บทที่ 1 ท่านพ่อ ข้าหิวข้าว
เยี่ยถวนถวนมองสำรับอาหารอันโอชะบนโต๊ะตรงหน้า พลางเช็ดน้ำลายที่หยดแหมะ ๆ ตรงมุมปาก
สองขาอ้วนป้อมเหยียบเก้าอี้ สองมือสั้นป้อมเอื้อมถึงแค่กุ้งขาวตรงหน้าเท่านั้น มืออวบอ้วนขาวกลมราวกับก้อนแป้งคว้ากุ้งขาวสองตัวยัดเข้าปาก
ยังไม่ทันได้ลิ้มรสก็ได้ยินเสียงะโฆ่าฟันดังขึ้นมาจากภายนอก
“ฆ่า!! ฆ่าเขาซะ!!!”
เยี่ยถวนถวนหวั่นใจขึ้นมาทันที กุ้งในปากก็ตกลงพื้นเสียงดัง ริมฝีปากน้อยเม้มแน่นเป็เส้นตรง ท่าทางน้อยใจยิ่งนัก
“เหตุใดขโมยกินของในบ้านตัวเองจึงต้องถูกฆ่าด้วยเล่า หรือว่าข้ากินมากเกินไป”
มือน้อย ๆ สีชมพูอ่อนแทบจะจับอะไรไม่มั่นแล้ว
ระบบรีบอธิบาย [เด็กน้อยอย่าใไป คนข้างนอกไม่ได้มาฆ่าเ้าหรอก]
พูดถึงเื่นี้ ระบบก็อยากจะด่าให้สาแก่ใจ
มันเป็ระบบฮ่องเต้หญิงผู้สูงส่ง แต่ทำไมถึงได้มาผูกติดอยู่กับเด็กน้อยวัยสามขวบเช่นนี้ แถมไม่สามารถปลดพันธนาการได้ด้วย เช่นนั้นจะไปหาใครมาอธิบายเหตุผลดีเล่า
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาบ่นเสียแล้ว
เพราะเสียงโห่ร้องจากภายนอกนั้นใกล้เข้ามาทุกที และดูเหมือนว่าผู้บุกรุกจะแบ่งออกเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่ที่เรือนหน้า อีกกลุ่มหนึ่งอยู่ด้านหลังห้องครัว
และเยี่ยถวนถวนกำลังแอบกินของอยู่ในห้องครัวพอดี…
แย่แล้ว!!
ถวนชีชีตัดสินใจทันที [เด็กน้อยรีบหนีเร็วเข้า!! ที่นี่อันตราย!!]
นางเป็ฮ่องเต้หญิงในอนาคตนะ จะมาสิ้นชีพั้แ่อายุเพียงสามขวบไม่ได้
เยี่ยถวนถวนคว้ากุ้งขาวขึ้นมาแล้วรีบวิ่งไปทางประตู
ถวนชีชี [...]
ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีฮ่องเต้หญิงองค์ไหนที่ตะกละตะกลามถึงเพียงนี้!
เมื่อผลักประตูออกไป สิ่งที่เห็นคือแสงดาบประกายแวววับในเรือนหน้า
เด็กหญิงวัยสามขวบที่ไหนจะเคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน จึงใจนขาอ่อน นางวิ่งเซไปเซมาสะเปะสะปะ
“ฆ่ามันซะ! บุกเข้าไป!” แม้จะเป็ยามค่ำคืน ทว่าก็ยังพอมองเห็นคนสวมหน้ากากสิบกว่าคนบุกเข้ามาทางเรือนหน้า
ฮือออ~ น่ากลัวเหลือเกิน...
เสียงดาบปะทะกันทำให้เยี่ยถวนถวนใจนหลับตาปี๋ อึดใจต่อมา
โครม!
หน้าผากน้อย ๆ ของนางก็กระแทกเข้ากับของแข็งบางอย่าง เยี่ยถวนถวนหยุดชะงัก ใบหน้าเหยเกด้วยความเ็ป ตอนกำลังจะดูว่าชนอะไรเข้าก็ถูกคนคว้าคอเสื้อด้านหลังแล้วถูกยกขึ้นจนตัวลอย
ระบบถวนชีชีกุมใบหน้าที่ไม่มีอยู่จริง [แย่แล้ว ถูกจับได้คาหนังคาเขา]
ดวงตาคมกริบของเยี่ยจิ่นหานจ้องมองเด็กน้อยในมือ แม้จะถูกหิ้วอยู่กลางอากาศ แต่คางของเ้าตัวน้อยก็ยังแอบออกแรงกัดกุ้งครึ่งชิ้นในปากไว้แน่น
เ้าตัวเล็กจะกละโผล่มาจากที่ไหนกัน
ห่างออกไปสิบก้าวด้านหน้าคือสนามรบที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟัน มีแขนขาที่ถูกตัดขาดพร้อมเสียงร้องโหยหวนลอยผ่านมาเป็ครั้งคราว
แต่ทั้งหมดเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อเยี่ยจิ่นหานที่กำลังมองพินิจพิเคราะห์เ้าเด็กโง่เขลาในมือเลยแม้แต่น้อย ขณะที่เยี่ยจิ่นหานกำลังมองเ้าตัวน้อย เยี่ยถวนถวนก็กำลังจ้องมองชายตรงหน้าเช่นกัน
ดวงตากลมโตเจือไปด้วยความสงสัย
ระบบถวนชีชีเตือนขึ้นทันท่วงที [เด็กน้อย บุคคลนี้คือท่านพ่อของเ้าเอง]
“ทะ…ท่านพ่อ ท่านพ่อ”
ที่แท้ชายหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเ้าคนนี้ คือท่านพ่อของถวนถวนหรือ
เสียงเล็ก ๆ อ่อนหวานท่ามกลางเสียงะโโหวกเหวกรอบด้านยิ่งฟังดูนุ่มนิ่ม
เยี่ยจิ่นหานขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนจะจำไม่ได้ว่ามีธิดาโง่เขลาเช่นนี้ั้แ่เมื่อใด ขณะเดียวกัน การต่อสู้ที่เรือนหน้าก็จบสิ้นลง มือสังหารทั้งหมดถูกจับกุมไว้ได้
ไป๋จีในฐานะองครักษ์ประจำตัวของเยี่ยจิ่นหาน และยังรับผิดชอบหน่วยองครักษ์และองครักษ์เงาของจวนอ๋องขานรายงาน
“ท่านอ๋อง มือสังหารทั้งหมดยี่สิบสามคน ถูกปะาแล้ว…”
รายงานเสร็จก็มองดูเด็กน้อยในมือของอ๋องเก้า แล้วกล่าวว่า “นางคือถวนถวนจวิ้นจู่*[1] เป็ธิดาคนที่สามของท่าน”
สีหน้าของเยี่ยจิ่นหานไม่เปลี่ยนแปลง ดวงตาไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ
แต่บรรยากาศรอบด้านพลันเยือกเย็นลงทันที เยี่ยจิ่นหานกล่าวว่า “โยนนางออกไปซะ จวนอ๋องไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์”
นี่...
แม้ว่าท่านอ๋องจะเอ่ยเช่นนั้น แต่ไป๋จีก็ยังไม่กล้า เคยมีคำกล่าวไว้ว่าเสือถึงร้ายก็ไม่กินลูกตัวเอง*[2] ยิ่งไปกว่านั้นนางคือธิดาแท้ ๆ ของท่านอ๋อง
ขณะนี้ เ้าก้อนแป้งในอ้อมแขนของท่านอ๋องกำลังมองไป๋จีด้วยสายตาน้อยใจอย่างถึงที่สุด ริมฝีปากน้อย ๆ เบะออก เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
ใครจะกล้าลงมือกับเ้าตัวน้อยเช่นนี้!!!
ขณะที่เยี่ยจิ่นหานกำลังหงุดหงิด
ทันใด
มือของนักฆ่าที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นราวกับสิ้นลมไปแล้วพลันมีประกายวาบขึ้น ลูกดอกพุ่งตรงไปยังหน้าอกของเยี่ยจิ่นหาน
“ตายซะ! อ๋องสุนัข!!!”
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว และตอนนี้ท่านอ๋องได้ถอนกำลังทหารออกไปหมดแล้ว ไม่มีใครสามารถหยุดอาวุธลับนี้ได้
ประกายเย็นเยียบกำลังจะจมหายเข้าไปในอกของเยี่ยจิ่นหาน
ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตแบบนี้
ถวนชีชี [เด็กน้อย! ยกจานขึ้นมา!!]
เยี่ยถวนถวนยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ครึ่งอึดใจถัดมาก็ได้ยินเสียง ‘เคร้ง!!!’ ดังขึ้น
จานแตกเป็เสี่ยง ๆ ร่วงลงพื้นพร้อมกับอาวุธลับ
“!!!”
ทุกคนตกตะลึง!!
องครักษ์เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ลงมือสังหารศพทั้งหมดบนพื้นซ้ำอีกรอบ
ไป๋จีคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว เหงื่อเย็นผุดซึมทั่วใบหน้า “ข้าน้อยเผลอเรอ ขอท่านอ๋องลงโทษด้วย”
ดวงตาของเยี่ยจิ่นหานยังคงเ็า เขาเพียงแค่ยกเ้าตัวน้อยขึ้นมาอีกนิด สายตาจับจ้องที่มือน้อย ๆ แดงก่ำคู่นั้นของนาง เห็นได้ชัดว่านางาเ็จากแรงกระแทกของอาวุธลับ
แต่เ้าตัวน้อยโง่เขลานี้กลับไม่ร้องไห้สักแอะ เพียงแค่จ้องมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ และมือน้อย ๆ สีแดงก่ำก็กำแน่น ท่าทางน่าสงสาร
ในลานเต็มไปด้วยองครักษ์ที่กำลังก้มหน้าคุกเข่า ทุกคนต่างหวาดกลัวและคิดว่าความตายกำลังจะมาเยือน ทั่วทั้งจวนอ๋องนอกจากกลิ่นคาวเืแล้ว ที่เหลือมีเพียงความเงียบสงัด จนแม้แต่เสียงหายใจก็ดังราวกับเสียงอึกทึก
นอกจาก...
หนูน้อยตัวกลมป้อมที่กำลังน้อยใจ พูดเสียงสะอื้นว่า
“ท่านพ่อ...ถวนถวน ถวนถวนมีประโยชน์... อย่าทิ้งถวนถวนไปเลยนะ ฮึก…”
ไป๋จี “!”
องครักษ์ “!!!”
เยี่ยจิ่นหานขมวดคิ้วเล็กน้อย หากแต่ใบหน้ายังคงเ็าเฉกเช่นปกติ โชคดีที่ไม่ได้สั่งให้ผู้ใดโยนเ้าตัวน้อยโง่เขลาคนนี้ออกไป ทว่าอุ้มนางกลับไปยังห้องด้านใน และทิ้งท้ายคำพูดไว้หนึ่งประโยค
“องครักษ์เงาที่เฝ้ายาม คืนนี้จงไปรับโทษเสีย”
“ขอรับ!” ไป๋จีโขกศีรษะอย่างแรง
คืนนี้องครักษ์เงาทำผิดพลาดร้ายแรง แต่กลับไม่ถูกปะาชีวิต
ไป๋จีเหลือบมองไปด้านหลังพลันสรุปว่า จวิ้นจู่น้อย... ยอดเยี่ยมจริง ๆ!
ฟังดูสิ นี่คือคำพูดไร้วัฒนธรรมของชายหยาบกระด้างผู้นี้
……
ภายในห้อง เยี่ยจิ่นหานมองดูเ้าตัวน้อยที่มือทั้งสองกำแน่นจนกลายเป็ลูกกลม ๆ สีขาวเล็กกระจิริด แล้วก็มองดูกุ้งขาวที่ส่งมาจากครัว รวมถึงน้ำลายเล็ก ๆ ที่มุมปากของนาง
เยี่ยจิ่นหาน “...”
เยี่ยถวนถวน “ท่านพ่อ ข้าหิวแล้ว…”
เยี่ยจิ่นหานคิดจะส่งตะเกียบให้นาง แต่แล้วก็มองดูมือขาว ๆ ของนางที่ ‘กางออกมาก็ยังมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า’
ทั้งสองคนจ้องตากัน
“หรือว่า...ข้าควรโยนเ้าออกไปดี รู้สึกว่าเลี้ยงดูเ้านั้นยากเย็นเสียเหลือเกิน”
“ท่านพ่อ…”
ถวนชีชี [เด็กน้อย เ้าคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตท่านพ่อของเ้า ขอให้เขาป้อนอาหารให้เ้าเถอะ]
“ท่านพ่อ ข้าหิวแล้ว…ป้อนข้าด้วย”
เยี่ยจิ่นหาน “...”
“ไป๋จี” เยี่ยจิ่นหานลุกขึ้นยืน
“ขอรับ”
“ไปหาสาวใช้มาป้อนอาหารนางสักคน”
“ขอรับ”
ไป๋จีรับคำแทบจะทันที แต่เมื่อนึกทบทวนก็พบว่าจวนอ๋องดูเหมือนจะไม่มีสาวใช้เลย ภายในจวนอ๋องมีแต่บุรุษที่สามารถออกรบได้ทั้งสิ้น ยกเว้น...
ใช่แล้ว
ในครัวยังมีแม่เฒ่าคนหนึ่งที่คอยก่อไฟ
……
เมื่อท่านอ๋องเก้าดึงเ้าตัวน้อยโง่เขลาออกจากตัวเป็ครั้งที่สิบสอง แม่เฒ่าที่ปัดกวาดเช็ดถูห้องครัวเสร็จก็เข้ามา
เยี่ยจิ่นหานเดินออกไปจัดการงานราชการ
ในขณะที่ไป๋จีกำลังพูดถึงที่มาของกลุ่มมือสังหารชุดนี้อยู่นั้น
เยี่ยจิ่นหานก้มมองดูเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่บนร่างของตน เมื่อลมพัดมาก็ยังมีกลิ่นนมอ่อน ๆ ลอยออกมา
เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เป็ธรรมชาติ
ไป๋จีเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าตนเองทำงานช้าเกินไป จึงรีบรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“ข้าน้อยจะสอบสวนด้วยตนเองคืนนี้ ต้องสืบให้ได้ว่ามือสังหารถูกส่งมาจากที่ใด”
[1] จวิ้นจู่ ตำแหน่งองค์หญิงหรือท่านหญิง ขึ้นอยู่กับการสืบสายเืทางบิดากับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เป็ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์หญิงลำดับที่สาม ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้ต้องเป็พระธิดาในชินอ๋องกับชายาเอก
[2] คนเราไม่ว่าเหี้ยมโหดแค่ไหนก็ไม่ทำร้ายลูกของตนเอง