หลูฉิงกวางอ้าปากอย่างตระหนกแต่ยังไม่ยอมละสายตาจากภาพตรงหน้าโหยวอีดึงเอี๊ยมตัวนั้นออกแล้วก้มลงทั้งบีบคลึงทั้งจูบทรวงอกของแม่นางไห่สลับกันไปมาเสียงครวญครางของหญิงงามผู้นั้นทำให้หัวใจของหลูฉิงกวางเต้นไม่เป็ส่ำนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะได้เห็นการร่วมสังวาสของชายหญิงเช่นนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นนางจึงตั้งอกตั้งใจดู
“ข้ารู้สึกเหมือนมีคนดูพวกเราอยู่เลยนะแม่นางเดี๋ยวปิดม่านมุ้งสักหน่อยจะดีกว่า”ชายหนุ่มผงกศีรษะออกจากสองเต้าของสาวงามหันไปดึงม่านมุ้งทั้งสองข้างลง
ผ่านม่านมุ้งนั้นค่อนข้างบางมองไปก็พอเห็นเงาลางๆ ของร่างทั้งสองที่กำลังนัวเนียกันอยู่ภายใน แต่เสียงร้องและเสียงพูดคุยของคนทั้งสองทำให้ชวนจิตใจเตลิดอยู่ไม่น้อย
“อูย! คุณชายเ้าขา ตรงนี้ข้าเสียวนัก!”
“แล้วตรงนี้เล่า?”
“โอว!....อ๊าว....เสียวกว่าเดิมอีกเ้าค่ะ”
หลูฉิงกวางเพ่งมองเหมือนนางเห็นชายหนุ่มก้มลงไปอยู่แถวหน้าท้องของแม่นางไห่ก้มๆ เงยๆ อยู่ส่วนต่ำกว่าเอวไม่นานนักเขาก็ลุกขึ้นชันกายในท่าคุกเข่าปล่อยให้นางแม่ไห่ทำท่าคลานมาทำศีรษะผงกขึ้นๆลงๆ อยู่แถวหน้าท้องของเขา
“อืม...โอว...ดีๆข้าชอบแบบนี้ล่ะ” มือของเขากุมอยู่บนศีรษะของแม่นางไห่ ผลักเข้าผลักออกตามจังหวะการโยกของนาง
ไม่นานนักทั้งสองก็นั่งหันหน้าเข้าหากันแม่นางไห่จับบ่าเขาไว้แล้วเข้าไปนั่งตัก “คุณชายเ้าขา แน่นจริงเ้าค่ะ”
“อืม...ข้าไม่ได้ใช้มานานสงสัยมันจะตื่นเต้นน่ะเลยพองตัวมากไปหน่อย” ชายหนุ่มกัดฟันเบาๆบอกกับสาวงามที่พยายามนั่งทับลงมา
หลูฉิงกวางมองดูเงาการขยับโขยกร่างเข้าหากันของทั้งคู่ผ่านม่านมุ้งด้วยความสนใจนี่เองกระมังรูปภาพในหนังสือที่พี่ชายของนางซ่อนไว้ใต้เตียงแล้วนางบังเอิญแอบไปเห็นเข้า
‘เหมือนเป๊ะเลย! ท่านี้ข้าก็เคยเห็น’
ไม่นานนักคนทั้งสองก็ล้มตัวตามกันลงไปในท่านอนราบประกบกันอยู่และยังขย่มกันต่อพลางส่งเสียงร้องครางประสานกัน
‘ท่านี้ก็ใช่! อ้อ!....เป็เช่นนี้นี่เอง’
หลูฉิงกวางลอบดูกระทั่งคนทั้งสองเสร็จสมแล้วนางก็รีบหลบออกจากมาห้องลับนั่นนางพบว่าตัวเองยังคงใจสั่นและเต้นรัวราวกับมีกลองศึกอยู่ภายในแม้ภาพจะไม่ชัดเจนนักแต่เรือนร่างกำยำของโหยวอียังคงติดตา ตอนที่เขาจะหันมาปิดผ้าม่านมุ้งนั้นชายหนุ่มเหลือเพียงผ้าเตี่ยวน้อยตัวในหลูฉิงกวางจำได้ว่าส่วนนั้นของเขาดูเหมือนจะกำลังขยายจนพองโต
‘แย่ล่ะ!ข้าไม่ควรจะเห็นร่างเปลือยของเขาเต็มตาเช่นนี้ สงสัยจะเก็บไปฝันร้ายเป็แน่’
“เ้าทำไมหน้าแดงเช่นนั้นล่ะ?”เสี่ยวเอ้ออีกคนที่เดินผ่านมาเห็นหน้าของหลูฉิงกวางรู้สึกสงสัย“ไม่สบายก็รีบไปพักเถอะ ทางนี้เดี๋ยวข้าดูแลเอง”
“ได้ๆ”นางเพิ่งรู้สึกว่าตนเองใบหน้าร้อนผ่าวไปจนถึงลำคอและใบหูเมื่อครู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงดูเสียจนจบ แต่พอกลับออกมาแล้ว นึกถึงภาพเ่าั้กลับชวนขนลุกขนพองยิ่งนักหญิงสาวรีบออกไปเปลี่ยนชุดแล้วไปนั่งซุ่มดูชายหนุ่มทั้งสองที่ด้านหน้าหอคณิกา
‘หึ! ข้าไม่ควรตามเขาเข้าไปข้างในเลยต้องพบเห็นเื่น่าบัดสีของ โหยวอีเข้าจนได้’
นางยังคงรู้สึกตื่นเต้นเมื่อนึกถึงภาพของโหยวอีกับแม่นางไห่ที่โรมรันพันตูกันบนเตียงนั่น...ดูเหมือนเ้าอันธพาลโหยวจะมาที่นี่บ่อยเสียด้วยดูคุ้นเคยกับหญิงคณิกาพวกนี้ยิ่งนัก!
หลูฉิงกวางนึกว่าเขาจะออกมาในไม่ช้าแต่กลายเป็ว่านางต้องรอตั้งเกือบครึ่งชั่วยามมือปราบหนุ่มทั้งสองจึงได้ออกจากหออิงราตรี ใบหน้าของ โหยวอีกับจั๋วเหรินหาวดูเบิกบานยิ่งนัก
“ท่านจัดการแม่นางไห่ตั้งหนึ่งชั่วยามเช่นนี้คงเบาตัวเลยสิท่า!”
“อืม...นางสมกับเป็สาวงามอันดับต้นๆของหออิงราตรีจริงๆ นี่นางก็บอกว่าจะให้ข้าอยู่ต่อนะ ซ้ำยังจะไม่เก็บเงินข้าเพิ่มด้วย”โหยวอีหัวเราะหึๆ พอใจ การที่หญิงคณิกาถึงกับออกปากอยากปรนนิบัติเขาต่อโดยไม่เสียเงิน...นั่นเป็การรับประกันว่าทั้งร่างกายและลีลาของเขาถูกใจนางยิ่งนัก
“แหม! ท่านอย่าคิดจะมาอวดข้าแม่นางเตียวบอกกับข้าว่าคราวหน้าให้ข้ามาหานางได้ นางไม่เก็บเงินเช่นกัน”
สองหนุ่มหัวเราะประสานกันดังลั่นที่ต่างคนต่างได้คุยข่มอีกฝ่าย หลูฉิงกวางที่แอบซุ่มรอดูอยู่ฟังแล้วรู้สึกหมั่นไส้เป็กำลัง
‘ปล่อยให้ข้ารออยู่ได้ตั้งนานยุงกัดจะแย่แล้ว! นี่ถ้าไม่ติดว่ารับปาก พี่ชิงชิงไว้ ข้าไม่มีทางจะมานั่งรอพวกหื่นกามอย่างเ้าแน่’
โหยวอีรู้สึกถึงฝีเท้าที่ตามหลังมาเดี๋ยววิ่งเดี๋ยวหยุดแม้เขาจะดื่มสุราไปพอสมควรแต่มิได้ทำให้ความไวของหูลดลงไปมากนัก ปากเขาก็พูดคุยกับ จั๋วเหรินหาวแต่หูก็คอยจับสังเกตฝีเท้าข้างหลังเขาพอจะฟังออกว่ามีคนน้ำหนักน้อยผู้หนึ่งกำลังตามหลังอยู่ประเมินแล้วน่าจะเป็สตรีเขาจึงเอื้อมมือไปจับด้ามกระบี่ที่ห้อยเอวอยู่
จั๋วเหรินหาวเห็นท่าทางแปลกๆของหัวหน้าของตนก็ขยิบตาเป็สัญญาณว่าเขาเองก็จับความผิดปกติด้านหลังได้แล้ว
“ไม่เป็ไรนะมือปราบจั๋วเดี๋ยวเราแยกย้ายกันตรงนี้ก็แล้วกัน เ้าก็เหนื่อยมากแล้วพรุ่งนี้เราค่อยเจอกันที่สำนัก”
“ขอรับหัวหน้าพักผ่อนให้มากก็แล้วกัน”
หัวหน้าโหยวทำสัญญาณมือให้จั๋วเหรินหาวรู้ว่าเขารับมือไหวกลับไปได้เลยไม่ต้องเป็ห่วง
************************

