ตอนที่ 2 : ฉันอยากเป็นักผจญภัยค่ะ! ตอนต้น
———มุมมองของโอฟีเลีย
หลังจากที่ได้ออกเดินทางมาจากบ้านเกิดเพราะตั้งใจว่าจะเป็นักผจญภัย ฉันก็ได้พบกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยเห็นมากมาย
อาหาร ของใช้ อุปกรณ์เวทย์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม... ทั้งหมดเป็สิ่งแปลกตาอันน่าหลงใหล ทุกวันั้แ่เดินทางเต็มไปด้วยสีสัน
รวมถึงผู้คนด้วย...
ตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้น ฉันเคยเจอคนมาหลายแบบก็จริง แต่กลับไม่เคยเจอเด็กหนุ่มที่อายุพอกันกับตัวเองที่มีความกล้าหาญแบบนั้นเลย
ถูกรุมทำร้ายจนหมอบ แต่ก็ยังยิ้มระรื่นเอาของที่ถูกขโมยไปคืนเ้าของด้วยรอยยิ้มอีก
ถึงการแสดงออกภายนอกจะเรียกได้ว่าแปลกแบบสุด ๆ แต่ก็... เป็คนดีมีน้ำใจแบบที่หาได้ยาก
นั่นแหละถึงทำให้ฉันรู้สึกสนใจ
เค้าคนนี้เป็คนประเภทที่ฉันไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน เป็คนที่น่าสนใจถึงขนาดนั้นเลยล่ะ! แถมดูภายนอกอายุก็น่าจะพอ ๆ กันอีกด้วย
โอฟีเลียนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
ความสนใจในเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันของโอฟีเลียเพิ่งจะตื่นขึ้นเป็ครั้งแรกหลังจากที่อยู่ในกรงทองมาเสียนาน
การพบกับเดลล์ทำให้หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะคนแบบเขาเป็ประเภทที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่คิดว่าจะได้เห็น
แต่ว่า...
...ก็คิดแบบนั้นแหละนะ แต่ว่า
...ความคิดชื่นชมของโอฟีเลียหยุดลงเหมือนโดนเตะปลั๊กเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ”
“โอ๊ะ! ขอบคุณมากครับ อาหารจานนี้ช่างน่าลิ้มลองและงดงาม... เหมือนกับพี่สาวเลยนะครับ”
เดลล์หยอดมุกจีบสาวรุ่นปู่ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ให้กับสาวเสิร์ฟในชุดพนักงานต้อนรับทันทีที่เธอนำของทอดวางบนโต๊ะของเขา
ตอนนี้ทั้งสามคนกำลังร่วมโต๊ะทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ภายในร้านอาหารกึ่งบาร์ที่มีเฟอร์นิเจอร์ จาน ชาม รวมถึงอาคารเป็ไม้ทั้งหลัง
และเพราะนั่งโต๊ะเดียวกัน แน่นอนว่าภาพที่เดลล์กำลังหลีหญิง โอฟีเลียกับไอชาก็รู้เห็นด้วย
พวกเธอถึงได้ยิ้มแหย ๆ อยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของเดลล์
ส่วนพนักงานสาวที่รับมุกมากลับยิ้มแย้มใส่เดลล์อย่างผิดคาด นี่หรือว่าเสน่ห์ของเดลล์จะใช้ได้ผลจริง?
“แหมๆ ขอบใจนะจ๊ะ”
...แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ รอยยิ้มของสาวเสิร์ฟเป็เพียงรอยยิ้มของมืออาชีพที่มอบให้ลูกค้าทั่วไป
แล้วเธอก็เดินจากไปทำงานต่อทันที ดูเหมือนสาวเสิร์ฟจะไม่ได้สนใจเดลล์ที่เด็กกว่าเลยสักนิด
ต้องขอบคุณที่เดลล์มีแต้มต่อเื่หน้าตาอันหล่อเหลาอยู่บ้าง เขาเลยดูเป็เด็กหนุ่มน่ารักน่าชังที่เพิ่งเริ่มจีบสาว ไม่งั้นถ้าเดลล์หน้าตาแย่กว่านี้ สาวเสิร์ฟคงเดาะลิ้นมองเหยียดด้วยแววตาสมเพชไปแล้ว
แต่เื่นั้นคงไม่ต้องห่วง เพราะไอชาทำเื่นั้นแทนให้แล้ว เธอมองเดลล์ราวกับเขาเป็ขยะสดเลยทีเดียว
“ไม่สนใจซะงั้น แต่ก็ช่างเถอะ” เดลล์ไม่ได้คิดมาก
เขายักไหล่ หันไปหยิบของทอดขึ้นมากินหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คงถูกปฏิเสธจนชินไปแล้วสินะคน ๆ นี้
โอฟีเลียกับไอชาคิดแต่ไม่ได้พูดออกไปตรง ๆ เพราะมันก็เห็น ๆ กันอยู่
“ย่าแว่บ้วกเตอไม่กินอาไยหย่อยเย๋อ (ว่าแต่พวกเธอไม่กินอะไรหน่อยเหรอ?)”
“อย่าพูดตอนกำลังเคี้ยวอาหารสิคะ นอกจากขี้หลีแล้วยังไม่มีมารยาทอีกนะคะเนี่ยคุณน่ะ”
ไอชามีสีหน้าเ็าเหมือนเคย คำพูดเชือดเฉือนทำเอาเดลล์กลืนอาหารลงคอแทบไม่ทัน
“ปากคอเราะร้ายซะไม่มีเลยนะเธอเนี่ย... ว่าแต่พวกเธอไปไงมาไงถึงได้ไปเดินในที่อันตรายแบบนั้นล่ะ?” เดลล์กินอาหารต่อทันที ดูเหมือนสุดท้ายเขาก็เมินคำเตือนของไอชาทำให้เธอหงุดหงิดเส้นเืปูดโปน
โอฟีเลียเลยยิ้มแห้ง คิดว่าต้องเป็คนคุยกับเดลล์เอง
“เปล่าหรอกค่ะ ก็แค่อยากไปทางลัดที่มันเร็วกว่าก็เท่านั้นเอง แล้วมันก็น่าเบื่อด้วยที่ต้องเดินในเมืองที่เดินผ่านมาแล้วน่ะค่ะ” โอฟีเลียว่าจบก็หัวเราะแฮะ ๆ
ท่าทางน่ารักน่าชังนั่นคงทำเอาชายหนุ่มคู่สนทนาหัวใจละลายจนทำไอชาอดกังวลแทนไม่ได้
แต่เดลล์ดูจะสนใจเนื้อหามากกว่า เขาพยักหน้าเบา ๆ ใช้นิ้วเช็ดซอสที่ติดริมฝีปาก
“เอาเถอะวันหลังก็ระวังด้วยละกัน ถ้าเกิดไปเจอคนเลว ๆ แล้วโดนกระทืบเอาล่ะแย่เลย”
“ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าคำพูดนั้นจะออกมาจากปากของคนที่เพิ่งโดนกระทืบ”
ไอชาตอกกลับเดลล์หน้าตายไปอีกหนึ่งฉาด รับส่งมุกกันราวกับรู้จักกันมานาน
เอาจริงก็คงเพราะเดลล์เป็คนง่าย ๆ ด้วยเขาถึงไม่คิดมาก แล้วเคมีก็ช่างเข้ากันกับนิสัยไม่เกรงใจชาวบ้านของไอชาพอดิบพอดี ทั้งสองถึงดูเหมือนเข้าขากันได้เร็ว?
“เพื่อนเธอนี่ใจร้ายชะมัดเลยนะโอฟีเลีย ฉันเองก็มีหัวจิตหัวใจเหมือนกันนะ จะร้องไห้แล้วด้วย... กระซิก”
เดลล์ทำทีเป็ร้องไห้ โอฟีเลียเลยตามน้ำหัวเราะแห้ง ๆ
ถึงรอยยิ้มจะเป็แบบขอไปทีก็ตาม
“อะฮะฮะฮะ... ไอชาเองก็เลิกแกล้งคุณเดลล์ได้แล้วนะ”
“ค่ะคุณครู”
“นี่พวกเธอเห็นฉันเป็เด็กที่โดนรังแกรึไง!?”
...บรรยากาศบนโต๊ะราวกับในห้องเรียนหลังการทะเลาะวิวาทของเด็ก ๆ ยังไงอย่างงั้น
“ไม่ไหว ๆ ใจร้ายชะมุเลย”
เดลล์บ่นแล้วดื่มน้ำอึกหนึ่งปิดท้ายมื้อ ยกมือขอบคุณอาหาร เป็มารยาทที่แปลกตาสำหรับสองสาวไม่เบา
ซึ่งอันที่จริงก็แปลกมาั้แ่การกล่าวสิ่งที่คล้ายบทสวดอย่าง “ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง....” ตอนก่อนเริ่มทานอาหารแล้ว
แต่ก่อนจะได้ถามอะไร เดลล์ก็เป็ฝ่ายชิงถามออกมาก่อนอีก
“ว่าแต่กระเป๋าเดินทางพวกนั้น... พวกเธออยู่ระหว่างเดินทางกันสินะ กำลังไปไหนกันเหรอ?” เดลล์ชำเลืองมองไปยังกระเป๋าใบเล็กและใหญ่ที่วางอยู่ข้างเก้าอี้ของโอฟีเลียและไอชา
“จริง ๆ แล้วพวกเราอยู่ระหว่างการเดินทางไปเป็นักผจญภัยน่ะค่ะ!”
โอฟีเลียดีดหลังยิ้มเจิดจ้าตื่นเต้น เหมือนว่าจะเจิดจ้าที่สุดั้แ่ที่คุยกันมาด้วยซ้ำ
“เห...”
เดลล์ส่งเสียงด้วยความสนใจ
...ในความหมายก็คือเขาสนใจหน้าอกที่กำลังกระเพื่อมของโอฟีเลียที่กำลังตื่นเต้นอยู่ต่างหาก
“...โรคจิตด้วยสินะคะคุณน่ะ”
“ขอโทษครับ เผลอไป”
“เอ๊ะ? อะไรเหรอ?”
โอฟีเลียไม่ทันรู้ตัว แต่ไอชาก็ด่าเดลล์แทนเธอไปแล้ว
ไอชาคิดว่าแปลกเหมือนกันที่เดลล์ผู้จีบสาวไปทั่วยังอุตส่าห์มีสำนึกขอโทษ ถ้าจะมีอะไรให้พอยกโทษก็คงเป็เื่นั้น
ส่วนโอฟีเลียที่ไม่ได้สนใจก็เริ่มทำตาเป็ประกายอีกหน ดูเหมือนการพูดเื่นักผจญภัยจะเป็การไปเปิดสวิตช์เธอเข้าให้
“นี่ ๆ คุณเดลล์รู้รึเปล่า! ว่า ‘นักผจญภัย’ เป็อาชีพที่น่าสนุกสุด ๆ ไปเลยนะคะ!”
โอฟีเลียยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยความตื่นเต้น ทำเดลล์ยิ้มออกมาด้วยเพราะรู้สึกเหมือนมองเด็ก ๆ และเป็ครั้งแรกที่ไอชาเข้าใจความรู้สึกของเดลล์
รอยยิ้มใสซื่อของโอฟีเลียน่าทะนุถนอมถึงปานนั้น
...หรือหากจะให้เจาะลึกลงไปในรายละเอียดที่แตกต่าง
เดลล์รู้สึกเอ็นดูท่าทางแบบนั้นเพราะเหมือนกับใครบางคนที่เขารู้จัก
“เรียกฉันว่าเดลล์เฉย ๆ ก็ได้นะ”
“อ๊ะ ขอบคุณมากค่ะ!”
พอเดลล์ยิ้มแย้มเปิดทางให้วางตัวสบาย ๆ ขึ้น โอฟีเลียก็ยิ้มดีใจด้วยความเก้อเขินเหมือนกัน
“แล้วเดลล์เคยได้ยินเื่ ‘กิลด์นักผจญภัย’ รึเปล่าคะ!”
โอฟีเลียทำสายตาเป็ประกายขึ้นอีก ไอชาเห็นแล้วกุมขมับเพราะรู้ว่าอะไรกำลังจะมา
โอฟีเลียชื่นชอบการผจญภัยเป็อย่างมาก เมื่อมีใครพูดเื่นี้ในวงหรือเธอนึกอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ขึ้นมาได้ ถ้าได้มีโอกาสพูดครั้งนึงเธอจะพูดไม่หยุดเลย
สำหรับไอชานั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะชินแล้ว แต่ถ้าโอฟีเลียไปทำแบบนั้นกับคนอื่นมันคงไม่ดีเท่าไร แม้กระทั่งกับคนอย่างเดลล์ก็ตาม
“ท่านโอฟีเลียคะ คือว่า———”
“ไม่อ่ะ มันเป็ยังไงเหรอเล่าให้ฟังหน่อยสิ”
เดลล์พูดเร่งเร้าโอฟีเลียก่อนที่ไอชาจะพูดขัดโอฟีเลีย แถมเขายังหันมาขยิบตาให้กับไอชาอีกต่างหาก
จงใจสินะคน ๆ นี้
ไอชารู้ได้ทันที เธอจ้องเดลล์เขม็งเพราะคิดว่าเดลล์อาจจะตั้งใจจีบโอฟีเลียโดยรับฟังสิ่งที่เ้านายเธออยากจะเล่า
แต่ถ้าเดลล์อยากจะทำอย่างนั้นจริง เขาก็คงไม่ไปจีบสาวคนอื่นก่อนหรอกมั้ง? ไอชาเลยปัดตกเื่นั้นไป
งั้นนี่หรือว่า... คน ๆ นี้แค่อยากทำเพื่อท่านโอฟีเลียเท่านั้นเหรอ?
เขาอาจแค่อยากให้ท่านโอฟีเลียได้เล่าในสิ่งที่อยากจะเล่าอย่างบริสุทธิ์ใจเฉย ๆ ก็ได้
ไอชาเริ่มคิดแบบนั้น
แต่คิดแบบนั้นมันจะง่ายเกินไปรึเปล่านะ
ไอชาแอบระแวงเป็อีกอย่าง แต่ก็รู้สึกว่าในใจได้ตัดสินไปแล้วว่าเดลล์ไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้น อย่างน้อยเดลล์ก็ได้คะแนนเยอะจากการช่วยคู่แม่ลูกก่อนหน้านี้
งั้นปล่อยไปก่อนคงไม่เป็ไรมั้ง
ไอชายอมให้กับเดลล์ และยอมให้กับเ้านายที่กำลังจะสาธยายเื่นักผจญภัย
ส่วนเ้าตัวอย่างโอฟีเลียตระเตรียมกระแอมครั้งนึงก่อนพูด แม้สีหน้าเธอจะจริงจังแต่ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน
“อย่างที่รู้กันค่ะว่านักผจญภัยนั้นคืออาชีพที่รับคำร้องต่าง ๆ ใช่ไหมคะ... จะทั้งปราบมอนสเตอร์ เก็บไอเทม ตามหาคนหาย พิชิตดันเจี้ยนหรืออะไรก็ตามแต่ โดยจะได้รับค่าตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อจากผู้ว่าจ้าง”
“อื้ม ก็เื่ทั่วไปนี่นะ” เดลล์เปลี่ยนท่ามาเท้าคางฟัง
“แล้วเดลล์ทราบรึเปล่าคะว่านักผจญภัยยังมีหน้าที่ที่น่าสนใจมาก ๆ อยู่อีกอย่าง มันคืออะไรเอ่ย?”
โอฟีเลียส่งแววตาเป็ประกายเร่งร้า เฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แถมยังทำท่ายื่นไมค์โครโฟนสมมุติมาทางเดลล์อีกต่างหาก
เห็นอีกฝ่ายสนุกสนานแบบนั้นเดลล์เองก็อดเล่นไม่ได้
“ขอตอบว่า การสำรวจ ‘โลกเร้นลับ’ ครับผม”
“ปิ๊งป่อง! ถูกต้องแล้วค่ะ!” โอฟีเลียยิ้มแย้มปรบมือ เดลล์ก็ปรบมือด้วย
และเพื่อไม่ให้เ้านายเสียอรรถรส ไอชาเองก็ปรบมือตามด้วย
“จากการคำนวณรัศมีของโลกใบนี้คร่าว ๆ ด้วยเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ทำให้ทราบว่าแผนที่ในปัจจุบันที่เราค้นพบแล้วนั้นมีเพียงแค่ 7.2% จากโลกทั้งใบเท่านั้นเอง!
เพราะงั้นใน ‘โลกเร้นลับ’ ที่ยังไม่ถูกค้นพบเลยอาจจะมีทั้งเทคโนโลยีที่หายสาบสูญจากยุคโบราณ ไอเทมในตำนานที่ยังไม่ถูกค้นพบ มอนสเตอร์ สัตว์และพืชพรรณหายากที่ไม่มีใครเคยเห็น แล้วก็ดันเจี้ยนใหม่ ๆ ที่มีสมบัติมากมายเต็มไปหมด! รวมถึงอาจมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาแบบเราอาศัยอยู่ด้วยก็ได้! พื้นที่ที่ยังไม่มีใครค้นพบพวกนั้นกำลังรอให้เหล่านักผจญภัยผู้กล้าหาญเข้าไปสำรวจยังไงล่ะคะ!”
โอฟีเลียประสานมือเข้าหากันด้วยความฟิน ใครเห็นก็คงรู้ว่าเธอชอบเื่ที่ตัวเองเล่าออกมาจากใจจริง
“แล้ว ‘กิลด์นักผจญภัย’ ก็คือ สถานที่ที่เหล่านักผจญภัยรวมตัวกันกับพวกพ้อง เพื่อร่วมกันออกผจญภัยในที่ต่าง ๆ ด้วยกันยังไงล่ะคะ!”
“เห... ฟังดูน่าสนุกจังนะ” เดลล์ยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ใช่ไหมล่ะคะ!”
โอฟีเลียยื่นหน้าหาเดลล์เพราะเขาเห็นด้วยกับตัวเอง เธอคงรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเลย
ไอชาเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เหมือนทุกที
“แล้วเดลล์รู้ไหมคะว่ากิลด์ในสมัยก่อนกับสมัยนี้นั้นต่างกันมาก” โอฟีเลียพูดต่อ
“อื้ม... ที่เปลี่ยนระบบจากรวมศูนย์กลางมาเป็แบบแยกตัวสินะ”
“ระ รู้ละเอียดจังเลยค่ะ!”
เดลล์ไปกดสวิตช์แปลก ๆ ของโอฟีเลียเข้าอีกรอบ การที่เดลล์รู้เื่นักผจญภัยดันไปสร้างความประทับใจแบบแปลก ๆ ให้กับโอฟีเลียเข้าเสียอย่างงั้น
ขอโทษด้วยค่ะ
สายตาของไอชาส่งมาหาเดลล์ แต่แน่นอนว่าเขาไม่ถือโทษ
เช่นไรก็ตาม โอฟีเลียที่กำลังสนุกไม่ได้รับรู้สายตาของเมดตัวเอง และเริ่มทำการเลคเชอร์ต่ออย่างสนุกสนาน
“อะแฮ่ม! เมื่อก่อนระบบกิลด์เป็องค์กรอิสระที่ไม่ขึ้นตรงกับประเทศใดและเป็แบบรวมศูนย์คือบริหารทั้งระบบด้วยส่วนกลาง และสร้างสาขาย่อยเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในหลาย ๆ พื้นที่น่ะค่ะ
แต่เมื่อ 200 ปีก่อน ระบบกิลด์ก็ได้ลองปรับเปลี่ยนเป็แบบแยกตัวกันบริหารดู โดยมีส่วนกลางทำหน้าที่ควบคุมความสงบเรียบร้อยเฉย ๆ แล้วให้กิลด์แต่ละแห่งแยกตัวออกมาบริหารกันเอง ให้ทำภารกิจสะสมแต้มแข่งขันกันในทุกไตรมาส โดยมีรางวัลจากส่วนกลางเป็ของตอบแทนนอกเหนือจากรางวัลจากผู้ว่าจ้างตามปกติด้วยค่ะ! นั่นก็เพื่อดูว่าแบบไหนจะสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่ากัน”
“แล้วผลลัพธ์ก็โป๊ะเชะสินะ” เดลล์ดีดนิ้ว
“ใช่เลยค่า! ผลจากการทำแบบนั้นทำให้อัตราการแข่งขันสูงขึ้น ผลงานที่กิลด์นักผจญภัยต่าง ๆ แสดงให้ชาวโลกเห็นก็เลยมีมากขึ้น! โดยเฉพาะการแข่งขันด้านการสำรวจโลกเร้นลับ ที่เหล่านักผจญภัยสามารถเปิดแผนที่โลกไปจากเดิมได้มากถึง 1.3% ซึ่งเป็อัตราการเติบโตที่น่าทึ่งมาก พอมันได้ผลชะงัดแบบนั้นรูปแบบขององค์กรเลยเปลี่ยนไปอย่างถาวรเลย!
มีกิลด์ใหม่เกิดขึ้นมากมายด้วยชื่อที่ตัวเองตั้งขึ้นอย่างเป็เอกลักษณ์ แถมยังมีระบบที่เรียกว่า ‘กิลด์แรงค์’ ที่ใช้แบ่งระดับลีกการแข่งขันประจำไตรมาสของกิลด์นักผจญภัยด้วย โดยจะมีการแบ่งเป็ระดับ D C B A และ S เหมือนกับระดับของนักผจญภัยเลยล่ะค่ะ”
โอฟีเลียพูดจนจบโดยไม่มีท่าทางเหนื่อยหอบ
ไม่สิ... เรียกว่าตื่นเต้นจนลืมไปว่าตัวเองเหนื่อยมากกว่า เพราะทันทีที่พูดจบเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรงในทันที
“น้ำค่ะ”
“อ๊ะ! ขอบคุณมากจ่ะไอชา”
โอฟีเลียรับน้ำมาจากไอชาดื่มลงคออย่างนุ่มนวล ชวนสงสัยว่าเธอเป็ลูกคุณหนูมาจากไหน
แต่ที่เดลล์สนใจมากกว่าคือความคล่องของไอชาหลังโอฟีเลียเล่าเื่จบต่างหาก
เป็งี้ประจำเลยสินะ
เดลล์แอบคิด
“สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งได้ออกมาผจญภัย ถือว่ารู้ละเอียดใช้ได้นะเนี่ย” เดลล์ดื่มน้ำหนึ่งอึกตาม
ทางโอฟีเลียส่ายหน้า เพราะคิดว่าเดลล์ชมเกินไป
“ไม่หรอกค่ะ พอคนเราสนใจอะไรก็จะเจาะลึกลงไปอย่างบ้าคลั่ง ฉันว่ามันเป็เื่ปกติออกนะคะ”
โอฟีเลียเอียงคอยังกับจะถามออกมาว่า “แปลกเหรอคะ?” ยังไงอย่างงั้น
แน่นอนว่าคำตอบมันขึ้นอยู่กับมุมมอง... สำหรับไอชาที่ยิ้มแห้ง ๆ ให้กับเ้านายตัวเองนั้นมองว่าแปลกก็จริง
แต่สำหรับเดลล์นั้นไม่คิดว่าแปลก การที่คนเราชอบอะไรสักอย่างและทุ่มเทให้กับมันอย่างบ้าคลั่งถือเป็เื่ปกติสำหรับเขาเหมือนกัน
เดลล์เริ่มเอาหน้าราบไปกับโต๊ะ เป็ฝ่ายเปิดประเด็นบ้าง
“กิลด์เหรอ... งั้นที่เธอจะมาเป็นักผจญภัยก็แสดงว่ามีกิลด์ในใจอยู่แล้วสินะ”
ถ้าอยากเป็นักผจญภัยก็ต้องมีกิลด์ที่สังกัด นั่นเป็สามัญสำนึกของโลกใบนี้
หากจะให้เปรียบเทียบก็คงคล้ายกับการถามเด็กผู้ชายที่ชอบเล่นฟุตบอลว่าชอบทีมอะไร? นั่นเอง
และแน่นอน... พอโอฟีเลียถูกถามดวงตาเธอก็เป็ประกายในทันที ราวกับเด็กผู้ชายผู้หลงไหลทีมฟุตบอลดังที่ได้เปรียบเปรย
“ฉันอยากจะเข้ากิลด์แบบ ‘อันเดอร์คลาวด์ (Under Clouds)’ค่ะ!”
โอฟีเลียส่งเสียงดังฟังชัด ความใสซื่อพุ่งตรงมายังเดลล์จนเขาเผลอเบิกตาโพลง
ทั้งนี้ทั้งนั้น... ก็เพราะกิลด์ที่ออกมาจากปากของโอฟีเลียนั้นเป็กิลด์ระดับ S ซึ่งเป็ลีกระดับสูงสุด แถมในหมู่กิลด์ระดับ S ด้วยกันก็นับได้ว่าเป็กิลด์ชั้นหนึ่ง
ไม่สิ... พูดได้เต็มปากเลยว่าเป็กิลด์อันดับหนึ่งของโลก
ทว่า...
“...แต่เธอก็น่าจะรู้นะ ว่า ‘อันเดอร์คลาวด์’ ล่มสลายไปแล้ว”
สีหน้าของเดลล์เคร่งขรึมขึ้นมาเป็คนละคน มีเพียงไอชาเท่านั้นที่สังเกตเห็น
...รวมถึงน้ำเสียงอันแฝงไว้ด้วยความเศร้าของเขาด้วย
❖❖❖❖❖

