“เสียงอะไรน่ะ?”
เมื่อเข้ามาในบ้านฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากชั้น 2 ของบ้าน ฉันจึงเดินตามเสียงนั้นไป
มีเสียงคนดังออกมาจากห้องนอนของฉันได้ยังไง?มันไม่น่าจะมีใครอยู่ในห้องของฉันตอนนี้สิ ถ้าจะมีก็คงจะเป็จูวอน แต่วันนี้เขาบอกว่าจะกลับดึกนี่นาฉันถึงได้วางแผนยกเลิกนัดที่ต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัดเพื่อที่จะได้มาจัดงานวันเกิดแบบเซอร์ไพรส์ให้เขาอยู่นี่ไง
“.................”
ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ ห้องของตัวเองเรื่อย ๆ และเสียงก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
ประตูที่ไม่แม้จะปิดเลยแม้แต่นิดแง้มออกมาครึ่งบานและภาพที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้ามันทำให้ฉันช็อคจนพูดอะไรไม่ออกเลย
มันเป็ภาพของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็สามีของฉันที่กำลังสวีทหวานและสนุกสุดเหวี่ยงอยู่บนเตียงกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็เพื่อนสนิทของเขา
“เฮอะ!!นี่ฉันกำลังเห็นอะไรอยู่?”
ฉันพึมพำออกมาด้วยความหัวเสียเล็กน้อย
“.......!!.......”
ทั้งสองใและหยุดชะงักทุกการกระทำและพร้อมเพรียงกันมองมาที่ฉัน
ฉันควรทำยังไงดี?
ฉันควรเดินออกไปจากห้องนี้หรือฉันควรที่จะเดินไปหยุมหัวของใครสักคนตรงนั้นดี?
ที่ฉันคิดว่าตัวเองไม่ได้มีปัญหาอะไรในความสัมพันธ์และสามารถประคับประคองมันมาได้คงจะเป็ความเข้าใจผิดไปเองของฉันคนเดียวสินะ!!
ทั้งที่ไม่ได้รู้อะไรเลย
“เอ่อ.....คือ.......”
ชายหนุ่มรีบเอาผ้าห่มคลุมให้หญิงสาวที่อยู่ข้างกายอย่างรวดเร็วก่อนที่จะลุกขึ้นเดินมาหาฉัน
“ที่รัก!!คือมัน.......”
เขาพูดอึกอักพลางจับมือฉันไว้
“คุณไม่มีแม้แต่คำพูดจะอธิบายหรือคำจะแก้ตัวเลยเหรอ?”
ฉันพูดพลางจ้องมองเขาเพื่อคาดคั้นให้เขาอธิบายอะไรก็ได้ออกมาสักอย่าง
“ที่รัก......ผม...... ขอโทษ”
คำพูดเบาๆ หลุดออกมาจากปากของเขาที่กำลังพึมพำ
“สนุกมากใช่ไหม?ที่เห็นฉันเป็คนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย แล้วยิ้มให้คุณในทุก ๆ เช้า”
“ที่รัก........มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ”
เขากุมมือฉันแน่น
“นานแค่ไหนแล้ว?”
ฉันถามด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยพร้อมกับดึงมือของตัวเองกลับมา
“ที่รัก........เราไปคุยกันข้างนอกเถอะนะ”
เขาดึงมือฉันไปจับอีกครั้ง
“เฮอะ!!”
ฉันมองค้อนเขาด้วยความไม่พอใจ
ฉันหวังอะไรอยู่เนี่ย!!
“ฉันเห็นเธอเป็เพื่อนที่ดีมาโดยตลอดเลยนะ”
ฉันหันไปบอกหญิงสาวที่จ้องมองพวกเราอยู่บนเตียงก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
“คือว่า....มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ”
เขาเริ่มพูดหลังจากที่ปิดประตูห้อง
“ไม่ใช่อะไร”
ฉันถามกลับ
“เื่มันซับซ้อนน่ะไว้ผมจะเล่าให้ฟังนะ”
เขาพูดแก้ตัว
“ทีหลัง?เมื่อไหร่? อีกนานแค่ไหน? นี่ฉันต้องมาฟังคำแก้ตัวของคุณหลังจากนี้ด้วยเหรอ?”
ฉันพูดไปตามที่คิดเพราะฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เห็นมันชัดเจนเกินไปที่จะเป็แค่เื่เข้าใจผิดกัน
“ที่รักอย่าเป็แบบนี้สิ”
เขาพูดอย่างเหนื่อยใจ
“เราหย่ากันเถอะ”
ฉันบอกเรียบๆ
“ห๊ะ!!อะไรนะ? ไม่!! ไม่มีทางนี่คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม?”
น้ำเสียงเขาดูหัวเสียสุดๆ
“รู้สิ!!ฉันเคยคิดว่า......ถึงคู่เราจะไม่ได้หวานเหมือนคู่อื่น แต่มันก็ยังมีความเชื่อใจอยู่บ้างแต่ฉันคงจะคิดผิดไปเอง เราพอกันแค่นี้เถอะ”
ฉันอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด
“คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทางที่จะเป็ไปได้ลืมมันไปซะ”
เขาเริ่มโมโห
“ที่รักจะหย่าจริงๆ เหรอคะ?”
หญิงสาวที่ใส่ผ้าขนหนูผืนเดียวเดินออกมาจากห้องแล้วตรงไปควงแขนชายหนุ่ม
“ใช่!!ไม่ต้องห่วง”
ฉันตอบแทนชายตรงหน้าที่ยืนจ้องมองฉันด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
“ไม่!!
เขาค้านพลางจ้องหน้าฉันเขม็ง
กรี๊งงงง ๆ ๆ ๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตัดความตึงเครียดตรงหน้า