“ทำไมคิดแบบนั้น”ธัญกล่าวถามด้วยวความสงสัยในคำพูดของผู้หญิงตรงหน้าจู่ๆจะมาบอกว่าเขาชอบน้ำหนึ่งมันก็ทำให้รู้สึกประหลาดในใจเหมือนกัน
รู้จักกับน้ำหนึ่งมาก็เกือบสิบปีแต่เขาก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะชอบอีกฝ่ายในแง่นั้นอีกอย่างน้ำหนึ่งกับเขาเองก็เป็ผู้ชายทั้งคู่ จะมาบอกว่าชอบก็ดูจะเหลือเชื่อเกินไปสักหน่อย
แต่ก็ต้องยอมรับว่าคำพูดของเกลวน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ถึงอย่างนั้นธัญก็เกลียดรอยยิ้มของเกลวเพราะมันดูเหมือนกับว่าสามารถมองเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่งอย่างไงอย่างงั้น
หญิงสาวแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำถามจากปากของธัญ
“นี่ไม่รู้ตัวจริงๆเหรอว่าแสดงออกมาแบบไหน?”เธอค่อนข้างใอยู่ไม่น้อยที่จนถึงป่านนี้แล้วธัญจะไม่รู้ว่าตัวเองแสดงตนต่อหน้าน้ำหนึ่งในแบบไหน
ทั้งๆที่เขาก็รู้กันหมดว่าธัญให้ความสำคัญกับน้ำหนึ่งมากแค่ไหนมันดูมากจนดูเหมือนเกินปกติกว่าคนคนนึงจะให้กับอีกคนได้
“ไม่รู้ ฉันก็ทำตัวปกติ”
คำตอบของธัญทำให้เกลวเชื่อจริงๆแล้วว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ได้สังเกตตัวเองจริงๆ
“อย่างว่านะคะคนนอกมักจะมองเห็นสิ่งที่คนในมองไม่เห็นเสมอ”น้ำชาหอมกรุ่นถูกยกขึ้นมาแตะริมฝีปากสวยอาหารเย็นกับน้ำชาดูไม่เข้ากันจนธัญขมวดคิ้วมอง
“ยังไงนะ ช่วยพูดมาให้ชัดๆทีได้ไหมยัยเกลว”
“ก็ธัญน่ะชอบพี่หนึ่งไม่ใช่เหรอคะ ?”ท่าทีของอีกคนที่ดูลุกลี้ลุกลนแม้จะดูสับสนกับตัวเองพอพูดเื่แบบนี้ขึ้นมาแต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เกลวมั่นใจว่าเื่ที่เธอคิดคงเป็เื่จริงแน่ๆ
เธอเองก็คอยสังเกตเื่ระหว่างธัญและน้ำหนึ่งอยู่เสมอด้วยความบังเอิญหากไม่ติดว่าน้ำหนึ่งเป็ผู้ชายธัญก็ดูแลและปล่อยบรรยากาศรอบตัวออกมาเหมือนแฟนกันไม่มีผิด
หากไม่ใช่แฟนก็คงเป็เพียงแค่การแอบรักข้างเดียวของธัญวลัยนั่นแหละนะ
“จะเป็ยังไงบ้างเนี่ย..”หนึ่งฤทัยขยับแว่นที่ใส่ประจำของตนเองพยายามเพ่งสายตาของตัวเองมองเพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ระหว่างธัญและเกลวที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากสายตาเท่าไหร่
ถึงแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่ทานข้าวด้วยกันแต่เขาก็อดกังวลเกี่ยวกับธัญวลัยไม่ได้อยู่ดี เพราะอีกฝ่ายชอบแสดงท่าทีไม่ชอบเกลวซะอย่างนั้น
ทั้งๆที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กแท้ๆ
น้ำหนึ่งเองที่เป็คนคอยดูแลธัญมาั้แ่เด็กก็พลอยรู้จักกันเกลวผู้เป็ลูกสาวคนเดียวของบริษัทคู่ค้าไปด้วยสำหรับหนึ่งแล้วเธอมีนิสัยและหน้าตาทางสังคมที่เหมาะสมกับธัญวลัยอย่างมาก
ทั้งสวยเก่งและพูดจาไพเราะอยู่เสมอ นั่นเลยทำให้หนึ่งเอ็นดูเธอมากๆราวกับเป็น้องสาวคนหนึ่งซึ่งการเอ็นดูของหนึ่งทำให้ธัญไม่ค่อยพอใจจนงอนเขาอยู่บ่อยครั้ง
คุณน้าหรือคุณศักดินาคุณพ่อของธัญวลัยได้กล่าวคำฝากฝังเขาไว้อย่างดีเพื่อให้ธัญได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไม่ว่าจะเื่อะไรแน่นอนว่ารวมถึงเื่คู่ชีวิตเองก็ด้วย
หนึ่งรู้ดีว่าถ้าเป็ตัวเขาเขาก็คงจะไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตของเขาแต่ว่าทั้งหมดที่ทำไปเขาก็ทำเพื่อธัญทั้งนั้น
จากตำแหน่งที่หนึ่งกำลังนั่งอยู่เห็นเพียงเสี้ยวหน้าของเกลวเท่านั้นตอนนี้เห็นเธอกำลังยิ้มและพูดคุยด้วยท่าทางสนุกสนานอยู่จึงสรุปไปเองว่าสถานการณ์คงจะผ่านไปได้ด้วยดีที่เหลือก็เพียงแต่รอให้ทั้งคู่รับประทานอาหารเสร็จเท่านั้น
ตัวเขาเองก็ต้องทานอาหารเช่นกัน
น้ำหนึ่งจัดการทานอาหารที่ตนเองสั่งมาไว้สักพักแต่ไม่ได้ทานเพราะมัวแต่กังวลเื่ของธัญแม้เนื้อในจานจะเย็นชืดแต่กลับไม่ได้ลดความอร่อยลงแม้แต่น้อย อย่างน้อยรสชาติอาหารที่เลิศหรูก็ทำให้หนึ่งรู้สึกคุ้มค่ากับความเหนื่อยของตัวเองแล้ว
“พี่หนึ่ง”น้ำเสียงของหญิงสาวเอ่ยเรียกแสดงความดีใจออกมาหมดแบบไม่ปิดเลยสักนิดนั่นทำให้ชายที่อยู่ข้างๆยิ่งทำหน้าบึ้งตึงไม่พอใจหนักกว่าเก่า
เกลวที่เดินออกมาพร้อมกับธัญส่งรอยยิ้มและวิ่งเข้ามาหาหนึ่งอย่างระมัดระวังจนหนึ่งกลัวว่าเธอจะพลาดล้มลงไป
นี่ก็เป็เวลากว่าสองเดือนที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันเลยแม้กระทั่งในงานรื่นเริงของเหล่าคนมีฐานะที่มักจะถูกเชิญไปเข้าร่วมอยู่เสมอเมื่อได้เห็นหน้าว่าอีกฝ่ายสดใสสบายดีทั้งๆอยู่กับคอนอย่างธัญคงถูกใช้งานอย่างหนักแน่ๆก็รู้สึกดีใจขึ้นมา
“อยู่กับธัญคงเหนื่อยแย่เลยนะคะ”หนึ่งหัวเราะออกมาทันทีที่ถูกทักคำแรกก็เป็ประโยคนี้เสียแล้วเกลวทำท่าจะเข้ามากอดหนึ่งจนธัญต้องเอาตัวมาขวางกันไว้แล้วไล่เกลวให้ออกไปไกลๆ
ระหว่างนั้นคนขับรถของเกลวก็มาถึงพอดีทั้งสองฝ่ายบอกลากันโดยเกลวไม่ลืมที่จะย้ำเตือนความจำกับธัญถึงเื่ที่เขาคุยกันก่อนหน้านี้
“ถ้างั้นก็พยายามเข้านะคะธัญ”เธอยิ้มพลางส่งสัญญาณมือเป็เชิงให้กำลังใจแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะตีหน้าซื่อทำตัวเหมือนไม่รู้เื่อยู่แล้ว
“เื่อะไร”
“พี่หนึ่ง”
“ครับ?”หนึ่งเอ่ยตอบรับทันทีที่ได้ยินชื่อของตัวเองแต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะออกมาด้วยความนึกเอ็นดูและตอบกลับมาว่าไม่ได้เรียกซะอย่างนั้น
“เปล่าค่ะเกลวไม่ได้เรียก”
“ก็บอกแล้วว่ายัยเกลวนิสัยไม่ดี”ธัญว่าพลางเสสายตาไปมองทางอื่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แม้ตนเองจะรู้เื่ที่เกลว้าจะสื่อดี
“ธัญ..”ไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่ของวันที่น้ำหนึ่งต้องคอยเอ็ดเพราะคำพูดคำจาที่ไม่น่าฟังของธัญ
“งั้นเกลวไปนะคะพี่หนึ่งเดี๋ยวถึงบ้านแล้วเกลวจะส่งข้อความไปบอกนะคะ”เธอกล่าวบอกลาและโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นรถที่เข้ามาจอดเทียบอย่างพอดิบพอดี
“โอเคครับกลับบ้านดีๆนะเกลว ไว้วันหลังมาทานข้าวกับธัญใหม่นะ”
“ไม่มีครั้งหน้าจะดีกว่านะคะ”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแม้ใบหน้าจะยังยิ้มอยู่ก็ตามทำเอาเ้าของชื่อที่ถูกพาดพิงยิ่งแสดงอาการโกรธมากกว่าเดิม
“เกลว???”
“ไปก่อนค่ะราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่หนึ่ง”กระจกดำที่เลื่อนขึ้นจนกระทั่งปิดใบหน้าของหญิงสาวรถคันหรูเริ่มเคลื่อนตัวไปทางด้านหน้าเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมายโดยทิ้งไว้เหลือเพียงสองชายหนุ่มที่ยังคงยืนกันอยู่ตรงที่เดิม
“ยัยเกลวมันร้ายอะไรๆก็พูดแต่พี่หนึ่งๆ”ทั้งที่ที่รถคันหรูของเกลวหายลับสายตาสิ่งแรกที่ธัญทำก็คือการนินทาผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงสนทนาอย่างทันที
“เราเองก็เหมือนกันนั้นแหละ”การแสดงออกของเกลวสำหรับหนึ่งแล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่อาจจะเป็เพราะเขาดูแลทั้งสองคนมาเลยทำให้ทั้งสองคนติดเขาพอสมควรถึงแม้ว่าตอนนี้พอโตขึ้นเกลวจะไม่ได้ติดเขามากเท่าแต่ก่อนก็เถอะ
“เหมือนกันตรงไหน ?”ธัญทำหน้ายู่เมื่อถูกบอกว่าตัวเองนิสัยเหมือนกับคนอย่างเกลว
“นิสัยเหมือนกันแบบไม่แปลกใจเลยล่ะ”น้ำหนึ่งหัวเราะออกมาใจนึงก็นึกเอ็นดูทั้งคู่ที่ถึงแม้จะโตกันจนถึงป่านนี้แล้วแต่นิสัยกลับไม่ได้ต่างไปจากตอนเด็กเท่าไหร่นัก
“แล้วพี่ชอบไหม ?”บรรยากาศรอบข้างเงียบไปหนึ่งอึดใจแม้จะเพียงเสี้ยววิแต่ก็ััได้ถึงความอึดอัดก่อนที่หนึ่งจะพูดขึ้นมาทำลายความอึดอัด
“กลับบ้านกัน”
ที่จริงแล้วน้ำหนึ่งเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำบรรยากาศให้มันอึดอัดหรอกเพียงแต่ว่าเมื่อใดก็ตามที่ธัญพูดแบบนี้ขึ้นมาก็จะมักทำให้เขาไปไม่เป็อยู่เสมอ
เพราะไม่รู้ว่าพูดออกมาด้วยความสงสัยจริงๆหรือว่าเพราะอยากหยอกล้อเฉยๆ
พักหลังๆมานี้ธัญเริ่มทำตัวแปลกๆกับเขาอยู่เสมอเช่นการพูดไปในเชิงว่าคิดกับเขามากกว่าพี่น้องยังไงอย่างงั้น แต่พอดูอีกทีก็อาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้
อาจจะเป็เขาฝ่ายเดียวที่อาการแปลกๆไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าธัญจะล้อเล่นหรือไม่ในคืนนั้นน้ำหนึ่งก็นอนไม่หลับเพียงเพราะคำถามสั้นๆของธัญอยู่ดีแม้จะรู้สึกพลาดมากที่ดันถูกเด็กปั่นหัวเล่นแต่เขาก็ได้แต่โทษตัวเองว่าดันเก็บเอาคำพูดมาคิดมากกว่า
00 : 00
เวลาผ่านไปล่วงเลยจนถึงศูนย์นาฬิกาบ่งบอกถึงเวลาของวันใหม่แม้ในยามนี้น้ำหนึ่งสมควรที่จะนอนหลับฝันดีได้แล้วแต่ก็ยังตื่นแบบเต็มตาอยู่
เพียงเพราะคำว่า‘ชอบ’ ที่อยู่ในประโยคจากปากของธัญดูจะมีอิทธิพลกับเขามากเป็พิเศษ
เด็กมันก็หยอกมาอยู่ตั้งนานมาทำใจสงบอะไรตอนนี้ไม่ได้กันนะ
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นหน้าห้องนอนถ้าเป็วันอื่นน้ำหนึ่งคงเมินเสียงและหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าแล้วแต่เพราะว่าวันนี้นอนไม่หลับแม้จะทำงานหนักมาทั้งวันเขาจึงฝืนแรงตัวเองลุกไปเปิดประตูดูเสียหน่อยว่าใครกันที่เข้ามากวนถึงห้องยามวิกาล
“ครับ .. ? อ้าวธัญ”หนึ่งส่งเสียงประหลาดใจ นี่นับเป็ครั้งแรกในรอบปีที่เห็นธัญมาอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนของเขาปกติเลยเวลานอนแล้วก็แทบจะไม่ได้ยุ่งกันแท้ๆ
อีกฝ่ายอยู่ในชุดนอนสีเข้มกางเกงขาสั้นตามประสาชายหนุ่มกำลังจะนอนแม้สีหน้าจะดูไม่ได้มีความง่วงแต่น้อยก็เถอะ
“ขอนอนด้วย”อีกฝ่ายกล่าวมาแต่บุกกันมาถึงหน้าห้อง ถ้าหากจะไม่ได้นอนด้วยก็ยังไงอยู่ถึงจะรู้สึกแปลกๆอยู่บ้างที่จะมานอนด้วยกันเอาป่านนี้ แต่ถ้าอีกคนจะเดินลากขากลับห้องไปก็ดูจะน่าสงสารเขาจึงยอมเปิดประตูออกกว้างและยอมให้ธัญเข้ามาในห้องแต่โดยดี
ในห้องของน้ำหนึ่งถึงจะดูดีอยู่พอประมาณแต่ก็ไม่ได้กว้างแบบสิ้นเปลืองเหมือนอย่างห้องนอนของธัญวลัยเตียงใหญ่ที่เคยนอนพอจนกลิ้งไปมาได้สำหรับน้ำหนึ่งก็ดูจะเล็กลงอย่างถนัดตาเมื่อต้องนอนกันองคน
นี่มันก็ดึกมากแล้วแถมธัญเองก็ยังมีเรียนวันพรุ่งนี้อีกด้วยยิ่งทำให้น้ำหนึ่งยังไม่กล้าเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่จะมานอนด้วยกันกับเขาทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบมีเพียงแต่เสียงของเครื่องปรับอากาศเท่านั้น
“พี่หนึ่ง”จู่ๆธัญก็เอ่ยปากเรียกชื่อภายใต้ความเงียบเล่นเอาน้ำหนึ่งแอบใอยู่ไม่น้อยเขาส่งเสียงในลำคอตอบกลับไปเบาๆเป็เชิงปล่อยให้อีกคนพูดก่อน
“ธัญว่าธัญชอบพี่หนึ่ง”