สองสาวงามผู้ดำเนินการประมูลเดินขึ้นไปบนเวที นางทั้งสองสวมชุดคลุมสีแดงสด ปักลวดลายดอกโบตั๋นสีทองอย่างประณีต ท่วงท่าของนางงดงามน่าหลงใหล ทำให้เหล่าชายหนุ่มพากันตื่นตะลึง
คนหนึ่งพลางก้าวมาด้านหน้า พร้อมยิ้มอ่อนหวาน
"แขกผู้สูงศักดิ์ทุกท่าน ขอให้ท่านตั้งตารอ เพราะงานประมูลนี้จะเป็งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรเสินหลิงในรอบร้อยปี!"
หญิงสาวอีกคนพลางกล่าวเสริม
"ของประมูลทุกชิ้นล้วนเป็สมบัติล้ำค่าที่ถูกเก็บรักษาอย่างดี เราหวังว่าทุกท่านจะประมูลภายใต้กฏ ของหอสมบัติตระกูลเจียง!”
“ขอให้ผู้สูงศักดิ์ทุกท่าน โชคดี…”
…
ขณะที่การประมูลกำลังจะเริ่ม
รถม้าคันหนึ่งซึ่งประดับด้วยตราสัญลักษณ์วิหารเซียนอันสูงส่ง พลันแล่นเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าหอสมบัติ
รัศมีแห่งพลังอันแผ่ซ่านจากตัวรถม้านั้นส่งผลให้ผู้คนโดยรอบพลันเงียบกริบ ต่างหันมามองด้วยความตื่นตระหนกและเคารพยำเกรง
หญิงสาวผู้ดูแลความเรียบร้อยด้านหน้า ซึ่งสวมชุดสีขาวงาช้างสะอาดบริสุทธิ์ เห็นดังนั้นจึงรีบรุดเข้ามาทันที ท่าทีของนางกระตือรือร้นอย่างยิ่ง พลางโค้งกายถวายความเคารพอย่างนอบน้อม
“นี่คงจะเป็ คุณหนูเซียวเยว่ซิน! ใช่หรือไม่เ้าคะ?! ท่านทูต์ได้ให้ผู้น้อย จัดเตรียมห้องรับรองผู้สูงศักดิ์ไว้ ณ ชั้นบนเป็การพิเศษ เ้าค่ะ!"
เพียงชั่วครู่...
ม่านผ้าระบายสีเงินอันอ่อนนุ่มของรถม้าก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างอรชรในอาภรณ์คลุมยาวสีฟ้าครามบริสุทธิ์ ดั่งผืนสมุทรยามต้องแสงจันทร์
ใบหน้าของนางประดุจเทพธิดาจุติจากแดน์ ผิวพรรณผ่องใสราวปุยเมฆ ละม้ายคล้ายหิมะต้นฤดู ในั์ตานั้นเปี่ยมด้วยประกายอ่อนโยนทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว หาใช่ความบอบบางไม่
เพียงแค่สายตาปรายผ่าน เหล่าผู้คนโดยรอบราวกับต้องมนตร์ เวลาทั้งสรรพสิ่งพลันชะงักหยุดลงเพียงชั่วกระพริบตาเดียว
“หึ! ไม่จำเป็! ไปกันเถอะ... จ้าวจื่ออวิ๋น!”
เสียงแ่เบาเปล่งออกจากเรียวปากของนาง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันแห่งอำนาจบางอย่าง
เื้ัของนาง คือบุรุษหนุ่มผู้สวมอาภรณ์ดำสนิท เงาร่างสูงโปร่ง ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากปีศาจที่ดูน่าพรั่นพรึง แต่ทุกก้าวย่างของเขากลับสงบนิ่ง ทว่าสะท้อนถึงความเยือกเย็น
ทั้งสองมิได้สนใจสายตาใดๆ ที่จับจ้องมา หากแต่ก้าวเดินเข้าสู่หอสมบัติตระกูลเจียงอย่างสงบ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนำหน้าไปยังที่นั่งของสามัญชนทั่วไป หามีท่าทีถือตัวไม่
เป็เวลาเดียวกัน ที่ดรุณีน้อยทั้งสองได้นำสมบัติล้ำค่าชิ้นแรกออกมา เพื่อทำการเปิดราคาประมูล
"และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา..."
หญิงคนแรกเปิดผ้าม่านด้านหลังเวที เผยให้เห็นกล่องไม้สลักลวดลายโบราณที่วางอยู่กลางแท่น เสียงฮือฮาพลันดังขึ้นทันที
"นี่คือ... ตราประทับเพลิงั" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนหลงใหล
"เป็ตราประทับที่หลอมรวมพลังเพลิงัแท้จริง เมื่อ จะสามารถใช้เปลวเพลิงัในการโจมตีได้!”
"ผู้ถือครอง จะสามารถใช้พลังเปลวเพลิงัได้สองครั้ง! สามารถสังหารได้แม้กระทั่งระดับนภาครามขั้นสูงสุด...”
เสียงฮือฮาดังกึกก้องไปทั่ววิหารเซียน เมื่อได้ยินคำกล่าวของหญิงสาว ความตื่นเต้นแผ่กระจายไปทั่วทุกซอกมุม ผู้คนต่างลุกขึ้นยืนเพื่อดูของล้ำค่านี้ให้ชัดเจน บางคนถึงกับอดใจไม่ไหว รีบลุกขึ้นมาเตรียมประมูลทันที
"เริ่มต้นการประมูลที่ หนึ่งพันผลึกนภา!" หญิงสาวกล่าวเสียงดัง
"หนึ่งพันห้าร้อย!"
"สองพัน!"
เสียงประมูลดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายขุมพลังต่างประลองราคากันอย่างดุเดือด สีหน้าของเหล่าผู้นำขุมพลังต่างแข่งกันเรียกประมูลด้วยเสียงที่หนักแน่น
"ห้าพันผลึกนภา!" เสียงทุ้มพลันดังมาจากมุมหนึ่งของห้องโถงประมูล
ทุกสายตาหันไปยังบุรุษหนุ่มผู้สง่างาม ผมยาวสีทองสว่าง ใบหน้าหล่อเหลา ท่าทางทรงพลัง ราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชติ่ในใจผู้คน
"นั่นมัน... เยี่ยนหวง ศิษย์สืบทอดของสำนักอัคคีวายุ!"
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันที เมื่อเห็นศิษย์สืบทอดแห่งสำนักอัคคีวายุเข้าร่วมประมูล ผู้คนต่างถอนหายใจหนักหน่วงเมื่อเห็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งเช่นนี้
"แปดพันผลึกนภา!" เสียงหวานไพเราะดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่ง หญิงสาวงดงามผู้มีอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาคมกริบ ผิวขาวราวหิมะ
"นั่นมัน... ไป๋ซู่หลัน ศิษย์สืบทอดแห่งสำนักพยัคฆ์ขาว!"
ทั้งสองจ้องตากันอย่างเ็า ต่างฝ่ายต่างไม่ลดละ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน
"หนึ่งหมื่นผลึกนภา!"
เสียงกึกก้องดังกว่าทุกครั้ง เป็ชายชราผู้หนึ่ง ผมขาวดุจหิมะ สวมชุดคลุมสีดำสนิท ร่างกายเปี่ยมไปด้วยปราณอสูรที่น่าสะพรึงกลัว
"ตาเฒ่าอสุรา... เฮยหลง!"
ชื่อของเขาทำให้ทุกคนในวิหารถึงกับนิ่งงัน เฮยหลงเป็ผู้าุโจากสำนักัเขียว ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ เื่ความเหี้ยมโหด ไม่เคยปรานีศัตรูแม้แต่น้อย
การประมูลดูเหมือนจะเข้าสู่จุดเดือด เมื่อสามขุมพลังอำนาจหลัก ต่างแย่งชิงกันอย่างไม่ลดละ เสียงประมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแตะถึง สองหมื่นผลึกนภา
ทันใดนั้น...
"ห้าหมื่นผลึกนภา"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของวิหาร ผู้คนต่างหันมองไปยังต้นเสียง ร่างของชายผู้หนึ่งนั่งอยู่ในเงามืด ผ้าคลุมดำปกปิดใบหน้า แววตาคมกริบฉายแววอำมหิต
"เ้าเป็ใคร?" เยี่ยนหวงเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกดดัน
ชายผู้นั้นหัวเราะเบา ๆ "ข้าเป็เพียงผู้เร่ร่อน... ที่้าจะได้ตราประทับเพลิงัเท่านั้น"
ไป๋ซู่หลันขมวดคิ้ว “เ้ากล้าเสนอราคา ห้าหมื่นโดยไม่เกรงกลัวใคร... เ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังต่อกรกับใคร?"
ชายผู้นั้นเพียงแค่นั่งนิ่ง ราวกับไม่สนใจสิ่งใด รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนใบหน้า
"ข้าแค่้าสมบัติชิ้นนี้ พวกเ้าจะทำอันใดข้าได้หรือ?”
บรรยากาศในโถงประมูลตรึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดนี้ยังปะทุขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขุมพลังต่างพิจารณาว่าจะลงมือจัดการกับชายปริศนาผู้นั้นดีหรือไม่
ทูต์ที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างชั้นบน กวาดตามองทุกคนอย่างเยือกเย็น พลังแปลกประหลาดบางอย่างทำให้ทุกคนกลับมาอยู่ในความสงบ ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงคุกรุ่น ชายปริศนาเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหายไปจากมุมมืด
ในที่นั่งสามัญ ใบหน้าภายใต้หน้ากากปีศาจ จ้าวจื่ออวิ๋นพลันขมวดคิ้ว เพราะเขาลอบมองการกระทำของทูต์มาพักหนึ่ง
“ทูต์… เขาใช้ปราณจิต์ ตรวจตราหาคน อย่างนั้นหรือ”
“เขา้าเสาะหาใครกัน?…” จ้าวจื่ออวิ๋นพลางครุ่นคิดในใจ
ในเวลาเดียวกันนั้น...
"ห้าหมื่นผลึกนภา... ครั้งที่หนึ่ง!"
"ห้าหมื่นผลึกนภา... ครั้งที่สอง!"
"ห้าหมื่นผลึกนภา... ครั้งที่สาม!”
“ขาย! เ้าค่ะ…”
เสียงประกาศดังขึ้น ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นชายปริศนาไม่ออกฤทธิ์อันใด ทูต์ยังคงนิ่งเงียบ มองตามร่างชายชราด้วยสายตาครุ่นคิด
หลังจากการประมูล ‘ตราประทับเพลิงั’ จบลง เสียงซุบซิบค่อยๆ เบาลง
หญิงสาวทั้งสองที่เป็ผู้ดำเนินงานประมูลพลันเดินออกมาข้างหน้าอีกครั้ง ใบหน้างดงามของพวกนางยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ตราประทับเพลิงั ได้ถูกประมูลไปด้วยราคาห้าหมื่นผลึกนภา"
หนึ่งในหญิงสาวกล่าวเสียงดังชัดเจน “บัดนี้ ถึงคราวของสมบัติล้ำค่าชิ้นถัดไป ขอให้ทุกท่านเตรียมตัว”
บรรยากาศในห้องโถงพลันสงบลงอีกครา ท่ามกลางแสงสีทองที่ส่องประกายกลางโถงใหญ่ หญิงสาวอีกคนหนึ่งเปิดผ้าสีแดงที่คลุมกล่องไม้ล้ำค่าเอาไว้ ภายในกล่องปรากฏดาบสีครามเข้ม คมดาบเปล่งประกายราวกับน้ำค้างกลางคืนสะท้อนแสงจันทรา
“นี่คือ... ดาบวายุคราม! อาวุธล้ำค่านภาขั้นสูงสุด…”
เสียงผู้ดำเนินการประมูลเปล่งออกชัดถ้อยชัดคำ คลื่นอำนาจพลันแผ่ซ่านไปทั่วโถง เงาระลอกหนึ่งกวาดผ่านสายตาของทุกผู้คนจนเงียบงัน
“ดาบวายุครามนี้ เป็สมบัติล้ำค่าที่ได้มาจากซากเมืองโบราณต่างดินแดน ซึ่งหลอมขึ้นจากกระดูกอสูรสายฟ้า”
“พลังของดาบเล่มนี้สามารถสังหารจอมยุทธ์ระดับนภาครามขั้นสูงสุดได้…”
ทันทีที่เสียงประโยคสุดท้ายสิ้นสุดลง...
สายตาทุกคู่พลันเบิกกว้าง แม้แต่ยอดฝีมือที่นั่งอยู่บนชั้นสูงสุดยังต้องชะงักวางจอกชา บางคนเผลอลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว
“พลังที่สามารถสังหาร จอมยุทธ์ระดับนภาครามขั้นสูงสุด! อย่างนั้นหรือ?”
ทุกสายตาที่จับจ้องไปยังดาบวายุคราม พลางกล่าวขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา เพราะคิดว่าตนได้ยินผิดไป
"ราคาเริ่มต้น... หนึ่งแสนผลึกนภา!"
และในวินาทีนั้น… เสียงเริ่มการประมูลพลันดังขึ้น ปลุกให้ทุกคนตื่นจากภวังค์