อัคคีเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ ชายแปลกหน้าหายไปแล้วทิ้งให้เขางุนงงกับชื่อ "นักบวชสีดำ" ซึ่งควรเป็ฉายา หรือตำแหน่งมากกว่าจะเป็ชื่อของมนุษย์จริง ๆ คนแปลก ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็มิตรหรือศัตรู
ชายหนุ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบมา
"นักบวชสีดำ?"เขาป็นใคร? มนุษย์ หรือ NPC ? อืมม แต่น่าจะเป็อย่างหลัง"
เขาพยักหน้าหงึกหงักสรุปกับตัวเองในที่สุด พลางเหลียวมองไปรอบ ๆ นอกจากทุ่งหญ้าเขียวชะอุ่มและบรรยากาศเวิ้งว้างว่างเปล่าที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกฉ่ำเย็น เขาก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุอื่นใดปรากฏอยู่
"แล้วที่นี่คือที่ไหน? หรือจะเป็อีกมิติหนึ่งฉันจำได้ว่าเดินเข้ามาในกระโจมของาาก็อบลิน หรือว่ากระโจมของเ้าาามีประตูพอร์ทัลซ่อนอยู่ เมลิน่าและเ้ากล้าก็ไม่ได้ตามมาด้วยหายไปไหนทั้งสองคน"
(Portal - ประตูมิติ)
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจทำอะไรแสงสีขาวสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้น แล้วร่างของเขาก็ถูกดูดเข้าไป
“วูฟ”
"เฮ้!นี่มันอะไรกัน” อัคคีอุทานด้วยความใกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า เนื่องจากจู่ ๆก็มาโพล่ที่หมู่บ้านก็อบลิน และกำลังยืนประจันหน้ากับกองทัพแมงมุมจำนวนมากแสงไฟวูบไหวเผยให้เห็นดวงตาอาฆาตแค้นหลายคู่จ้องเขม็งมาที่เขาเป็จุดเดียวชายหนุ่มผงะก้าวถอยหลังอย่างลืมตัว

"ก๊าซซซซซซ์ซ์!!!!!!! ก๊าซซซซซซ์ซ์!!!!!!!"
เสียงคำรามของสองสัตว์อสูระเืเลือนลั่นทั่วปฐีราวกับจะเขย่าขวัญทุกดวงิญญา ที่สดับเสียงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ผสานกับเสียงแตรทรัมเป็ตแผดดังสนั่นจากหอรักษาการณ์ห่างออกไปเสียงรัวกลองจากเส้นใยแมงมุมตอบรับให้สัญญาณรวมพลรวมพลังกันต่อต้านกองกำลังศัตรู
ร่างดำทะมึนไต่ยุ่บยั่บพร้อมหายใจฟืดฟาดปีศาจแปดขาถ่มน้ำลายพ่นพิษตามพื้น และผนังถ้ำ เป็เส้นใยยาว จากนั้นไม่นานก็เกิดกลุ่มแก๊สร้อนฉ่าลอยคละคลุ้งเหมือนราดด้วยกรดพิษมันแผดเผาราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า ควันร้อนระอุที่พวยพุ่งออกมานำพาควันพิษไปทั่ว
ใครก็ตามที่ััหรือได้กลิ่นจะแสบปากและจมูก พิษของมันยังสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปทำลายอวัยวะภายใน ทำให้ประสาทััมึนงง หมดสติหรือจนกระทั่งปลดปล่อยความตายในที่สุด
“คิดว่าจะหนีพ้นเหรอเ้าวายร้าย !”
"วันนี้เ้าตายแน่!”
"ลากมันออกมา ฉีกเป็ชิ้น ๆแล้วกินอย่าให้เหลือ"
"ระวังเ้าตัวนี้ฤทธิ์เดชมันเยอะนัก" หนึ่งในนั้นเตือน
"เ้าคงไม่คิดว่าพวกก็อบลินจะต้านทานพลังราชินีได้ไม่มีใครต้านได้หรอก จะมีแต่ความหายนะเท่านั้น
แม้นางกำลังจำศีลแต่ยังมีพลังเหมือนเดิม นางเห็นทุกอย่างจากปราการของจอมโฉดาาก็อบลินจ้องทะลุเงามืด ทะลุดินและเนื้อหนัง นางมีดวงตาวิเศษท่ามกลางเปลวเพลิง"
อีกตัวกล่าวอย่างมั่นใจ
"เฮ้ๆ ! เล่นงี้เลยเหรอ นี่มันแมงมุมหมู่ชัด ๆ ไม่ใช่หมาหมู่"
อัคคีร้องพลางแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมเตรียมพร้อม
ก๊าซซซซซ์ซ์ซ์!!!!!!!
กองทัพแมงมุมคำรามกึกก้อง ความอาฆาตแค้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิมศึกอันแท้จริงเริ่มขึ้นแล้ว ต่างฝ่ายต่างวิ่งเข้าประจัญบาน
ณดันเจียน
ไคท์ยกมือขึ้นบังดวงตาจากแสงแดดเจิดจ้า เพ่งมองไปยังพื้นที่โล่งกว้างซึ่งเป็ทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาตัดกับท้องฟ้าสีครามและเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนซึ่งถูกปูพรมด้วยผืนป่า
สถานที่ภายในดันเจียนซึ่งเป็สนามประลองของพวกเขา ปรากฏฝูงเห็ดจํานวนมาก ยืนจังก้ากระจัดกระจาย โดยมีเห็ดสีส้มขนาดมหึมาเป็จ่าฝูงมันคือบอสประจำดันเจียนที่มีขนาดใหญ่กว่าลูกสมุนเกือบสามเท่าดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งพวกเขาอย่างไม่วางตา
ทุกคนยังไม่หายตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงจับกลุ่มคุยกันเสียงขรม
“ให้ตายเถอะ! บอสเรียกลูกสมุนมาพวกเราไม่รอดแน่”
"มองโลกแง่ร้ายจริงไอ้เอก บอสไม่ให้เราจัดการง่ายๆ หรอก"
“น่าจะไหวนะเราแค่าเ็ แม้จะเสียชีวิตไปบ้างแต่ก็ไม่มากพักสักครู่ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาสู้ต่อได้”
“อิปเปย์ใจเย็น ๆ แล้วรีบจัดขบวน” สีหน้าของนามิเคร่งขรึม หล่อนออกคำสั่งไปยังหัวหน้ากองกำลังต่างๆ ในช่องสื่อสาร
“รู้แล้วน่า!”
“ทุกคนอย่าตื่นตระหนกเรายังสู้ได้”
“คนของเรามีมากกว่าลากสมุนของมันออกมา จัดการทีละตัว ส่วนบอสให้ปาร์ตี้ที่เหลือดึงไปให้ไกลจากผู้เล่นอื่น ๆ เหมือนเดิม”
“เค็น มาริ แบ่งหน่วยโจมตีกระจายกำลังออกไป ตอนนี้ด้านล่าง้ากองหนุน”
“รับทราบ”
“คุณนี้สุดยอดจริงๆ สมเป็วีรบรุษ”
“ทำตามที่บอกเดี๋ยวนี้ก่อนบอสจะเคลื่อนไหว”
เพลเยอร์ที่วิ่งหนีจนล้มลุกคลุกคลานและาเ็เล็กน้อย เพราะรับแรงกระแทกจากพลังของบอสกลับมารวมตัวอีกครั้ง รวมทั้งนักเวทย์และ นักธนูที่เคยอยู่บนยอดก็กระจายลงมาข้างล่าง
“ฮ๊ากกกกกก!!!!!”
"าาก็อบลินคำรามประหนึ่งเสียงฟ้าผ่าพร้อมกับยกกระบองเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นสูง ด้วยการแกว่งไกวอันทรงพลังและฟาดใส่กองทัพแมงมุมขนาดย่อม ๆ จนแตกกระเจิงร่างของทหารแมงมุมกระแทกพื้นแขนขาหัก กระโหลกศีรษะแตกไปหลายสิบตัว
ทหารแมงมุมที่เหลือรีบจัดขบวนทัพใหม่ มันคลานถอยหลังเตรียมรับจังหวะ ไม่ได้เข้ามาปะทะโดยตรงหากแต่กระจายกำลังออกเป็วงกลม เข้าโอบล้อมาาก็อบลิน แล้วพ่นใยพิษออกมาจำนวนมากร่างั์ของเ้าสัตว์ตัวเขียวจึงถูกคลุมทับด้วยตาข่ายสีขาวจนเคลื่อนไหวลำบาก
มันดิ้นขลุกขลักร่างโงนเงนก่อนจะเสียหลักหงายหลังล้มตึง เกิดเสียงดังสนั่นทั่วบริเวณและพยายามลุกขึ้นทึ้งใยมรณะเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการหากแต่เส้นใยสีขาวกลับทอประกายระยิบระยับงดงามเหมือนแพรไหมเหนียวหนึบราวกับเชือกวิเศษที่ถูกเสกจากเวทย์มนต์ าาอสูรเหวี่ยงแขนซ้ายปัดป่ายไปมา ส่วนมือขวาฟาดกระบองเหล็กออกอย่างเชื่องช้า พร้อมกับแผดเสียงคำรามลั่น
ทัพของปีศาจแปดขาเห็นดังนั้นรีบสาวใยตรึงร่างั์ไว้อีกชั้น โดยปล่อยเส้นใยออกมาจากรูตรงส่วนท้อง ขึงเป็เส้นนำแล้วชักใยให้กันตรงกลางเป็รูปดาว จากนั้นขึ้นโครงและสร้างใยส่วนที่เป็รัศมี ต่างฝ่ายต่างยื้อยุดฉุดกันไปมาไม่ต่างจากการเล่นชักเย่อ
แมงมุมองครักษ์เข้าร่วมวงต่อสู้มันมีพลังโจมตี และพลังป้องกันสูงมาก
แต่ทหารองครักษ์ก็อบลินก็ยิ่งหย่อนไม่น้อยหน้า มันตัวเล็กกว่าาาก็อบลินเพียงเล็กน้อยแล้วกวัดแกว่งดาบคู่เป็อาวุธ เข้าต่อกรกับแมงมุมองครักษ์ที่มีดวงตาสีดำห้าตัวได้อย่างสูสี
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าความหวังริบหรี่ก็ทะลุผ่านม่านแห่งความสิ้นหวัง าระหว่างสองเผ่าพันธุ์ดำเนินไปอย่างดุเดือดราวกับไม่มีวันสิ้นสุด
ลานประลองยามค่ำคล้อยกลายเป็ฉากของโศกนาฏกรรมที่มีเสียงบรรเลงจากแตรทรัมเป็ตคลุกเคล้าด้วยเสียงซิมโฟนีแห่งการคร่ำครวญกู่ร้องและแสงไฟที่มอบชีวิตให้กับซากที่ยังเหลือรอดราวกับจะปลอบประโลมผู้โศกเศร้า ั้แ่ฉากแรก ไปจนถึงฉากสุดท้าย
สนามรบปรากฏภาพอันน่ากลัวของร่างไร้ิญญานอนกระจัดกระจาย เืไหลทะลักนองพื้น บรรยากาศอวลกลิ่นคาวเืคละคลุ้งขณะที่นักรบแปดขาตวัดลิ้น เพื่อลิ้มรสหยดเืที่มุมปากอย่างหิวกระหาย
ฉากนั้นเป็หนึ่งในการสังหารหมู่โดยก็อบลินถูกจับ ร่างเล็ก ๆ ถูกเหวี่ยงฟาดกับผนังถ้ำจนแหลกละเอียด ก่อนผีร้ายแปดขาจะเขมือบอย่างตะกละตะกลาม เหลือเพียงร่องรอยการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวก็อบลินส่วนใหญ่อวัยวะสูญหาย แขน ขา และศีรษะขาดกระจุยกระจายเป็ที่น่าสลดสังเวช
ภาพนั้นสยดสยองมากพอที่จะทำให้แม้แต่ผู้ที่กล้าหาญที่สุดเสียสติพยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนจากฉากแห่งฝันร้าย กรีดร้องด้วยความคุ้มคลั่งหวาดกลัวท่ามกลางความมืดมิดของโถงถ้ำ ที่กลืนกินเหตุการณ์ต่าง ๆราวกับว่ามันได้พบเห็นเื่ราวที่คล้ายคลึงกันนี้มานับไม่ถ้วน
บันทึกของเมลิน่า
ในโถงถ้ำที่เปลวไฟลุกโชนและฝุ่นควันคละคลุ้ง นักรบแปดขาคืบคลานยั้วเยี้ย ขาดำใหญ่ทั้งแปดของมันมีเส้นขนขึ้นปกคลุมขยุกขยุยมันขยุ้มเท้า ส่ายหาง ปากอ้าค้าง เผยให้เห็นเขี้ยวพิษแหลมคมดุจใบมีดดวงตาทั้งแปดจับจ้องไปยังเมลิน่า ซึ่งกำลังก้าวถอยหลังไปสามก้าวแล้วะโขึ้นตวัดดาบฟันลงที่ก้านคอและขาที่ปัดป่ายสะเปะสะปะจนขาดกระเด็น มันสะดุ้งเฮือก ั์ตาเบิกโพลงก่อนจะทรุดฮวบลงชักกระตุก เืสีเขียวทะลักล้นลมหายใจเริ่มแ่เบา และแน่นิ่งไปในที่สุด
....
บันทึกของอัคคี
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือกองทัพมหึมาของปีศาจแปดขา ดวงตาและเขี้ยวพิษที่งอกออกจากปากไม่ต่างจากผีร้ายที่ผุดมาจากอเวจี!
แมงมุมหลายตัวตาจับเขม็งที่อัคคี ขาดำมะเมื่อมของมันคล้ายแท่งเหล็กคลานมาหาเขาอย่างรวดเร็วเหมือนลิงลม ดวงตาสีดำขลับปลิ้นทะลักสอดส่ายไปมาก่อนจะพุ่งเข้าหาชายหนุ่มในระยะประชิด เขาโยกตัวหลบแล้วคว้าลูกธนูจากแล่งออกมาโดยสัญชาตญาณเงื้อปลายแหลมของมันเสียบทะลุท้องของปีศาจตัวหนึ่งบาดลึกจนได้ยินเสียงคล้ายธนูจมลึกอยู่ในโคลนหนืด อัคคีสบถเสียงดังลั่นก่อนออกวิ่งเต็มฝีเท้า
ปีศาจแปดขาแผดเสียงร้องโหยหวน ชายหนุ่มรู้สึกถึงฝีเท้าจำนวนมากกำลังไล่ตามหลังมาติด ๆ เขาสูดเอาแก๊สพิษของแมงมุมที่ราดรดไว้จนหูตาพร่าพราย แทบสิ้นสติ หากยังออกวิ่งสะบัดขาไปมาพร้อมทั้งคว้าคบเพลิงที่ติดตามทางเดินรอบ ๆ หมู่บ้านก็อบลินแล้วจุดไฟเผาเส้นใยสีขาวที่ปกคลุมทั่วบริเวณจนเปลวไฟลุกโชน
อัคคีหัวเราะอย่างบ้าระห่ำสัตว์แปดขาหลายตัวแหกปากดิ้นเร่า ๆ ก่อนจะสิ้นใจตายอนาถ ชายหนุ่มคว้าลูกธนู ยิงออกไปอย่างต่อเนื่อง มันเสียบทะลุเข้าที่หัวและดวงตาของสัตว์ร้ายอย่างแม่นยำ ชนิดนัดเดียวจอด
จังหวะหนึ่งขาดำใหญ่ก็เหวี่ยงร่างของอัคคีจนลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังถ้ำครั้นเขายันตัวลุกขึ้น ก็พบว่าเ้าแมงมุมกำลังดึงลูกธนูออกจาก าแโลหิตสีเขียวไหลทะลัก ส่งกลิ่นคาวคลุ้งน่าสะอิดสะเอียนชายหนุ่มหันซ้ายแลขวาเหมือนติดอยู่ในวงล้อมของมัน
ในที่สุดเขาตัดสินใจกระโจนเข้าใส่ฝูงปีศาจ
“Bolas! + Multi Shot!”
อัคคีะโสุดเสียงพร้อมเปิดใช้สกิล พริบตาเดียวตาข่ายขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาคลุมร่างของหนึ่งในทหารแมงมุมอย่างแ่าโดยที่มันไม่ทันตั้งตัว และไม่รอช้า เขาโจมตีด้วยสกิลที่สองด้วยการยิงธนูไปที่เ้าสัตว์เคราะห์ร้ายร่างนั้นดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไป
Bolas(โบลาด)- โยนตาข่ายไปที่จุดเป้าหมายเพื่อผูกมัดศัตรูในพื้นที่ชั่วคราว ๑๐ นาที ใช้กับบอส เวลาการล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่ง
* หากคู่หูทำงานอยู่จะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมหลังจากปาตาข่ายได้ด้วยภายในระยะที่กำหนด
(Multi Shot - ยิงต่อเนื่องรุนแรง
นี่คือสกิลของยอดนักธนูที่ผ่านการฝึกมือแทบแตกในการยิงรัว- ผู้เขียน)
"ภารกิจเอาชนะแมงมุงที่ลอบสังหารและ หยุดความตายของาาก็อบลิน"
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้น
“เฮ้ย! มีภารกิจมาให้ด้วยเหรอ”อัคคีอุทาน
ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดรวมถึงการต่อสู้เพื่อรักษาลมหายใจในสภาวะที่ความหวังกำลังดับมืด แมงมุมใช้ขาของมันเกี่ยวปัดป่ายคบไฟเผาผลาญหมู่บ้านก็อบลินจนลุกไหม้ทั่วบริเวณราวกับตกอยู่ในทะเลเพลิง เถ้า และ ธุลี อากาศที่หายใจเต็มไปด้วยละอองพิษ อัคคีสำลักควันจนหูตาแดงก่ำ เขาพยายามยกมือขึ้นปิดปากและจมูกหากแต่ไม่ช่วยอะไรมากนัก ชายหนุ่มรัวกระหนำยิงธนูใส่แมงมุมจนพวกมันร่วงตายไปหลายตัว
พวกแมงมุมย่ำตีนไต่เข้ามาลำพังแมงมุมธรรมดา ผีร้ายไม่อาจคณามือเหล่าก็อบลินองครักษ์บางตัวกลายเป็เป้าเคลื่อนที่ให้อัคคีซ้อมยิงธนู สังหารพวกมันไปหลายศพชายหนุ่มวิ่งหนีผีร้ายจ่าฝูง มีลูกน้องฝูงใหญ่กรูตามมาเป็พรวนก็อบลินองครักษ์ปราดเข้าไปรับมือ
าาก็อบลินยังยื้อยุดฉุดกระชากกับใยปีศาจมันแหกปากร้องอย่างบ้าคลั่งระคนเ็ป เหวี่ยงกระบองมั่วจนกำแพงถ้ำพังเป็แถบๆ พื้นดินสั่นะเืจนต้องคอยหลบหลีกก้อนหินที่ร่วงหล่นเป็พัลวัลพัลเกบางตัวหลบไม่พ้นก็ถูกทับร่างบี้แบน ไส้แตกทะลัก
ก็อบลินองครักษ์จำนวนหนึ่งวิ่งวุ่นดับไฟจ้าละหวั่น พวกแมงมุมผุดขึ้นมาจากโพรงถ้ำโผล่ลงมาจากเพดานไต่ตามผนังยั้วเยี้ย รายล้อมอัคคีหมายรุมกินโต๊ะมีเสียงคำรามดังมาเป็ระยะจากอีกด้าน เปลวเพลิงแดงฉานแผ่รังสีกระเพื่อมใกล้เข้ามาพวกก็อบลินชาวบ้านเผ่นแน่บหายเกลี้ยง
ขณะที่การต่อสู้ดำเนินไปในส่วนลึกของโพรงถ้ำ มีสายตาชนิดหนึ่งจับจ้องอัคคีอย่างมุ่งร้าย
"เ้าตัวนั้นเป็ศัตรูที่คู่ควร ข้าจะจัดการมันเอง ส่วนาาก็อบลินยกให้เป็หน้าที่พวกเ้า”เจด้ากล่าวกับทหารคู่กาย แล้วไต่ออกมาอย่างรวดเร็ว
“เฮ้! เ้าก็อบลิน” มันคำราม พร้อมกับขยุ้มกรงเล็บครูดไปตามผนังจนเกิดรอยแตกร้าวก้อนหินร่วงพรู
อัคคีชะงักหันมองตามเสียงแล้วต้องตกตะลึงอ้าปากค้าง แมงมุมขนาดใหญ่ตัวหนึ่งกำลังแยกเขี้ยวคำรามด้วยดวงตาดำขลับจ้องเขม็งมาที่เขาราวกับจะทะลวงเข้าไปในแก่นิญญา ร่างสีดำสนิทปกคลุมไปด้วยขนดกขยุกขยุย ใบหน้าและปากที่แหลมยาวอีกทั้งเขี้ยวพิษและขาคมกริบของมัน ทำให้เขาแทบหยุดหายใจ
"โอ้โหวว!"ชายหนุ่มอุทาน
"นี่มันโคตรแมงมุมหรือยังไง! น่ากลัวจริงแฮะ"
“ว่าไงเ้าโสโครก มีอะไรจะสั่งเสีย ข้าให้โอกาสเ้าได้พูดก่อนตาย”
"เอ๊ะ! ทำไมฉันฟังเ้าสัตว์ตัวนี้เข้าใจ?” อัคคีฉงน
“ฮ้า! ฉันพูดภาษามันได้ ฮ่า ฮ่า เกมนี้เจ๋งว่ะ!" ดวงตาชายหนุ่มฉายประกายซุกซนเขาหัวเราะชอบใจกับความเปลี่ยนแปลงที่ได้รับ จนลืมสนใจเจด้า
อัคคีรู้สึกงงงวยกับคำพูดของมันจึงตอบกลับไปว่า
"อะไรนะเ้าสารเลว นายอยากจะพูดอะไร? ฉันให้โอกาสนายพูดก่อนตาย"
"สามหาว! เงาหัวเ้าจะขาดก็วันนี้ละ" เจด้าเดือดดาล กระโจนไปข้างหน้า
“ตายซะเถอะ”ดวงตาสีดำสนิทเหลือกถลน ชายหนุ่มผงะถอยหลัง แต่ทันใดนั้นร่างของมันก็แวบหายไป
"หายไปไหนแล้ว"ชายหนุ่มนิ่วหน้า พลันนึกอะไรออก
“ชิบหาย! เ้านี่มีสกิลลอบสังหารเหมือนก็อบลินจอมโจร” อัคคีเบิกตากว้าง
(สกิลสังหารคือทักษะที่ให้ผู้ใช้หายตัวได้ในระยะเวลาหนี่ง)
“ฟ้าว!!!”
ของเหลวอย่างหนึ่งพ่นมาทางด้านหลังแต่ไม่ปรากฏร่างแมงมุมตาดำ
“อุบายตื้นๆ” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก เรียกใช้สกิลทันที
“Leap(ะโหลบ)” อัคคีะโม้วนตัวตีลังกาพร้อมกับดึงธนูจากแล่ง ยิงดะไปเรื่อย แต่ไม่ถูกกับอะไร
“ฟรับ !”
ของเหลวยังถูกพ่นออกมา แต่คราวนี้เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากร่างของเขาด้วยพละกำลังมหาศาล แล้วเหวี่ยงไปกระแทกกับผนังถ้ำจนชายหนุ่มกลิ้งลุนๆ หลายตลบ ั์ตาพร่า
“ตอนใช้สกิลทำไมถูกจู่โจมได้” อัคคีอุทาน รีบตะกายลุกขึ้นยืน
ปิ๊บปิ๊บ !!!
"หากผู้เล่นเสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ การเป็พันธมิตรกับก็อบลินถือว่าสิ้นสุดลง"
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้น
"พ่ายแพ้ตายจริง ชนะได้เลื่อนขั้น!!!!"
“อะไรนะ! ตายจริง ระยำเอ้ย นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม !? " อัคคีแหกปากคำรามเยี่ยงสัตว์ป่าแล้วกระโจนหลบต่อเนื่อง
“ฟ้าว”
เจด้ายังคงพ่นพิษ
“บ้าชิบ! เราไม่อาจหลบด้วยท่าะโได้อีก ต้องรออีกครู่เพราะสกิลติดคูลดาวน์ (Cooldown) เขาแทบถลาล้มเพราะไม่ทันตั้งตัว
อัคคีไม่รู้ว่าสกิลของตนเพิ่มขึ้นเขายิงธนูด้วยท่า Mediterranean draw โดยถือธนูสามดอกกำไว้ในมือส่วนอีกดอกถูกน้าวขึ้นสาย
“ฟ้าว”
ลูกธนูปล่อยออกไปปะทะกับพิษของเจด้า
“ก๊าซซซซ์ซ์ซ์!!!” เจด้าแผดเสียงดังลั่น ก่อนจะโผล่พรวดมาด้านหลังเขา
รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากชายหนุ่ม
"Strafe(สเตฟ)!” ด้วยสัญชาตญาณ อัคคีเรียกใช้สกิลโดยไม่ออกชื่อชายหนุ่มเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวภูติผีแล้วยิงธนูสวนไปที่ร่างปีศาจซึ่งลอยคว้างในอากาศ
ธนูสี่ดอกไม่อาจสังหารมันได้แต่กลับเบี่ยงทิศทางของพิษที่พ่นออกมาโดยพิษตีกลับหาเ้าของที่เสียหลักมาปะทะมันอย่างเหมาะเจาะ
“ก๊าซซซ์!!!! ”
เจด้าร้องโหยหวนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป กรดพิษทำให้มันแสบร้อนรุนแรงเหมือนไฟลวก มันอ้าปากที่มีน้ำลายไหลเยิ้มเผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบวาววับในเงาสลัว จนชายหนุ่มรู้สึกสั่นสะท้าน
"วันนี้จะเป็วันตายของเ้า!"
เสียงตวาดลั่นดังก้องทั่วบริเวณ ั์ตาสีดำเบิกโพลงจ้องทะลุผ่านความมืดมาที่เขา
“เหอะ”
อัคคียิ้มเหี้ยมเกรียมขณะเช็ดเืที่มุมปาก แววตาขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็จริงจังรู้ดีว่าศึกครั้งนี้มีชีวิตเป็เดิมพัน ไม่มีเวลาให้ลังเลหรือสงสัยอะไรอีก
“ก็มาดิคร๊าบบ มาเลย มาเลย !"
เขาเอื้อมมือหยิบลูกธนูจากแล่งสายตาจับวางที่ดวงตาของเจด้าลูกศรแต่ละดอกคือตัวแทนของโอกาสที่อาจพลิกผันทั้งโชคชะตา และหายนะ
(Strafe - สเตฟ กราดเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในขณะยิงลูกศรไปที่เป้าหมายคุณสามารถเลือกทิศทางที่จะเคลื่อนที่ได้การหลบหลีกจะเพิ่มขึ้นชั่วคราวเมื่อการโจมตี ถูกโจมตีอย่างแม่นยำ
“ก๊าซซซซ์ซ์ซ์!!!!”
เจด้าแผดเสียงคั่งแค้น
อัคคีปล่อยธนูพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เจด้าหาได้หวั่นเกรงมันยกขาที่มีกรงเล็บแหลมคมขึ้นสูง แล้วปัดไปยังห่าธนูที่พุ่งสวนมาเหมือนกวาดใบไม้
“มันแข็งแกร่งมากต้องทำให้มันาเ็เพื่อลดความเร็วของมัน”
อัคคีอุทานในใจขณะที่ปีศาจแปดขา กระโจนมาอีกครั้ง ด้วยความเร็วที่รุนแรงกว่าเดิมแต่ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไร แมงมุมอีกตัวก็พุ่งมาจากด้านข้างกระชั้นชิดจนไม่สามารถหลบด้วยสกิลได้
“Bleeding Pierce(บีดิง เพียร์ซ)”ชายหนุ่มล้มกลิ้งไปกับพื้นจังหวะนั้นเขายิงธนูสวนไปยังแมงมุมที่ลอบสังหารทันที
“ปัก!!! ปัก !!! ปัก !!!”
"ฉั๊วะะ!!!!"
ธนูพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำเืสีเขียวเข้มพุ่งกระฉูด เจด้าซึ่งคอยทีอยู่ก่อนแล้วคำรามลั่นก่อนจะกระโจนพรวดจากอีกฝั่ง กางกรงเล็บกรีดลงไปที่ผิวเนื้อของชายหนุ่มจนเป็แผลเหอะหวะ
"อ๊ากกสส์!!!!”
"ก๊าซซซ์ซ์!!!!!"
“พรวด!!! ฟุ !!!!”
พร้อมพ่นกรดพิษใส่เขาอีกครั้ง ชายหนุ่มสบถเสียงดังลั่น กลิ้งลุน ๆไปกับพื้น ความเ็ปพุ่งขึ้นมาเป็ระลอกกรดพิษทำให้ชุดเกราะของเขาขาดกะรุ่งกะริ่ง อัคคีรีบถลันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
เขากวาดสายตามองรอบๆ ในราตรีอันมืดมิน เพลิงยังคงลุกไหม้หมู่บ้านก็อบลิน เสียงเปลวไฟปะทุและเสียงต่อสู้ดังเป็ระยะ ๆ ฝูงก็อบลินหมอบราบกับพื้นบ้างตะเกียกตะกายคลานหลบตามซอกหลืบต่าง ๆ
แมงมุมตัวหนึ่งไต่ขึ้นไปบนผนังอย่างไม่กลัวเกรงมันถูกก็อบลินจำนวนหนึ่งจ้วงแทงด้วยหอกและคมดาบจนร่วงสู่พื้นเสียชีวิตทันที
กลิ่นคาวเืโชยคลุ้งเสียงหวีดร้องสับสน อลหม่านรอบบริเวณเกลื่อนกลาดด้วยซากศพและฝูงสัตว์าเ็นับร้อย ๆเืสีเขียวอาบพื้นแผ่นดิน
แมงมุมหลายตัวนอนนิ่งจมกองเื มันสมองแตกกระจายด้วยแรงกระทืบ ร่างของมันแทบจมธรณีฝูงสัตว์ขวัญกระเจิง ร้องโหยหวนรอบ ๆ เขา
ลูกไฟจากธนูพุ่งแหวกอากาศเป็ห่าไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อขู่ขวัญ
สังหารโหดราวใบไม้ร่วง
ฝูงสัตว์ที่าเ็อยู่ในสภาพร่อแร่เต็มกลืนเสียงกระทืบเท้า เสียงขู่กรรโชก เสียงคำรามดังสนั่นราวฟ้าถล่ม อัคคีได้ยินเสียงหวีดร้องโหยไห้ และกองกำลังบางส่วนใช้อาวุธรุมกระซวก 'ซาก'ที่นอนนิ่งกับพื้นอย่างไม่ยั้งมือ
สัตว์อสูรหลายตัวสั่นสะทกหวาดผวาดวงตาเบิกโพลง ใบหน้าบิดเบี้ยว เขาฉุกคิดขึ้นได้ น่าแปลกที่มันมีความรู้สึก
บ้างนอนหายใจรวยรินบ้างส่งเสียงโห่ร้อง บ้างเคาะอาวุธ กระทืบเท้าดังสนั่นเสียงแตรทรัมเป็ตและเสียงระรัวกลองศึกจากใยแมงมุมยังโหมกระพือเขาเห็นแมงมุมตัวหนึ่งถูกยิงที่ดวงตาทรุดฮวบกับพื้นและก็อบลินตัวหนึ่งถูกกระชากหัว เืและมันสมองไหลนอง
เผาและฆ่าาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและความพินาศย่อยยับ
มันาเ็ล้มตายต่อหน้าฝูงสัตว์นอนพะงาบ ๆ กลิ่นคาวเืควันไฟ เสียงร่ำไห้หวีดร้อง การต่อสู้ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ความอัดอั้นคั่งแค้นปะทุออกมาอย่างสุดกลั้น
แมงมุมจำนวนหนึ่งถูกจ้วงแทงและกระทืบซ้ำแล้วพลิกคว่ำให้สาแก่ใจ มีแต่ความรู้สึก้าทำลายล้าง จนกว่าจะสิ้นเรี่ยวแรงหรือความคับแค้นที่มีต่อสิ่งเลวร้าย ทั้งหลาย ทั้งปวงที่ได้รับอุบัติขึ้น
เงามรณะยังคงพร่าผลาญก็อบลินช่วยกันดับไฟ บ้างเผาทำลายเ้าปีศาจแปดขา
เพลิงลุกโชนในราตรีนองเื บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทุกที
ห่าธนูแหวกอากาศเป็แสงไฟแลบแปลบปลาบแมงมุมบนผนังถ้ำถูกยิงร่วงกราว ส่วนหนึ่งเด็ดชีวิตพวกมันโดยไม่ทันรู้ตัว
ภาพหลอนหลอกและเสียงร้องคร่ำครวญอื้ออึงดังหูดับตับไหม้จนอัคคีปั่นปวนมวนท้อง รู้สึกถึงพื้นดินโคลงเคลง เขาทรุดลงขย้อนของเหลวเหม็นเปรี้ยวออกมาจนหมดไส้หมดพุงขนอ่อนลุกตั้งชัน
ความกล้าหาญและความตายของพวกมันปลุกเร้าใจของฝูงสัตว์ที่เหลือเสียงคำรามก้องแต่ไม่อาจหยุดยั้งสัตว์ป่าที่กำลังบ้าคลั่งได้อีกต่อไปายังปะทุไปเรื่อย ๆ
ทหารทั้งสองฝ่ายต่างระดมขว้างอาวุธฟืนไฟ และถอยร่นตั้งหลักห่างออกไป
"ฆ่ามัน!!!! ฆ่ามัน !!!!"
ก็อบลินหลายตัวมีาแฉกรรจ์ที่ขาหน้าอก ชุดเกราะขาดวิ้น กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง
าดำเนินไปอย่างดุเดือด หวังเผด็จศึกให้ได้ก่อนรุ่งสางฝูงสัตว์บางส่วนแตกกระจายไปคนละทิศละทาง
บ้างคว่ำหน้าจมกองเืบ้างคลานตะเกียกตะกายให้พ้นวิถีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กำลังทหารจากทุก ๆ ด้านโอบล้อมต้อนศัตรูไม่ให้เล็ดลอดหนีออกไปได้ เสียงผวาหวีดร้องดังระงม
"เผามันทั้งเป็ด้วยไฟมรณะและหัวร่อยาม ได้ยิน เสียงโหยหวน"
"ฆ่ามัน!!! ฆ่ามัน!!!! เ้าตัวแสบขี้ขโมย มันเผาบ้านเรา เข่นฆ่าพี่น้องเรา ฆ่ามัน!!!"
าาก็อบลินซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นักรบผู้เกรียงไกร แต่บัดนี้กลับถูกยื้อยุดอย่างโง่เขลาปีศาจเ้าเล่ห์ใช้ใยแมงมุมแปรเป็เชือกมัดมันไว้ไม่ต่างจากการถูกล่ามโซ่แล้วลากลงไปในหุบเหว ให้ความรู้สึกราวกับว่าจุดจบใกล้มาถึง
กระนั้นท่ามกลางาและความขุ่นแค้นดวงตาของมันดูเหมือนจะทะลวงผ่านความตายราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งนอกเหนือความทรมานนี้
มันไม่ยอมจำนนต่อกรงขังมันเป็สิ่งมีชีวิตที่หัวใจแผดเผาอยู่ในเบ้าหลอมแห่งความเป็อิสระดุจเปลวไฟลุกโชติ่ ด้วยความมุ่งมั่นที่เหนือกว่าความเ็ปทางกายเพราะมันรู้ว่าการอยู่รอดหมายถึง ความอดทนต่อบททดสอบอันหฤโหดนี้
"บัดซบ! สิ้นดี" ชายหนุ่มผวาร้อง
“เ้าตัวเดียวจะทำอะไรข้าได้”
เจด้าแสยะยิ้มมันาเ็สาหัสไม่ต่างจากเขา ั์ตาสีดำโชนแสงจ้าอย่างอำมหิต
“เืของเ้าจะเป็อาหารข้าจนหยดสุดท้ายฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
เจด้าขยุ้มกรงเล็บแยกเขี้ยว ย่างสามขุมมาที่เขา
“อย่าคิดว่าจะรอดชีวิตไปได้"
เสียงแหบพร่าดังจากปากที่มีเขี้ยวยาวโค้งแหลมคมโผล่พ้นมุมปาก
“ก๊าซซซซ์ซ์ซ์!!!!”
“Come back!!!!”
....