ครั้งนี้ ฉินซือหยางรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาจริง ๆ
มันเป็ความรู้สึกที่ตื่นตระหนกยิ่งกว่าตอนที่เขากินซากศพเทพเ้าในถังขยะและตอนที่เขาฆ่าคนในซอยมืด ๆ เสียอีก
เขารู้สึกเหมือนร่างกายแข็งทื่อ เืในตัวหยุดไหล
แม้แต่ในคืนที่เขาเกิดใหม่ เมื่อเห็นแมลงเม่าสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนเกาะอยู่บนกระจกและดวงตาเปล่งประกาย เขาก็ยังไม่หวาดกลัวเท่าตอนนี้เลย
เขานั่งนิ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ความคิดของเขาก็หยุดชะงักไปแล้ว
ในขณะนั้น ข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
[คำเตือนจากผู้ดูแลร้าน]
[ดูของนายต่อไปเถอะ พอเสร็จแล้วอย่าเพิ่งไปไหน รอฉันอยู่ที่ซอยหลังร้านอินเทอร์เน็ต]
ฉินซือหยางมองข้อความบนหน้าจอ แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะดูฟอรั่ม 'ค่ายสังหารเทพ' ต่อไปแล้ว
คำพูดของผู้ดูแลร้านเป็เหมือนะเิที่ทำให้อารมณ์ที่ผ่อนคลายและดีใจของเขาก่อนหน้านี้แตกออกเป็เสี่ยง ๆ
ผู้ดูแลร้านคนนี้กำลังเฝ้าดูเขาอยู่ตลอดเวลา!
เมื่อคิดว่าทุกการเคลื่อนไหวของเขาถูกผู้ดูแลร้านจับตามองอยู่ตลอดเวลา ฉินซือหยางก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว
เขารู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่ข้างหลังเขา
บางทีประสบการณ์การฆ่าคนเมื่อวานอาจทำให้ทัศนคติของฉินซือหยางแข็งแกร่งขึ้นมากก็ได้
เขาทำให้ตัวเองสงบลง แล้วก็เปิดฟอรั่มค่ายสังหารเทพขึ้นมาอีกครั้ง
กลิ่นบุหรี่ในร้านนี้ทำให้เขารู้สึกกระสับกระส่าย แสงไฟก็ทำให้เขารู้สึกเวียนหัว
ดังนั้น นี่อาจเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาจะมาที่ร้านอินเทอร์เน็ตแห่งนี้
ไม่สิ มันน่าจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาจะเข้าร้านอินเทอร์เน็ตเลยต่างหาก
ไม่เพียงแค่ร้านนี้ แต่รวมถึงร้านอื่น ๆ ด้วย เขาจะไม่เข้าไปอีกแล้ว
เพราะเขาอาจจะเผชิญกับอันตรายจากการถูกจับตามองได้ตลอดเวลา
เขาจะต้องหาพลังลำดับที่สามารถใช้ปลอมตัวได้ในการเข้ามาดูฟอรั่ม ค่ายสังหารเทพครั้งนี้
ฉินซือหยางยังคงดูโพสต์สรุปเกี่ยวกับพลังลำดับต่อไป แล้วก็หาพลังลำดับที่เหมาะกับการปลอมตัวของเขา
ในที่สุด สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่พลังลำดับหนึ่ง
[พลังลำดับ: 'นักฆ่าเงามายา']
[ระดับ: เลเวล 1 ‘นักฆ่าฝึกหัด’]
[ทักษะ: 'เส้นทางแห่งชีวิตและความตาย' สามารถเพิ่มความว่องไวได้สองเท่าภายในห้านาที แต่หลังจากห้านาทีจะรู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัวและเคลื่อนไหวได้ยากเป็เวลาครึ่งชั่วโมง]
[ระดับ: เลเวล 2 ‘นักฆ่าลมกรด’]
[ทักษะ: 'เส้นทางแห่งชีวิตและความตาย (ฉบับปรับปรุง)' สามารถเพิ่มความว่องไวและพละกำลังได้สองเท่าภายในห้านาที แต่หลังจากห้านาทีจะรู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัวและเคลื่อนไหวได้ยากเป็เวลายี่สิบนาที]
ฉินซือหยางดูที่พลังลำดับนักฆ่าเงามายานี้ และพบว่าทักษะความรุนแรงของเขานั้นครอบคลุมทักษะในพลังลำดับเลเวล 1 และ 2 อย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดไปได้อีกนาน
ดังนั้น เขาจึงดูคำอธิบายทักษะของพลังลำดับนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและจดจำมันไว้ในใจ
เพื่อทำความเข้าใจพลังลำดับนี้ให้มากขึ้น เขาก็ค้นหาพลังลำดับนี้ในฟอรั่ม และพบว่ามีโพสต์ขึ้นมาหลายพันโพสต์
ดูเหมือนว่านี่จะเป็พลังลำดับที่ค่อนข้างธรรมดาอีกเช่นกัน
[อุปกรณ์อะไรที่พลังลำดับนักฆ่าเงามายา้ามากที่สุด?]
[ใครคือเพื่อนร่วมทีมที่ดีที่สุดของนักฆ่าเงามายา?]
[เพื่อนร่วมทีมของฉันเป็นักฆ่าเงามายาที่เป็ขยะ เอาแต่เปิดทักษะแล้วหนี ควรทำยังไงดี?]
[นักฆ่าเงามายากำลังหาทีมล่าเทพเ้า ถ้ามีนักรบจะพิจารณาเป็พิเศษ]
…
ฉินซือหยางคลิกเข้าไปดูโพสต์แนะนำ [นักฆ่าเงามายา]
เนื้อหาในนั้นอธิบายว่านักฆ่าเงามายาควรฝึกฝนตัวเองยังไง
ควรใช้ทรัพยากรที่สำนักงานมอบให้ให้คุ้มค่าที่สุดยังไง
และควรซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดยังไง
จากโพสต์นี้ ฉินซือหยางได้เรียนรู้หลายอย่าง และยังพบว่าพลังลำดับ [นักฆ่าเงามายา] เลเวล 2 คือนักฆ่าลมกรด และเลเวล 3 คือนักฆ่าลวงตา
[ระดับ: เลเวล 3 ‘นักฆ่าลวงตา’]
[ทักษะ: 'เส้นทางแห่งชีวิตและความตาย (ฉบับปรับปรุง 2)' สามารถเพิ่มความว่องไวได้สามเท่า และเพิ่มพละกำลังได้สองเท่าภายในสิบนาที แต่หลังจากสิบนาทีจะรู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัวและเคลื่อนไหวได้ยากเป็เวลาสิบนาที]
จากโพสต์นี้ ฉินซือหยางก็ได้รู้ว่าแตกต่างจากพลังลำดับส่วนใหญ่ ที่จะได้รับทักษะใหม่เมื่อเพิ่มเลเวล
เท่าที่รู้ตอนนี้ พลังลำดับนักฆ่าเงามายามีเพียงทักษะเดียวเท่านั้น ซึ่งจะได้รับการเสริมความสามารถเมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น
ฉินซือหยางไม่สามารถบอกได้ว่าการเพิ่มเลเวลแบบสายเดียวนี้เป็เื่ดีหรือไม่ดี มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ถ้าพวกเขาไม่สามารถกำจัดศัตรูได้หลังจากใช้ทักษะ พวกเขาก็ยากที่จะเอาชีวิตรอดได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านักฆ่าเงามายาเป็พลังลำดับที่พึ่งพาเพื่อนร่วมทีมเป็อย่างมาก
แต่ทักษะนี้ก็เหมาะกับการปกปิดตัวตนของฉินซือหยาง
ทักษะความรุนแรงของเขาครอบคลุมทักษะของพลังลำดับนักฆ่าทั้งสามเลเวลได้อย่างสมบูรณ์
ดังนั้น เพื่อที่จะแสดงเป็พลังลำดับนักฆ่าลมกรดได้อย่างสมบทบาท เขาจำเป็ต้องแกล้งทำเป็อ่อนแอให้เหมาะสม
เมื่อนำผู้กลืนกินเทพเ้าและนักฆ่าลมกรดมาเปรียบเทียบกันอย่างละเอียด ทำให้ฉินซือหยางตระหนักถึงความแข็งแกร่งของพลังลำดับของเขาเอง
ทักษะความรุนแรงเป็ทักษะที่เพิ่มขึ้นในเลเวลที่ 2 แต่กลับแข็งแกร่งกว่าทักษะของนักฆ่าลมกรดที่ได้รับการเสริมความสามารถอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูในฟอรั่มแล้ว พลังลำดับนักฆ่าลมกรดดูเหมือนจะเป็ที่นิยมมาก ทีมล่าเทพเ้าหลายทีม้าชักชวนพวกเขาเข้าร่วมทีม
นี่ไม่ใช่ข้อได้เปรียบเดียวของฉินซือหยาง
จากการค้นคว้าอย่างละเอียดในฟอรั่ม คุณสมบัติพื้นฐานของเขาแข็งแกร่งพอ ๆ กับนักฆ่าเงามายาที่เปิดใช้ทักษะเส้นทางแห่งชีวิตและความตายหรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ
แม้ว่าเขาจะไม่ใช้ทักษะใด ๆ เขาก็สามารถเป็ผู้ที่อยู่ยงคงกระพันในบรรดาผู้มีพลังลำดับเลเวลต่ำได้แล้ว!
แล้วเขาจะแสดงเป็ผู้มีพลังลำดับ 'นักฆ่าเงามายา' ได้ยังไง?
สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาต้องระมัดระวังให้มาก
หลังจากที่เขาได้พลังลำดับสำหรับปลอมตัวแล้ว ฉินซือหยางก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนว่าเวลาใช้งานคอมพิวเตอร์ของเขาหมดแล้ว
หลังจากสบตากับผู้ดูแลร้านที่เคาน์เตอร์ เขาก็เลือกที่จะออกจากระบบและออกจากร้านอินเทอร์เน็ตไปภายใต้สายตาของผู้ดูแลร้าน
ฉินซือหยางอ้อมไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิดที่หน้าทางเข้าร้าน แล้วจึงเดินไปยังซอยด้านหลังร้านอินเทอร์เน็ตตามข้อความที่ผู้ดูแลร้านให้ไว้
ซอยด้านหลังร้านอินเทอร์เน็ตอยู่นอกพื้นที่การจัดการของเ้าของร้าน ทำให้ไม่มีกล้องวงจรปิด
ซอยด้านหลังนั้นเป็เหมือนพื้นที่ที่ไม่มีใครดูแล
มันค่อนข้างสกปรก มีเศษขยะและกล่องข้าวแบบใช้แล้วทิ้งกองอยู่เต็มไปหมด มีกลิ่นน้ำเสียอบอวลไปทั่ว ซึ่งคล้ายกับกลิ่นในโรงอาหารอยู่บ้าง
ในซอยเล็ก ๆ นี้ ฉินซือหยางหาที่ยืนแทบไม่ได้เลย ในที่สุดเขาก็ต้องเช็ดหินก้อนหนึ่งให้สะอาด แล้วนำไปวางไว้บนขั้นบันไดที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน ก่อนที่จะนั่งลง
ฉินซือหยางรออย่างเบื่อหน่ายเป็เวลาสามถึงสี่ชั่วโมง ในที่สุดไฟในร้านอินเทอร์เน็ตก็ดับลง
เขารู้สึกว่าถ้าเขารอต่อไปอีก เขาจะต้องมีกลิ่นน้ำเสียติดตัวไปด้วยแน่ ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ดูแลร้านวัยกลางคนที่มีใบหน้ามันเยิ้มก็ปรากฏตัวในซอยแคบ ๆ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว พุงเต็มไปด้วยไขมัน และมีเสื้อนอกคล้องไหล่อยู่
ผู้ดูแลร้านไม่สนใจขยะที่อยู่บนพื้นเลย เขาเดินไปเตะขยะไป ทำให้รองเท้าของเขาเปื้อนคราบน้ำมันเล็กน้อย
ฉินซือหยางมองดูคอเสื้อและแขนเสื้อของเขาที่เหลืองเพราะคราบเหงื่อ และรู้สึกขยะแขยงอย่างมาก
ในขณะที่ผู้ดูแลร้านกำลังมองฉินซือหยางด้วยสายตาละโมบ
“เ้าหนู ตำรวจตามหานายเพราะนายฆ่าคนใช่ไหม?”
คำพูดนี้ได้แทงเข้าไปในความคิดของฉินซือหยางอย่างจัง
ฉินซือหยางไม่ได้ตอบอะไร
เขาคิดว่าคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นใกล้ทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 89757 เมื่อคืนก่อน ไม่น่าจะมาถึงสถานที่ห่างไกลแบบนี้ได้ภายในคืนเดียว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ดูแลร้านจะต้องเดาเอาเองแน่ ๆ
ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็ต้องยอมรับ
ผู้ดูแลร้านหัวเราะคิกคัก “ถึงนายไม่พูด ฉันก็รู้ นายมาที่นี่ครั้งที่แล้วเพื่อดูฟอรั่มของผู้มีพลังลำดับ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”
ผู้ดูแลร้านพูดในสิ่งที่ฉินซือหยางไม่เข้าใจออกมาเอง เขาจึงถามตามน้ำไป “คุณจำทุกคนได้เหรอ?”
“แน่นอนว่าจำไม่ได้หรอก ฉันไม่ได้เป็ผู้มีพลังลำดับที่มีทักษะด้านความจำนี่”
“แล้วทำไมถึงจำผมได้ละ?” ฉินซือหยางไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงโชคร้ายนัก ถึงได้ถูกผู้ดูแลร้านหมูอ้วนตรงหน้าจับตามองได้
“เพราะสภาพนายดูจนมาก ดูยังไงก็เป็คนจนที่อยู่ชายขอบเขตปลอดภัย แต่นายกลับกล้าใช้เงินมาเข้าร้านอินเทอร์เน็ต ฉันก็เลยอยากรู้และมองดูนายหลายรอบ และบังเอิญนายใส่เสื้อนอกตัวเดียวกันมาสองครั้ง ฉันก็เลยจำนายได้ไง และด้วยความสงสัยในตัวนาย ทุกครั้งที่นายเปิดเครื่อง ฉันก็จะคอยดูว่านายทำอะไร
หลังจากที่นายดูฟอรั่ม นายก็ดูข้อมูลของพลังลำดับ ‘ะ’ และ ‘นักดมกลิ่น’ อยู่เป็เวลานาน ซึ่งผู้มีพลังลำดับสองประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็เ้าหน้าที่สืบสวนของสถานีตำรวจ ตอนแรกฉันคิดว่านายคงปลุกพลังลำดับที่คล้าย ๆ กันก็เลยมาหาข้อมูล
แต่แล้วเมื่อตำรวจเข้า นายก็รีบลบประวัติการเข้าชมแล้วเปิดไฟล์เอกสารบนหน้าจอเดสก์ท็อปในทันที ทั้งยังทำทีเป็อ่าน E-book ฉันก็เลยเดาว่านายคงจะฆ่าคนมา และมาเช็กดูว่าผู้มีพลังลำดับในสถานีตำรวจจะเจอตัวนายไหม”
ไขมันบนใบหน้าของผู้ดูแลร้านสั่นะเืด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่ากำลังฉลองความสำเร็จจากการสังเกตการณ์อันยอดเยี่ยมของตัวเอง
แต่ฉินซือหยางยังคงทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
ฉินซือหยางจะไม่ตอบสนองต่อการคาดเดาทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา ไม่ว่าผู้ดูแลร้านจะเดาถูกทั้งหมดก็ตาม
อย่าปล่อยให้ศัตรูของคุณอ่านความคิดของคุณได้
ฉินซือหยางจำไม่ได้ว่าประโยคนี้มาจากภาพยนตร์เื่ไหนในชาติที่แล้ว แต่ตอนนี้มันเป็กลยุทธ์ที่เขาใช้อยู่
เขาจะไม่ให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับตัวเองแก่ผู้ดูแลร้านคนนี้อีกแล้ว
ฉินซือหยางเฝ้ามองผู้ดูแลร้านเงียบ ๆ รอให้เขาพูดประโยคต่อไป
ผู้ดูแลร้านเห็นว่าฉินซือหยางไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีคนนี้มีอารมณ์ที่เกินวัยของเขาไปมาก แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะเขายังคงเป็ผู้ควบคุมเกมอยู่
“ที่ฉันเรียกนายออกมามันง่ายมาก ฉันจะไม่บอกเื่ของนายให้คนอื่นรู้ แต่นายต้องให้เหรียญเงินฉันหนึ่งเหรียญเป็ค่าปิดปาก”
ฉินซือหยางหัวเราะเบา ๆ และจ้องมองผู้ดูแลร้านด้วยสายตาเอาเื่ “เหรียญเงินหนึ่งเหรียญ บ้าไปแล้วเหรอ?”
ผู้ดูแลร้านถูกสายตาของฉินซือหยางทำให้ใ ความตั้งใจในการฆ่าที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มนั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถแสร้งทำได้
ชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดคนนี้จะต้องเคยฆ่าคนมาจริง ๆ!
เขาต้องกลืนน้ำลายลงคอแล้วพูดต่อ “ฉันไม่ได้บ้า เหรียญเงินหนึ่งเหรียญสำหรับชีวิตนาย มันคุ้มค่ามากนะ ยังไงซะนายก็เป็ฆาตกรอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่นายไม่กล้าทำหรอก”
ผู้ดูแลร้านเหมือนเจอแรงฮึดอะไรบางอย่าง ยิ่งพูดก็ยิ่งมั่นใจ “ฉันไม่สนว่านายจะใช้วิธีไหน จะไปขโมย จะไปปล้น หรือจะไปฆ่าคน ขอแค่เอาเหรียญเงินมาให้ฉันหนึ่งเหรียญก็พอ”
ฉินซือหยางแค่เฝ้ามองผู้ดูแลร้านพูดคนเดียวอย่างเ็า ราวกับกำลังดูเื่ตลกของคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
ผู้ดูแลร้านรู้สึกเหมือนถูกเสือจ้องมองจนขนลุกไปทั้งตัว
แต่เขาก็ยังยิ้มแล้วพูดว่า “นายทำให้ฉันกลัวไม่ได้หรอกน่า พวกเราก็เป็แค่คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอยู่ในที่ห่วย ๆ แบบนี้ทั้งชีวิต ใครจะมีแขนขามากกว่ากันไปได้เล่า?”
หืม?
ดูเหมือนว่าผู้ดูแลร้านจะยังไม่รู้ว่าฉินซือหยางเป็ผู้มีพลังลำดับ นี่เป็ข่าวดีเล็ก ๆ ท่ามกลางเื่เลวร้าย
ฉินซือหยางไม่ได้ถูกลากไปตามคำถามของผู้ดูแลร้าน เขาสังเกตเห็นว่าลมหายใจของผู้ดูแลร้านเริ่มหนักขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขากำลังประหม่ามาก
ดังนั้น ฉินซือหยางจึงกดดันต่อและโยนคำถามในใจออกไป “ในเมื่อรู้ว่าผมฆ่าคน ไม่กลัวว่าผมจะฆ่าคุณเหรอ?”
ผู้ดูแลร้านใช้มือเช็ดเหงื่อเย็น ๆ บนใบหน้า แล้วก็พูดว่า “ฉันเขียนเื่ที่ฉันจะแจ้งความจับนายเป็อีเมลแล้ว และยังแนบรูปภาพที่เห็นหน้านายอย่างชัดเจนจากกล้องวงจรปิดด้วย อีเมลฉบับนี้จะถูกส่งไปที่อีเมลของสถานีตำรวจตอนตีสามของวันพรุ่งนี้ และฉันจะตั้งเวลาใหม่ทุกวันเพื่อเลื่อนออกไปอีกหนึ่งวัน ถ้าฉันตาย นายก็จะถูกเปิดเผยตัวตนด้วย”
ราวกับจะทำให้ฉินซือหยางเชื่อ ผู้ดูแลร้านจึงพูดเสริมว่า “ถ้านายไม่เชื่อ ลองดูได้เลย! ฆ่าฉันตอนนี้เลย!”
อีเมลที่ตั้งเวลาส่งไว้ล่วงหน้าก็เหมือนกับะเิเวลา ทำให้ฉินซือหยางต้องระมัดระวังเป็อย่างยิ่ง
วิธีการของผู้ดูแลร้านได้มัดมือมัดเท้าของเขาไว้ ทำให้เขาไม่สามารถลงมือกับผู้ดูแลร้านได้อย่างผลีผลาม
“สัปดาห์หน้า นายต้องเอาเหรียญทองแดงหนึ่งพันเหรียญมาให้ฉัน! ไม่อย่างนั้นฉันจะบอกเื่ของนายกับสถานีตำรวจ!”
ผู้ดูแลร้านยิ้มอย่างพึงพอใจ เผยให้เห็นฟันที่หักและเหลือง
หลังจากได้ยินดังนั้น ฉินซือหยางก็ไม่ได้ตอบอะไร เขาหันหลังและออกจากซอยไป
ผู้ดูแลร้านมองดูแผ่นหลังที่จากไปของฉินซือหยาง แล้วก็แค่นเสียงออกมาพร้อมกับรอยยิ้มดูแคลน
ถึงนายจะเคยฆ่าคนมาแล้วยังไง? สุดท้ายก็ต้องยอมเอาเงินมาให้ฉันอยู่ดี!
เ้าหนูเอ๊ย ฉันจะเก็บความลับนี้ไว้ขู่เอาเงินจากนายไปตลอดชีวิต!
ตั้งใจทำงานหาเงินดี ๆ ล่ะ เงินสำหรับซื้อบ้านซื้อรถของฉันก็ขึ้นอยู่กับนายแล้ว!
ทันใดนั้นผู้ดูแลร้านก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่รู้ชื่อของฉินซือหยาง
“เดี๋ยวก่อน! ฉันชื่อหลิวต้าจื้อ! นายชื่ออะไร?”
ฉินซือหยางยังคงเดินกลับไปอย่างเงียบ ๆ และไม่ได้ตอบอะไร
คนตายไม่จำเป็ต้องรู้ชื่อของเขา!