ปลาทูเดินมาหาแม่ด้วยอาการกระอักกระอ่วนใจ เขาทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงหรือตอบว่าอะไร ทางเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ เดินไปนั่งข้างเเม่เงียบๆเเละพยายามชวนคุยเื่อื่นแทน
"โอ้ยเเม่..นี่มันทุ่มดว่าแล้วเนาะ…ป่ะๆเราไปตลาดกันแม่ป่ะ..เดี๋ยวทูขับรถให้เอง"
"เดี๋ยว!!มานี่เลย"
"โอ้ย! เเม่ทูเจ็บ" สุนีย์ดึงเเขนปลาทูเเค่เบาๆเท่านั้นเเต่สิ่งที่ทำให้ปลาทูเจ็บก็คือแผลที่อยู่ภายใต้เสื้อแขนยาวนั้นต่างหาก สุนีย์แอบเห็นรอยช้ำที่ข้อมือของแลาทูจึงรีบเอ่ยปากถาม
"ข้อมือไปโดนอะไรมา ทำไมถึงช้ำบวมขนาดนั้นลูก"
"อุบัติเหตุนิดหน่อยนะครับ ไม่มีอะไรหรอก"
"แค่อุบัติเหตุหรอหรือว่า..คุณหนูไทเกอร์ทำอะไรทูรึเปล่าลูก บอกแม่มาได้เลยนะ เดี๋ยวแม่ไปคุยให้"
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ทูซุ่มซ่ามเองต่างหาก นี่..แม่ว่าจะไปซื้อของไม่ใช่หรอ ไปเถอะครับเดี๋ยวดึก"
"ทู…แม่ไม่ได้รู้จักกับลูกเมื่อวานนะ ถอดเสื้อแขนยาวออกเดี๋ยวนี้"
"แม่!!..." สุนีย์กระชากเสื้อแขนยาวออกเผยให้เห็นรอยช้ำดำเขียวที่อยู่ตามแขน คอของปลาทู มันเป็รอยจ้ำเขียวช้ำลึกน่ากลัวจนสุนีย์ถึงกับตลึงช็อก
"นี่..มัน..มันเกิดอะไรขึ้นทู..ลูกไปโดนอะไรมา!!"
"เอ่อ..คือว่า.."
"ไทเกอร์ทำใช่ไหม?"
"ไม่ใช่นะแม่..คือว่า.."
"ไม่ได้หรอก แม่ต้องไปคุยให้รู้เื่ ทำแบบนี้ได้ยังไง!!" สุนีย์น้ำตาอาบแก้มเพราะสงสารปลาทู ด้วยความที่เป็ห่วงลูกสุนีย์จึงเดินขึ้นไปชั้นสอง เพื่อคุยกับไทเกอร์เอง ระหว่างนั้นปลาทูกำลังจะเดินตามขึ้นไปแต่ทว่าเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเดชาร้องเรียกทักปลาทูพอดี
"อ้าวทู…ไปโดนอะไรมา ทำไมรอยช้ำเต็มตัวเลย"
"แล้วค่อยอธิบายนะครับคุณลุง ตอนนี้ขึ้นไปห้ามแม่ก่อนดีกว่า"
"เกิดอะไรขึ้น?"
"แม่ขึ้นไปคุยกับพี่เกอร์ข้างบนครับ" เดชาไม่รอช้าเพราะเขารู้ดีว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขาวางสูทไว้ที่โซฟาพร้อมกับรีบเดินตามแลาทูขึ้นไปชั้นสองเพื่อห้ามไม่ให้สถานการณ์มันเลวร้ายกว่าเดิม เเต่ทว่าตอนนี้นั้นสุนีย์ได้เปิดศึกกับไทเกอร์เป็ที่เรียบร้อย ครั้นแลาทูขึ้นมาถึงชั้นสอง ภาพแรกที่เห็นคือสุนีย์นั่งคุกเข่ายกมือไหว้ผู้ที่ยืนกอดอกอยู่หน้าประตูห้อง ภาพนั้นมันช่างบีบหัวใจของปลาทูจนเขาเดินแทบไม่ออก
"คุณหนูก็รู้ว่าปลาทูรักคุณหนูมาก ทำไมคุณหนูถึงทำร้ายเราโทรแบบนี้!!"
"ฉันจะทำมากกว่านี้อีก ทำเหมือนที่เธอเคยทำกับแม่ฉันทำให้ทรมานทั้งกายและใจ"
"ถ้าคุณหนู้าที่จะทำก็ให้มาทำกับดิฉัน ไม่ใช่ไปทำกับปลาทู ปลาทูเขาไม่เกี่ยวอะไรกับเื่นี้!"
"ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็ในเมื่อปลาทูคือคนที่เธอรักมากที่สุด ตอนที่ฉันใช้ปลาทูมาเป็เครื่องมือในการแก้แค้นเธอมันก็สมควรแล้วนี่..อ่อ..ส่วนรอยฟกช้ำดำเขียวพวกนั้นมันไม่ใช่ร่องรอยของการทำร้ายหรอกนะ แต่มันเป็ร่องรอยของความสุขที่ฉันมอบให้ลูกของเธอเมื่อคืนนี้ไง!! อ่อ…เเต่เธออย่าไปคิดนะว่าฉันพิศวาสอะไรในตัวของลูกเธอ ฉันก็เเค่อยากทำให้เธอทรมานเพราะในสายตาฉันลูกของเธอมันก็เป็แค่ของเล่นราคาถูกๆ ไร้ค่า…ไม่มีอะไรน่าสนใจถึงขั้นน่ารังเกียจด้วยซ้ำ น่ารังเกียจเหมือนเธอยังไงล่ะ"
"ไอ้เกอร์!!!"
"พ่อ!!!" ไทเกอร์คิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่กับสุนีย์แค่ 2 คน เเต่หารู้ไม่ว่าคนที่เดินขึ้นบันไดมานั้นคือเดชาพ่อของเขาและที่เดินตามมาติดๆนั่นก็คือปลาทู ดูเหมือนว่าปลาทูจะได้ยินทุกอย่างที่ไทเกอร์พูดกับสุนีย์เพราะน้ำตาที่ไหลอาบหน้าอยู่นั้นเป็หลักฐานชัดเจนว่าเขาได้ยินทุกอย่าง ปลาทูเสียใจอย่างหนักเขาวิ่งลงบันไดตรงไปที่รถ สตาร์ทออกไปด้วยความรู้สึก ขณะที่ไทเกอร์ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกจนเดชาเดินเข้ามาต่อยเรียกสติจนไทเกอร์ล้มกองลงไปกับพื้น
"ฉันไม่คิดเลยนะ ว่าลูกที่ฉันเลี้ยงมาเองกับมือมันจะสารเลวได้ขนาดนี้…แกทำร้ายป้าสุนีย์ยังไม่พอ นี่แกยังใช้ปลาทูคนที่เขารักแกมากที่สุดมาเป็เครื่องมือในการแก้แค้นสุนีย์อีกหรอ แกมันเลวเกินกว่าที่ฉันจะรับได้แล้ว…ในวันนี้ฉันต้องบอกความจริงทั้งหมดกับแก ไม่อย่างนั้นแกก็คงทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้ไม่จบไม่สิ้น!!มานี่!!"
"คุณท่านคะเบามือหน่อยค่ะ"
"คนอย่างมันเบามือได้ที่ไหน มานี่..ลุกขึ้นมา!!..แกอยากรู้นักใช่ไหม มา!!" เดชาลากตัวไทเกอร์เข้าไปที่ห้องนอนของนภาพร้อมกับปาจดหมายฉบับหนึ่งใส่หน้าไทเกอร์ด้วยความโมโห ซึ่นในตอนนั้นสุนีย์ก็ได้วิ่งเข้ามาประคองตัวเดชาไว้ด้วย
"คุณท่าน..ใจเย็นๆนะคะ"
"ถ้าแกหัดรับฟังคนอื่นบ้าง เื่ทุกอย่างมันก็จะไม่เป็แบบนี้ เอ้า!! เอาไปอ่านซะ!!จะได้เลิกบ้าซักที!!"
"..........." ไทเกอร์มิงหน้าผู้เป็พ่อพร้อมกับหยิบจดหมายนั้นมาอ่าน…แล้วความในจดหมายเขียนด้วยลายมือซึ่งเป็ลายมือคุ้นมากสำหรับไทเกอร์ นั่นก็คือลายมือของนภา
"แม่!!!"
"ฉันเพิ่งเจอจดหมายฉบับนี้เมื่อ 2 วันที่แล้ว มันซ่อนอยู่ใต้หมอนที่นภานอนทุกคืน ความจริงฉันต้องใจจะบอกแกั้แ่เมื่อวานแล้วเเต่แกก็ไม่ยอมฟังใคร ดื้นรั้นหัวชนฝา เอาเป็ว่าแกเอาไปอ่านเอง แล้วเรียกสติของแกกลับมาซะ!!...ถึงตอนนั้นฉันคงไม่ต้องบอกว่าแกควรจะทำยังไง ไปเถอะสุนีย์ ฉันเบื่อหน้าไอ้ลูกบ้านี่เต็มทีแล้ว" สุนีย์ประคองเดชาออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูให้เบาที่สุดเพื่อให้ไทเกอร์ได้ซึมซับเนื้อหาในจดหมายนั่นและปรับเปลี่ยนตัวเองสมัย ไทเกอร์หยิบจดหมายมาอ่านทั้งน้ำตา…มือไม้สั่นควบคุมสติไม่อยู่น้ำตาก็ไหลออกมาเรื่อยๆ เนื้อความในจดหมายมันทำใหเไทเกอร์แทบจะหยุดหายใจ…..