หลังจากที่เผชิญหน้ากับเงาของตัวเองในอดีต เหวินก็เริ่มเขียนอย่างต่อเนื่องและมั่นคงยิ่งกว่าที่เคยเป็มา เขาไม่ได้แค่เขียนเื่ราวของตัวละครอื่น แต่ยังรวมถึงเื่ราวของเขาเองด้วยเช่นกัน มันคือเื่ราวของเด็กหนุ่มผู้มีความฝัน แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์และจิตใจที่อ่อนแอ
ขณะที่เขากำลังเขียนไปถึงตอนที่เขาต้องหยุดฝันการเป็นักเขียน ภาพของเขาในอดีตก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในหัวของเขา แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ในรูปแบบของเงา แต่เป็ความทรงจำที่ชัดเจนและสมจริง มันคือภาพของเขาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนตัวโปรด แล้วน้ำตาก็ไหลอาบแก้มเพราะความเ็ปจากการถูกตีตราและจากความรู้สึกที่ไร้ค่า
เขาหยุดเขียนแล้วจ้องมองภาพนั้นอย่างเงียบๆ เด็กสาวทั้งสองปรากฏตัวขึ้นข้างเขา แล้วยื่นมือมาจับที่ไหล่ของเขาอย่างอ่อนโยน
“ความหลังของเ้าไม่เคยจบ” เด็กสาวผมสีเงินม่วงกล่าว “มันเป็เพียงเื่ราวที่เ้าเลือกที่จะไม่เขียนต่อ”
คำพูดนั้นทำให้เหวินตาสว่าง เขาตระหนักว่าเขามีสิทธิ์ที่จะเขียนตอนจบให้กับความหลังของตัวเองได้ ไม่ใช่แค่ยอมจำนนต่อความเ็ปที่เคยเกิดขึ้น
เขาหันไปมองเด็กสาวทั้งสองแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันจะเขียนตอนจบใหม่ให้กับตัวเอง และให้กับพวกเ้า”
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเขาอีกครั้ง แล้วเขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน แต่กลับอยู่ในโลกแห่งความทรงจำของเขาเอง มันเป็ห้องทำงานที่ดูเก่าและทรุดโทรม กองต้นฉบับที่ถูกทิ้งไว้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง
เหวินมองไปยังภาพสะท้อนของตัวเองในอดีตที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อน แล้วเขาเดินเข้าไปหาตัวเองในอดีตอย่างช้าๆ
“อย่าร้องไห้เลย” เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น “เรายังไม่จบ”
เขาหยิบปากกาขนนกขึ้นมา แล้วเริ่มเขียนเื่ราวของตัวเองต่อ โดยเริ่มต้นจากจุดที่เขาเคยหยุดไป เขาเขียนเื่ราวด้วยความรัก ความหวัง และความเข้าใจในความเ็ปที่เขาเคยมี ทุกตัวอักษรที่เขาเขียนลงบนกระดาษก็เหมือนกับเวทมนตร์ที่ช่วยเยียวยาาแในหัวใจของเขา