ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 24 พื้นที่ลับ
ไม่นานนักมาคัสก็กลับมา
การติดตามอเวกระดับสามไม่ได้เป็ปัญหาใหญ่อะไร เพียงแค่ต้องเร็วกว่าก็เท่านั้น
เมื่อเห็นทั้งสี่คนยังอยู่รอดปลอดภัย หัวหน้าตระกูลอย่างมาคัสก็ถอนหายใจออกมา แม้ตามเนื้อตัวของเคนจะเต็มไปด้วยร่องรอยาแก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่าแสาหัสอะไร
มาคัสเดินเข้ามาแตะไหล่ของเคนเบาๆ พร้อมกับพยักหน้าให้
วันนี้เป็อะไรที่หนักหนาพอสมควร แต่เชื่อได้เลยว่านับจากวันนี้จะมีสมาชิกตระกูลที่สามารถพึ่งพาได้เพิ่มอีกหนึ่งคน
“พวกเรารีบเข้าไปดูด้านในกันเถอะ อย่าเสียเวลาอยู่ตรงนี้อีกเลย พวกเราเสียเวลามามากพอแล้ว” มาคัสกวาดตามองซากศพเกลื่อนกลาดรอบด้านด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่าย
เขาเพียง้าจะมาตามหาตัวลูกชาย แต่ไฉนถึงต้องเจอคนคอยขวางทางนับไม่ถ้วนด้วย
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปภายในหุบเขา ด้านในเป็ที่ราบแอ่งกระทะ รายล้อมไปด้วยเนินผา สามารถป้องกันสายตาสอดส่องจากบุคคลภายนอกได้เป็อย่างดี
พวกเขาเห็นค่ายพักแรมที่สร้างขึ้นหลายแห่ง น่าจะเป็ของกลุ่มโจรเต่าเขียว และที่พักที่สร้างมาอย่างดี คาดว่าน่าจะเป็ของชายในชุดสีทองที่บัดนี้กลายเป็เศษชิ้นเนื้ออยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว
ดูเหมือนว่าชายชุดทองจะค่อนข้างมีอิทธิพลมากในที่แห่งนี้ แม้ตัวมันจะไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆ แต่กลับมีสิ่งปลูกสร้างที่มั่นคงแข็งแรง ดูดียิ่งกว่าค่ายพักแรมของกลุ่มโจรเต่าเขียวไปมาก
สมาชิกตระกูลพีไรซ์ทั้งสี่ที่นำโดยมาคัสพุ่งเป้าไปที่การสำรวจบ้านพักตรงหน้า เลือกที่จะเมินค่ายพักแรมของกลุ่มโจรเต่าเขียวไปก่อน
ทั้งสี่คนช่วยกันพังประตูจนเข้ามาภายในได้
ด้านในเป็ห้องสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่มาก แบ่งส่วนเป็ห้องนอนฝั่งหนึ่ง อีกส่วนเป็ห้องทำงาน
ดูเหมือนจะมีเอกสารหลายอย่างวางเอาไว้บนโต๊ะ
“เอกสารรายการสิ่งของ?” เคนหยิบเอกสารปึกหนึ่งขึ้นมาดู
บนหน้ากระดาษเต็มไปด้วยตารางรายชื่อสิ่งของพร้อมวันที่กำกับ
“ศิลาธาตุสามร้อยชิ้น หินพลังงานแปดร้อยชิ้น? นี่มันอะไรกัน” เคนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ส่วนอันนี้เป็เอกสารรับรองการขนส่ง......เหมือนจะเพิ่งรับของไปเมื่อวาน ใช้กองคาราวานขนาดใหญ่ เกวียนมากกว่าสิบเล่ม” มาร์ลมองดูเอกสารอีกใบ
แท้จริงแล้ว การเดินทางผ่านดินแดนรกร้างที่มีภูมิประเทศแสนอันตราย รถยนต์ที่ใช้เดินทางภายในเมืองหรือระหว่างเมืองนั้นไม่นิยมนำมาใช้งานสักเท่าไหร่
หลายครั้งที่การขนส่งขนาดใหญ่จะใช้สัตว์อสูรเทียมเกวียนในการเดินทาง และดูเหมือนการขนส่งสินค้าจากสถานที่แห่งนี้ก็จะใช้สัตว์อสูรในการเดินทางเช่นเดียวกัน
“ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะมีความลับบางอย่างอยู่” หลังจากเห็นเอกสารหลายๆ อย่างเมลิกก็พูดขึ้นมา
ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น มาคัสเองก็มองออกไปด้านนอกผ่านหน้าต่างห้องทำงาน
ด้วยสายตาของอเวกระดับห้า เขาสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปได้ดีระดับหนึ่ง
ถ้ามองออกไปจากหน้าต่าง สามารถมองไปเห็นโพรงเล็กๆ ที่มีขนาดกว้างพอให้คนสามสี่คนเดินเข้าไปได้ มันจะไม่มีอะไรผิดปกติถ้าเขาไม่เห็นรอยลากล้อเลื่อนเป็ทางยาวที่พื้นบริเวณหน้าทางเข้าโพรงนั่น แสดงให้เห็นถึงการเข้าออกผ่านโพรงแห่งนี้เป็ประจำ
นอกจากนี้ บ้านพักหลังนี้ยังจงใจสร้างหน้าต่างที่มองเห็นโพรงนั้นพอดีจากในห้องทำงาน
“อืม ดูเหมือนจะมีบางอย่างซ่อนอยู่ และน่าจะซ่อนอยู่ภายในนั้น” หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดมาคัสก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา สายตายังคงจับจ้องอยู่นอกหน้าต่าง
อีกสี่คนที่เหลือต่างก็ละสายตาจากเอกสารบนโต๊ะทำงานแล้วมองตามสายตาของหัวหน้าตระกูลไป
ทั้งสี่คนอาจจะไม่สังเกตเห็นร่องรอยต่างๆ มากนัก ด้วยระยะทางที่มากจนเกินไป แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าหัวหน้าตระกูลต้องสังเกตเห็นบางสิ่งเป็แน่
ทุกคนจึงเลิกสำรวจภายในบ้านพักแล้วมุ่งหน้าไปยังโพรงแห่งนั้นทันที
ภายในโพรงค่อนข้างมืด พื้นลาดลงไปด้านล่าง ยิ่งเดินลงไปก็ยิ่งลึกลงด้านล่างมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งห้าคนเดินลึกลงมาไกลพอสมควร ช่องทางค่อยๆ ขยายออกเผยให้เห็นพื้นที่กว้างโล่งภายใน มีถังมากมายเรียงรายอยู่ด้านข้าง เว้นทางเดินตรงกลางเอาไว้มากพอจะให้คนยืนเรียงหน้ากระดานสิบคนเดินผ่านได้
ภายในถังสี่เหลี่ยมเ่าั้ บางถังก็ว่างเปล่า แต่กับบางถังก็เต็มไปด้วยสิ่งของ พวกมันคือหินพลังงานและศิลาธาตุ
หินพลังงานเป็หินที่จะปลดปล่อยพลังงานบริสุทธิ์ออกมา ถ้าให้เทียบกับโลกสมัยก่อนก็คงคล้ายพลังงานไฟฟ้าไม่ก็พลังงานน้ำมัน โลกสมัยนี้ก็เช่นกัน จำเป็ต้องมีแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนกิจกรรมทุกอย่างให้เป็ไปโดยสะดวก
ส่วนศิลาธาตุ.......นี่เป็สิ่งหายากโดยแท้จริง
ศิลาธาตุนั้น สำหรับเหล่าอเวกต่างเห็นเป็ของล้ำค่า เพราะมันช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ธาตุเฉพาะให้กับอเวกที่มีพลังพิเศษสายพลังงานธาตุ จำพวกคนที่ปล่อยไฟออกจากมือ หรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมโดยรอบให้กลายเป็ทุ่งน้ำแข็งอะไรเทือกนั้น
และอเวกที่ไม่มีพลังธาตุก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน โดยจะเพิ่มพลังงานธาตุนั้นๆ ให้กับบุคคลที่ใช้ มีประโยชน์ทำให้ฝึกฝนบางวิชาง่ายขึ้น หรืออาจจะสอดแทรกพลังงานธาตุเข้าไปในการโจมตี ทำให้ศัตรูยากจะรับมือ
นอกจากจะช่วยเสริมพลังงานธาตุให้แข็งแกร่งแล้ว มันยังมีส่วนช่วยให้การฝึกฝนพลังของอเวกเหล่านี้รุดหน้าขึ้นได้อย่างว่องไวอีกด้วย
จึงไม่แปลกเลยที่มูลค่าของศิลาธาตุเหล่านี้จะสูงมาก
ทั้งห้าคนมองกองหินเ่าั้ด้วยความใ นี่คงจะเป็สิ่งที่อยู่ในเอกสารเ่าั้ การขนส่งที่ใช้เกวียนมากกว่าสิบคันรถ นับเป็การขนส่งครั้งใหญ่ไม่น้อยในสภาพภูมิประเทศทุรกันดารเช่นนี้
สถานที่แห่งนี้ซ่อนเื่ราวไว้มากกว่าที่ตาเห็นจริงๆ บางทีนี่อาจจะเป็เหมืองศิลาธาตุและหินพลังงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งก็เป็ได้?
เมื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ โดยรอบแล้ว พวกเขาก็เดินลึกเข้าไปอีก จนถึงโถงถ้ำถัดไป
“ขนลงมาตรงนี้ให้หมด อย่าได้อืดอาด! ไม่เช่นนั้นวันนี้พวกเ้าได้อดข้าวแน่!” เสียงของชายคนหนึ่งะโดังไปทั่วถ้ำ
เขายืนอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่ กำลังมองลงไปที่กลุ่มคนงานสภาพอิดโรยเบื้องล่าง และมีกลุ่มคนในชุดสีเทาซึ่งดูเหมือนจะเป็พวกเดียวกันกับชายคนดังกล่าวยืนกระจายก็อยู่ทั่วโถงถ้ำ พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็อเวกระดับสาม
พวกคนงานจำนวนมากเดินออกมาจากอุโมงค์ขนาดใหญ่ กำลังแบกหามลำเลียงหินพลังงานมาใส่ไว้ในกระบะเหล็กคันใหญ่ที่มีล้อเลื่อน
ไม่มีใครที่มีสีหน้ามีความสุขสักคน คนงานส่วนใหญ่ซูบผอมราวกับคนขาดสารอาหาร เนื้อตัวมอมแมมสกปรก แต่น่าแปลก แทบทุกคนล้วนมีพลังงานจางๆ เปล่งออกมาจากร่างแทบทั้งนั้น
คนงานทุกคนเป็อเวก!
อาจจะไม่ใช่อเวกระดับสูง แต่อเวกก็คืออเวก ต้องรู้ก่อนว่าสัดส่วนของคนธรรมดาต่ออเวกภายในเมืองขนาดเล็กคิดเป็ เจ็ดต่อสาม
หมายความว่าในเมืองขนาดเล็กมีจำนวนประชาชนที่เป็คนธรรมดามากกว่าสองเท่าของอเวก
แต่คนงานภายในถ้ำแห่งนี้กลับเป็อเวกทั้งหมด! อีกทั้งเมื่อมองดูสภาพความเป็อยู่ของคนงานเหล่านี้ก็ดูไม่ดีเป็อย่างมาก เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น รูปร่างผอมแห้งขาดสารอาหาร ทุกคนล้วนใส่ปลอกคอหนามสีดำไว้บนคอกันถ้วนทั่วทุกตัวคน
สมาชิกตระกูลพีไรซ์ทั้งห้าคนที่เพิ่งมาถึงไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปลอกคอนั่นมันคืออะไรกันแน่ แต่บางที...นั่นอาจจะเป็ต้นเหตุว่าทำไมพวกคนงานถึงอยู่สภาพเช่นนั้นโดยที่ไม่มีอาการต่อต้านแม้แต่น้อย
เคนสะกิดไปที่แขนของคาคัส ส่วนเมลิกและมาร์ลก็หันไปมองหน้ามาคัส
สถานการณ์เช่นนี้พวกเขาจำเป็ต้องทำอะไรสักอย่าง เพียงแต่ว่าตอนนี้พวกเขาไม่เข้าใจเื่ราวอะไรสักอย่าง
ทันใดนั้นสายตาของมาคัสก็สังเกตเห็นใครบางคน
“นั่น......” มาคัสพึมพำขึ้นมาด้วยเสียงอันแ่เบา ดวงตาฉายแววย้อนรำลึกถึงความหลังครั้งอดีต
เป็่เวลาเดียวกันกับที่ชายชุดเทาบนแท่นหินสังเกตถึงสิ่งผิดปกติ มันค่อยๆ หันหน้ามาทางที่กลุ่มของมาคัสยืนอยู่
“หืม?” มันผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเป็ปม
“พวกเ้าเป็ใคร!?” เสียงคำรามแผดลั่น แฝงไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งใ เดือดดาล และหวั่นกลัว