ไม่รอให้ฮุ่ยหลิงหันกลับมาทำร้ายเด็กหญิงผิงผิงได้ เฟยอวี่รีบอุ้มเอาลูกสาวขึ้นมากอดไว้แน่น
“เป็อะไรมากไหมลูก เจ็บตรงไหนมากไหม”
“ฮึก ๆ แม่ ~ ผิงผิงไม่เจ็บตรงไหนค่ะ ฮึก ๆ ” เด็กหญิงผิงผิงส่ายหน้าไปมาก่อนจะโอบกอดคอคนเป็แม่แน่นด้วยความหวาดผวา
“นี่!!! กล้าดียังไงมาบังคับลูกฉันให้ล้างจานใต้บรรยากาศหนาวเข้ากระดูกแบบนี้ ใครกินก็ล้างเองสิ!!!”
เฟยอวี่หันไปตวาดฮุ่ยหลิงที่กำลังยันกายลุกขึ้น แขนเรียวโอบกอดลูกสาวในอ้อมอกไว้แน่น เห็นเด็กหญิงผิงผิงสั่นไม่หยุดภายในใจก็ยิ่งสงสาร มองหญิงอวบอ้วนที่อยู่ตรงหน้าก็ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม
“หนอย ~ นังเฟยอวี่ เพิ่งฟื้นก็ทำเก่งใช่ฉันเลยนะ ฉันต้องตบสั่งสอนหล่อนหน่อยแล้ว”
ฮุ่ยหลิงง้างมือพุ่งเข้าใส่เฟยอวี่ แต่ยังไม่ทันจะได้ตบสั่งสอนใบหน้าสวย ๆ ของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ฮุ่ยหลิงก็ถูกถีบกลับลงไปนอนกอดพื้นอีกครั้ง...เฟยอวี่ไม่หยุดอยู่แค่นั้น สายตาเหลือบไปเห็นถ้วยอาหารเหลือที่อยู่ข้าง ๆ เข้าพอดี เธอจึงรีบหยิบเอามันขึ้นมาแล้วราดใส่ฮุ่ยหลิง
“กรี๊ดดดด ~ นังเฟยอวี่!!! หล่อนกล้าดียังไงเอาอาหารบูดมาราดใส่ฉันยะ!!!”
“แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ! เธอนั่นแหละกล้าดียังไงมารังแกลูกฉัน! ถ้าอยากจะตบนักก็เข้ามาเลย! ฉันไม่ได้กลัวเธอเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ!”
เฟยอวี่ยอมซะที่ไหน ถ้าใครกล้ามารังแกลูกสาวของเธอ เธอก็พร้อมบวกพร้อมตบหมดและ ไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ที่ผ่านมาเฟยอวี่คนเดิมยอมมามากพอแล้ว เธอคือเฟยอวี่คนใหม่ จะไม่ยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ อีก
“เข้ามาสิ ~ ครั้งนี้ฉันตบเธอเืกลบปากแน่!” เฟยอวี่ง้างมือรอกลางอากาศ ฮุ่ยหลินเห็นทีท่าว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าจะเอาจริง จึงเดินฟึดฟัดไปที่เรือนใหญ่อีกหลังที่อยู่ไม่ไกลนัก
เห็นว่าฮุ่ยหลิงเดินจากไปแล้ว เฟยอวี่รีบหันกลับมามองลูกสาวของเธอทันที
“ผิงผิง เจ็บตรงไหนไหมลูก คงหนาวมากสินะ”
“ผิงผิงหิวค่ะแม่”
“ได้ ๆ รอแม่อยู่ข้างในบ้านก่อนนะ เดี๋ยวแม่เอาซาลาเปาให้กิน”
เฟยอวี่รีบอุ้มเด็กหญิงผิงผิงเข้าไปนั่งรอข้างใน ก่อนจะหยิบเอาถุงมิติออกมาข้างนอกแล้วจดขอซาลาเปา 3 ลูก และเสื้อผ้าเด็กที่เธอซื้อมาด้วยหนึ่งชุดและเสื้อแขนยาวเด็กด้วยหนึ่งผืน
“ผิงผิง เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะลูก แล้วค่อยทานซาลาเปาร้อน ๆ นะ”
“แม่เอาซาลาเปาและเสื้อผ้ามาจากไหนคะ”
“แม่ซื้อไว้นานแล้วจ้ะ ผิงผิงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบกินซาลาเปาเถอะลูก”
“ผิงผิง กินซาลาเปาลูกหนึ่ง อีกหนึ่งลูกให้แม่กินและอีกหนึ่งลูกเก็บไว้ให้คุณย่าได้ไหมคะ”
เสียงใสเอ่ยบอกคนเป็แม่ เฟยอวี่ถึงกับแน่นิ่งไปชั่วขณะ เด็กน้อยเพิ่งจะ 4 ขวบเอง ทำไมถึงได้แสนดีรู้ความขนาดนี้ เธอรู้สึกสงสารเด็กหญิงผิงผิงเสียจริงที่ต้องมาสูญเสียพ่อและแม่ไป
“ผิงผิงกินเถอะจ้ะ กินให้อิ่มไปเลย ซาลาเปาแม่ยังมีเยอะ ยังมีอาหารอร่อย ๆ อีกมากมายให้ผิงผิงกินนะคะ”
“จริงเหรอคะ ผิงผิงจะไม่อดหิวอีกแล้วใช่ไหม”
“ไม่แล้วค่ะ ต่อแต่นี้ไปผิงผิงอยากจะกินอะไรก็จะได้กิน จะไม่อดหิวอีกต่อไปแล้วน้า ~”
เฟยอวี่เอ่ยบอกพลางลูบศีรษะเด็กหญิงผิงผิงไปมา ต่อแต่นี้ไปเธอจะดูแลและรักเด็กหญิงผิงผิงเหมือนกับลูกแท้ ๆ ของเธอ ในยุคปัจจุบันเธอสูญเสียลูกไปจนไม่อาจมีลูกได้อีก โชคยังดีที่ฟ้ายังเมตตา ให้เธอได้มาพบกับผิงผิง เด็กหญิงที่แสนดีคนนี้
หญิงสาวนั่งมองผิงผิงกินซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความหิวโหย ก็ยิ่งรู้สึกสงสารจับใจ ยุคนี้ทุกคนดูลำบากยากจนเสียจริง หากคนในครอบครัวไม่ช่วยกันทำมาหากิน ทำนาแลกแต้มคงอดตายกันแน่เลย...
“กินเยอะ ๆ นะผิงผิง” เด็กหญิงผิงผิงได้กินซาลาเปาอร่อย ๆ ดูใบหน้าสดใสมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
เฟยอวี่ลุกเดินสำรวจดูรอบ ๆ บ้าน ข้าวของภายในบ้านไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงนอนเก่า ๆ และมุ้งขาด ๆ ที่นอนก็เป็แผ่นไม้แข็ง ๆ มีผ้าบางเพียงผืนเดียว ดูแล้วลำบากยากจนจริง ๆ
“ผิงผิงลูก แต่ละคืนหนูนอนที่ไหนเหรอ? ”
“บางวันผิงผิงก็นอนกับคุณย่าค่ะ บางวันผิงผิงก็นอนที่นี่”
“หนูนอนได้เหรอลูก ประตูก็ไม่มี หมอนก็ไม่มี ผ้าห่มก็ไม่มี หนูนอนได้ยังไง”
“คุณย่าจะแอบเอาผ้าห่มและหมอนมาให้ผิงผิงค่ะ คุณย่ากลัวอาฮุ่ยหลิงและอาจินเยว่รู้มักจะแอบเอามาให้ผิงผิงค่ะ”
เฟยอวี่ได้แต่สงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงได้จงเกลียดจงชังลูกสาวของเธอนัก ผิงผิงเป็แค่เด็กน้อยตาดำ ๆ คนหนึ่งทำไมต้องคอยหาทางรังแกด้วย
“แล้ว...อาฮุ่ยหลิงและอาจินเยว่ชอบทำร้ายหนูเหรอลูก” ได้ยินคนเป็แม่ถามแบบนั้น สีหน้าของเด็กหญิงผิงผิงถึงกับเศร้าหมอง แววตาหม่นแสง
“ค่ะ อาจินเยว่บอกว่าผิงผิงคือลูกชู้ไม่ใช่ลูกพ่อ อาจินเยว่จึงไม่ชอบไม่อยากให้ผิงผิงไปที่เรือนใหญ่ของคุณย่าค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นคิ้วบางถึงกับขมวดมุ่น ทำไมคนพวกนั้นถึงได้พูดกรอกหูเด็กแบบนี้นะ มันน่าตบสั่งสอนจริง ๆ เลย
“ผิงผิงลูก ไม่ต้องไปฟังพวกคนเ่าั้พูดนะลูก หนูคือลูกของแม่กับพ่อ ไม่ใช่ลูกชู้ที่ไหน แม่กับพ่อรักหนูมากนะ”
“แม่คะ แม่จะไม่ทิ้งผิงผิงไปไหนนาน ๆ อีกแล้วใช่ไหม” แววตาไร้เดียงสาคู่นั้นจ้องมองเฟยอวี่อย่างมีหวัง เธอรู้ได้ทันทีเลยว่าที่ผ่านมาเด็กหญิงผิงผิงต้องเจอกับอะไรมาบ้าง
“แม่จะไม่ห่างหนูไปไหนอีกแล้ว เราสองคนแม่ลูกจะอยู่เคียงข้างกันไปแบบนี้ตลอดชีวิตนะ”
“ผิงผิงไม่อยากอยู่ที่นี่เลย แต่ผิงผิงก็ไม่อยากห่างจากคุณย่าเหมือนกัน”
“ถึงเราจะไม่อยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่ที่อื่น ถ้าผิงผิงคิดถึงคุณย่าก็กลับมาเยี่ยมคุณย่าได้นี่นา”
“จริงเหรอคะ แล้วแม่จะพาผิงผิงไปอยู่ที่ไหนคะ”
“แม่ยังคิดอยู่จ้ะ ตอนนี้ผิงผิงต้องรีบกินซาลาเปาให้หมดก่อนนะ แล้วขึ้นไปนอนพักรอแม่อยู่บนเตียง แม่จะไปทำอาหารอร่อย ๆ มาให้ทาน”
เด็กหญิงผิงผิงยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะนั่งทานซาลาเปาต่อ เฟยอวี่กำลังครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตต่อจากนี้ดี เธอไม่อยากจะทนอยู่ที่นี่สักวินาทีเดียว แต่...ถ้าจะไปตอนนี้ก็ไม่มีเงินเลยสักหยวน เงินที่ยุคที่เธอจากมาก็เอามาใช้ที่นี่ไม่ได้
นั่งครุ่นคิดอยู่นานสักพักหัวแทบจะะเิ เธอก็จำได้ขึ้นมาว่า เ้าของร่างเดิมเคยไปทำงานในอำเภอมีเงินเก็บอยู่นี่นา พอนึกขึ้นได้ ร่างผอมบางรีบวิ่งตรงไปที่ใต้เตียงทันที มีกล่องไม้เล็ก ๆ ใต้เตียงจริง ๆ ด้วย พอนำกล่องไม้นั้นออกมาดูก็พบเพียงความว่างเปล่า...
“ผิงผิงลูก เคยมีใครมาเปิดกล่องไม้นี้ไหมคะ”
“เมื่อวันก่อนอาจินเยว่มาที่นี่ มาค้นของในบ้านค่ะ”