บทที่ 6ทุนรอน
แสงอรุณโผล่พ้นขอบฟ้าเสียงนกกาขับขานเป็การเริ่มต้นชีวิตคู่ของคุณชายตกอับกับบุตรสาวอนุผู้เลอโฉมตามที่นักเล่าเื่ได้แต่งบทประพันธ์ขึ้นมาให้ทันเหตุการณ์
อ้ายเหรินเก็บที่นอนด้วยความเคยชินขณะที่หลงอี้ก้าวออกมาจากฉากม่านหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จชายหนุ่มมองไปยังเตียงนอนที่เรียบร้อย
“เื่พวกนี้เ้าให้สาวใช้ทำก็ได้”
“ฮึ่ย! คุณชายลู่ข้ารู้สถานการณ์ในจวนท่านดีอะไรที่ช่วยกันประหยัดได้ก็ต้องช่วยกันประหยัดอีกอย่างตอนนี้สกุลลู่ไม่ได้มั่งคั่งอย่างแต่ก่อนนับจากนี้ข้าเองก็ต้องขยันให้มากขึ้น”
ลู่หลงอี้มองภรรยาของตน ไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองจะได้ยินสิ่งที่นางพูดกับหูเช่นนั้นเขาควรให้นางแสดงความสามารถในการหาเงินหน่อยจะเป็ไรแม้ว่าในอนาคตเขาและนางอาจจะมองหน้ากันไม่ติดก็ตาม
ยามเฉิน(07.00 - 08.59 น.) หลงอี้ได้พาภรรยาเข้ามายกน้ำชาให้มารดาของตนตามธรรมเนียมปฏิบัติแม้ฮูหยินลู่จะรับน้ำชาแต่ใช่ว่านางจะรับมาดื่ม แต่กลับวางไว้ที่โต๊ะข้าง เป็การประกาศว่าตนเองไม่ยอมรับสะใภ้ผู้นี้กลายๆส่วนอ้ายเหรินก็พอจะรู้ว่าคนที่ฮูหยินลู่้ามาเป็สะใภ้ไม่ใช่นางแต่เป็อ้ายฉี
“ยามนี้สกุลลู่ตกต่ำ เ้าเองก็คงไม่เต็มใจนักที่จะแต่งเข้ามา”
ฮูหยินลู่เปรยขึ้นสำหรับอ้ายเหรินหากจะบอกว่ายินดีแต่งเข้ามาคงเป็การดูิ่ผู้าุโแต่หากจะตอบแบบไม่เกรงใจ ก็นำเื่เดือดร้อนมาใส่ตัวสะใภ้เช่นนางตกเป็จำเลยทั้งขึ้นทั้งล่องอ้ายเหรินมองไปที่ฮูหยินลู่เพื่อแสดงความจริงใจ
“ท่านแม่ ข้าเองก็เพิ่งแต่งเข้ามาในสกุลลู่จะคงต้องขอคำชี้แนะจากท่านให้มาก”
“รู้จักเอาตัวรอด”
“เื่ที่ผ่านมา แล้วก็ให้ผ่านไปเถิดเ้าค่ะมิสู้พวกเรามาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกันจะไม่ดีกว่าหรือเ้าคะสกุลลู่แม้จะลำบากแต่ใช่ว่าจะไม่สามารถพลิกฟื้นกลับคืนมาได้ทั้งนี้จำต้องอาศัยท่านแม่เป็ผู้ชี้แนะ”
สีหน้าความพอใจของฮูหยินลู่ประดับเต็มวงหน้าทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่านางคือบุตรสาวของเสิ่นนั่ว สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป แต่อีกใจก็อดไม่คิดไม่ว่าสะใภ้ผู้นี้ช่างประจบเอาใจคนเก่งส่วนลู่หลงอี้เองก็คิดไม่ต่างกัน ฮูหยินลู่โบกมือน้อยๆ ให้ทั้งสองลุกขึ้น
ส่วนอ้ายเหรินขยับเข้าหาแม่สามี ก่อนที่จะทำการบีบนวดเพื่อเอาใจรวมถึงอยากรู้ว่าฮูหยินลู่จะอยู่ที่เมืองหลวงนานเท่าใดทั้งนี้เพื่อที่นางจะได้ขายสุราที่หมักไว้ให้หมด
“ท่านแม่ ข้ากำลังคิดว่าหากเรามีกิจการเล็กๆคิดว่าสกุลลู่จะต้องมั่งคั่งฟื้นตัวได้เร็วแน่ ท่านว่าจริงหรือไม่”
“อืม แต่ว่าเราไม่มีเงินทุนจะเปิดกิจการได้อย่างไร?อีกอย่าง พวกเราอยู่ที่นี่ไม่ได้นานเพราะจะต้องเดินทางกลับไปเจียงจู เพื่อควบคุมเสบียงทัพให้กับฝ่าารวมถึงชดใช้หนี้..”
น้ำเสียงหยุดลงแค่นั้นส่วนอ้ายเหรินพอจะคาดเดาได้ว่าฮูหยินลู่คิดกังวลเื่ใด แต่ถึงกระนั้นก็ต้องหาเงินเผื่อตนเองด้วยมิใช่หรือ?มิใช่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักเพื่อชดใช้หนี้แต่ไม่มีเหลือให้ตนเอง
“ท่านแม่ ก่อนที่ข้าจะแต่งเข้าสกุลลู่ ข้าก็คิดเอาไว้แล้ว เงินทองหายากก็จริงแต่ใช่ว่าจะหามาไม่ได้อีกอย่างก่อนที่เราจะจากเมืองหลวงไป ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนไว้บ้าง”
“คำพูดของอ้ายเหรินก็ไม่เลวนะขอรับท่านแม่สกุลลู่เราสูญเสียรากฐานที่เมืองหลวงไป เราควรที่จะสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่”
เมื่อก่อนสกุลลู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อหลายจวนแต่กลับพบว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นเป็เพียงเปลือกนอกผู้คนที่เข้ามาต่างแสวงหาเพราะผลประโยชน์ทั้งสิ้น
“เ้าอยากทำสิ่งใดก็ทำเถิดแต่อย่าทำให้ตนเองเดือดร้อนก็พอแล้ว”
ฮูหยินลู่ใจอ่อนลง ก่อนจะหันไปทางหลี่มามาที่ยืนอยู่ด้านข้างให้ไปนำหีบเงินที่นางเก็บออมมา เพื่อให้ทั้งสองใช้เป็ทุนรอนเพื่อสร้างกิจการ
“นี่คือทุนรอนที่จะให้พวกเ้าสองคนตั้งตัว”
“ขอบคุณขอรับ/ขอบคุณเ้าค่ะ”
อ้ายเหรินมองไปทางถ้วยชา แม้ว่าฮูหยินลู่จะไม่รับน้ำชาจากนางก็ไม่เป็ไรจะว่าไปแล้วฮูหยินลู่ก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนกับแม่สามีของครอบครัวอื่นๆซ้ำนางยังให้เงินทุนมาตั้งกิจการ ไม่ว่าแม่สามีจะมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่แต่ถึงอย่างไรนางคือสะใภ้ก็จะคืนทุนให้แม่สามีพร้อมกับผลกำไรอย่างแน่นอน
สำหรับอ้ายเหรินมีคติที่ว่าดีมาดีตอบ หากร้ายมานางเองคงไม่อาจนิ่งนอนใจความคิดของหญิงสาวในตอนนี้สับสนวุ่นวายไปหมดแต่ทั้งนี้เป้าหมายคือต้องมีเงินให้มากจากนั้นพาน้องสาวและท่านแม่ออกมาจากสกุลเสิ่นให้ได้ก็พอ
ชายหนุ่มชำเลืองมองมาทางหญิงสาวที่มีสีหน้าครุ่นคิด จึงได้สะกิดนางให้รู้ตัว
“ทุกอย่างในจวนนี้ คงต้องรบกวนให้เ้าดูแล”
“ทะ ทุกอย่างเลยหรือ?” นางถามอย่างตะกุกตะกัก
“ได้ยินว่าเ้าเก่งกาจเื่การค้าข้ากับท่านแม่เองก็ไร้ซึ่งหนทาง ทั้งนี้คงต้องมอบให้เ้าเป็ผู้ดูแล”
สีหน้าของชายหนุ่มในชุดสีซีดพลันสลดขึ้นพร้อมกุมมือของหญิงสาวเอาไว้ราวกับจะฝากฝังชีวิตนี้ไว้ในมือนางการมีสามีเป็ผู้ตามก็ดีไม่น้อย แต่สำหรับอ้ายเหรินกลับรู้สึกว่าถูกหลอกใช้อย่างไรไม่รู้
คุณชายลู่คงถูกเลี้ยงมาเป็ผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วจริงๆแม้แต่อยู่ในสถานการณ์ลำบากยังคงสุภาพ ไม่ตวาดไม่ดุด่านับว่าเป็ความโชคดีของนางเป็แน่แท้แล้ว ที่มีสามีอยู่ในโอวาทเช่นนี้ หญิงสาวได้แต่คิด
ขณะหญิงสาวทำหน้าครุ่นคิด ชายหนุ่มกลับกลั้นขำเอาไว้แต่พอนางหันมาสบตาเขาก็พลันทำสีหน้าเชื่อมั่นในตัวนางอย่างเหลือล้นยิ่งทำให้หญิงสาวมีความฮึกเหิมเป็เท่าตัว
“สามีโปรดวางใจภรรยาเช่นข้าจะพาท่านไปสู่ความมั่งคั่งเองเ้าค่ะ”
“อืม ข้าเชื่อว่าเ้าจะต้องทำได้”
ฮูหยินลู่ลอบเบะปากให้บุตรชาย ที่เออออตามภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามาหากไม่รู้จักนิสัยใจคอของหลงอี้ คงคิดว่าเขาเป็ผู้ดีตกยากจริงๆแต่สำหรับมารดาแล้ว หลงอี้เป็คนเ้าเล่ห์มักใช้ความอ่อนแอหลอกล่อผู้คนให้ตายใจยอมทำในสิ่งที่ตนเอง้า จากนั้นค่อยจัดการทีหลัง นับว่าโเี้ไม่น้อย
หากไม่ประสบความลำบากถึงขั้นเอาชีวิตไม่รอดก็คงไม่ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้กระมัง
ส่วนสะใภ้นางเป็แค่ลูกอนุ ไฉนเลยจะทันเล่ห์เหลี่ยมของบุตรชายนางจะว่าไปทั้งสองนับว่าเหมาะสมกันอยู่บ้างหากไม่ติดเื่ที่นางเป็บุตรสาวของเสิ่นนั่ว
หลังจากคารวะแม่สามีแล้วเสร็จ อ้ายเหรินนำเงินมาตรวจนับเพื่อแบ่งจัดสรรการสร้างอาชีพขณะเดียวกันหลงอี้นั่งเท้าคางชำเลืองมองหญิงสาวอยู่ตลอด
“ฮูหยินเ้าคิดจะเปิดกิจการอะไรหรือ”
“ตอนนี้เรามีเงินตั้งร้านค้าแล้วเห็นทีเราต้องไปป่าวประกาศแก่ผู้คนให้เป็ที่รู้จัก ดีหรือไม่คุณชายลู่ โอ!ไม่สิ ต้องเรียกท่านว่าสามีถึงจะถูก”
“แล้วเ้าคิดจะทำกิจการอะไร”
การที่จะลู่หลงอี้ถามเช่นนี้ คงเป็กังวลว่านางจะทำการขาดทุนเป็แน่เห็นทีนางควรจะพาเขาไปทำความรู้จักกับสหายทางการค้าให้เห็นหน้าคร่าตากันไว้
“ท่านพี่ ข้าจะพาท่านไปทำความรู้จักกับคู่ค้าเอาไว้สักหน่อย”
“คู่ค้าอย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้องเ้าค่ะ และอีกอย่างพวกเราควรผูกมิตรกับพวกเขาเอาไว้ อาศัยชื่อเสียงท่านที่มาเยือนเมืองหลวง พลิกวิกฤติให้เป็โอกาส ”
เมื่อได้ร่างบางรีบฉุดรั้งชายหนุ่มให้ลุกขึ้นเดินตามทว่าชายหนุ่มขัดขืนเล็กน้อย
“เ้าจะพาข้าไปไหน”
“ไปพบคู่ค้า”
“ไปเดี๋ยวนี้เลยหรือ?”
ปากเล็กขมุบขมิบก่อนที่จะพยักหน้าให้แต่ดูเหมือนว่าสามีในนามจะไม่ค่อยอยากพบปะผู้คนเท่าใดนักหรือไม่ก็อาจจะอายที่ตกอับ ดังนั้นนางจะต้องให้เขาสวมิญญาพ่อค้าหน้าหนา ถึงจะพาครอบครัวอยู่รอดได้
“ท่านพี่ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ รีบตามข้ามาเ้าค่ะ”