ฉลามคลั่งรัก 11 : สองพี่น้อง
#ฉลามคลั่งรัก
“ดีแลน ดีวาน” ผมเรียกชื่อพวกเขา ทว่าเสียงที่ส่งออกไปกลับแ่เบาหนำซ้ำยังแหบแห้งจนฟังไม่ได้ศัพท์ ยกมือขึ้นกุมคอตัวเองนิ่วหน้าเจ็บเมื่อโดนาแเมื่อคืนผมคงจะใช้เสียงเยอะไปหน่อยเลยไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะเค้นมันออกมา
ผมพยายามมองหาว่ามีโน้ตอะไรแปะไว้ไหมผมไม่อยากจะขยับกายหรือลุกไปไหน เพราะตอนนี้ผมเจ็บไปทั่วร่าง
เหมือนโดนฉลามรุมทึ้งให้ขาดใจ
“ดีวาน ดีแลน พวกคุณอยู่ไหนน่ะ”ถึงอย่างนั้นผมก็พยายามเรียกหาพวกเขา คิ้วสวยขมวดกันแน่นเมื่อไม่ได้ยินการตอบรับผมกัดฟันสู้ เคลื่อนกายลงจากเตียงก่อนจะพบว่าทั้งร่างเปลือยเปล่า มีรอยฟันรอยแดงตราตรึงไว้ทั่วร่าง ทุกที่ที่ถูกปลายนิ้วเลื่อนผ่านมันเจ็บจนน้ำตาคลอ
ผมไม่เคยมีเซ็กซ์ที่ป่าเถื่อนแบบนี้มาก่อนก็ยอมรับว่าตัวเองเป็คนเรียกร้อง
แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายขนาดนี้
“ไปไหนกัน” ผมพึมพำเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่เสื้อผ้าของผมถูกฉีกกระชากขาดไปั้แ่ตอนจูบกับดีวาน และสภาพผมตอนนี้คงไม่เหมาะกับการมานั่งหาชุดใหม่เท่าไหร่ผมทาบมือลงกับกำแพง ใช้มันเป็ตัวประคองร่างตอนออกจากห้องเลียปากเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจออกมา
ขาผมสั่นยิ่งกว่าแผ่นดินไหวซะอีก
“จะฆ่ากันหรือไงนะ”
กึก !
ปลายเท้าผมหยุดยืนอยู่ตรงบันได ทุกย่างก้าวสั่นไหวและเจ็บสะท้านผมเกาะราวบันไดไว้แน่นเกือบจะล้มพับไปด้วยความทรมานทว่าผมก็ต้องตามหาเ้าบ้านให้เจอ นี่เป็ครั้งแรกที่ผมตื่นมาแล้วพบว่าไม่มีคู่เซ็กซ์นอนอยู่ข้างๆ
ประจำผมจะเป็ฝ่ายทิ้งพวกเขามากกว่าพอมาถูกทิ้งเองแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
มันไม่ต่างจากตอนที่ผมอยู่ศูนย์วิจัยผมต้องนอนคนเดียว ท่ามกลางความเหน็บหนาวและความเดียวดาย ถึงจะทนใช้ชีวิตอยู่มาได้แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าผมเกลียดมันแค่ไหน
ผมชอบเวลาได้ััถึงลมหายใจ
มันเหมือนย้ำเตือนว่าผมยังมีชีวิตอยู่
“ดีวาน...” ผมเรียกชื่อคนพี่เมื่อมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายชั้นล่างยังคงว่างเปล่าไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยสักคนชะโงกหน้าไปทางห้องครัวก็เห็นหม้อซุปตั้งอยู่รวมถึงข้าวของที่ถูกใช้แล้วแต่ไม่ยอมล้างคิ้วสวยขมวดกันมั่นผมคิดว่าพวกเขาน่าจะทำอาหารแล้วออกไปธุระ
ถึงอย่างนั้นเขาก็น่าจะบอกผมบ้างไม่ใช่หายไปแบบนี้
“พวกคุณทิ้งผมเหรอ”
ตู้ม !
“อ๊ะ !” ผมสะดุ้งสุดตัวตอนได้ยินเสียงน้ำกระจายราวกับมีอะไรขนาดใหญ่โดดลงไปในสระวินาทีนั้นผมรีบสาวเท้าไปดูเหตุการณ์ พลันดวงตาก็เบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำเมื่อพบว่าในสระน้ำถูกย้อมด้วยสีแดงฉานโดยมีซากของโลมาอยู่ในนั้น
ลำตัวของมันถูกแยกออกจากกันถึงอย่างนั้นมันก็ยังกรีดร้องลั่นด้วยความทรมานอยู่ดี
“หวีด...!”
“พระเ้า...!” ผมยกมือปิดปากใกับภาพที่เห็นขาทั้งสองข้างเหมือนถูกรั้งให้ถอยเข้าไปในบ้านปะทะเข้ากับแผ่นอกแกร่งที่โอบรัดผมไว้ นาทีนั้นผมสะดุ้งเนื้อตัวสั่นไหวขณะหันไปสบเข้ากับดวงตาสีนิลที่มองอยู่ “ดะ...ดีวาน!”
“คุณลงมาทำอะไรข้างล่าง โซล”
“ผะ...ผม”
“คุณควรอยู่บนเตียง”คำพูดของเขาแลดูจะไม่เข้าหัวผมเท่าไหร่ ผมมองหน้าเขาสลับกับเ้าโลมานั่นก่อนจะถูกเขายึดปลายคางไว้“ได้ยินผมไหม ผมบอกว่าคุณควรอยู่ในห้อง”
“ผะ...ผมหาพวกคุณไม่เจอเลยลงมาข้างล่าง”
“แล้วก็พบกับการฆาตกรรมปลาโลมา”
“!!!”
“คุณนี่ชอบอยู่ผิดที่จริงๆ” ไม่รอให้ตอบกลับร่างของผมก็ถูกอุ้มให้ลอยเหนือพื้นด้วยท่าเ้าสาวเล่นเอาต้องคว้าบ่ากว้างไว้เนื่องจากกลัวตก ั์ตาผมยังคงจับจ้องไปกับโลมาผมจะไม่ใเลยถ้าเห็นภาพนี้ในทะเลทั่วไปที่ไม่ใช่สระน้ำในบ้านของเศรษฐีที่ไม่รู้ปูมหลังแถมเ้าของมันยังดูไม่ยี่หระหรือสนใจอะไรทั้งนั้น
ดีวานพาผมเข้ามาบ้านตรงดิ่งมายังชั้นสองแล้ววางผมให้นอนราบกับเตียงไปผมกัดปากพยายามตั้งสติขณะที่เขาดึงผ้าห่มมาคลุมให้ รั้งเบา ๆผมก็ตกลงไปอยู่ใต้วงแขนเขาแล้ว
“ใจเย็นๆ” เสียงทุ้มต่ำที่ผมชอบกระซิบอยู่ข้างหู ไปพร้อม ๆ กับที่มือลากผ่านแผ่นหลังเป็การปลอบกลิ่นโคโลญจน์ที่แตกต่างจากดีแลนนิดหน่อยทำให้ผมแลดูจะสงบลงได้ไม่ยากทว่าภาพโลมาที่ตายก็ติดตาไม่ต่างจากภาพของคนที่โดนเมกาโลดอนกัดตายก่อนหน้านี้
ผมเห็นภาพซ้อนของนักท่องเที่ยวในวันนั้นยังรู้สึกถึงอุณหภูมิจากฝ่ามือที่บีบแขนผมแน่น มันปลุกเร้าความกลัวทำผมหวาดระแวง
ผมจะควบคุมสติตัวเองยังไงถ้าเกิดเห็นภาพอันตรายติดกันหลายวัน
“ผมอยู่ตรงนี้”
“เกิดอะไรขึ้นกับโลมานั่น”
“มันก็แค่ะโเข้ามาผิดที่”
“หา ?”
“พวกสัตว์ปัญญานิ่มมันชอบทำให้ตัวเองตกเป็เหยื่อ” ผมย่นคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่ดีวานพูดเลยสักนิดผมรู้ว่าบ้านของเขาติดทะเล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าโลมาจะดิ้นรนตัวเองมาตายในสระหรือต่อให้มันทำได้ มันก็ไม่น่าจะเือาบขนาดนั้น
มันเหมือนกับว่าในสระนั่นมีอะไรบางอย่าง
หรือว่าจะเป็งานอดิเรกของพวกเศรษฐีที่เลี้ยง...
“พวกคุณเลี้ยงฉลามเหรอ ?” ผมผละออกมาสบเข้ากับั์ตาสวยมีคนดังไม่กี่คนที่ผมรู้จัก พวกเขามีงานอดิเรกแก้เหงาบ้า ๆคือการจับฉลามมาเลี้ยงไว้ วันดีคืนดีก็โยนใครสักคนลงไปให้ไม่ก็ปล่อยให้มันหาทางมีชีวิตด้วยตัวเอง
แน่นอนว่ามันอาจจะฟังดูประหลาดชนิดที่ทำให้ดีวานขมวดคิ้วใส่แต่งานแก้เหงานี่มีจริง ๆ ผมสาบานได้
หนึ่งในเพื่อนพ่อที่ผมรู้จักก็ชอบทำอะไรแบบนี้
“คุณเลี้ยงมันไม่ได้นะ มันอันตราย”
“พวกเราไม่ได้เลี้ยงฉลามไว้”
“แล้วโลมานั่นตายได้ยังไง”
“…”
“มันฆ่าตัวตายเองไม่ได้นะดีวาน” ผมตอบกลับมองคนที่ถอนหายใจใส่ผมด้วยอารมณ์ไหนก็ไม่รู้ ที่แน่ ๆคือผมไม่โอเคถ้าต้องอยู่ใกล้สิ่งที่พยายามจะหนีมา “เอามันไปปล่อยซะอย่าคิดว่าการเอาอะไรมาขังไว้แล้วสนุกเลย ฉลามไม่เหมือนปลาในตู้นะ”
“ผมบอกแล้วไงว่าเราไม่ได้เลี้ยงมัน โลมานั่นมันะโเข้ามาตาย”
“นี่”
“ดีแลนเห็นก็เลยจับมันไว้ จะได้ทำอาหารเช้าให้คุณกินไง”
“หา ?” ผมเบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับคำพูดนั้นเสียดายที่ดีวานดูจะไม่อินตามใบหน้าของเขานิ่งมากขณะที่มองผ่านหน้าต่างไปที่สระน้ำ ผมเม้มปากแน่นไม่กล้ามองตามได้แต่ตั้งคำถามและหวังว่าเขาจะพูดว่าล้อเล่น “นี่คุณล้อเล่นใช่ไหมผมไม่ขำนะบอกก่อน”
“คุณคิดว่าพวกเราตลกกันขนาดนั้นเลยเหรอ”
“อ๊ะ !”
“โลมาน่ะอร่อย ถึงจะสู้เนื้อวาฬไม่ได้แต่ก็หวานพอกัน”
“แต่เราไม่กินเนื้อโลมากันนะดีวาน มันกินไม่ได้”
“ทำไมจะกินไม่ได้” เขาสวนกลับกระชับผ้าห่มที่คลุมร่างผมไว้ ก้มลงมาใกล้ ๆ จนปลายจมูกเราคลอเคลียกัน “อะไรที่มีชีวิตอยู่ แปลว่ามันกินได้ทั้งนั้น”
“...”
“คุณเองก็เหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อฟังคำสั่งระวังจะโดนกิน...เหมือนคนอื่นที่โดน” คำขู่นั่นทำผมอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูนี่เขาคิดว่าตัวเองเป็อะไรถึงมาขู่เหมือนจะกินเนืุ้์ได้ถ้าเกิดเขาทำแบบนั้นผมรับรองได้ว่าผมจะแจ้งความจับเขา เพราะสิ่งที่เขาทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปทำกันเขาอาจจะกลายเป็ฆาตกรหรือโรคจิตชวนขนหัวลุกก็ได้
ซึ่งมันไม่ดีแน่ผมรู้สึกราวกับตัวเองตกอยู่ในอันตราย
“คุณควรไปหาหมอจริง ๆ” ผมส่ายหน้าดันเขาออกไม่ให้มากอดตัวเองเอาไว้ เลียปากเล็กน้อยเป็นิสัยที่แก้ไม่หายพร้อมกับเสยผมอย่างใช้ความคิด “นี่ผมต้องอยู่กับคนไม่ปกติเหรอเนี่ยให้ตายสิ”
“ผมไม่ได้เป็บ้า”
“แต่โคตรจะบ้าเลย” ผมตอบกลับพยายามพ่นลมหายใจผ่อนความกลัวของตัวเองให้ลดลง“ผมคิดว่าผมควรจะอยู่คนเดียวสักหน่อยผมต้องทบทวนข้อเสนอของน้องชายคุณใหม่”
“ถ้าตกปากรับคำไปแล้ว คุณก็ยกเลิกไม่ได้”
“อะ...”
“ผมบอกแล้วไง คุณเป็ของพวกเราแล้ว โซล” ผมขมวดคิ้วใส่ผมจำได้ว่าดีแลนไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นเขาแค่ยื่นข้อเสนอให้บอกว่ามันจะดีกับตัวผมถ้ายอมรับมันแต่เขาไม่ได้บอกว่าอะไรจะตามมาทีหลังหลังจากที่ผมยกเลิกสัญญากับเขา
ตอนที่ยินยอมรับผมก็ไม่ได้ถาม คิดว่าคงไม่มีอะไรมาทำให้เปลี่ยนใจไปได้ง่าย ๆเพราะผมไม่ใช่พวกที่ชอบกลืนน้ำลายตัวเองเท่าไหร่ แต่เจอแบบนี้ใครกันจะทนไหว
เสียดายที่ผมติดกับเขาแล้ว
“นอนพักซะ แล้วผมจะเอาอาหารมาให้”
“ถ้าคุณเอาเนื้อโลมาให้ผมกิน ผมจะฆ่าตัวตาย”
“คุณทำไม่ได้”
“…”
“เพราะคุณตายไปนานแล้ว” ทิ้งปริศนาไว้แค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปเมื่อคืนเขาก็บอกว่าผมตายไปแล้ว ซึ่งผมก็ไม่รู้ความหมายที่แฝงอยู่ในนั้นถ้าเกิดผมตายไปจริง ๆ ผมจะมีลมหายใจ มีชีวิตอยู่ไปไหนมาไหนอย่างนี้ได้ยังไง
หรือมันคือคำขู่ไม่ให้ผมคิดทำอะไร?
เขาประเมินผมต่ำเกินไปแล้ว
ดีวานหายตัวไปพักใหญ่แล้วขึ้นมาพร้อมกับซุปร้อนนาทีแรกที่เห็นผมจำเป็ต้องสำรวจว่าสิ่งที่เขาเอามาป้อนคืออะไรถ้าเป็เนื้อโลมาผมจะคว่ำมันใส่หน้าเขา ผมไม่มีทางกินสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยงไว้มันโหดร้ายเกินไปและผมก็ไม่ใช่โรคจิต
ดีหน่อยที่พอเห็นจริงๆ มันเป็แค่ซุปเห็ด ผมไม่รู้หรอกว่าเขาทำเองหรือว่าเอามาจากไหน
แต่มันก็ดีกว่าการกินเนื้อโลมาใช่ไหมล่ะ
“กินเสร็จก็นอนพักอยู่ในห้อง ห้ามลงไปข้างล่างเด็ดขาด”
“คุณจะขังผมให้แก่ตายอยู่ที่นี่เลยหรือไง”
“ถ้าทำได้ผมจะทำ” กลอกตาไปทีให้กับคำตอบรับด้วยความที่ผมปวดตัวมากเลยไม่สามารถเดินไปดูที่หน้าต่างได้ว่าตอนนี้สระน้ำด้านล่างเป็ยังไงถึงอย่างต่อให้เดินไปได้ผมก็ไม่อยากเดินไป ผมกลัวว่าจะเห็นอะไรที่ชวนขนลุกอีก “คุณต้องกินยาอะไรไหม ผมจะไปซื้อให้”
“แค่นอนพักก็คงดีขึ้น แต่ผมอยากได้ยาทาแก้รอยช้ำ”
“เอาไปทำไม ?”
“สาบานสิว่าคุณไม่รู้” ผมมองหน้าเขาอย่างเอาเื่รอยกัดเต็มตัวขนาดนี้จะให้ผมปล่อยมันแห้งกลายเป็แผลเป็หรือไง “ผมไม่อยากให้ผิวผมช้ำไปมากกว่านี้ถ้าคุณพอจะมีความเมตตาก็หายามาทาให้ผมหน่อย ซื้อผ้าพันแผลมาด้วยก็ได้ เพราะผมต้องเปลี่ยน”
“ผมต้องไปซื้อให้ตอนนี้ ?”
“คุณจะให้ผมไปซื้อเองก็ได้ เอากุญแจรถมาสิ” ผมแบมือขอเป็การประชดเขาทำผมเจ็บขนาดนี้ยังมีหน้ามาถามอีกว่าต้องไปซื้อตอนนี้เหรอ ถ้าเกิดที่บ้านมันมีเขาก็ไปหยิบมาให้ผมก็ได้ จะมาทำให้ผมหงุดหงิดบ่อย ๆ ทำไมนะผู้ชายคนนี้ แน่นอนว่าดีวานส่ายหน้าเขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเปิดออกเพื่อดูว่าข้างในมีของอะไรไหม
ผมตักซุปเข้าปากมองแผ่นหลังกว้างที่คั่นด้วยเสื้อที่เขาใส่ ผมจำได้ว่าเมื่อคืนเรากอดกันเยอะแค่ไหนจนผมคิดว่าตัวเองจะตาย แต่มันก็สนุกที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา
“ดีแลนน่าจะซื้อมาเมื่อวาน” ผมบอกเขาหลังจากนึกออกว่าเมื่อวานก่อนมาที่นี่ผมแวะซื้อของกับน้องชายเขา“มันน่าจะอยู่ในถุงเสื้อผ้า ผมไม่แน่ใจว่าเขาเอาไว้ที่ไหนแต่จำได้ว่าเขาเอาขึ้นมาเก็บข้างบน”
“งั้นมันก็ต้องอยู่ห้องนี้ เพราะอีกห้องเราเอาไว้เก็บของ”
“แปลว่าพวกคุณสองคนนอนร่วมห้องกันตลอดเลยเหรอ ?” ผมกะพริบตามองเขาที่ชะงักไปดีวานดูจะใช้เวลาคิดหน่อยทั้งที่คำตอบนี้มันง่ายมากถ้ามีห้องเดียวก็หมายความว่าพวกเขาใช้เตียงร่วมกัน หรือไม่คนใดคนหนึ่งก็นอนโซฟาข้างล่าง
“ไม่แยกห้องกันเลย ?”
“คงงั้น” เขาพึมพำ “พวกเราไม่ค่อยได้กลับมานอนที่นี่เท่าไหร่ก็เลยนอนด้วยกันได้”
“แล้วแบบนี้เวลามีเซ็กซ์ไม่รำคาญกันตาย ?”
“โซล”
“หรือว่าก็ทำกันสามคนแบบเมื่อวาน ?” รอยยิ้มซุกซนเผยขึ้นบนใบหน้าแค่คิดว่าพวกเขาทำพร้อมกันกับใครสักคนผมก็รู้สึกวาบหวิวไปหมดเดี๋ยวนี้คนเรามีรสนิยมที่แตกต่างกันไป ถ้าโอเคที่เล่นหมู่ได้ มันก็ไม่เสียหายแต่ผมจัดอยู่ในไทป์ที่ชอบนอนกับใครทีละคนมากกว่าเพิ่งจะทำกันสามคนเป็ครั้งแรกก็เมื่อคืนที่ผ่านมา
ซึ่งมันก็เร้าใจผมสุดๆ ไปเลย
“คุณชอบคิดอะไรไร้สาระ”
“ผมจำเป็ต้องรู้ข้อมูลของคนที่อยู่ด้วยกัน”
“คุณแค่มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ ก็พอ” คำตอบนั้นทำผมกลอกตานิดหน่อยผมไม่ชอบเวลาเขาพูดเหมือนว่าชีวิตผมไร้ค่าแค่ไหนดีวานเดินไปที่โซฟาตรงหน้าต่างที่เห็นสระน้ำได้ เขาดูนิ่งสงบไม่แสดงความรู้สึกอะไรขณะที่มือควานหาของในถุงที่ดีแลนซื้อวางไว้ ไม่นานนักก็หยิบมวนสีขาวออกมาจากด้านใน
พร้อมกับถุงยาที่ผมได้มาจากโรงพยาบาล
“แผลคุณเป็ไง ?”
“เจ็บนิดหน่อย”
“งั้นคุณกินยาก่อนแล้วผมจะทำแผลให้”
“ให้ดีแลนมาทำดีกว่าไหม ผมว่าเขาน่าจะมือเบากว่าคุณ” มันไม่เชิงเป็คำประชดแต่ผมจำเมื่อวานที่เขาเช็ดตัวผมแล้วใจร้ายใส่ได้ “ผมไม่อยากมีแผลเพิ่มถ้าคุณเป็คนทำให้ว่าแต่ดีแลนไปไหนผมไม่เห็นเขาั้แ่เช้า”
ดีวานไหวไหล่ วางอุปกรณ์ทำแผลไว้บนเตียงโดยไม่ตอบกลับท่าทีกวนประสาททำให้ผมอดย่นคิ้วใส่ไม่ได้ เขาจะทำตัวดี ๆ กับผมสักห้านาทีมันจะตายหรือไง
และยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบโต้อะไรคนที่ถามถึงก็เปิดประตูเข้ามา
“ไงที่รัก เหมือนได้ยินว่าคุณถามถึงผม”
กึก !
“ขอโทษที่โผล่มาตอนนี้นะ เผอิญผมไปว่ายน้ำมา”
“ท่ามกลางเืของโลมาที่ตายน่ะเหรอ” ผมเลิกคิ้วใส่ ส่งผลให้เ้าตัวยิ้มขำก่อนจะเดินเข้ามาในห้องให้ผมกวาดตามองเรือนร่างสมส่วนที่มีเพียงกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวเท่านั้นที่ปกปิด่ล่างเอาไว้เส้นผมสีน้ำตาลแนบลู่กับใบหน้าหากแต่เนื้อตัวไม่มีหยาดใส
กลับกันผมต้องขมวดคิ้วใส่
กลิ่นคาวเืคลุ้งตัวเขาเต็มไปหมด
“เหม็นชะมัด”
“ผมจะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้”
“อย่าบอกนะว่าคุณลงไปว่ายน้ำกับโลมาที่ตายจริง ๆ”
“เปล่าที่รัก ผมไปว่ายที่ทะเลมา”
“หา ?”
“มีเื่สนุกให้ทำเยอะเลย เนอะดีวาน :)” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ถูกส่งมอบไปยังพี่ชายที่ยืนกอดอกอยู่ดีวานกระตุกยิ้มบาง ๆ ขณะที่ผมได้แต่นั่งงงอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองเื่สนุกที่เขาบอกนี่หมายความว่าไงกันในทะเลมีเื่สนุกอะไรให้ทำนอกจากหนีความตายจากมัจจุราชที่ไม่รู้ว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่
และใช่พวกเขาไม่ได้อธิบาย ดีแลนเลือกที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำส่วนดีวานก็เดินเอาชามซุปของผมไปเก็บ ขึ้นมาที่ห้องอีกทีก็ตอนที่น้องชายอาบน้ำเสร็จ
แล้วก็มาวุ่นวายกับแผลของผม
“แผลเต็มตัวเลยโซล คุณไปโดนใครกัดมาเนี่ย”
“สาบานสิว่าคุณไม่รู้” ดีแลนหัวเราะสนุกตอนที่ผมปลดเสื้อคลุมอาบน้ำลงเผยให้เห็นผิวขาวที่เต็มไปด้วยรอยฟันของพวกเขาสองคน มันทำให้ผมหงุดหงิดหน่อย ๆไม่ใช่ว่าผมห่วงสวยแบบผู้หญิงหรือว่าอะไร แต่ผมเกลียดเวลาที่ขยับไปตรงไหนมันก็เจ็บไปซะหมด อีกอย่างผมก็ไม่ชอบให้ร่างกายมีแผลเป็เท่าไหร่
มันเหมือนเสียความงามที่พระเ้ามอบให้ไปยังไงยังงั้น
“คุณเจ็บไหม ?”
“ทายสิ” ผมยียวนดีวานที่ไล้ปลายนิ้วกับแผลผม ยามความรุ่มร้อนแตะลงมันทำผมสะดุ้งหน่อยๆ นี่ยังไม่รวมกับผ้าผืนบางที่เขาชุบน้ำมาเช็ดตัวผมให้เล่นเอาผมต้องกัดฟันข่มความเจ็บแสบที่เข้าเล่นงานไม่หยุดหย่อนราวกับจะฆ่ากันให้ได้
ดีวานค่อยๆ เคลื่อนผ้ามาซับคอผมให้ จุดนั้นแหละที่ผมแสบมากที่สุด
“ผมเช็ดเองดีกว่า”
“คุณจะทำไม่ถนัด”
“แต่ให้คุณทำ ผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน”
“…”
“ผมแสบจะตายอยู่แล้ว” ผมหอบหายใจกัดฟันแน่นให้ร่างกายคุ้นชินกับลมที่ต้องแผลไม่อยากบอกเลยว่าพอมันแห้งแล้วแสบขนาดไหน ทว่าแทนที่จะยื่นผ้าให้ดีวานกลับมานั่งซ้อนด้านหลัง กักตัวผมไว้พลางทาบผ้าลงมาที่แผ่นหลังแ่เบากว่าเมื่อกี้เป็สองเท่า
ถึงอย่างนั้นผมก็เจ็บอยู่ดีเจ็บจนดีแลนที่นั่งอยู่ด้านหน้าต้องกดจูบลงบนหน้าผาก
“อดทนนิดนึงนะครับ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
“คุณไม่มีแผลก็พูดได้สิ”
“เห็นคุณเจ็บเราก็เจ็บเหมือนกันนะ”
“อึก...!”
“คราวหน้าจะอ่อนโยนกว่านี้ ผมสัญญาเลย” รอยยิ้มทะเล้นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลามาพร้อมกับการเกี่ยวก้อยสัญญาแบบเด็ก ๆ ผมเลยส่ายหน้าให้ราวกับไม่เก็ตหันมามองดีวานที่เช็ดซอกคอให้ผม ความรุ่มร้อนกดลงที่ปีกหลังปลอบประโลมความเจ็บช้ำให้ผมนิ่งงัน
ลมหายใจที่ผ่อนออกมาคล้ายกับความเหนื่อยหน่ายถูกแบกรับผมพยักหน้าให้กับดีแลนเป็การตอบรับคำพูดนั้น ถึงมันจะเจ็บเวลาที่พวกเราทำกันแต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันรู้สึกดีมากแค่ไหน หนำซ้ำผมยังไม่รู้สึกรังเกียจหรือว่าอะไร
มันเป็เฉพาะกับพวกเขาเท่านั้น
“เดี๋ยวผมทำแผลให้นะ ดีวานคงต้องเช็ดมันหน่อย”
“ถ้าคุณมือหนัก ผมจะฆ่าคุณให้ตาย”
“ถ้าคุณทำได้นะ” ผมสะบัดหน้าหนีดีวานนิดหน่อยถึงอย่างนั้นก็ยอมยกแขนให้เขาแกะผ้าพันแผลอันเก่าออกให้ ผมเม้มปากแน่นยามความเจ็บแสบเกิดขึ้นเมื่อดึงผ้าออกไปแต่บางส่วนกลับถูกรั้งไว้เนื่องจากเืที่ไหลมันแห้งติดพอดีวานกระตุกมันเลยเจ็บจี๊ดขึ้นมาจนต้องจิกเล็บลงกับหลังมือขาวเราสบตากันขณะที่เขาหอมแก้มผม
ผมไม่รู้หรอกว่าวิธีนี้มันช่วยให้ผมดีขึ้นตรงไหนมันเหมือนกับฉวยโอกาสตอนผมเจ็บอยู่มากกว่า
“แสบหน่อยนะโซล” ผมพยักหน้าให้ดีแลนที่บอกกล่าวเขาหลุบตามองเืที่ผ้าพันแผลเก่าก่อนจะทิ้งมันลงถังขยะดีวานบรรจงเช็ดแผลให้ผมช้า ๆ ปาดเอาเืที่แห้งกรังออกไปจนหมดผมได้แต่ส่ายหน้าให้กับแผลผม รู้สึกว่ามันช่างฟื้นตัวช้าจริง ๆ “เจ็บไหม ?”
“ไม่เท่าไหร่”
“ผมเลียให้คุณได้นะ ถ้าคุณไม่ว่า”
“ผมไม่อยากให้แผลผมติดเชื้อหรอกนะ” ดีแลนยิ้มขณะที่หยิบผ้าพันแผลใหม่มาคลี่ออกโอบตัวผมเล็กน้อยตอนที่พันผ้าให้กลิ่นกายของเขาหอมขึ้นกว่าตอนแรกที่เข้ามาในห้องเยอะ มันทำให้ผมแปลกใจ “ตกลงว่าคุณไปว่ายน้ำที่ไหนมา”
“ยังไม่จบประเด็นนี้อีกเหรอ คุณนี่ขี้สงสัยจัง”
“แล้วผมผิดตรงไหนที่ถาม”
“แล้วถ้าผมไม่อยากตอบล่ะ ?”
“ดีแลน”
“ผมมีสิทธิ์ไม่ตอบใช่ไหม พี่ ?” หันไปหาแนวร่วมที่อยู่ด้านหลังผมดีวานไหวไหล่เป็เชิงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในเวลาเดียวกันทว่าดีแลนก็ตีความว่าเขาเห็นด้วยกับตัวเองมาก ๆ เลยยิ้มหวานผิดกับผมที่มุ่ยหน้าใส่“ผมขออนุญาตไม่ตอบคำถามนี้นะที่รัก”
“ทำไมต้องทำให้มันดูยุ่งยากด้วย ผมก็แค่อยากรู้ว่าที่ทะเลมีอะไร”
“ก็มีฉลามไง”
“!!!!”
“วันนี้มันฆ่าคนตายอีกแล้วล่ะ เืสาดด้วยน้าคาวมากเลย” ผมเบิกตากว้างใส่คำพูดนั้น แต่เ้าของมันกลับไม่เห็นเขาตั้งใจพันแผลที่เอวโดยไม่สังเกตเลยว่าหน้าผมซีดมากแค่ไหน จู่ ๆก็รู้สึกว่าตัวเย็นเฉียบ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำ
ฉลามที่ไหนฆ่าคนอีกนะนี่เขาล้อผมเล่นหรือเปล่า
“ดีแลน หุบปาก”
“หา ?”
“นายทำโซลกลัว” ดีวานกดเสียงต่ำส่งผลให้น้องชายเงยหน้ามามองผมกวาดตามองทุกอณูความรู้สึกที่กระจายตัวชัดว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ผมเลียปากหลุบตาต่ำพยายามซ่อนความรู้สึก “นายไม่ควรแหย่เขาแบบนั้นโซลเพิ่งจะเจอเื่ไม่ดีมา”
“โธ่ที่รัก ผมก็แค่หยอกคุณเล่นเองนะ”
“อะ...”
“อย่าคิดมากสิ ที่ทะเลไม่มีอะไรหรอก จะมีแค่พวกปลาเล็กปลาน้อยที่คนเขาตกกันเผอิญผมว่ายน้ำไปแถวนั้นแล้วโดนเืพวกมันเข้า ตัวผมเลยคาวไง” ร่างสูงพูดทีเล่นทีจริงทำเอาผมไม่รู้จะเชื่อได้ยังไงดวงตาของเขาฉายแววสำนึกผิดหากแต่ก็ติดขี้เล่นอันเป็เอกลักษณ์ มือหนาประคองหน้าผมเกลี่ยแก้มเบา ๆ แล้วคลี่ยิ้มหวาน
แต่ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนกับกำลังมองดูมัจจุราชอยู่ยังไงไม่รู้
“เด็กดี อยู่กับพวกเราคุณไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย”
“แต่คุณทำให้ผมรู้สึกว่าการอยู่กับพวกคุณมันไม่ปลอดภัย”
“ไม่มีที่ไหนปลอดภัยเท่าที่ที่มีเราแล้ว โซล เราปกป้องคุณได้”
“…”
“ไม่ว่าจะเป็หรือจะตาย เราก็จะปกป้องคุณ” ผมไม่เข้าใจนัยแฝงในคำพูดแค่รู้สึกว่าเขากำลังให้สัตย์สาบานบางอย่าง ปลายนิ้วของผมถูกดีวานดึงไปจูบเบา ๆขณะที่ดีแลนจูบลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยรอยช้ำลูบไล้ต้นขาของผมที่โผล่พ้นเนื้อผ้าทำผมเชิดหน้ารับความรุ่มร้อนที่ก่อตัว “คุณจะมีความสุข จะสนุกเวลาที่ได้เล่น”
“อะ...อื้อ ดีแลน”
“เราจะทำให้คุณมีชีวิตต่อไปเอง”
“ดะ...ดีวาน”
“เพราะคุณคือของพวกเรา”