คืนนั้นเทพกลับมาถึงบ้าน ดวงจิตก็ได้รับการติดต่อจาก ท่านปู่ฤาษี มาบอกข่าวว่า
“ บัดนี้ท่านยมบาลทราบเื่ราวทั้งหมดแล้ว ท่านได้ทำโทษพักงานท่านสุวรรณไปสิบปีแล้ว แต่ตอนนี้ท่านกำลังเตรียมส่งเ้ากลับไปที่กรุงศรี ห้วงเวลาที่แท้จริงของเ้า ดังนั้นคงอีกไม่นาน เ้าก็จะได้กลับแล้ว ไม่ต้องรอเป็สิบปี”
“ จริงหรือขอรับ” เทพรู้สึกดีแต่ก็ ก็อดห่วงแม่กับน้องชายไม่ได้
“ โลกปัจจุบันนี้ก็ไม่ต้องห่วง นังหนูเจนก็กำลังจะฟื้นขึ้นมาแล้ว” เทพได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจขึ้นมาก
ในตอนเช้าเทพก็ได้ไปโรงเรียนอย่างปกติ โดยครั้งนี้นุ่น มารับอีกเช่นเคย แต่ว่าคราวนี้มี พี่นัทติดรถมาด้วย เทพมองด้วยสายตาเฉยเมย
ระหว่างทาง พี่นัทก็พยายาทชวนคุยตลอด แต่ว่า เทพก็นิ่งเฉยแกล้งหลับตลอดทาง จนกระทั่งถึงโรงเรียน ฟ้ากับ โบว์ ก็เข้ามาหา เลยถือโอกาสไปเดินกับเพื่อนต่อ ระหว่างเดินเข้าชั้น สายตาก็เห็นรถแบ็คโฮเข้ามาอีกคันหนึ่ง เริ่มทำการขุดต้นไทรั์นั้นทิ้งไป เทพมองเห็นเทพารักษ์ต้นไทรที่ทำหน้าโมโห แต่ไม่สามารถทำอะไรได้
ก่อนที่จะเข้าเรียน ผอ. ที่ใบหน้าบวมปูด มีรอยพลาสเตอร์ติดใบหน้า ก็มีถือโอกาสบอกนักเรียนทุกคนให้หยุดเรียน 7 วัน เพราะว่า ทหารได้แจ้งมาว่า ยังมีะเิ ที่ถูกคนร้ายได้ฝังเอาไว้ ให้นักเรียนกลับบ้านไปเลย ครบเจ็ดวันแล้วค่อยมาเรียน
“ ทำไมไม่บอกั้แ่เมื่อวาน วันนี้จะได้ไม่ต้องมาโรงเรียน” ฟ้าเอ่ยอย่างสงสัย
เทพมองไปที่ต้นไทรั์ ซึ่งบัดนี้ ได้ถูกคนงานกำลังใช้ เลื่อยไฟฟ้าอันใหญ่กำลังตัดลำต้น แต่ว่าไม่ว่าจะสตาร์ทเลื่อยไฟฟ้าอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้ติดได้
ทำให้ คนงานเริ่มเอะใจ นำดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมา แต่ว่าก็ไม่สามารถทำให้เลื่อยไฟฟ้าติดได้ จึงรีบแจ้งไปทางหัวหน้างาน สักพักอาจารย์บุญ กับ ศิษย์ยอดยิ่ง ก็มาถึง แล้วเริ่มร่ายคาถาสะกด เทพารักษ์ต้นไทร เอาไว้ไม่ให้แผลงฤทธิ์ได้
เทพกำลังจะกลับบ้าน แล้วก็มีเทพารักษ์ต้นไทรก็มาปรากฏต่อหน้าเทพทันที
“ นังหนู ช่วยข้าด้วย ข้ารู้ว่าเ้าเห็นข้า ครั้งนี้หากไม่ช่วย ข้าได้กลายเป็เทพารักษ์ไร้บ้านแน่เลย”
“ จะให้ฉันช่วยอย่างไรเล่า พวกผู้ใหญ่บอกว่า ท่านเป็ต้นไม้ปีศาจทำให้คนตาย”
“ ข้าไม่ได้ทำสักหน่อย เ้าพราหมณ์พวกนั้นต่างหาก พวกมันมีฤทธิ์เดชมากกว่าข้า จะให้ข้าช่วยอย่างไรเล่า”
“ ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไปหาต้นไม้ต้นเล็กอยู่ก็ได้ ไม่ให้ต้องยึดติดเลย”
“ นังหนู พวกมันไม่ได้เจตนาจะ ตัดต้นไม้ทิ้งเพื่อเด็กๆ หรอก พวกมัน้าทรัพย์สมบัติในสุสานของ พระนางสุริยาราชเทวีต่างหากเล่า”
“ สุสานพระนางสุริยาราชเทวี ?”
“ ใช่แล้ว ความจริงพระนางเป็นางอันเป็ที่รักของ สมเด็จพระเ้าปราสาททอง แต่ว่า นางชอบเมืองที่อยู่ใกล้ปากแม่น้ำเ้าพระยา เลยได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ แล้วพอสิ้นอายุขัย พระเ้าปราสาททองก็ทรงสร้างสุสานเอาไว้ที่นี่ โดยนำทรัพย์สมบัติเอาไว้มากมายใต้แผ่นดินแห่งนี้ โดยมีทางเข้าเป็ต้นไทรใหญ่ต้นนี้”
“ มีเื่เช่นนี้ ในประวัติศาสตร์ด้วยรึ ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?”
“ โธ่ ข้าจะโกหกเ้าทำไมกันเล่า”
“ ก็จะให้ฉันช่วย ลุงน่ะซิ”
“ เอาอย่างนี้ ข้าจะยกสมบัติให้เ้าก็ได้ แต่ว่าเ้าต้องช่วยไม่ให้พวกมันตัดต้นไทรนี้นะ”
“ ฉันไม่เห็นอยากได้สมบัติอะไรเลย”
เทพไม่ค่อยสนใจ เพราะหากว่า พระนางสุริยาราชเทวีผู้นี้ เป็ มเหสีองค์หนึ่งของพระเ้าปราสาททอง ตนกลับไปได้ คงต้องฆ่าทิ้งไม่เหลือ
“ นี่มันเป็สมบัติของพระเ้าทรงธรรมผู้เป็พระราชบิดา ที่ประทานมอบให้กับพระนางราชธิดาที่ทรงโปรดมากที่สุดเชียวนะ”
เทพได้ฟังว่าเป็พระราชธิดา ของศิษย์พี่ก็เริ่มนิ่ง แล้วถอนหายใจยาวๆ ออกมา
“ เอาล่ะลุง จะให้ฉันช่วยอย่างไร ก็ว่ามา”
“ เข้าไปขัดขวางพิธีของ อาจารย์บุญกับศิษย์ของมันก็พอ”
“ ได้ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
เทพลืมตาขึ้น เพราะเวลานี้กำลังนั่งอยู่บนเท็กซี่ ไม่ยอมกลับไปกับนุ่น ไม่อยากเจอพี่นัท
“ กลับไปที่โรงเรียนเหมือนเดิมนะคะ” เทพเอ่ยกับคนขับรถ จากนั้นพอมาถึง ก็เห็นอาจารย์บุญเริ่มทำพิธีสะกดิญญาเทพารักษ์ ไม่ให้แสดงฤทธิ์ออกมา
ในขณะที่กำลังคิดว่าจะช่วยอย่างไรดี ผอ. ประวิตรก็เดินหน้าบวมเข้ามาพอดี เทพเลยใช้มนตร์ตราสะกิดจิตให้ ผอ.ช่วยจัดการเื่นี้ทันที
ผอ.เดินส่ายอาดๆ เข้าไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พบว่ามีของเซ่นไหว้ และแท่นพิธีกรรมอยู่หลายอย่าง มีคนขับรถ สองคนคุกเข่าพนมมืออยู่ด้านหลัง มีอาจารย์บุญกำลังสวดคาถาสะกดิญญา มีลูกศิษย์ยอดยิ่ง นั่งพนมมือด้านข้าง
ผอ.ประวิตรมาถึง ก็ใช้เท้ากวาดแท่นทำพิธีเสียหายจนหมด แล้วใช้เท้าถีบเข้าหน้าอาจารย์บุญที่ เพิ่งจะลืมตาขึ้นมามอง ไม่ทันระวังอะไร โครม !! โดนเข้าเต็มหน้าหงายหลังไปมีรอยบาท ติดอยู่ที่ใบหน้าเต็มๆ ยอดยิ่งโมโห อ้าปากจะถามว่า
ผอ. เป็บ้าอะไร แต่หมัดไม่มีรูก็ทิ่มมาที่ปากดัง พล็อก !! ฟันกระเด็นออกจากไปสองซี่ หน้าทิ่มไปที่พื้น คนขับรถสองคนพยายามจะเข้ามาห้าม แต่ถูกถีบเข้ายอดอีกไปคนหนึ่ง อีกคนก็ถูกหมัดซ้ายเหวี่ยงใส่เข้าไป เปรี้ยง !!
สรุป สี่คนลงไปนอนกับพื้นในเวลาใกล้เคียงกันในทันที
“ ไสหัวออกไปจาก โรงเรียนของฉันเดี๋ยวนี้ พวกแกเป็บ้าอะไรกัน จู่ๆ ก็มาทำพิธีบ้าๆ อะไรในโรงเรียนของฉันวะ”
“ ก็บอกแล้วไง ว่าต้นไม้นี้มีปีศาจสิงสถิตย์อยู่ แล้วผอ.ก็อนุญาตแล้วไง”
“ ปีศาจบ้าอะไร อนุญาตที่ไหนกัน เลอะเทอะ ต้นไม้นี้อยู่มานานมาหลายร้อยปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร มีคนฆ่าตัวตาย ตำรวจบอกมาแล้ว พวกแกไสหัวออกไปจากโรงเรียนฉันไปซะ”
ผอ.ประวิตรเรียกยามมาอีกสี่ห้าคน แล้วลากตัวคนทั้งหมดโยนออกจากโรงเรียนไป พร้อมไล่คนขับรถแบ็คโฮทั้งสองให้เอารถออกไปจากโรงเรียนทันที
อาจารย์บุญกับลูกศิษย์ รีบโทรหาท่านนายพลสารสินทันที
“ ท่านนายพลครับ แผนของเราใช้ไม่ได้แล้ว ผอ.โรงเรียนไม่ยอมให้พวกเราโค่นต้นไทรั์ ทางเข้าต้องอยู่ใต้ต้นไทรแน่ๆ ผมรับรองได้”
“ อาจารย์บุญ ที่นั่นเป็เขตโรงเรียน ผมเป็นายทหาร จะให้ไปรังแกคนธรรมดาทั่วไปได้อย่างไร”
“ ท่านครับ ในนั้นมีทองมากกว่า สิบตัน แถมเครื่องประดับของพระเ้าทรงธรรมอีกมากมาย และยังมี ทรัพย์สินของพระเ้าปราสาททองอีก เพราะพระนางสุริยาราชเทวีเป็ที่โปรดปรานที่สุด เพราะพระนางเป็พระมารดาของ พระนารายณ์อีกด้วยนะครับ”
“ อย่างนั้นเชียวรึ? อาจารย์มั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์”
“ 80 เปอร์เซ็นต์ครับ”
“ ดี พรุ่งนี้ผมจะส่งลูกน้องไปยี่สิบคน ผมจะอุ้มผอ.คนนี้ไป เชียงรายสักสิบวัน คิดว่าภายในสิบวันอาจารย์จัดการทันไหม”
“ ทันครับ แต่ขอทหารเฝ้า อีกสิบคนจะได้ไหมครับ”
“ ได้ พรุ่งนี้ผมจะส่งไปทั้งหมดสามสิบคนก็แล้วกัน หวังว่าคงไม่ทำให้ผมต้องผิดหวังนะ”
“ แน่นอนครับท่าน” อาจารย์บุญเอ่ยอย่างมั่นใจ
เทพหลังจากสะกดจิตผอ. ประวิตรให้ช่วยแล้ว ผอ. ก็เป็ลมล้มไปกับพื้น ยามก็พา อาจารย์ใหญ่ไปห้องพยาบาลทันที
“ นังหนู พวกมันจะส่งคนมาอีก พรุ่งนี้ เ้าต้องช่วยข้าด้วยนะ”
“ ฉันขอลงไปดู สุสานของพระนางสุริยาราชเทวีก่อนได้ไหม”
“ ได้ ได้ หากว่าเ้ารับปากจะช่วย อะไรก็ได้”
เทพเอ่ยจบ ก็ปล่อยจิตล่องลอยเข้าไปในสุสาน พระนางสุริยาราชเทวี
ด้านในมีแต่ความมืดมิด เลยต้องใช้ดวงจิตนำทาง เทพสงสัยว่า ทำไมสมัยนั้นทำไมไม่เอาเถ้ากระดูก ไปเผาแล้วเอาไปฝังไว้ในเจดีย์ตามราชประเพณีสมัยอยุธยากันนะ ทำไมต้อง สร้างสุสานเอาไว้เช่นนี้ ซึ่งห่างไกลจากอยุธยาพอสมควร
เทพเดินเข้าไปในใต้ดินก็พบ บางอย่างผิดปกติ เพราะทางลงมาบันไดมา กลับมีแสงสว่างเกิดขึ้นเอง บรรยากาศรอบๆ กลับเย็นระเยือก เทพมองไปที่ดวงแก้วที่ส่องแสงสว่างขึ้นเองอย่างมหัศจรรรย์
“ นี่มันไข่มุกราตรี” เทพสงสัยยิ่งสมัยก่อนของสิ่งนี้หายากมาก นอกจากนำเข้าจากประเทศจีนซึ่งจำได้แม้แต่ซูสีไทเฮายังมีแค่ 9 เม็ด สุดท้ายถูกโจรขุดสุสานขโมยเอาไปเหลือแค่เพียงไม่ถึงห้าเม็ดอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่เมืองจีน
แต่ปัจจุบันมีคนนำหินทั่วไปมาผสมกับ ผงพรายน้ำทำให้เกิดแสงสว่าง ตัวหินก็สว่างไสว คนชอบซื้อไปประดับสวนกันในปัจจุบัน แต่เทคโนโลยี และความรู้เช่นนี้ สี่ร้อยกว่าปีก่อนย่อมไม่มีใครรู้แน่ แล้วคนสร้างสุสานรู้ได้เช่นไรกัน เทพเดินลงไปในส่วนที่เป็ห้องโถงชั้นล่าง พบว่ามีกลไกคอยปกป้องเอาไว้ มีค่ายกลธนูโลหะ ด้านล่างมีพิษน้ำตะกั่ว
หากเหยียบแผ่นศิลาผิด กลไกก็จะทำงาน ใครเข้ามาต้องตายอนาถแน่ เทพเป็ร่างจิติญญาจึงไม่มีผลกระทบต่อค่ายกลไกเหล่านี้ จนกระทั่งมายืนอยู่หน้า โลงพระศพใหญ่ตรงกลางห้อง เทพไม่สนใจสมบัติ ที่วางเรียงรายอยู่โดยรอบ แต่ดวงตากลับจ้องนิ่งไปที่โลงพระศพที่เป็หิน มีลวดลายสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่น่าแปลก สิ่งที่เขียนเอาไว้ที่ข้างโลงพระศพนั้น ทำให้หัวใจของเทพเต้นแรงยิ่งขึ้น
“ สถานที่อันเป็นิรันดร์รักของเราทั้งสอง แด่แม่แก้วฟ้า นางอันเป็ที่รักของข้า ทาเคชิ”
ตัวอักษรที่สลักเอาไว้ข้างแผ่นหินนั้นแม้ตัวอักษรจะเหมือนกับ คนกรุงศรีอยุธยา แต่ คำพูดเช่นนี้ เหมือนเป็คนยุคปัจจุบันชัดๆ แล้วยังมีชื่อ คนญี่ปุ่นสลักเอาไว้ชื่อทาเคชิ นี่มันเื่อะไรกันแน่ เทพสงสัยยิ่งเพราะการสร้างสุสานเช่นนี้ ย่อมเป็สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปไม่อาจสร้างได้อย่างแน่นอน ต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้นสร้างเอาไว้ หากมีใครค้นพบ คงเป็สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 9 ของโลกอย่างแน่นอน
เทพสงสัยว่า พระบรมศพของพระนางสุริยาทำไมใหญ่จัง จึงมองเข้าไปในโลงพระศพ ก็ต้องใยิ่งนัก เพราะด้านในกลับมี โครงกระดูกของชายอีกผู้หนึ่ง นอนอยู่เคียงข้าง หาได้มีพระศพของพระนางสุริยาแต่เพียงผู้เดียวไม่
“ เทพารักษ์ คนที่อยู่ในโลงพระศพอีกคนเป็ใครกัน?”
“ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า ข้าถูกอัญเชิญมาอยู่ที่ต้นไทรแห่งนี้หลังจากที่ สุสานของพระนางสุริยาราชเทวี สร้างเสร็จแล้ว”
“ น่าแปลกใจยิ่งนัก พระนางสุริยาราชเทวี ราชธิดาของพระเ้าทรงธรรมเหตุใดมีสัมพันธิ์กับชายญี่ปุ่น แล้ว พระเ้าปราสาททองไม่รู้เื่เช่นนี้เลยรึ?”
“ นังหนู นั่นเป็เื่ของอดีต เ้าอยากได้สมบัติอะไร ก็เอาไปซะ แล้วพรุ่งนี้ก็มาช่วยข้าด้วยก็แล้วกัน”
“ ฉันจะเอาไปได้อย่างไรล่ะ ค่ายกลมากมายเช่นนี้ ต่อให้พวกมันลงมาก็ตายเปล่า หากว่าฉันมองไม่ผิด ที่นี่มี สร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายเองได้ด้วย หากใครคิดจะเอาสมบัติไป ค่ายกลจะย้ายตัวเองหลบไปในทันที”
“ ฮ่า ฮ่า นังหนูนี่เก่งจริงๆ ข้ารู้แต่ข้ารู้สึกว่าเ้าต้องมีความสัมพันธ์ในอดีตชาติร่วมกับพวกเขาทั้งสอง ถึงทำให้ข้ารู้สึกได้ ว่าเ้าต้องช่วยพวกเราในครั้งนี้”
“ ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยไม่ให้พวกมันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับที่นี่อีกต่อไป”
เทพมองสำรวจรอบ ๆอีกครั้งพบรอยอักขระยันต์เคลื่อนย้ายจริงๆ ด้วย แถมยังมีมนตร์บังตา แต่ก็สงสัยอดีตที่ผ่านมา สุสานระดับนี้ ต้องมีการตัดหัวคนเพื่อทำให้เป็ ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เหตุใดที่นี่ถึงไม่มี
จิตของเทพหลังจากสำรวจแล้ว ไม่พบบันทึกใดๆ อีก แต่ความรู้สึกผูกพันสุสานแห่งนี้กลับมากขึ้น พรุ่งนี้จะไม่ยอมให้พวกมัน มาขุดหรือยุ่งเกี่ยวกับสถานที่นี้เป็อันขาด ไม่รู้ว่า พวกมันสืบค้นเื่ราวของสุสานนี้มาจากไหนกันนะ?....