดงานการที่จะออกมาต้อนรับดิฉันมันจะเป็นการให้ค่ากับดิฉันมากเกินไป มันจะทำให้ตระกูลอื่นมองไม่ดีได้แค่ดิฉันได้เป็นแขกคนสำคัญระดับสูงเพียงแค่นั้นก็ถือเป็นเกียรติกับดิฉันมากแล้ว"
"เรื่องนั้น…"
ไมอาที่เห็นโนอาห์แสดงท่าทีลำบากใจมานานจึงได้พูดแทรกบนสนทนาในทันที เพราะถ้าไม่ทำประมุขคงล่วงล้ำไปมากกว่านี้แน่
"ขออภัยท่านประมุขนายหญิงของดิฉันยังต้องทักทายกับแขกอีกมากเพราะฉะนั้นพวกเราต้องขอตัวก่อน"
ประมุขแม้จะรู้สึกเสียดายที่ตนเองจะไม่ได้พูดคุยกับโนอาห์แต่ก็ไม่กล้าที่จะขัดไมอาที่เข้ามาแทรกจึงได้แต่ยิ้มแล้วปล่อยโนอาห์ไป
"ลำบากหน่อยนะคะนายหญิง เอาละค่ะยังเหลือผู้ร่วมงานอีกหลายคนต้องทักทายโปรดตามดิฉันมา"
หลังจากนั้นโนอาห์ก็ได้เข้าไปทักทายพูดคุยกับแขกร่วมงานอีกหลายคน ก่อนที่จะได้มาหยุดยืนยังมุมหนึ่งของงาน
ตั้งแต่เข้างานมาก็พึ่งมีตอนนี้ที่โนอาห์รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกการรับมือกับการพูดคุยระหว่างผู้นำตระกูลมันไม่ง่ายเลยไหนจะเหล่าผู้มีฐานะสูงส่งมากมาย
ถึงตอนนี้จะมีเหล่าชายหนุ่มเข้ามาทักทายไม่หยุดก็ตามแต่มันก็รับมือง่ายกว่าก่อนหน้านี้มาก
ในระหว่างนั้นเองชายหญิงคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาทักทายกับโนอาห์
ดวงตาของโนอาห์สั่นไหวทันทีที่ได้พบการชายหญิงคู่นั้น...
. . .