๓
ศึกสาวงาม
วังหลวง
ข้ากำลังเดินตรวจตารอบๆ ตำหนักพระสนมจิงลี่ เพราะวันนี้ฮ่องเต้เลือกป้ายหยกเขียวเป็ชื่อพระนาง จึงเป็เหตุให้ตามมาอารักขาพระองค์อยู่ที่นี่
“หัวหน้าหน่วยองครักษ์เยี่ยวันนี้ข้ามาเปลี่ยนเวรกับท่าน” องครักษ์ถงเดินใส่เกราะสีทองถือดาบเข้ามาหา
เวรยามปกติของเขาเป็ยามเหมา ดูท่าครานี้จะเป็ฝีมือมู่เฉินติดสินบนเป็แน่
“องครักษ์ถงท่านทำเื่แจ้งกับหัวหน้าองครักษ์แล้วหรือยัง” ข้ากล่าวถามเพื่อให้แน่ใจเสียก่อน หากมีอันใดผิดพลาดมีหวังศีรษะงามๆ คงได้ร่วงหล่นลงจากบ่า
“ข้าแจ้งไว้แล้ว…หากท่านไม่แน่ใจก็ไปหาหัวหน้าองครักษ์ก่อน แล้วลงนามขอเปลี่ยนเวรกลับข้าเพื่อเป็หลักฐานเอาไว้อีกรอบ” องครักษ์ถงกล่าวขึ้น ราวกับว่ากำลังเข้าใจในความคิดของข้าอยู่
“ขอบใจท่านมาก” ข้ากล่าวพลางตบไหล่เขาไปหนึ่งที
เดินไปทางเรือนหัวหน้าฝ่ายองครักษ์เกราะทอง เพื่อทำการลงนามแลกเปลี่ยนเวร และเป็หลักฐานว่าตัวข้าไม่ได้ละทิ้งหน้าที่
จากนั้นก็ควบม้ากลับจวนมาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็ชุดผ้าไหมสีม่วงเข้ม ถึงจะไปท่าแม่น้ำฮวงก่อนจะเลยเวลาล่องเรือนี้
เรือฮวง
ข้าที่ควบม้ามาถึง ก็ส่งสายบังเหียนให้ผู้ดูแลทันที สาวเท้าก้าวยาวเข้าไปในเรือ ดูท่าเรือที่มู่เฉินเลือกคงจะเป็ลำใหญ่ที่สุดในแม่น้ำฮวงเสียกระมัง
ข้าสาดส่องสายตามองไปรอบๆ ชั้นหนึ่ง ก็ไม่เจอสหายทั้งสาม จึงเดินขึ้นไปชั้นสองของเรือ ชั้นสองนี้มีผู้คนนั่งอยู่ประมาณสิบกว่าโต๊ะไม่หนาแน่นเท่าชั้นหนึ่ง
“คุณชายมิทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือยังขอรับ” พลันมีชายชราผมเทาเดินก้มโค้งมาเล็กน้อยเข้ามาใกล้
“คุณชายมู่เฉิน” ข้าเอ่ยบอกชื่อสหายของตนออกไป
พอชายชราได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ และผายมือไปทางด้านหน้าเรือ ที่มีโต๊ะอยู่เพียงสองโต๊ะเท่านั้น ด้านข้างเป็โต๊ะคุณชายจิ้นฝาน และบุรุษอีกหนึ่งคนที่ใบหน้าคุ้นตาอยู่มากนัก พอพินิจมองดูอยู่ครู่หนึ่งข้าจึงนึกขึ้นมาได้ว่า
บุรุษผู้นั้นคือไท่จื่อ แล้วก็อีกหนึ่งสตรีที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำสนิทนางเป็ผู้ใดกันถึงได้มีท่าทีสนิทสนม โอบไหล่กอดคอกันถึงขนาดนั้น
“อาเปาเ้ามาช้าไปหนึ่งเค่อ” หลิวซีกล่าวพลางยื่นไหสุรามาให้ข้าที่เดินเข้าไปนั่ง
“ข้าต้องกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน” ข้าตอบ พลางยกไหสุราขึ้นดื่ม เหลือบสายตาไปทางสตรีผู้นั้นที่นั่งหันหลังมาทางข้าด้วยความรู้สึกคุ้นตาอยู่หลายส่วน
“มาถึงก็ชำเลืองมองหาสตรีเชียวรึ…มิต้องห่วง พอเรือแล่นออกสตรีงดงามก็จะมานั่งคลอเคลียด้วยแล้ว” มู่เฉินแกล้งกล่าวเย้า หลิ่วตายิ้มแพรวพราวมาให้
พอเรือออกมาได้เพียงสักครู่เดียว ก็เป็ไปตามที่มู่เฉินกล่าวมีสตรีร่างอรชรแต่งกายเห็นสัดเห็นส่วนได้อย่างชัดเจน โยกย้ายสะโพกพองามเดินมาแนบซบลงบนอกของข้าทันที
“คุณชาย…. ~” หญิงงามพิงกายซบอยู่นั้น กล่าวเสียงหวานหยดย้อย
ข้าก้มหน้าสบตาอันเย้ายวนตามเสียงเรียกขานของนางอย่างพึงพอใจ นับว่ามู่เฉินหาสตรีมาถูกใจยิ่งนัก
เพี๊ยะ ! พลันเสียงตบศีรษะไทจื่อที่นั่งฝั่งด้านข้าที่มองเห็นชัดเจนได้เสียงดังขึ้น
“เสี่ยวสือเ้าแพ้แล้ว มาให้ข้าตบอีกสองทีดีๆ” เสียงขึ้นจมูกเล็กน้อยของสตรีอาจหาญที่บังอาจตบศีรษะว่าที่ฮ่องเต้ขึ้นเสียงดังฉะฉาน
“มี่เอ๋อร์..ไฉนมือเ้าถึงหนักเเบบนี้ หัวข้าแทบคะหม่ำลงกับโต๊ะ” ไท่จื่อกล่าวกับนางอย่างสนิทสนม ด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเล็กน้อย
“ฮ่าๆ แค่นี้ทำมาเป็บ่นที่ก่อนหน้านี้เ้ายังหัวเราะเยาะข้าอยู่เลย” คุณชายจิ้นฝานกล่าวขึ้น
ข้าที่เงี่ยหูฟังอยู่พลันก็รู้สึกถึงแรงดึงตรงคอเสื้อ ถูกกระตุกด้วยหญิงงามในอ้อมกอดเบาๆ
“มีอันใดที่หน้าสนใจกันเ้าคะ…” นางกล่าวเสียงอ้อน กระพือขนตาช้าๆ แลดูน่ามองมากนัก
ข้าที่มองหญิงงามในอ้อมอกก็อดใจไม่ไว้ จึงก้มหน้าลงจุมพิตหน้าผากนวลของนางไปหนึ่งที พลางกระชับอ้อมแขนที่กอดนางให้แน่นขึ้น
“ท่านชายหวงเหวินท่านมิสนใจสตรีสักคนบ้างรึ” มู่เฉินกล่าว พลางหยอกล้อกับสตรีด้านข้าง
“ข้ามีสตรีที่สนใจแล้ว” เขาตอบขึ้นเสียงเรียบ เสตาไปมองสตรีที่สวมอาภรณ์สีดำที่นั่งร่วมโต๊ะกับไท่จื่อ โดยไม่มีใจคิดปิดบังสหาย
“สตรีที่นั่งอยู่ตรงนั้นพวกข้ารู้จักหรือไม่” หลิวซีเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้
“รู้จักสิ...นางเป็คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋” หวงเหวินกล่าวเสียงเรียบเช่นเดิม พลางยกสุราขึ้นดื่ม
ข้าเองที่ได้ยินเช่นนั้นก็แข็งค้างอยู่พักใหญ่ และไม่ใช่เพียงข้าผู้เดียว ไม่ว่ามู่เฉิน หรือหลิวซีก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้างเช่นกัน
“ท่านชายหวงเหวิน กำลังกล่าวล้อเล่นอยู่กระมัง” มู่เฉินที่ได้สติก่อนคนแรกก็กล่าวขึ้น
“......” สีหน้าของหวงเหวินยังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม
“ที่ท่านกล่าวมาคือเื่จริงหรอกรึ!” หลิวซีกล่าวเสียงสูงขึ้นด้วยความใ
"......” สีหน้าของเขายังเหมือนเดิม พยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อย
“ท่านชมชอบสตรีเช่นนั้นหรือ” ข้ากล่าวถามปนความแปลกใจ ด้วยน้ำเสียงชั่งใจอยู่มาก
สตรีที่ชอบแต่งกายเป็นกแก้ว นกยูง ยังไม่รวมเครื่องประดับสีสันที่สะท้อนแสง และเครื่องแต่งหน้าชวนขบขันนั่นอีก
“อืม…นางเป็สตรีที่หาได้ยากมากนัก” เขาตอบกลับ พลางเหลือบไปมองคุณหนูไป๋ที่ใส่เสื้อคุมขนสัตว์สีดำด้านหลัง
ประเดี๋ยวก่อน..!! สตรีผู้นั้นพึ่งจะทำการโบกศีรษะไท่จื่อไป สตรีอย่างคุณหนูไป๋มีความสำคัญอันใดกัน ถึงสามารถทำกิริยาเช่นนั้นออกไปได้
“ดูสีหน้าคุณชายเยี่ยเปาจะแปลกใจอยู่มาก…ท่านมัวแต่เข้าเวรทำงาน หากท่านมาร่ำสุราที่เรือฮวงบ่อยๆ พบปะกับสหายเสียบ้าง ท่านก็จะได้รู้จักนางมากขึ้น” หวงเหวินกล่าวขึ้นเสียงเรียบ
“อย่าบอกว่าพวกเ้ารู้กันหมด” ข้าเอ่ยปากถามกลับไปทันที