ชายชราปี๋จื่อกำลังเดินออกไปด้านนอกเพื่อเข้าไปในตัวเมือง ชาวบ้านโดยรอบต่างทุกข์จากไฟาทำพิษร้ายต่อผู้คนในแคว้น ต้องตกอยู่ใต้อาณัติต่อแคว้นอื่นทหารจากแคว้นจินหลงเต็มไปหมด
ชายชราเดินไปตรงหน้าโรงน้ำชาก่อนที่จะก้าวเข้าไปสู่เขตในตัวเมือง เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยที่ปี๋จื่อสวมใส่เพื่อปกปิดตัวตน ชายชราปี๋จื่อก้าวหลบไปยังสถานที่ลับตาทหารตรวจการ มือหยาบค้นหาบางอย่างข้างใน
"นี่เ้าเข้ามาทำอะไรที่นี่!" ทหารของแคว้นจินหลงเดินมาเจอชายชราผู้หน้าสงสัยก่อนที่จะเอาดาบจ่อชายชรา ปี๋จื่อเมื่อเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นปล่อยบางอย่างตกลง ทหารที่เห็นของบางอย่างตกลงในขณะทีเผลอร่างสูงใหญ่ของชายชราคว้าเข้าคอมืออีกข้างผลักดาบของนายทหารตรงหน้า เพื่อไม่ให้ทหารผู้นี้ส่งเสี่ยงร้อง ชายชราปี๋จื่อบีบหลอดลมหักคอทหารผู้นี้ทิ้ง
หลังจากนั้นหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ตกอยู่ก่อนเดินออกไปเพื่อไม่ให้ทหารยามสงสัย โดยไม่ลืมซ้อนศพของทหารที่ฆ่าไป
หลังจากออกมาจากนอกตัวเมืองได้ ชายชราปี๋จื่อมองกระดาษที่ได้มา "กงซู่" เสนาบดีแคว้นจินหลงเป็ผู้จัดฉากให้เกิดาระหว่างแคว้นจินหลงและหยางิ มือชรากำหมัดแน่นก่อนจะเดินหลบเข้าป่าไป
ปี๋จื่อเป็อดีตขุนพลมือธนูที่เก่งกาจที่สุดในแคว้นหยางิก่อนที่าจะเริ่มเสียอีก ชายชราผู้นี้มิได้เป็แค่ชายชราธรรมดาทักษะการวางแผนรบรวมถึงการยิงธนูมีความแม่นยำสูงอีกทั้งยังมีเพลงดาบไม่เป็สองรองใครรวมถึงการฆ่าคนด้วยมือเปล่า แต่การที่ชายชราผู้นี้หายตัวไปอย่างไม่มีล่องลอยใดๆ
แคว้นหยางิก็ตกอยู่ในสถานะอ่อนแอจนทำให้แคว้นถูกจ้องที่จะโดนรุกรานเสมอ ถึงจะแก่ตามเวลาด้วยการฝึกฝนร่างกายทุกวันทำให้ร่างกายของชายชราผู้มีความแข็งแรงกว่าคนหนุ่มเสียอีก [ใครนึกภาพไม่ออกแรมโบ้ตอนแก่ดีๆนี่เอง]
ในกระท่อมเค่อซิงที่กำลังนำไผ่เข้าไปในเตาผิงเพื่อเผาเอาเกลือเธอเผามันจนเป็ขี้เถ้าหลังจากเสร็จจึงรอให้ความร้อนในเตาผิงลดลง ซิงอีน้อยนางกำลังเดินเข้ามาทันเห็นเค่อซิงกำลังนำต้นไผ่สดๆมาเผาไฟ
"ทำอะไรหรือท่านพี่?" ซิงอีที่มองสตรีตรงหน้าที่รอดูเตาถ่านกำลังมอดดับจึงถามออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็น คำตอบที่ได้ทำให้ซีอิงน้อยยิ้มล่าเพราะสตรีตรงหน้านางกำลังทำเกลือ เกลือที่มีความหายากและเป็เครื่องปรุงที่ล่ำค่าอย่างมากในทุกแคว้น จึงมีเพียงขุนนางในราชสำนักเท่านั้นที่ได้ลิ้มรส
ผ่านไปหลายชั่วโมงหลังจากเตาผิงดับสนิทเค่อฉิงก็เป่าขี้เถ้าออกและพยายามเขี่ยเศษถ่านออกก่อนจะปรากฏเกลือเม็ดเล็กๆอยู่ในเศษขี้เถ้าจึงนำกระบอกไม้ไผ่มาเก็บไว้
"ลองชิม" เค่อฉิงนำนิ้วบางยื่นให้เด็กน้อยตรงหน้า ซิงอีน้อยชิมเกลือครั้งแรกอย่างมิรีรอความเค็มที่เด็กน้อยได้ััทำให้ตาเป็ประกายด้วยความนี้คือครั้งแรกที่รูัจักความเค็มที่ท่านตาเคยบอกนางจึงชอบมากเป็พิเศษ
หลังจากที่ชายชรากลับมาถึงกระท่อม สายตามองเห็นเค่อฉิงและซิงอีน้อยนำไผ่มาเผาเล่นเสียนี่ แต่เมื่อซิงอีน้อยนำเกลือที่เก็บไว้ในกระบอกไผ่เล็กน้อยให้ชายชราชิม
"มันคือเกลือเ้าทำได้เยื่องไร?" ชายชราถามเค่อฉิงก่อนที่เธอจะบอกวิธีทำแค่นำไผ่สดมาเผาไฟให้กลายเป็ขี้เถ้าแต่ต้องหาที่ก่อกองไฟดีๆเพื่อการเก็บเกลือได้ง่ายขึ้น ชายชราเพียงพยักหน้าั้แ่เกิดจนแก่เพิ่งรู้ว่ามีวิธีนี้อยู่ด้วย
เมื่อกลางคืนผ่านไปเค่อฉิงวาดภาพโดยเอาไม้จิ้มไปที่ดินเพื่อลองสร้างสิ่งที่คล้ายๆเตาผิงแต่จะมีรูอยู่้ามีช่องสำหรับปล่องไฟเพื่อการทำอาหารจะได้ง่ายยิ่งขึ้น ดินเหนียวที่จะทำเค่อฉิงก็นำมาจากแม่น้ำใกล้ๆเมื่อวางแผนเสร็จสรรพก็เข้านอนเพื่อพักผ่อนร่างกายสำหรับวันพรุ่งนี้
.
.
.
เช้าของอีกวันเค่อฉิงได้มาซ้อมยิงธนูตามปกติเธอยิงแม่นขึ้นกว่าก่อนแต่สิ่งที่ไม่ขาดหมายจะเกิดขึ้น
"ยิงมา" ชายชราถือไม้พอดีมือมา อยู่ด้านหน้าเป้าซ้อมยิงของเธอแต่ด้วยความที่ไม่เคยยิงใส่คนเป็ๆมาก่อนทำให้ยิงไม่โดนหรือประหม่ากลัวท่านตาจะปาดเจ็บ แต่เมื่อยิงพลาดชายชราก็เดินเข้าใกล้เธอไปทีละก้าวพร้อมบังคับให้ยิงใหม่สายตาของชายชราปราศจากความกลัว เค่อฉิงที่ยิงพลาดหลายรอบจนชายชรามาถึงตัวเธอ
"โป๊ก.." เสียงไม้ในชายชรามือเคาะเข้ากระบาลเค่อฉิงหนึ่งทีก่อนจะหันกลับ เดินไปยังเป้าซ้อมที่เดิมเค่อฉิงโดนเคาะอยู่แบบนั้น4-5รอบจนเธอเริ่มโกรธ จึงยิงอย่างไม่สนใจอะไรแล้วลูกธนูพุ่งเข้าหาชายชราแต่ชายชรากลับนิ่งเฉยไม้ในมือปัดลูกธนูที่เข้ามาอย่างง่ายดายก่อนมาถึงตัวเธออีกรอบ
"เ้ายังลังเลยังขาดความเด็ดขาด..โป๊ก.." เมื่อกล่าวจบไม้ในมือชายชราก็เคาะเข้ากระบาลของเธออีกรอบ สงสัยเธอต้องพับเื่ทำเตาอาหารไว้ก่อนเสียแล้ว การฝึกยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเย็นน้ำหูน้ำตาของเค่อฉิงไหลออกมา เธอโดนเคาะจนปวดสมองไปหมดแล้ว..
จบตอน..