บทที่ 162 สรรพคุณของต้นไม้ในแดนเอลฟ์
หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วตอนนี้ชิวเหวินเจี้ยนก็อยู่ในสภาพไม่น่าดูนัก เขาหายจากโลกไร้นามไปถึงสามปี ใครๆ ก็ว่าเขาตกตายไปแล้วอย่างแน่แท้ ซูเหยียนเองหากไม่ได้มาหาเขาด้วยตนเองก็คงไม่แน่ใจเช่นกัน
ชิวเหวินเจี้ยนมองดูแขนของตัวเอง แขนซ้ายของเขาที่สละให้เทพมารในการใช้พลังฉีกกระชากมิติเพื่อนำเขาส่งมายังดินแดนของเอลฟ์ นับว่าตัวเขายังไม่ได้โชคร้ายจนเกินไป เสียอย่างไรก็ยังกลับมาจากมิติที่ห่างไกลนั้นได้
'คิดเห็นอย่างไร จะเข้าเมืองไปด้วยสภาพนี้น่ะหรือ จะบอกกับเอลฟ์เฝ้าขอบแดนว่าอย่างไร มาขายของงั้นสิ' เทพมารประชดใส่เขา ถึงแม้จะไม่สามารถเห็นใบหน้าของเทพมารได้ชิวเหวินเจี้ยนก็จินตนาการสายตาแดกดันพร้อมท่าทางกอดอกนั้นออก
"ข้าเข้าใจแล้ว" ชิวเหวินเจี้ยนถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ต้องยอมรับว่านอกจากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและร่างกายไม่สมประกอบแล้ว ใบหน้าของเขาก็ดูอิดโรยและยังไม่ดีเท่าใดนัก เข้าเมืองไปก็ดูเหมือนขอทานเสียมากกว่า "ข้าจะพักรักษาตัวอยู่แถวนี้ก่อน"
'คิดได้ก็ดี' เทพมารตอบกลับมาเช่นนั้น ชิวเหวินเจี้ยนยักไหล่ใส่ เขาเดินสำรวจในป่า เฟ้นหาต้นไม้ที่น่าจะพอมีสรรพคุณช่วยเขาฟื้นพลังได้อยู่บ้าง ระดับก่อตั้งเมฆาขั้นสามที่ได้มาจากซูเหยียนบ้างเล็กน้อยทำให้เขาไม่ต้องสลบไปหลายวัน
ในป่าของเอลฟ์ ไม่ว่าจะเป็นเพียงเศษธุลีดินก็สามารถนำมาทำยารักษาหรือว่าใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เพราะชิวเหวินเจี้ยนเองศึกษาเรื่องนี้มามากโขทำให้เขารู้จักต้นไม้และหญ้าหน้าตาประหลาดที่ขึ้นอยู่ทั่วบริเวณ หากแต่ว่าอุปกรณ์ที่เขามีอยู่ตอนนี้...ไม่สิ ชายหนุ่มมีเพียงมือข้างขวาเท่านั้นที่ใช้การได้เต็มที่
'มองหาอะไรอยู่เจ้าจักรพรรดิหนุ่ม' เทพมารเอื้อนเอ่ย แม้จะอยู่ในจิตใจส่วนลึกทว่าสามารถเห็นชิวเหวินเจี้ยนเดินทอดสายตาไปตามพื้นได้ ตอนนี้ชายหนุ่มอายุสิบแปดปีเข้าไปแล้ว ท่าทางก็พอดูมีมัดกล้ามอยู่หรอกแต่ว่าในตอนนี้ดูไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่เลย
"ยาฟื้นกำลัง"
คำตอบของชิวเหวินเจี้ยนทำเอาทำเทพมารหัวเราะร่า ชายหนุ่มขมวดคิ้วใส่แต่ก็ยังเดินแหวกโพงหญ้าต่อไป
'เจ้าจะหายาจากหญ้าพวกนี้น่ะหรือ'
ชิวเหวินเจี้ยนส่ายหัวปฏิเสธ เขาพรูลมหายใจเมื่อการมีแขนข้างเดียวนั้นลำบากกว่าเก่าและแขนข้างที่ขาดไปก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ หากคิดจะรักษาการขาดของเนื้อเยื่อภายในจะต้องใช้เวทแขนงเดียวกับเอลฟ์ จริงอยู่ที่ชายหนุ่มเคยรักษาพ่อของเหล่าจอมมารแต่ทว่าตอนนั้นเป็นตอนที่พลังของเขายังเต็มเปี่ยมมิใช่ตอนนี้
'พลังของเจ้ามันต่ำเสียจนฟื้นฟูตัวเองไม่ได้เลยหรือ'
"ข้าไม่ได้เป็นเช่นแต่ก่อนแล้ว ตั้งแต่กลับไปที่ปราสาทคงโดนวิชาของใครบางคนเข้า พอกลับมาอีกทีก็เหลือเพียงก่อตั้งเมฆาขั้นสาม การที่จะใช้พลังเช่นเดิมได้ก็ต้องเค้นพลังเวทย์เสียจนแทบตกตาย" ชิวเหวินเจี้ยนว่าก่อนจะถอนหญ้าที่มีละอองสีทองออกมาหลายกำมือ
'เจ้านี่หรือที่เจ้าต้องการ' เทพมารบ่ายเบี่ยงประเด็นนั้น เขาไม่อยากถามไถ่เรื่องราวของในปราสาทมากนักหรอก ดูท่าแล้วการทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้ชิวเหวินจี้ยนวิตกมากกว่าเดิมเสียอีก 'หญ้าสีทองงั้นหรือ'
"หญ้าสีทองหาได้ยากในดินแดนอื่น การที่จะหามันได้ก็ต้องเข้ามาดินแดนเอลฟ์เท่านั้น มันมีสรรพคุณคล้ายกับยาที่ข้าให้หนี่เหยาใช้" ชิวเหวินเจี้ยนบอกพร้อมทั้งหยิบหญ้าที่มีละอองแสงนั้นมาวางไว้ตรงที่โล่งที่เขาตกลงมา ชายหนุ่มเขี่ยเศษดินออกจากรากก่อนจะมองหาลำธาร
'ทางนั้น' เทพมารให้การช่วยเหลือ ถึงแม้จะไม่มีดวงตาของมังกรมายาลวงแต่ตอนที่ฉีกกระชากมิติและตกลงมานั้นเขามองเห็นลำธารสายใหญ่ที่ผืนน้ำยาวเชื่อมไปยังเมืองกว้างได้
"..ขอบใจ" ชิวเหวินเจี้ยนบอกเสียงแผ่วเบา เขานิ่วหน้าตอนที่ขยับกายและยังเจ็บที่แผลข้างซ้ายที่แขนขาดไปแล้ว เทพมารเห็นแล้วก็ได้แต่นึกสงสาร เขาไม่เคยเห็นจักรพรรดิตกต่ำเช่นนี้ หากเป็นศัตรกันคิดจะฆ่าแกงเวลานี้ก็เหมาะสมแล้ว
'เจ้าคิดอย่างไรจึงกลับมาเกิดใหม่'
ชิวเหวินเจี้ยนนิ่งไปครู่หนึ่งขณะที่หยัดกายลุกขึ้นอย่างยากเย็น เขายกยิ้มก่อนจะเดินไปยังทิศทางที่เทพมารบอกว่ามีลำธารอยู่ ในมือกอบกุมหญ้าเอาไว้
"ข้าแค่เบื่อก็เท่านั้น"
'เหตุผลเดียวเลยงั้นหรือ'
"ก็ไม่เชิง ข้าคงเคยชินกับการได้อะไรมาง่ายๆ อีกอย่างชีวิตของเจ้านี่ก็น่าสงสาร ข้ามีโอกาสกลับไปตั้งหลายครั้งทว่าก็ไม่ทำ ข้าอยากจะให้เจ้านี่รู้ว่าชีวิตมีค่าและชีวิตที่เหลืออยู่ข้าจะทำให้โลกรู้ว่าคนที่ชื่อชิวเหวินเจี้ยนแข็งแกร่งเพียงใด" เสียงนั้นหนักแน่นและเหมือนคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าของร่าง
'เจ้ามันบ้า อยู่สบายๆ ก็ดีอยู่แล้ว'
ชิวเหวินเจี้ยนหัวเราะในลำคอก่อนจะนั่งลงตรงข้างลำธาร ไม่ได้โอดโอยว่าเจ็บปวดทว่าเทพมารก็รู้สึกได้ดีว่าชิวเหวินเจี้ยนที่เพิ่งได้ร่างมนุษย์กลับคืนมาและสูญเสียแขนไปนั้นตกที่นั่งลำบากเพียงใด
"เอาเถอะเทพมาร จะกลับคืนบัลลังก์ก็ต้องลำบากกันหน่อย เสียอย่างไรข้าก็มีเทพมารอยู่ในมือ จริงไหม" มือที่มีบาดแผลเล็กน้อยประคองหญ้าสีทองลงไปในลำธาร เขาล้างเศษดินให้สะอาดด้วยมือข้างเดียวก่อนจะนำมันมาเรียงตรงหน้า ชายหนุ่มมองหาสิ่งแข็งแรงพอจะบดมันให้ละเอียด
'เทพมารที่ไม่มีตัวกลางใช้พลังเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ แล้วเจ้าหาอะไรอีกทีนี้'
"ข้าอยากบดมัน จะให้ข้ากินทั้งแบบนี้หรือไง" ชิวเหวินเจี้ยนบ่น ดวงตาสีแดงกวาดไปทั่วบริเวณเพื่อหาของที่ต้องการ เสื้อที่ขาดวิ่นยังมีรอยแดงของเลือดอยู่ดูแล้วน่าเป็นห่วง
'เจ้าใช้พลังปิดปากแผลไปแล้วมิใช่หรือ'
ชิวเหวินเจี้ยนขมวดคิ้วมองแผลของตนที่เลือดเริ่มไหลซึมอีกครั้ง
"ข้าก็คิดว่าทำไปแล้วเหมือนกัน ข้าต้องรีบหาลี่เฟยและตามหามังกรมายาลวง จะได้รีบออกไปจากโลกนี้เสียที"
'พลังเจ้ายังไม่กลับมาดี ตอนนี้รีบรักษาตัวแล้วบ่มเพาะตัวเองให้ใช้พลังได้เท่าเดิมเสียเถอะ'
"เรื่องนั้นไว้ค่อยว่ากัน ตอนนี้เจ้าช่วยข้าหาอะไรแข็งๆ ก่อน" ชิวเหวินเจี้ยนคุยกับอากาศ เขาไม่สนใจเทพมารที่บ่นพึมพำอยู่ในจิตใจเขา เมื่อเวลาผ่านไปนานพอควรแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้ของที่ต้องการเทพมารจึงร้องเรียกให้ชิวเหวินเจี้ยนเลิกแหวกโพงหญ้าเสียที
'ใช้พลังของข้า' เทพมารว่า ชิวเหวินเจี้ยนกวาดสายตาหาของที่ต้องการในขณะที่หญ้าเริ่มอับแสงลง จริงอยู่ที่บริเวณนี้มีของแบบนั้นอยู่มากแต่สภาพของชิวเหวินจี้ยนก็ดูจะยากในการเดินไปเดินมาระหว่างลำธารและหญ้าพวกนั้น
"ข้ายังอยากเก็บแขนและขาเอาไว้ใช้"
'พลังระดับต่ำไม่กินชีวิตของร่างเจ้าหรอก'
เมื่อได้ยินแบบนั้นชิวเหวินเจี้ยนก็ยอมหยุดนิ่ง เขายืนรอฟังว่าเทพมารจะทำอย่างไร เมื่อรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายแล้วชายหนุ่มก็ยกมือข้างขวาขึ้น ดวงไฟสีแดงก่อกำเนิดขึ้นบนนั้น ชิวเหวินเจี้ยนนิ่วหน้า
"เจ้าจะเผาหญ้าข้าหรือ" ถึงแม้จะพูดไปแบบนั้นแต่ชายหนุ่มก็ยกยิ้มอย่างพึงใจ ยามที่ไล้แสงไฟสีสวยไปบนหญ้าละอองแสงสีทองนั้นพวกมันก็ถูกเผาไหม้และสูญสลายไปคงเหลือไว้แต่หยดน้ำกลมสีทองลอยอยู่ตรงหน้าเขาแทน "วิชาสกัดโอสถระดับปฐพี มีประโยชน์เหมือนกันนี่เทพมาร"
'ข้าก็มีประโยชน์กว่าเจ้าในตอนนี้แล้วกัน'
ชิวเหวินเจี้ยนจินตนาการหน้าตาของเทพมารได้ตอนที่พูดแบบนั้น เขาไม่รอช้าคว้าหยดน้ำเล็กๆ นั้นไว้ ไม่ต้องดื่มกินมัน หยดน้ำสีทองก็ซึมเข้าสู่ร่างกาย ไม่ช้าความเหนื่อยล้าและเจ็บปวดก็หายเป็นปลิดทิ้ง มีคุณค่าสรรพคุณเทียบเท่ากับยาที่บดจากเกล็ดมังกรเลยทีเดียว
'ทีนี้ก็ตามหาลี่เฟยเลยงั้นหรือ'
เทพมารเอ่ยถาม ชิวเหวินเจี้ยนส่ายหน้าปฏิเสธ ชายหนุ่มเดินเข้าไปในป่าลึกและซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ภายใต้ความรกครึ้มนั้นเป็นที่หลบภัยให้เขาได้เป็นอย่างดี สายตาของเขาสอดส่องไปภายนอก
"ดูท่าข้าจะเจอปัญหาใหญ่"
'อะไร'
ชิวเหวินเจี้ยนแนบหลังไปกับลำต้นของต้นไม้ ชายหนุ่มควบคุมลมหายใจ พยายามไม่ให้การเคลื่อนไหวถูกจับได้จากหูของเหล่าเอลฟ์ที่ทำหน้าที่ตรวจตรารอบแขตชายป่า
"ดูเหมือนข้าจะไปทำอะไรผิดกฎของเอลฟ์เข้าน่ะสิ พวกนั้นตรวจสอบไวกว่าที่ข้าคิดเอาไว้"
'เจ้าหมายถึงอะไร'
ชิวเหวินเจี้ยนยกยิ้ม ยอมรับว่าตัวเองในตอนนี้ตกที่นั่งลำบาก เป็นยุคมืดของจักพรรดิเช่นเขาเลยทีเดียว
"ดันเข้ามาในเขตสงวนน่ะสิ ถึงว่าสมุนไพรเลอค่าเยอะนัก"
เทพมารคงสบถด่าในใจ ชิวเหวินเจี้ยนพยามทำเป็นไม่รับรู้ เขาอยากจะอุดหู...คงไม่ช่วยสินะเพราะเจ้านั่นอยู่ในจิตใจของเขาต่อให้จะหลีกเลี่ยงอย่างไรก็คงได้ยินเสียงอยู่ดี
'เจ้ามันบ้า พวกวิญญาณสวรรค์ให้เจ้าขึ้นเป็นจักรพรรดิได้อย่างไรกัน'---#ขอโทษที่หายไปหลายวันนะคะ ติดภารกิจนิดหน่อย แต่ยังไงจะกลับมาอัพตามปกติค่ะ ขอบคุณค่ะ :)