เช้าวันต่อมาครูฝึกเป่านกหวีดก่อนจะะโสั่ง “ลุกขึ้น!” เสียงเรียกรวมพลตอนเช้าตรู่ ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของเขาไปแล้ว
หลังจากฝึกความคุ้นเคยในการใช้ปืนปลอมไปแล้ว วันนี้ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องลงสนามจริงแล้ว
การทดสอบยิงปืนครั้งแรก ทหารใหม่หมอบลงในสนามยิง เสียงลมเย็นพัดปะทะหน้าของเขา ครูฝึกเดินตรวจตราอย่างเคร่งเครียด ทหารที่หมอบก็หมอบอยู่บนพื้น
ส่วนคนที่ถือปืนเล็งไปยังเป้าหมายที่ห่างไกลออกไป ก็กำลังปฏิบัติตามที่ครูฝึกสั่งอย่างเคร่งครัด
คัง มินฮยอน ถือปืนเล็งไปยังเป้าหมาย พร้อมกับฟังเสียงของนกหวีดไปด้วย หัวใจของเขาเต้นแรง ตามระดับความตึงเครียดที่ได้รับ
เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็สัญญาณในการยิง หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงปืน “ปัง! ปัง! ปัง!” ควันปืนลอยคลุ้ง แต่ละนัดที่ยิงออกไปเป็การพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป!
แรงถีบของปืน ทำให้มือของ คัง มินฮยอน ชาเล็กน้อย หลังยิงจบ ครูฝึกมองผลคะแนนพลางพูดเสียงเรียบ
“ยังไม่ดีพอ...ฝึกต่อไป!”
คำพูดสั้น ๆ ของครูฝึก กลับกลายเป็แรงกดดันให้เหล่าทหารใหม่ต้องพยายามหนักขึ้น
คัง มินฮยอน ถอยออกไปและให้ทหารคนอื่นเข้าประจำที่ เขาหมอบลงใกล้ ๆ กับ มุน ดงกยู “เป็ไงบ้าง?”
“มือชาไม่หายเลยน่ะสิ” มุน ดงกยู บ่นกับเขาเบา ๆ
แล้วตอนนั้นเองครูฝึกก็ะโว่า “ทำได้ดีมาก จุนยอง!” คัง มินฮยอน มองดูผลคะแนนของ ชเว จุนยอง อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรู้สึกหงุดหงิดน้อย ๆ คะแนนเต็ม ‘ไอ้ปีศาจ’
คะแนนของเขาห่างจาก ชเว จุนยอง แค่นิดเดียวเท่านั้นให้ตายสิ!
“ไอ้ จุนยอง มันเคยฝึกยิงปืนมาก่อนแน่เลย” มุน ดงกยู พูดกับเขาเบา ๆ
จะว่าก็ว่าไป เขาก็ไม่เคยรู้เลยว่า ชเว จุนยอง มีความเป็มาอย่างไร อาจจะเนื่องด้วยตัวเขาเองในชาติที่แล้วไม่ได้ใส่ใจ หรือไม่เคยคิดที่จะสนใจกันแน่
เขารู้แต่ว่า อัน เซจุน เป็เด็กฝึกของค่ายเพลงแห่งหนึ่งเท่านั้น อัน เซจุน มีรูปร่างหน้าตาที่ดี หน้าตาน่ารัก เหมาะกับการเป็ไอดอล เพราะอย่างนั้น จอง ฮยอนชิก และ ชเว จุนยอง ถึงหลงรักเขาแทบคลั่ง
พวกเขาไม่ได้พูดคุยถึงเื่ส่วนตัวของกันและกันมากนัก เพราะเมื่อจบจากการฝึกไปต่างคนต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ก็คงจะไม่ได้ติดต่อกันอีก ก็เลยไม่จำเป็ต้องบอกเื่ส่วนตัวให้พวกเขารู้
“อืม...” คัง มินฮยอน ตอบรับเพื่อนของเขาเบา ๆ “พรุ่งนี้ก็แค่ต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม” คัง มินฮยอน บอกเพื่อนของเขา
“นั่นแหละที่น่าเป็ห่วง มันจะไม่ดีขึ้นน่ะสิ!” มุน ดงกยู คร่ำครวญเบา ๆ
เสียงหมอบตัวลงข้าง ๆ ทำให้ คัง มินฮยอน หันไปมอง ให้ตายสิ! ชเว จุนยอง นอนหมอบอยู่ข้าง ๆ เขา
“ไง...กระต่าย”
ใบหน้ายียวนกวนประสาทเปิดปากพูดกับเขา ด้วยเสียงทุ้มต่ำ กับสายตาที่แฝงความหมาย ทอดมองมายังเขา
“หุบปาก!” ไอ้ ชเว จุนยอง มันคงจะทำให้เขาเป็บ้าในสักวัน อยากจะต่อยหน้ามันสักหมัด ใบหน้ากวนประสาทนั่น จะได้พังยับเยิน
ชเว จุนยอง ยิ้มบางให้กับคำพูดของ คัง มินฮยอน อย่างไม่ถือสา และมองว่ามันน่ารักดี “อืม...”
พักเที่ยง...โรงอาหารทหาร
กลิ่นแกงกะหล่ำและข้าวสวยลอยคลุ้งในอากาศ เสียงช้อนกระทบถาดเหล็กดังระงม ทหารใหม่หลาย 100 นายนั่งเรียงแถวกินกันอย่างเงียบ ๆ เพราะสายตาครูฝึกที่คอยจับจ้องมองมา
คัง มินฮยอน นั่งอยู่ตรงมุมใกล้หน้าต่าง ก้มหน้ากินข้าวอย่างสงบ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เพราะ ชเว จุนยอง นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเขานั่นเอง
ชเว จุนยอง จ้องมองเขาไม่วางตาแม้แต่สักวินาทีเดียว สายตาคมกริบแฝงความ้าราวกับประกาศว่า 'นี่ของเขาอย่าแม้แต่คิดจะแตะต้อง!'
คัง มินฮยอน มองการกระทำของเขาที่เริ่มจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ เช่นตอนนี้ ชเว จุนยอง คีบเนื้อสัตว์ชิ้นหนึ่งในถาดของตัวเอง มาวางลงบนถาดของเขาโดยไม่ถามเขาสักคำว่า้าหรือไม่
“กินอันนี้ซะ นาย้าโปรตีน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็ไร...ไม่รบกวน”
“นี่...พวกนายสองคนดูสนิทกันจัง” อัน เซจุน พูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นการกระทำของ ชเว จุนยอง
“เซจุน...อยากได้ไก่หรอ? เอานี่” จอง ฮยอนชิก คีบไก่ทอดที่อยู่ในถาดของเขา ใส่ลงไปในถาดของ อัน เซจุน
“ขอบใจ...” อัน เซจุน เหลือบมอง จาง ฮยอนชิกที่นั่งอยู่ข้างเขา ก่อนจะเอ่ยขอบคุณด้วยเสียงที่เบาหวิว
“ไม่เป็ไร...ไม่ชอบของมัน”
“พวกนาย...ถ้าไม่กินเอามาใส่ถาดนี้เลย...ไอ้กยู คนนี้จะรับผิดชอบเอง” มุน ดงกยู บอกก่อนจะมองไปที่คนทั้งสอง แน่นอนว่าเขาไม่ได้รับเนื้อสัตว์สักชิ้น “ไอ้พวกสองมาตรฐานนี่” ก่อนจะก้มลงกินข้าวอย่างเงียบ ๆ เพราะโดนครูฝึกถลึงตาใส่ เมื่อเขาพูดเสียงดังเกินไป
่เวลาหลังจากกินข้าวเสร็จ จะเป็เวลาพักของเหล่าทหารใหม่ คัง มินฮยอน นั่งเล่นอยู่ในห้องพัก จะออกไปเดินเล่นข้างนอกก็ร้อนเกินไป เช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆ
“นี่มันจะร้อนเกินไปแล้วนะ” อัน เซจุน บ่นเขารู้สึกว่าตัวเขาจะละลายอยู่แล้ว
“บ่นไปก็ไม่หายร้อนหรอก อีกเดี๋ยวครูฝึกก็เรียกไปฝึกกลางแดดอีก” มุน ดงกยู ก็แทบจะไม่ต่างกับ อัน เซจุน
คัง มินฮยอน มองเพื่อนสนิทของเขาก่อนจะสายหัวไปมา แล้วก้มหน้าก้มตาเขียนจดหมายต่อไป นี่ก็ผ่านมาเกือบจะ 3 สัปดาห์แล้ว เขาตั้งใจจะส่งจดหมายกลับไปให้ที่บ้านสัก 1 ฉบับ เพื่อไม่ให้ครอบครัวของเขารู้สึกเป็กังวลมากจนเกินไป
“นี่...มินฮยอน เขียนจดหมายให้แฟนหรอ?” อัน เซจุน ถามอย่างสนใจ และมองจดหมายที่อยู่ในมือของเขา เพราะตอนที่ คัง มินฮยอน เขียนจดหมาย ใบหน้าของเขาแสดงออกว่ามีความสุขมาก
คัง มินฮยอนเงยหน้าขึ้นมา และยิ้มบาง ๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนจดหมายให้กับครอบครัวของเขา เพราะอีกเดี๋ยวเขาจะได้เอาไปฝากไว้กับครูฝึก
“เื่จริงหรอ? มินฮยอน...มีแฟนแล้วหรอ” ทหารใหม่ที่อยู่ในห้อง ต่างก็มองเขาด้วยความอิจฉา
“จะไม่มีได้ยังไง มินฮยอน ออกจะหน้าตาดีขนาดนั้น ถ้าไม่มีสิแปลก”
มุน ดกยู หัวเราะพวกเขาน้อย ๆ ถ้า คัง มินฮยอน มีแฟนเพื่อนสนิทอย่างเขาก็ต้องรู้เป็คนแรก
“ตึ่ง!” เสียงทุบกำแพงดังสนั่น “เงียบหน่อย...น่ารำคาญ!” ชเว จุนยอง หลับตาลงด้วยความหงุดหงิด เสียงรอบข้างเริ่มเงียบลงแล้ว แต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงกระซิบของพวกเขา
“ไอ้จุนยอง มันเป็บ้าอะไรของมันใหมด”
“เออ...ไม่รู้มันแต่พวกเราเบาเสียงลงหน่อยก็แล้วกัน”
คัง มินฮยอน มองเขาเล็กน้อย และไม่สนใจเขาอีก ไม่นานนักครูฝึกก็เรียกรวมพล่บ่าย คัง มินฮยอน ฝากจดหมายของเขาไปกับครูฝึกเรียบร้อย และตอนนี้เขาก็รู้สึกอารมณ์ดีเป็อย่างมาก
คิดถึงน้องสาวตัวน้อยของเขาจริง ๆ ป่านนี้คงร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วล่ะมั้ง
การฝึก่บ่ายก็ไม่มีอะไรมาก ครูฝึกสั่งให้วิ่งรอบค่ายฝึก สั่งให้ซิทอัพ 100 ครั้ง ยืดเหยียด 100 ครั้ง วิดพื้น 100 ครั้ง หลังจากที่ฝึกเสร็จ ครูฝึกก็เรียกอบรมต่อ
“แถวตรงปฏิบัติ” ครูฝึกกวาดสายตามอง ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เริ่มเหมือนทหารเข้าไปทุกที ก่อนจะเริ่มพูดต่อไปว่า “หลังจากอดทนฝึกมาได้เกือบ 4 สัปดาห์ พรุ่งนี้จะให้วันหยุด 1 วัน”
หลังจากที่ครูฝึกพูดจบก็ได้ยินเสียง เฮ ดังลั่นลานฝึก จากนั้นครูฝึกจึงกล่าวต่อไปว่า “ใครจะพักอยู่ในค่ายก็ได้ไม่ว่า หรือจะออกไปข้างนอกก็ได้ แต่ต้องกลับมาก่อนเวลา 16:00 น. รับทราบ!”
“ครับ!” พวกเขาตอบรับอย่างพร้อมเพียงกัน
“ดี! รู้ใช่ไหมถ้าไม่กลับตามเวลาที่กำหนด จะถือว่าเป็การหนีทหาร และจะได้รับการลงโทษอย่างหนัก!” ครูฝึกกวาดสายตามองเหล่าทหาร พร้อมกับข่มขู่ไปด้วย
“ครับ!”