……
ณ คฤหาสน์ไวท์
หลังจากที่อาเทนติยูสได้กลับไปยังจักรวรรดิอาเทนติยูสแล้ว วิศณีตุลย์ก็ได้อยู่ที่คฤหาสน์ไวท์อย่างเงียบเชียบ และพยายามทำตัวเรียบร้อยเพื่อไม่ให้.. อาร์มมิ่งไวท์และพ่อบ้านเฮวส์คอยจับตา..เพื่อมาดูแต่ตัวเธอ
และวิศณีตุลย์ก็ยังอยากที่จะพิสูจน์และ้าที่จะทดลองใช้ของวิเศษที่อาเทนได้ปลุกเสกและร่ายเวทมนตร์กำกับให้แก่จี้ห้อยคอของเธอเอาไว้
ใกล้วันงานเลี้ยงรับรองที่กัสต้าได้ส่งการ์ดเชิญมาให้กับอาร์มมิ่งไวท์ในทุกทีแล้ว..
วิศณีตุลย์เริ่มที่จะเบื่อกับการอยู่ที่คฤหาสน์ไวท์อย่างเงียบๆเข้าไปแล้วล่ะ เธอจึงได้ไปขอร้องกับอาร์มมิ่งไวท์ที่ในห้องทำงานของเขา
“ เอ่อ.. ท่านอาร์มมิ่งขา..ฉานยากจาปายหาฟินลิปกะทิวลี่จางเลยขา เพราะว่าการยู่ที่นี่มันเหงามากขาท่านอาร์มมิ่ง ( เอ่อ.. ท่านอาร์มมิ่งคะ..ฉันอยากจะไปหาฟินลิปกับทิวลี่จังเลยค่ะ เพราะว่าการอยู่ที่นี่มันเหงามากค่ะท่านอาร์มมิ่ง ) ”
วิศณีตุลย์ค่อยๆพูดถึงความ้าของเธอกับท่านเ้าของคฤหาสน์อย่างนอบน้อม
อาร์มมิ่งไวท์ค่อยๆเงยหน้าอันคมคายของเขาขึ้นมามองหล่อน อย่างที่ตัวของเขาในพักหลังๆมานี้นั้น มันเหมือนกับว่าอาร์มมิ่งกำลังพยายามหลบหน้าของเธอเพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง.. ก็พอดีกับการที่วิศณีตุลย์ก็พยายามทำตัวให้อยู่อย่างเงียบๆและเรียบร้อยด้วยแล้ว..
แต่พอเธอได้โผล่เข้ามาหาเขาถึงในที่ห้องทำงานในคราวนี้นั้น วิศณีตุลย์ก็ไม่ได้บอกกล่าวร่วงหน้าอะไรกับเขาเลยด้วยซ้ำ จึงทำให้อาร์มมิ่งนั้นดูออกจะแปลกใจไปบ้างเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นใบหน้าอันบ้องแบ๊วปนความน่ารักของเธอ การที่เขาได้เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ที่เขาได้ทำมันอยู่ทุกๆวันบนโต๊ะหนังสือที่มีเอกสารกองมหึมากองอยู่ที่บนโต๊ะทำงานของเขานั้น!!..
ก็ได้อันตรธาน หายไปในพริบตา จากสายตาที่เหนื่อยล้าจากการเพ่งมองตัวหนังสือที่มากมาย ก็ได้เหมือนกับการได้รับอภัยโทษและได้รับยาใจเข้ามาทดแทนกับการที่เขาได้เจอกับเธอ วิศณีตุลย์เปรียบเสมือนน้ำฝนที่โปรยลงมาใส่เบื้องหน้าของอาร์มมิ่ง เพื่อทำให้เขาได้รับความชุ่มชื้นและเย็นฉ่ำอยู่ในขณะนี้
ท่านผู้นำตระกูลไวท์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่มันได้พันธนาการเขาให้นั่งทำงานมาโดยตลอด.. เพื่อที่จะเดินเข้ามาหาความสดชื่นที่เขาได้ห่างหายไปอย่างที่ถวิลหา..
“ เ้าเหงาเช่นนั้นหรือ ? จึงมาหาข้า.. หรือว่าทนรอและคิดถึงข้าไม่ไหวกันแน่ ? ” อาร์มมิ่งค่อยๆเข้าใกล้วิศณีตุลย์อย่างน่ารักและไม่ใช่การคุกคาม
ใบหน้าของเขาในครา..นี้ ไม่ใช่ใบหน้าที่ทำเ้าเล่ห์ใส่เธออย่างเช่นในทุกๆครั้ง แต่กลับดูอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความห่วงใยและเฝ้าถวิลหา
มันทำให้วิศณีตุลย์แปลกใจ.. ด้วยทั้งน้ำเสียงที่แ่เบาเหมือนกับท่านอาร์มมิ่งเพิ่งจะตื่นนอนหรือว่าเขาเพลียจากการทำงานของเขารึเปล่านะ ? แต่มันก็ไม่ได้ทำให้วิศณีตุลย์ไขว้เขวไปได้หรอก..
“ ท่านอาร์มมิ่งขา ฉานบอกว่าฉานยากเจอเพื่อนเด็กๆของฉานทั้งสองคนขาท่าน ต้องขอโทดด้วยขาที่มารบกวนท่านนายเวลานี้.. ( ท่านอาร์มมิ่งคะ ฉันบอกว่าฉันอยากเจอเพื่อนเด็กๆของฉันทั้งสองคนค่ะท่าน ต้องขอโทษด้วยค่ะที่มารบกวนท่านในเวลานี้.. ) ” วิศณีตุลย์ค่อยๆพูดในสิ่งที่เธอคิดอย่างระมัดระวัง
เหมือนกับว่าอาร์มมิ่งจะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างแล้ว เขาค่อยๆเอามือเสยผมของเขาที่มันอาจจะดูค่อนข้างยุ่งเหยิงไปนิดนึงจากการที่ตัวของเขาได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน จึงทำให้วิศณีตุลย์เห็นในความหล่อเหลาของเขาได้อย่างเต็มๆตา
ทั้งจมูกที่โด่งและคมสัน ใบหน้าเด่นชัดจนเห็นสันกรอบของใบหน้า และดวงตาที่ฉายแววแห่งความกล้าแกร่งและดูมีเสน่ห์ เส้นผมสีบรอนผสมของเขากับดวงตาสีแดงหม่นๆทำให้ใบหน้าของอาร์มมิ่งดูน่ามองอย่างไม่น่าเชื่อ..
วิศณีตุลย์ได้เหม่อมองใบหน้าของท่านผู้นำตระกูลไวท์ไปอย่าง..ไม่ได้ตั้งใจ แต่มันกลับทำให้เขากลับรู้สึกพึงพอใจไปกับสายตาของหล่อนในเวลานี้เป็อย่างมาก
“ เ้าไม่จำเป็ต้องขอโทษกับข้าเลย เพราะที่เ้ามาในครั้งนี้มันทำให้ข้าได้พักจากการทำงานที่เหนื่อยล้าแล้วต่างหากล่ะ ขอบใจมากนะตุลย์ ” อาร์มมิ่งพูดไปและก็อมยิ้มไปด้วย คราวนี้เขาไม่ได้แกล้งหล่อนแต่เขาพูดมันออกมาจากใจ
วิศณีตุลย์เห็นท่าทีที่ดูสุภาพสมกับเป็สุภาพบุรุษของท่านผู้นำตระกูลไวท์แล้ว ก็ทำให้เธอรู้สึกเกรงใจในตัวของเขาขึ้นมาเลยในทันที
“ แต่ว่า..ข้าคงจะให้เ้าไปพบกับเพื่อนเด็กๆของเ้าในเวลานี้ไม่ได้หรอกนะตุลย์ เพราะว่าข้ายังไม่รู้แน่ชัดว่า.. เด็กๆทั้งสองคนนั้น!!..จะนำความเื่ของเ้าไปบอกกับกัสต้าว่าอย่างไรกันน่ะสิ ? ถ้าเผื่อเ้ากัสต้ารู้ว่าข้าให้คนไปเอาตัวของเ้ามา ข้ามิต้องกลายเป็คนเลวอย่างนั้นหรือ ? และบางทีอาจจะต้องเสียชื่อเสียงและอาจจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามอีกภายหลังก็ได้ ” อาร์มมิ่งพยายามอธิบายให้วิศณีตุลย์ฟัง
เมื่อวิศณีตุลย์ได้ฟังแล้ว.. เธอก็คงพอที่จะเข้าใจได้ และเธอก็ไม่อยากที่จะเซ้าซี้ต่ออาร์มมิ่งไวท์อีกครั้ง เธอจึงขอตัวกลับเลยในทันที!! แต่อาร์มมิ่งกลับเป็คนไม่อยากให้เธอรีบกลับไปที่ห้องเสียได้..
“ เอ่อ.. ไหนๆก็มาหาข้าแล้วนี่ ในตอนนั้น..ข้าจำได้นะว่าเ้าอยากที่จะมาหาหนังสือไปอ่านไม่ใช่หรือ ? นี่ไง.. เดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปดูหนังสือที่เ้าอยากจะอ่าน ” อาร์มมิ่งหาวิธีดึงเอาตัวของวิศณีตุลย์ให้อยู่กับเขาไปได้อีกสักพัก
“ อ๋อ..ขา ได้ขาท่าน ดีเหมือนกันฉานยากหาหนาม เสือมาอ่านเพื่อคลายง้าวจิงๆด้วยขา ( อ๋อ..ค่ะ ได้ค่ะท่าน ดีเหมือนกันฉันอยากหาหนังสือมาอ่านเพื่อคลายเหงาจริงๆด้วยค่ะ ) ” วิศณีตุลย์รู้สึกดีใจขึ้นมานิดนึงที่จะได้มีสิ่งของให้ได้ไว้คลายเหงา และจะได้ไม่ต้องนั่งอยู่ในห้องไปอย่างเปล่าประโยชน์ไปวันๆ
อาร์มมิ่งพาวิศณีตุลย์เดินไปรอบๆห้องทำงานของเขาเพราะว่าในห้องนี้มันกว้างใหญ่มาก ถ้าแค่เฉพาะมุมที่เขาทำงานก็จะดูอึมครึม และมีแต่กองเอกสารกองพะเนินที่วางไว้อยู่เต็มโต๊ะทำงานของเขา กับชั้นวางหนังสือที่ไม่ได้ใส่หนังสือเอาไว้ที่ชั้นแต่จะพบกับแฟ้มเอกสารต่าง ๆ หรือหนังสือที่เย็บเป็เล่มๆหานานาวางไว้เป็ปึกๆอย่างน่ากลัวมากๆ เพราะมันไม่น่าที่จะอ่านกันเลยสักนิด..
อาร์มมิ่งพาเดินผ่านตู้เก็บของที่วางกั้นไว้ให้ดูเหมือนกับเป็ฉากกั้นห้อง อีกห้องหนึ่งเพื่อที่จะแยกจากห้องหนังสือกับโต๊ะที่เขาทำงานของเขาไปอย่างสิ้นเชิง ที่ห้องหนังสือนี้นั้น จะมีเตียงไม้สักที่สามารถเอาไว้นอนอ่านหนังสือได้ และจะมีโต๊ะกับเก้าอี้นวมเพื่อไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสืออย่างสบายๆได้อีกเช่นกัน
และที่ข้างฝาก็จะมีชั้นหนังสือที่สูงจนเกือบจะติดกับเพดานของห้อง ซึ่งมันสูงมากๆ และก็จะมีบันไดที่เอาไว้พาดและสามารถเกี่ยวกับชั้นหนังสือเพื่อยึดบันไดให้มั่นคงและทำการปีนขึ้นไปได้เพื่อที่จะหยิบหนังสือที่อยู่ในชั้นสูงๆได้ แถมตัวของชั้นหนังสือของที่นี่ก็มีมากมายเหมือนกับว่าพวกเขากำลังอยู่ในห้องสมุดแห่งชาติกันเลยทีเดียว
วิศณีตุลย์กำลังตื่นตาตื่นใจไปกับหนังสือที่มันมีอยู่มากมายเสียจนเธอเองนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเธอจะเลือกอ่านหนังสือกันในแบบเล่มไหนดี ?
“ ว่ายังไงล่ะ..ตุลย์ เ้าอยากจะอ่านหนังสือเล่มไหนกัน ? ” อาร์มมิ่งถามตุลย์อย่างที่เธอกำลังคิดไว้ไม่มีผิด
“ เอ่อ.. เดี๋ยวขอฉานดูก่อนด้ายหมายขาท่าน เพราะว่าฉานก่อยางม่ายรู้เลยขาว่าจะมีหนามเสือเล่มหนาที่ฉานอ่านได้บ้างขา ( เอ่อ.. เดี๋ยวขอฉันดูก่อนได้ไหมคะท่าน เพราะว่าฉันก็ยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะมีหนังสือเล่มไหนที่ฉันอ่านได้บ้างค่ะ ) ” วิศณีตุลย์ตอบอาร์มมิ่งโดยที่เธอนั้นยังคงทำหน้าตาแบบตกตะลึงอย่างไม่อยากที่จะเชื่อสายตาตัวเองว่าที่ห้องหนังสือแห่งนี้มันจะใหญ่อะไรกันได้แบบนี้กันเนี่ยอยู่เลย..
“ ก็ตามใจเ้าสิ เ้าเลือกหนังสือไปอ่านได้อย่างเต็มที่เลยนะ หรือว่าเ้าจะมานอนอ่านหนังสือที่นี่ก็ได้ถ้าเ้าอยากจะอ่าน แต่ว่า.. ข้าไม่รับรองความปลอดภัยของเ้าในที่นี้หรอกนะ ” อาร์มมิ่งเริ่มทำสายตากรุ้มกริ่มและหลอกล่อกับเธออีกแล้ว แต่มันเป็เพียงการหยอกล้อเธอด้วยสายตาต่างหากล่ะ
“ เอ่อ.. ฉานม่ายทำย่างน้านหรอกขาท่าน ฉานขอเวลาสัก สิบนาทีนะขา ( เอ่อ.. ฉันไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะท่าน ฉันขอเวลาสัก สิบนาทีนะคะ ) ” วิศณีตุลย์พูดอย่างระวังตัว เพราะเธอไม่อยากที่จะทำให้อาร์มมิ่งโกรธและรำคาญในตัวของเธอที่กำลังจะเข้ามายุ่งและวุ่นวายในห้องทำงานของเขา
“ ได้สิ ตามสบายเลยนะ แต่ข้าจะขอนั่งดูเ้าในห้องนี้ไปก่อนนะ..จะได้ไหม ? ” อาร์มมิ่งล้มตัวลงนอนที่เตียงไม้อย่างคนที่้าจะพักเหนื่อย
เขาไม่ได้นั่งรอที่เก้าอี้อย่างที่เขาพูดแต่เขากลับล้มตัวลงนอนอย่างคนที่้าจะพักผ่อนนี่นา..
วิศณีตุลย์เดินเลือกหนังสือตามที่เธอ้าจนเธอได้หนังสือที่เธอคิดว่าจะอ่านได้แล้ว วิศณีตุลย์จึงหันมาที่อาร์มมิ่งเพื่อที่จะบอกว่าเธอได้หนังสือครบตามที่้าแล้ว พลันวิศณีตุลย์ก็ต้องยืนนิ่งไปชั่วขณะ..
เพราะว่าอาร์มมิ่งที่บอกว่าจะนั่งรอเธออยู่ตรงนั้น กลับนอนรอเธอจนเขานั้นได้หลับไป.. วิศณีตุลย์จึงไม่กล้าที่แม้จะเอ่ยปากหรือส่งเสียงอะไรขึ้นมาเลย
‘ เขาคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานของเขาเสียจริงๆนะ ดูสิ..เวลาหลับตาลง.. ผมของเขาที่เคยเสยและจัดแต่งทรงอย่างเนี้ยบแล้วนั้นก็ตกลงมาปรกที่หน้าผาก อย่างกับเด็กๆไปเลยแฮะ!!.. น่ารักไปอีกแบบนะ!!.. จะว่าไปอาร์มมิ่งนี่ก็หน้าตาหล่อคมคายไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย.. เวลาจ้องหน้าใกล้ๆกันอย่างเนี่ย!!.. เล่นเอาใจสั่นเหมือนกันนะเนี่ย แต่เวลาที่เขาหลับในตอนนี้กลับดูเหมือนเด็กๆหน้าตาน่ารักไปเสียได้ เฮ้อ.. ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย..มนุษย์ที่ดินแดนทางแถบนี้ ทำไม ? ถึงมีแต่คนหน้าตาดีๆกันนะ มันทำให้ฉัน..เวลาที่อยู่ใกล้ๆกับคนหน้าตาดีแบบนี้นั้น ฉันก็ได้กลายเป็บล็อกโคลี่ไปเสียเลยแฮะ!! ’
มันช่วยไม่ได้นี่นา..!? ว่าแต่เ้าวิศณีตุลย์เอ๋ย..?? เพราะว่าคนที่นี่เขาเป็เทพบุตรมาจุติกันหรือเปล่า ? แต่เอ้..?? เธอจะเล่นจ้องหน้านายอาร์มมิ่งไวท์นี่!!.. นานเกินไปแล้ว..หรือเปล่านะ ????
ในขณะที่วิศณีตุลย์ของเรากำลังเพ่งมองอาร์มมิ่งไวท์อย่างตั้งอกตั้งใจอยู่นั้น จู่ๆอาร์มมิ่งก็ได้ลืมตาขึ้นมาในทันที!! เขาเห็นวิศณีตุลย์ที่กำลังจ้องมองเขา ( ตั้งนานแล้วด้วยนะ ) อยู่ตรงหน้า
และวิศณีตุลย์ก็ใจากการที่เธอกำลังมองหน้าของเขาอย่างเพลินๆ เพราะว่ามันน่ามองมากน่ะสิ!! จึงทำให้เธอผวาใและรีบผุดลุกขึ้นจากการนั่งจ้องมองเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
อาร์มมิ่งรีบจับข้อมือของเธอและดึงเข้ามาหาตัวของเขาเองในทันที วิศณีตุลย์ไม่ทันได้ระวังจึงเสียหลักและล้มลงใส่แผ่นอกของอาร์มมิ่งไวท์อย่างไม่ได้ตั้งใจเช่นกัน..
“ เอ่อ.. ฉานขอโทษขา ฉานทำให้ท่านตื่นหรือขา ? เอ่อ..ช่วยปอยแขนฉานด้วยขา ( เอ่อ.. ฉันขอโทษค่ะ ฉันทำให้ท่านตื่นหรือคะ ? เอ่อ.. ช่วยปล่อยแขนฉันด้วยค่ะ ) ” วิศณีตุลย์หน้าแดงจนเป็ลูกตำลึงไปเสียแล้ว เธอค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง
อาร์มมิ่งไวท์ค่อยๆปล่อยมือจากการที่เขาจับข้อมือของเธอเอาไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ในเวลานี้หัวใจของเขากลับเต้นตูมตาม และรู้สึกตื่นเต้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ?
‘ อะไรกันนี่ ? ทำไมหัวใจของข้ากลับมาเต้นแรงแบบนี้อีกแล้ว!? เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอผู้นี้!? ตุลย์.. ไม่จริงน่า.. นี่ตัวของข้า ? หัวใจของข้า ? นี่ข้าหลงรักนางไปแล้วอย่างนั้นรึ ? ไม่จริงแน่ๆ ข้าคงจะเหนื่อยจากการทำงานไปมากๆสินะ หรือว่า ? หรือว่าข้าขาดผู้หญิงมานานเกินไปเลยทำให้คิดว่าตัวของข้านั้นเกิดอาการหลงรักนาง ใช่!! มันจะต้องเป็แบบนั้นแน่ๆ สงสัยข้าจะต้องไปเริ่มต้นหาผู้หญิงมาทดสอบร่างกายของข้าใหม่อีกบ้างแล้วล่ะ ’
อาร์มมิ่งคิดว่าตัวของเขาเองผิดปรกติ เพราะโดยปรกติแล้ว เขาไม่เคยมีอาการใจเต้นกับผู้หญิงคนไหนเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าอาร์มมิ่งไวท์นั้นเขาเป็ผู้นำของตระกูลไวท์อยู่ก็จริง แต่เขาก็เป็นักธุรกิจและชายผู้เ้าชู้ไปเสียอีกด้วย ถึงเขาจะเคยมีผู้หญิงมากมายแต่อาร์มมิ่งก็ไม่ได้ฝักใฝ่ในตัวของผู้หญิงคน ใดเลยด้วยซ้ำ โดยมากจะจบกันแค่ในคืนเดียวกันเสียมากกว่า จึงทำให้อาร์มมิ่งไม่สนใจในเื่ของความรักและคู่ครองกันสักเท่าไหร่นัก..
แต่ว่า.. ในเวลา และในขณะนี้ วิศณีตุลย์ เธอแค่เข้ามาในชีวิตของเขาได้เพียงแค่ไม่นาน และตัวของเขาทำไมถึงได้รู้สึกถึงความใจสั่น และแอบตื่นเต้นในทุกๆครั้งที่ได้มองหรือสบตากับเธอกันด้วยนะ..