ตอนที่ 3
“...” ความทรงจำสุดท้ายของจูนที่ยังสามารถนึกออกคือภาพของหมีั์สองหัวที่เอนล้มไปข้างๆ ไม่สิคนที่ล้มลงกับพื้นเป็เธอเสียมากกว่า แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบว่าตรงหน้าเธอไม่มีร่างมหึมาของหมีั์สองหัวอีกต่อไปแล้ว แถมร่างกายของเธอก็ไม่ได้รู้สึกเ็ปอะไรมากมายด้วย
“ฮือ…” ระหว่างกำลังมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ๆจูนก็ได้ยินเสียงจากลำคอของซอมบี้ตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับเธอ ความรู้สึกหวาดกลัวและความรู้สึกตอนที่ฟันของพวกมันกัดลงมาบนร่างยังคงฝังลึกในความทรงจำของเธอทำให้เธอรีบถอยหนีออกจากจุดนั้นทันที แต่…
“ฮือ..” พอหันกลับไปมองข้างหลังจูนก็พบว่าตรงด้านหลังของเธอมีซอมบี้มากกว่าที่เธอคิดเอาไว้ เพียงแต่เหล่าซอมบี้ที่กำลังส่งเสียงครวญครางออกมานั้นไม่ได้หันมาสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย แถมพวกมันยังเดินผ่านเธอไปหน้าตาเฉยอย่างกับเธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ
“นี่มันอะไรกัน…” ดวงตาของจูนเบิกกว้างด้วยความใเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกบานใหญ่ที่บังเอิญถูกทับถมอยู่ตรงซากตึกพอดี แถมน้ำเสียงที่หลุดออกมาด้วยความใก็ฟังดูแหบแห้งอย่างกับไม่ได้ดื่มน้ำมานานหลายวันเลย
“ไม่จริงใช่ไหม…” ภาพเงาสะท้อนบนกระจกนั้นสะท้อนร่างของจูนที่อาบไปด้วยเืและาแโดนกัดที่ไหล่และคอจนกลายเป็แผลเหวอะหวะขนาดใหญ่จนน่ากลัว แม้ร่างกายของจูนตอนนี้จะยังไม่ได้มีสีเน่าเปื่อยเหมือนซอมบี้ตัวอื่นๆ แต่ผิวของเธอก็ซีดเผือดและเต็มไปด้วยรอยช้ำที่ดูไม่มีท่าทีจะหายเลย
ตุบ…
จูนไม่รู้ว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้น แต่ตอนนี้เธอกลายเป็ซอมบี้ไปแล้วจริงๆ แถมยังกลายเป็ซอมบี้ที่อยู่ในโลกภายในเกทอีกต่างหาก ด้วยสภาพแบบนี้เธอไม่สามารถกลับไปหาคุณยายกับน้องชายได้แน่ๆ ไม่สิ… ตอนนี้เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอจะสามารถกลับไปยังโลกของเธอได้หรือเปล่าเพราะตอนนี้ภายในช่องสถานะเผ่าพันธุ์ของเธอบนหน้าต่างสถานะได้แปลเปลี่ยนเป็ ซอมบี้ แทนที่คำว่า มนุษย์ ไปเสียแล้ว
ตูม!!
“โฮก…” ระหว่างกำลังสับสนกับเื่ที่เกิดขึ้น อยู่ๆจูนก็ได้ยินเสียงะเิดังสนั่นมาจากฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำพร้อมกับเสียงคำรามที่แสนคุ้นเคยของเ้าหมีั์กลายพันธุ์ที่กำลังร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งกว่าปกติ ชั่วพริบตาที่กำลังสับสนอยู่นั้น อยู่ๆความคิดก็แล่นภายในหัวอย่างรวดเร็วก่อนที่จูนจะสรุปความเป็ไปได้ออกมาอย่างง่ายดาย
ตอนนี้เวลาน่าจะผ่านไปสักพักแล้ว และการเกิดเรดเกทจนทำให้ปาร์ตี้ 6 คนต้องตายภายในเกทแรงค์ F ต้องกลายเป็ที่จับตามองในโลกของเธอแน่ๆ ทางสมาคมต้องตัดสินใจว่าเกทแห่งนี้มีปัญหาและส่งฮันเตอร์เลเวลสูงมาปิดเกทนี้ในทันที และนั่นก็หมายความว่าที่ประตูเกทตอนนี้น่าจะมีฮันเตอร์ของสมาคมที่กำลังต่อสู้กับเ้าหมีสองหัวอยู่แน่ๆ
ฟุบ…
ร่างของจูนออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้เธอไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงเื่ซอมบี้อีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าเธอจะทำเสียงดังหรือวิ่งผ่านพวกมันก็ไม่โดนไล่ฆ่าเหมือนก่อนหน้านี้ แถมตอนนี้จูนยังไม่รู้สึกเจ็บหรือเหนื่อยเลยสักนิดทำให้เธอสามารถวิ่งได้รวดเร็วยิ่งกว่าตอนที่เธอยังไม่กลายเป็ซอมบี้หลายเท่า
เปรี้ยง!!
เสียงการต่อสู้รุนแรงมากประกอบกับขนาดตัวของบอสอย่างหมีั์กลายพันธุ์นั้นโดดเด่นมากทำให้จูนสามารถค้นหาตำแหน่งที่เกิดการต่อสู้ได้ไม่ยาก เพียงแค่อึดใจเดียวจูนก็สามารถมองเห็นการต่อสู้ได้แล้ว
ตูม!!
ปาร์ตี้ที่ถูกส่งเข้ามาเป็ปาร์ตี้ที่เลเวลสูงกว่าพวกจูนหลายเท่าอย่างไม่ต้องสงสัย จอมเวทที่ยืนอยู่ด้านหลังโจมตีด้วยน้ำแข็งจนพื้นรอบๆตัวหมีสองหัวกลายเป็ทุ่งน้ำแข็งไปหมด แถมเวทมนตร์ของเธอยังสามารถเกาะกุมขาของเ้าหมีสองหัวเอาไว้ได้จนมันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างที่คิด ส่วนสายต่อสู้ประชิดของปาร์ตี้ก็รวดเร็วมากพริบตาเดียวเขาก็ตัดลำไส้ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของเ้าหมีสองหัวจนขาดกระจายได้แล้ว
ตูม!
และผู้ที่สร้างเสียงการต่อสู้แบบะเืเลื่อนลั่นจนจูนได้ยินไปถึงอีกฝั่งของแม่น้ำก็คือชายหนุ่มผู้ถือดาบใหญ่เอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ด้วยการเหวี่ยงดาบของเขาแต่ละครั้งหากปะทะกับเขี้ยวเล็บของเ้าหมีสองหัวก็จะทำลายเขี้ยวและเล็บของมันพร้อมเสียงดังสนั่น หากเหวี่ยงเข้าใส่เนื้อหนังก็สร้างาแใหญ่ใส่ร่างของมันได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่พวกพี่ฝนยังทำได้แค่ฝากรอยแผลเล็กๆเอาไว้บนใบหน้าของมันเท่านั้น
“โฮก…” การต่อสู้ทำให้เ้าหมีสองหัวเสียเปรียบเต็มประตูทำให้มันเลือกที่จะใช้สกิลที่มันมีออกมา และสกิลที่มันใช้ก็คือสกิล ควบคุมฝูงซอมบี้ ที่เคยใช้ออกมาก่อนหน้านี้นั่นเอง
ติ๊ง!!
[ ซอมบี้หมีั์กลายพันธุ์ ใช้งานสกิล ควบคุมฝูงซอมบี้ ออกคำสั่ง โจมตี ให้กับคุณ ]
เพราะตอนนี้จูนกลายเป็ซอมบี้ตัวหนึ่งของเกทแห่งนี้เหมือนกันทำให้เธอโดนผลของสกิลไปด้วย และทันทีที่ผลของสกิลทำงานอาการอยากจู่โจมก็ทะลักออกมาจากภายในสมองของจูนพร้อมๆกับร่างของเหล่าซอมบี้ที่วิ่งเข้าไปหาพวกฮันเตอร์กลุ่มใหม่อย่างบ้าคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้นสมองของจูนก็ยังคิดได้ว่าหากเข้าไปก็มีแต่ตายเปล่าเท่านั้น ไม่เห็นสกิลทุ่งน้ำแข็งของจอมเวทคนนั้นหรือยังไง
กึก..
ไม่ทราบเพราะค่าสติปัญญาที่สูงลิบของจูนหรือเปล่า แต่ก่อนที่ร่างกายจะกระโจนออกไปตามคำสั่งของสกิลควบคุม จูนก็สามารถบังคับร่างกายให้กลับมาเป็ของตัวเองและหยุดยืนอยู่เฉยๆได้สำเร็จ และนั่นก็เป็ผลดีกับจูนอย่างที่สุดเพราะเหล่าซอมบี้ที่โถมเข้าไปหาพวกฮันเตอร์กลุ่มใหม่โดนสกิลแช่แข็งของจอมเวทหญิงคนนั้นแช่แข็งในพริบตา แถมทันทีที่พวกแถวหน้าโดนแช่แข็งพวกซอมบี้ข้างหลังก็ยังฝืนดันเข้าไปจนพวกที่โดนแช่แข็งไปแล้วโดนผลักจนน้ำแข็งและร่างกายแตกกระจายลงพื้นไปพร้อมๆกันเลย
“กลับไปแล้วต้องตรวจสอบเครื่องวัดระดับพลังของเกทใหม่ด้วย เกทนี้มันจะไปเป็เกทแรงค์เอฟได้ยังไง” ชายที่ถือดาบใหญ่มองพวกซอมบี้ที่วิ่งเข้ามาแล้วก็ได้แต่รู้สึกเจ็บใจ ปาร์ตี้ของเหล่าฮันเตอร์หน้าใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มก่อร่างสร้างตัวต้องมาตายเพราะความผิดพลาดแบบนี้ช่างเป็เื่ที่น่าเสียดายจริงๆ
วูบ…
หลังจากตรวจสอบภายในเกทเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มผู้ถือดาบใหญ่ก็เปิดใช้งานสกิลออกมาจนสามารถมองเห็นแสงสว่างสีทองบนดาบของเขาได้อย่างชัดเจน และเพียงพริบตาที่เขาหวดดาบลงมาพื้นดินเบื้องล่างก็แยกออกราวกับเกิดรอยแตกของพื้นโลกก่อนที่ลำแสงสีทองจะพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกนั่นเข้าโจมตีใส่ร่างของเ้าหมีั์สองหัวอย่างรุนแรงจนทำเอาร่างของเ้าหมีั์สองหัวขาดเป็สองท่อนนอนสิ้นใจอยู่บนพื้นทั้งๆแบบนั้น
“ภารกิจเสร็จแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” ชายหนุ่มเก็บดาบของตนก่อนจะบอกให้ทุกคนถอยกลับไปทันที แม้พวกเขาจะไม่รู้สึกกลัวเหล่าซอมบี้รอบๆเลยสักนิด แต่ถ้าจะจัดการซอมบี้ในเกทนี้ทั้งหมดมีหวังเกทได้ปิดก่อนแน่ๆ
“อ๊ะ… เกท” หลังจากอึ้งกับภาพที่เห็นตรงหน้าจนกลับมาได้สติแล้ว อยู่ๆจูนก็คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้ ถ้าพวกเขาฆ่าบอสแล้วนั่นก็หมายความว่าประตูมิติที่กำลังเชื่อมระหว่างโลกของเธอและโลกใบนี้กำลังจะปิดตัวลงไม่ใช่เหรอ แล้วเธอควรทำยังไงดี ควรเข้าไปขอความช่วยเหลือกับพวกเขาดีหรือเปล่า… ไม่ได้ ขืนออกไปด้วยสภาพแบบนี้มีหวังโดนแช่แข็งในพริบตาแน่ๆ
วูบ…
หลังจากฆ่าบอสสำเร็จประตูมิติทรงกลมขนาดใหญ่ที่ก่อนหน้านี้กลายเป็สีแดงสดก็กลับกลายเป็สีขาวอย่างที่มันควรเป็เสียที ด้วยประตูมิติสีขาวนี้เหล่าฮันเตอร์กลุ่มใหม่สามารถเดินทะลุกลับไปยังโลกใบเดิมของตนได้ทันทีทำให้พวกเขาไม่จำเป็ต้องกังวลเื่การเอาชีวิตรอดในเกทแห่งนี้เหมือนกับพวกจูนแต่อย่างไร และ่เวลาที่พวกเขาเดินผ่านเกทไปจนหมดแล้วนั้นก็เป็เวลาที่จูนเฝ้ารออยู่พอดี
“ขอร้องล่ะ…” พอสมาชิกปาร์ตี้คนสุดท้ายเดินผ่านเกทไป จูนก็เผยตัวออกมาจากที่ซ่อนก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเกทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เกทจะปิดถ้าเธอข้ามไปยังโลกฝั่งโน้นและหาทางหลบออกไปได้ก็น่าจะกลับไปหาครอบครัวได้อยู่ ถึงจะมีร่างกายแบบนี้แต่หากปกปิดดีๆเธอก็ยังใช้ชีวิตอยู่กับคนอื่นได้นี่นา…
กึก…
ปลายนิ้วที่เลื่อนเข้าไปแตะประตูมิติของจูนหยุดชะงักอยู่กลางอากาศเหมือนมีกำแพงล่องหนขวางกั้นเธอเอาไว้ไม่ยอมให้ผ่านออกไปไม่มีผิด แม้จะหวั่นใจอยู่ก่อนแล้วว่ามันอาจจะเป็แบบนี้แต่พอรู้ว่าตัวเองไม่สามารถทะลุผ่านเกทสีขาวไปได้ก็ทำเอาจูนใจหายวาบ ก็ไม่แปลกนี่นา ตอนนี้จูนกลายเป็ซอมบี้ไปแล้ว แม้แต่สกิลของบอสยังได้ผลกับเธอนั่นก็หมายความว่าเธอกลายเป็มอนสเตอร์ของโลกใบนี้ไปแล้ว นั่นหมายความว่าเธอไม่สามารถผ่านเข้าประตูมิติตรงหน้าได้จนกว่ามันจะกลายเป็ เกทเบรค เช่นเดียวกับมอนสเตอร์ตัวอื่นๆในเกททั้งหมด และตอนนี้เกทก็กำลังปิดตัวลงทีละน้อยต่อหน้าเธอแล้ว และเธอก็ทำได้แค่มองมันค่อยๆหดตัวลงโดยทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความจริงที่ว่าเธอไม่มีวันได้พบคนในครอบครัวอีกต่อไปแล้ว แถมโลกใบนี้ก็มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ยังหลงเหลือจิตสำนึกอยู่
“ไม่เอา… ไม่เอาแบบนี้สิ” ถึงอยากจะร้องไห้ แต่น้ำตาของจูนมันไม่ยอมไหลออกมาเลย และต่อให้จูนทุบลงไปบนประตูมิติเท่าไหร่เธอไม่สามารถทะลุผ่านมันไปได้อยู่ดี
วูบ…
จนกระทั่งประตูมิติปิดตัวลงจูนก็ทำได้แค่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีหดหู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ที่ไร้จิติญญาเท่านั้น ที่นี่เธอไม่เหลือใครเลยสักคน ขอร้องล่ะพระเ้าอย่าทำกับเธอแบบนี้
ติ๊ง!!
[ การเชื่อมต่อสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากโลกใบนี้ได้สูญเสีย บอส ไปในการเชื่อมต่อ ระบบจะทำการคัดเลือกบอสคนใหม่ทันที ]
ติ๊ง!!
[ การคัดเลือก บอส คนใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีก 15 วินาที เงื่อนไขการคัดเลือกคือการสังหารให้มากที่สุด ผู้ที่สังหารได้มากที่สุดจะได้รับตำแหน่ง บอส คนใหม่ไปครอง ]
จูนที่กำลังเศร้าเสียใจอยู่กับพื้นรีบลุกขึ้นมายืนทันทีหลังจากได้ยินเสียงประกาศจากระบบ อย่าบอกนะว่าระบบกำลังสั่งให้ซอมบี้ทั้งหมดฆ่ากันเองเพื่อคัดเลือกบอสตัวใหม่ แบบนี้ก็หมายความว่าทันทีที่เวลา 15 วินาทีหมดลงพวกซอมบี้รอบๆก็จะหันมาฆ่ากันเองอย่างนั้นเหรอ
ติ๊ง!!
เวลานับถอยหลังลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเวลา 3 วินาทีสุดท้ายซะแล้ว ตอนนี้จูนยังจำภาพตอนถูกฝูงซอมบี้รุมได้เป็อย่างดี แถมตอนนี้เธอไม่มีใครคอยปกป้องเหมือนก่อนหน้านี้แล้วด้วย ถ้าโดนพวกซอมบี้รุมเข้ามาก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น เธอจะต้องหนีไป…
ติ๊ง!!
ในที่สุดเวลานับถอยหลังก็กลายเป็เลข 0 พร้อมหน้าต่างเริ่มการคัดเลือกที่เด้งขึ้นมาบนท้องฟ้ากลางเมือง พริบตานั้นซอมบี้ตัวหนึ่งก็มุ่งหน้าเข้ามาหาจูนอย่างกะทันหันทำให้จูนนึกถึงภาพตอนที่ตัวเองโดนกัดขึ้นมาทันที
“อย่านะ..” ไม้คทาของจูนหายไปไหนแล้วก็ไม่ทราบทำให้จูนได้แต่ยกมือขึ้นมาเพื่อร่ายสกิล ะุมานา เพื่อโจมตีอีกฝ่าย แม้การใช้ะุมานาโดยไม่มีไม้คทาช่วยลดการใช้งานมานาจะทำให้เธอยิงะุมานาได้ไม่กี่นัด แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ตัวเองโดนฆ่าตาย
ติ๊ง!
[ สกิลที่ท่านเรียกใช้ไม่มีอยู่ในรายชื่อสกิล การเรียกใช้ล้มเหลว ]
จูนงุนงงไปหมดก่อนจะเปิดหน้าต่างสเตตัสขึ้นมาดูตามสัญชาตญาณ พริบตาที่เธอกวาดสายตาไปตรงช่อง สกิล จูนก็พบว่านอกจากสกิลความไม่ย่อท้อของนักปราชญ์ที่ไม่ทราบไปได้มาตอนไหนแล้วในช่องสกิลก็ไม่มีสกิลหลงเหลืออยู่เลย หรือจะเป็เพราะเธอถูกเปลี่ยนเป็ซอมบี้ไปแล้วอย่างนั้นเหรอ
“แฮ..” ถึงจูนจะกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะสกิลหายไป แต่ซอมบี้ตรงหน้าก็ไม่ได้หยุดฝีเท้าแต่อย่างไร มันมุ่งหน้าเข้ามาหาจูนพร้อมอ้าปากโขว์ฟันสีเหลืองให้จูนได้เห็นในระยะประชิด พริบตานั้นสติของจูนก็เหมือนจะขาด่ไปพริบตาหนึ่งก่อนที่มือของเธอจะเหวี่ยงแขนใส่ร่างของซอมบี้ตรงหน้าเพื่อปัดป้องเอาไว้
เปรี้ยง!!
แม้จะไม่รุนแรงเท่าการโจมตีด้วยดาบใหญ่ที่ล้มเ้าหมีั์สองหัวลงได้ แต่การปัดป้องของจูนก็ทำลายศีรษะของซอมบี้ตัวนั้นได้อย่างง่ายดาย ถึงก่อนจะกลายมาเป็ซอมบี้จูนจะเป็ฮันเตอร์สายจอมเวทที่มีค่าพละกำลังต่ำมาก แต่หากเทียบซอมบี้ที่เกิดจากคนธรรมดากับซอมบี้ที่เกิดจากฮันเตอร์แล้วความแข็งแกร่งมันเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด
“เอ๊ะ…” จูนมองภาพตรงหน้าอึ้งๆเพราะไม่คิดว่าแค่ปัดป้องก็สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้แล้ว แถมพอมองไปยังหน้าต่างสเตตัสจูนก็พบว่าค่าพละกำลังของเธอมันเพิ่มมาเป็ 21 ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ แต่สิ่งที่ทำให้จูนใที่สุดก็คือค่า สติปัญญา ที่ก่อนหน้านี้โดนลดลงไปเพราะเชื้อซอมบี้นั้นกลับกลายมาเป็ตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อได้อย่างไรก็ไม่ทราบ แถมมานาที่เธอสามารถใช้ได้ก็เปลี่ยนจากหลักร้อยกลายเป็ตัวเลขที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเสียแล้ว แต่ถึงเธอจะมีค่าสติปัญญามหาศาลและมีมานาหลักแสนแต่เธอก็ไม่มีสกิลเวทมนตร์ให้ใช้นี่สิ
“แฮ…” เพราะมัวแต่อึ้งเลยทำให้จูนลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของซอมบี้ที่ได้รับคำสั่งให้ฆ่ากันเอง แต่พอจูนเตรียมตัวจะต่อสู้ อยู่ๆจูนก็พบว่าซอมบี้รอบๆตัวเธอไม่มีท่าทีจะโจมตีเข้ามาเลย ไม่ใช่แค่ซอมบี้รอบๆตัวเธอเท่านั้น แม้แต่ซอมบี้ที่เธอเพิ่งจะฆ่าไปก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้จะโจมตีเธอมาแต่แรกแล้ว มันเพียงเดินไปตามทางที่มีจูนยืนอยู่เท่านั้นเอง
“...” จูนกะพริบตาปริบๆมองไปรอบๆอย่างไม่เข้าใจ ถึงระบบจะบอกให้ฆ่ากันเองแต่ก็ไม่ได้เป็คำสั่งเหมือนตอนเ้าหมีสองหัวใช้สกิลสินะ พอระบบไม่ได้บังคับพวกซอมบี้ที่ไม่มีสติปัญญาก็เลยไม่คิดที่จะโจมตีเพื่อแย่งชิงสิทธิ์การเป็บอสกันเลย
“เดี๋ยวนะ หรือว่าตอนนี้…” จูนเงยหน้ามองขึ้นไปบนกระดานประกาศผลหลังจากนึกเอะใจบางอย่างออก และสิ่งที่เธอคิดก็เกิดขึ้นจริงๆ เพราะตอนนี้บนกระดานประกาศผลมีเพียงชื่อของเธอเท่านั้นที่อยู่อันดับ 1 ด้วยคะแนนสังหาร 1 แต้มถ้วน และหากมันเป็แบบนี้ต่อไปก็หมายความว่าคนที่จะกลายเป็บอสคนต่อไปของเกทแห่งนี้ก็คือ…
ติ๊ง!
[ การคัดเลือกสิ้นสุดลงแล้ว ขอแสดงความยินดีกับ ซอมบี้ จูน ที่ได้รับชัยชนะในการคัดเลือกบอสคนใหม่ ]
ติ๊ง!
[ ซอมบี้ จูน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็บอสคนใหม่ของเกท เมืองรกร้าง มอบตำแหน่ง ราชินีซอมบี้ เป็รางวัล ]
ไม่ทราบจะดีใจกับความสำเร็จนี้ดีหรือไม่ แต่ตอนนี้ชื่อตรงช่องเผ่าพันธุ์ของจูนก็เปลี่ยนจาก ซอมบี้ กลายเป็ ราชินีซอมบี้ ไปแล้ว แถมตรงช่องสกิลก็มีสกิล ควบคุมฝูงซอมบี้ โผล่ขึ้นมาอีกต่างหาก นี่มันสกิลเดียวกับเ้าหมีสองหัวเลยนี่นา
“นี่มัน…ล้อเล่นอะไรกัน” จูนรู้สึกภายในหัวขาวโพลนไปหมดเพราะเื่ที่เกิดขึ้นมันเกินความเข้าใจของเธอไปแล้ว ถึงการกลายเป็บอสจะดูดี แต่อย่าลืมว่าเกทแห่งนี้คือเรดเกทที่มีทางรอดเพียง 2 ทางนั่นคือการฆ่าบอสของเกทหรือเอาชีวิตรอดให้ได้ 14 วันเท่านั้น ถ้าหากเกทปรากฏขึ้นอีกครั้งแล้วคนที่บุกเข้ามาเป็ฮันเตอร์เหมือนชายที่ถือดาบใหญ่คนนั้นก็เท่ากับจูนต้องตายเท่านั้นนะสิ
“ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย” จูนทิ้งตัวลงพื้นพร้อมท่าทีไม่เข้าใจต่อโชคชะตา เธอจะอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้แบบนี้ได้ยังไง เธอคิดถึงย่าคิดถึงน้อง แล้วก็คิดถึงเพื่อนๆทุกคนด้วย ก่อนหน้านี้เธอยังอยู่ท่ามกลางพี่ๆที่แสนใจดีอยู่เลยแท้ๆ แต่แค่พริบตาเดียวก็กลายเป็แบบนี้ได้ยังไง เธออยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก ไม่ได้จริงๆ
“ฮือ…” แม้จูนจะพยายามร้องไห้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เสียงร้องไห้ของจูนแต่อย่างไร แต่เสียงนั่นกลับเป็เสียงครวญครางที่ดังออกมาจากซอมบี้ตัวไหนสักตัวต่างหาก แต่ไม่รู้ทำไมจูนถึงรู้สึกสะดุดใจกับเสียงนั่นเหลือเกิน รู้สึกจนต้องหันไปมองว่าเสียงนั่นมาจากไหน
“พี่ฝน…” จูนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง พอหันไปมองตรงจุดที่หมีั์สองหัวโดนฆ่าและสลายหายไปเป็ฝุ่นผงแล้ว สิ่งที่เหลือทิ้งไว้บนพื้นนอกจากคริสตัลมานาที่ปาร์ตี้ก่อนหน้านี้เอาไปแล้วนั้นกลับมีร่างที่เหลือเพียงครึ่งท่อนร่างหนึ่งกำลังพยายามตะเกียกตะกายไปข้างหน้าอย่างน่าเวทนาอยู่ด้วย และร่างที่ขาดเป็สองท่อนนั่นก็เป็ร่างของพี่ฝนที่โดนเ้าหมีสองหัวกินเข้าไปแน่ๆ
“พี่ฝน พี่ฝน…” จูนไม่ทราบจะพูดอะไรออกมานอกจากเรียกชื่อของฝนซ้ำๆเท่านั้น เธอรีบพุ่งตัวเขาไปหาร่างของพี่ฝนก่อนจะอุ้มร่างครึ่งท่อนของพี่ฝนขึ้นมา น่าเสียดายพี่ฝนตอนนี้ไม่เหมือนกับจูน เธอเป็ซอมบี้เหมือนกับซอมบี้ตัวอื่นๆในโลกแห่งนี้ ไม่มีสติปัญญาและทำได้แค่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณเท่านั้น
“พี่ฝน ตอบจูนสิ” จูนเอาร่างของพี่ฝนขึ้นมาหนุนตักของตัวเองก่อนจะกุมมือของพี่ฝนเอาไว้แน่น แต่ถึงอย่างนั้นพี่ฝนก็ยังทำได้แค่ส่งเสียงครวญครางออกมาเหมือนเดิม
ติ๊ง!!
[ ราชินีซอมบี้ จูน เปิดใช้งานสกิล ควบคุมฝูงซอมบี้ ]
“จูน…” ภาพตรงหน้าจูนราวกับปาฏิหาริย์ อยู่ๆพี่ฝนที่กลายเป็ซอมบี้ไปแล้วก็ได้สติขึ้นมา แถมยังมองหน้าเธอด้วยความห่วงใยและกุมมือของเธอตอบกลับมาอีกต่างหาก
“จูนไม่เป็ไรนะ เจ็บหรือเปล่า” พี่ฝนมองมาทางาแบนไหล่ของจูนก่อนจะถามคำถามอาการด้วยความเป็ห่วง ทั้งๆที่จูนต้องเป็ฝ่ายถามมากกว่าเพราะาแของพี่ฝนหนักกว่าจูนตั้งเยอะ
“ไม่เป็ไรค่ะ ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว” จูนยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะก้มตัวลงไปกอดร่างของฝนเอาไว้แน่นและซึมซับความรู้สึกราวปาฏิหาริย์นี้โดยไม่ได้สนใจเสียงเตือนจากระบบที่กำลังแจ้งว่าเธอกำลังใช้งานสกิลควบคุมฝูงซอมบี้อย่างต่อเนื่องเลยแม้แต่น้อย