ทุกคำพูดของบุรุษสามคนดังอยู่เต็มรูหูของตู้ฟางซินและจินเมี่ยว
“นี่รึสหายของข้า…ลอบกัดข้าด้านหลัง..สิ้นสุดกันจริงๆซะทีไป่เยว่ชิง” ตู้ฟางซินจิบชาเงียบๆรับรู้ถึงความขมฝืดไหลลงสู่ลำคอ ‘เหตุใดข้าจึงพบเจอแต่เื่แย่ๆเช่นนี้กันนะ’
จินเมี่ยวมองคุณหนูอย่างเห็นใจ
----++++-------------++++++++++++
บ้านสกุลตู้: วันต่อมาในยามซื่อ(09.00-10.59)
“คุณหนูเ้าขาาา” จินเมี่ยวที่ไปโรงครัวมาเมื่อครู่เพื่อเก็บสำรับกลับได้ยินข่าวใหญ่ จึงรีบกลับมาหาคุณหนูที่เรือนเล็ก “บ่าวมีเื่มาเล่าให้ฟังเ้าค่ะ”
“เหตุใดต้องวิ่งมาเล่าค่อยๆเดินก็ได้..ข้ายังมิไปทางใดเสียหน่อย” ตู้ฟางซินหัวเราะน้อยๆ พร้อมกับหวีผมยาวสลวยถึงกลางหลัง้าใส่เครื่องประดับผมง่ายๆเพียงสองชิ้นแลดูน่ารัก
“ก็บ่าวอยากจะมาเล่าให้ฟังนี่เ้าคะ…เื่คุณหนูจูเหม่ยเซียน”
“หืมมม” มองใบหน้าสาวใช้ผ่านกระจก “เื่วันปักปิ่นของนางรึ?”
“เ้าค่ะ!!! เื่นี้เล่าลือกันไปจนทั่วเมืองหลวงแล้วนะเ้าคะ มิได้มีแค่เื่วันปักปิ่นเพียงเื่เดียวแต่ยังมีเื่สมรสพระราชทานขององค์ชายทัังสองพระองค์แต่งกับคุณหนูจู ..สตรีเพียงคนเดียว"
ตู้ฟางซินเบิกตากว้าง “เช่นนั้นรึ!! แล้วไป่เยว่ชิงเล่า? มิใช่ว่านางก็อยู่ที่จวนสกุลจูหรอกรึแล้วเหตุใดถึงมิมีสมรสพระราชทานกับนางด้วยเล่า?" ความสงสัยก่อเกิดขึ้นมาบนใบหน้า “เกิดเื่ใดขึ้นกันแน่?”
“บ่าวก็มิทราบเ้าค่ะ…แต่ได้ยินมาว่าคุณหนูไป่เมาสุราจนถูกสาวใช้สกุลจูหามขึ้นรถม้ากลับจวนเลยนะเ้าคะ”
“เมามายถึงเพียงนั้นเลยรึ?” จากที่นางเคยร่ำสุรากับเยว่ชิงมาบ้างก็รับรู้ได้ว่านางมิได้เมาง่ายดายจนถึงขั้นต้องหามขึ้นรถม้า ‘สุราชนิดใดกันมีฤทธิ์แรงถึงเพียงนี้’
“เ้าค่ะ…ผู้คนเล่าลือกันมาเพียงเท่านี้ส่วนเื่ภายในมิมีผู้ใดทราบเ้าค่ะ”
“สมรสพร้อมกันกับบุรุษถึงสองคนเชียวรึจินเมี่ยว..นางช่างเหนือความคาดหมายของข้าไปมากจริงๆช่างน่านับถือ” ตู้ฟางซินยิ้มแล้วเอ่ยเปลี่ยนเื่ “ไปบอกให้คนเตรียมรถม้าเถิด ข้าจะพาฟางอินไปดูร้านเครื่องประดับ”
“เ้าค่ะ”
ตู้ฟางซินในวัยเข้าสิบหกหนาวนั่งมองตนเองอยู่หน้ากระจกเงาที่สะท้อนใบหน้าสตรีหน้าตาน่ารัก ปากนิด จมูกหน่อยแม้มิได้งดงามล่มเมืองแต่ก็ดูจิ้มลิ้มพริ้มเพราอย่างหาใครเปรียบได้ยาก
“เฮ่อออ…ข้าจะต้องเป็สาวเทื้อจริงๆแล้วใช่หรือไม่?” ฟางซินพร่ำบ่นในโชคชะตาของตนเอง “หรือข้ายังคงมีหวังอยู่” จับป้ายหยกสีขาวที่ห้อยข้างเอวอยู่ตลอดขึ้นมากำแน่น ‘บุรุษที่ดีและรักข้าเพียงผู้เดียว..นานแค่ไหนกันหรือว่าเขาคนนั้นจะไม่มี’
-----++++++++-------------
วันรุ่งขึ้นในยามเฉิน(07.30)
“วันนี้ข้าจะไปดูบัญชีร้านเครื่องหอมใกล้ๆกับโรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์นะจินเมี่ยว ” ตู้ฟางซินที่กำลังนั่งรับสำรับอาหารกล่าว
“คุณหนูรองเล่าเ้าคะ” จินเมี่ยวที่มีสำรับเล็กๆตรงหน้า ถามกลับพร้อมกับทานสำรับไปด้วย
“นางต้องอยู่เรียนเครื่องดีดไปด้วยมิได้หรอก…อีกครึ่งชั่วยามค่อยไป"
“เ้าค่ะ” แล้วสองนายบ่าวต่างก็รับสำรับพร้อมพูดคุยเื่ค้าขายกับบัญชีร้านค้าที่ต้องจัดการ
---++++------------+++++++++
ร้านเครื่องหอม
“วันนี้มิมีสินค้าใหม่เข้ามาพวกเ้าขายถุงหอมที่ท่านป้าหวงนำมาส่งให้หมดก่อน อีกสองวันจะมีดอกไม้หอมที่ข้าสั่งมาเพิ่มจากต่างแคว้นมาทางเรือแล้วค่อยนำไปห่อถุงผ้าเพื่อวางขายต่อไป” ฟางซินเดินดูในร้านเครื่องหอมของนางพร้อมขีดเขียนสิ่งที่ขายได้และไม่ได้ลงบัญชีไว้เพื่อสั่งสินค้าโดยมีเถ้าแก่คอยเดินตาม “เถ้าแก่มุ่นเอาบัญชีงวดนี้มาให้ข้าด้วย ข้าจะคิดค่าแรงให้”
“ขอรับคุณหนู” เถ้าแก่เดินตามไปที่ห้องทำงานและนำสมุดรายได้ส่งให้ตู้ฟางซินไเ้นั่งคิดบัญชีไปเงียบๆ จนเวลาผ่านไปร่วมหนึ่งชั่วยาม
ก่อกๆๆ ก่อกก “คุณหนูเ้าขา…ถึงเวลาสำรับกลางวันแล้วเ้าค่ะ” จินเมี่ยวเคาะประตูเรียกและบอกเื่เวลา
“รอข้าอีกหนึ่งเค่อ(15นาที)” ฟางซินบอกออกไปพร้อมกับตรวจนับเบี้ยค่าแรงงานของคนในร้านเครื่องหอมจัดไว้ตามรายชื่อที่จดไว้เป็คนๆ และเดินออกมาสั่งงานเถ้าแก่ก่อนจะออกจากร้านไป
“คุณหนูอยากทานสิ่งใดเ้าคะ” จินเมี่ยวถามเมื่อเดินออกมาจากร้านเครื่องหอม
“เนื้อตุ๋นที่โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์ก็ได้นะ ข้ามิได้ทานมานานแล้ว” ฟางซินเดินนำไปจนใกล้จะถึงก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยจากด้านหลังของนาง
“ฟางซิน!!!รอข้าก่อน” ไป่เยว่ชิงวิ่งมาทางด้านหลังพร้อมฉุดกระชาก
"อ้ะ!!” ฟางซินถูกดึงจนเซไปด้านหลังยังดีที่นางตั้งตัวได้มิล้มลงไปกับพื้น “ถอยไปให้ไกลจากข้านะเยว่ชิง!!! นับจากวันนั้นข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไม่นับเ้าเป็สหายอีกต่อไป..เชิญเ้าไปตามหาสหายใหม่ผู้โง่งมด้านหน้าเถอะ” ตู้ฟางซินผลักไป่เยว่ชิงอย่างแรง ผลักก!!!
“ว้ายย!!!” เสียงสาวใช้ซือโถววิ่งถลาไปรับคุณหนูของนาง ผู้คนมากมายมองอย่างสนใจ แต่เดิมคุณหนูคู่นี้เป็สหายรักกันมานานเหตุใดวันนี้จึงเกิดการแตกหักกันขึ้นกลางตลาดได้
“ข้ามาพบเ้าวันนี้ก็เพื่อมาขอโทษเ้า เื่ที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดข้าเื่นี้เ้าก็รู้ดีแต่เหตุใดเ้าจึงโกรธเคืองข้าอยู่” ไป่เยว่ชิงทำน้ำตาคลอจนผู้คนสงสาร
“มิใช่ความผิดเ้างั้นรึ??..เช่นนั้นก็คงเป็ความผิดของข้าสินะที่ดวงตามืดบอดรับเ้าเป็สหายในวันนั้น” ตู้ฟางซินเอือมระอากับท่าทางเสแสร้งนี้เต็มทน
ด้านล่างโรงเตี๊ยมสาวใช้นางหนึ่งที่ตู้ฟางซินเคยพบเห็นแต่ก็จำมิได้ เดินเข้ามาใกล้ก่อนที่นางจะเริ่มตวาดใส่ไป่เยว่ชิง
“คุณหนูตู้เ้าคะ” วาวใช้นางนั้นเอ่ยขึ้น
“มีอันใด!!” กล่าวเสียงเข้ม
“คุณหนูของข้าให้มาเชิญคุณหนูขึ้นไปร่ำสุรา้าด้วยกันเ้าค่ะ” กล่าวจบก็ชี้มือขึ้นไป้าของโรงเตี๊ยม ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันมองตามมือที่ชี้ไป ภาพที่ทุกคนเห็นคือ…สาวงามนามจูเหม่ยเซียนโบกมือยิ้มหวานทักทายผู้คนอยู่้า
“ตกลง!!!!” ตู้ฟางซินตอบเสียงดังฟังชัดพลางเหยียดตามองไป่เยว่ชิงที่นั่งเสแสร้งน้ำตาคลออยู่บนพื้น "หึ..ข้าจะย้ายข้าง!!” กล่าวจบตู้ฟางซินก็เดินเชิดหน้าเข้าโรงเตี๊ยมไป