หลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า

    บทที่ 112 ชูเกียรติของวีรสตรี

    บทที่ 112 ชูเกียรติของวีรสตรี

     

    การแสดงชุดแล้วชุดเล่าขับกล่อมบรรยากาศให้ดียิ่งขึ้น ถือว่าเป็นการทำงานหนักของทางพระราชวังจริงๆ โดยเฉพาะเจ้ากรมพิธีการที่ตอนนี้กำลังนั่งยิ้มหน้าบานอยู่ เขามีความสุขมากที่ทุกอย่างราบรื่นดี หลี่ชิงหมินก็พลอยได้ประโยชน์จากการกินและชมการแสดงเหล่านี้ เขารู้สึกเหมือนกับอยู่ในฝันไม่มีผิด

                

    อย่างไรก็ตาม ชุดการแสดงต่อไปนี้ทำให้เขาต้องเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ คนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีปรากฏตัวขึ้นในชุดสีขาวสดใสบนลานการแสดงที่อยู่ไกลออกไป ที่นั่นถูกจัดเอาไว้ให้เป็นวงกลม เดิมทีมีนักดนตรีล้อมวงอยู่ที่นั่น แต่เมื่อการแสดงนี้ปรากฏขึ้น...นักดนตรีทั้งหลายก็ค่อยๆถูกนางรำนำผ้าม่านสีขาวไปบดบังเอาไว้

                

    ฉากหลังเป็นสีขาวโพลน และจู่ๆก็ค่อยๆมีน้ำไหลซึมออกมาจนทำให้พื้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ หญิงสาวผู้หนึ่งที่คลุมหน้าคลุมตาเดินนวยนาดขึ้นมา ท่าทางของนางสง่างามเหลือเกิน ดูแล้วสูงส่งชนิดที่ว่าคนธรรมดาไม่ควรคิดอาจเอื้อม

                

    ใบหน้าของนางถูกปิดด้วยผ้าคลุม แต่สามารถมองเห็นความงดงามอยู่ใต้ผ้าผืนนั้น หลี่ชิงหมินเห็นชื่อของผู้ที่กำลังทำการแสดงผ่านทักษะของเขาอยู่แล้ว เพื่อป้องกันความผิดพลาดทั้งหมด เขาไม่มีทางปล่อยให้ทุกอย่างคลาดสายตาไปได้ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ชิงหมินก็กลัวว่าทุกย่างก้าวเหล่านี้จะเต็มไปด้วยกับดัก

                

    แม้เขาไม่ตาย แต่เจ้ากรมพิธีการที่ผันตัวมาเป็นพันธมิตรกันแล้วอาจจะต้องตายก็ได้ ชิงหมินยังไม่ต้องการเสียขาทองคำไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เขาอุตส่าห์ลงแรงไปมาก อย่างนั้นก็ต้องทำให้ตระกูลจงอยู่รอดปลอดภัย

                

    เป็น...แม่นางจางหลิวอี้!!

                

    สตรีผู้นั้นถึงกับได้ขึ้นทำการแสดงชุดพิเศษ ช่างน่าประทับใจจริงๆ เขาหันไปมองเจ้ากรมพิธีการที่มองดูอยู่อย่างลุ้นระทึกเหมือนกัน ดูท่าแล้ว...เขาก็น่าจะเป็นห่วงการแสดงนี้ไม่น้อย

                

    อันที่จริง คุณหนูจางนั้นเพียบพร้อมและสมควรจะได้ชื่อว่าสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง หากเป็นการแสดงในงานพิธีอื่นๆ เขาสามารถให้อีกฝ่ายร่วมแสดงได้อย่างเต็มที่ แต่นี่....นี่คือการแสดงต้อนรับกลุ่มการค้าสกุลทงที่ยิ่งใหญ่ หากผิดพลาดขึ้นมาย่อมมีหัวของเขาเป็นตัวประกันด้วย

                

    คราแรกที่คุณหนูจางมาขอว่าต้องการมีส่วนร่วมด้วย เขาปฏิเสธไปทันที แต่สุดท้าย...ผู้นำตระกูลจางได้มาพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว เดิมทีคิดว่าจะแข็งขืนไปตลอด ทว่าอำนาจตระกูลจางไม่ใช่น้อยๆ เขาจำเป็นต้องปล่อยให้นางได้ทำการแสดงไปตามที่ต้องการ

                

    แถมหญิงสาวผู้นี้ก็มีความมั่นใจมากกว่าที่คิด นางไม่แม้แต่จะบอกชื่อการแสดงของตนเองด้วยซ้ำ เพียงแค่บอกว่าจะแสดงลำดับที่เท่าไร ใช้เวลานานแค่ไหน ขนาดบทเพลงที่จะทำการแสดงก็ยังขอให้เปลี่ยนนักดนตรีเป็นคนที่นางเตรียมเอามาเองเลย

                

    เจ้ากรมพิธีการจึงเหมือนกับทุกๆคนที่นี่ ที่ไม่ได้รู้เลยว่าสาวงามที่เปรียบเหมือนเทพธิดาจากสวรรค์ผู้นั้นคิดจะทำสิ่งใดกันแน่

                

    เสียงเพลงบรรเลงขึ้นทีละคำๆ เสียงร้องไม่ได้มีความหมายนัก เป็นเพียงเสียง “ฮึมฮำ” ที่ดูค่อนข้างเศร้า หญิงงามนวยนาดอยู่บนพื้น ใช้เท้าขาวของตนเองตวัดแอ่งน้ำกระจายเป็นครึ่งวงกลมสวยงาม ดูแล้วทำให้บุรุษมากมายลอบสูดลมหายใจเข้าปอด เท้าที่ขาวเรียวงามนั้น แม้ว่านางรำทั้งหลายจะได้รับสิทธิพิเศษที่จะไม่ถือว่าเป็นการเสียมารยาท แต่เท้าของนักร่ายรำจะเหมือนกับเท้าที่งดงามของคุณหนูผู้หนึ่งได้หรือ?

                

    นางรำย่อมต้องใช้เท้าของตนเองบ่อยๆ บางคนมีบาดแผล บางคนก็มีรอยดำคล้ำเพราะฝึกหนัก ทว่าเท้าเปลือยเปล่าที่งดงามและขาวเนียนเช่นนี้ พวกเขายังไม่เคยเห็น แสดงว่า...สตรีผู้นี้ไม่นับเป็นนางรำมืออาชีพ!

                

    หลายคนต้องการรู้ว่าใครกันที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้านี้ น้ำสะอาดค่อยๆชโลมร่างกาย เปลี่ยนผ้าสีขาวให้แนบเนื้อมากยิ่งขึ้น จากนั้นเสียงดนตรีก็เปลี่ยนจากเศร้าหมองเป็นอึกทึก การเปลี่ยนจังหวะกะทันหันรับเข้าพอดีกับการร่ายรำที่เปลี่ยนไป สตรีที่อยู่บนเวทีกระโดดไปมาจนทำให้นางดูเหมือนกับว่ากำลังหนีกับศึกครั้งใหญ่ของทวยเทพ

                

    กระบี่เรียวยาวถูกหยิบออกมาจากมุมหนึ่ง แปรเปลี่ยนเป็นการร่ายรำกระบี่ที่สง่างามและดุดัน แน่นอนว่ามันเทียบกับการแสดงของนางรำมืออาชีพและผู้มีพรสวรรค์ในการร่ายรำโดยเฉพาะไม่ได้ ถึงอย่างนั้น...มันก็ยังเป็นการร่ายรำที่น่าดึงดูดใจอยู่ดี

     

    “ต่อให้ชีพมลาย ข้าจักปกป้องเอง!!” เสียงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และพลังของทักษะทำให้ผู้ชมทุกคนถูกปลุกเร้า 

                

    ธนูดอกหนึ่งพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปักลงบนแขนของนาง เพราะฝึกฝนมาอย่างหนัก ดังนั้นการแสดงนี้จึงราบรื่นเหมือนกับว่านางถูกลอบโจมตีเข้าอย่างจัง

                

    รวมกับถ้อยคำชวนเชื่อก่อนหน้านี้ สตรีผู้งดงามล้มลงไปด้านล่างพร้อมกับแอ่งน้ำที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด นางยกมือขึ้นอย่างเข้มแข็งก่อนจะกำหมัดแล้วปล่อยลงด้วยลมหายใจสุดท้าย

                

    นางรำคนอื่นนำชุดสีแดงเพลิงมาก่อนจะคลุมร่างกายของนางเอาไว้ มีสัญลักษณ์ของอาณาจักรเซินบนผ้าคลุมกายของนาง ก่อนที่ร่างสีขาวจะเปลี่ยนไป กลายเป็นร่างสตรีที่งดงามภายใต้ชุดสีแดงที่ปักสัญลักษณ์ของอาณาจักรเซินเอาไว้ คราวนี้ใบหน้าของนางถูกเปิดเผยออกให้เห็นอย่างแท้จริง

                

    ความงามที่ชวนให้ตื่นตะลึงทำให้บุรุษมากมายต้องอ้าปากค้าง ไม่เว้นแม้แต่องค์รัชทายาทที่เพิ่งเสียงสตรีคู่บัลลังไป หลังจากที่เขาพบว่าสตรีตรงหน้านี้คือคุณหนูใหญ่ตระกูลจาง เขาก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่...

     

    “ภายใต้ความอ่อนแอของสตรี พวกเราก็มีจิตใจที่จะปกป้องอาณาจักรเอาไว้ ข้าขอใช้การแสดงนี้เพื่อสดุดีเหล่าสตรีทุกคนที่ต้องทิ้งชีวิตเอาไว้เบื้องหลัง เพื่อให้อาณาจักรเซินได้เดินหน้าต่อไปและยิ่งใหญ่กว่าเดิม” 

                

    จางหลิวอี้ประกาศกร้าว ท้ายที่สุดแล้วนางยังใช้ทักษะเพื่อทำให้ทุกคนเชื่อไปตามที่นางกระทำทั้งหมดอีกครั้ง หลี่ชิงหมินอยากจะปรบมือขึ้นมาจริงๆ ถือว่าคุณหนูจางผู้นี้เข้าใจเล่นแล้ว

                

    นางถูกเรียกว่า “วีรสตรี” ในก่อนหน้านี้ ทั้งยังถูกธนูยิงเพื่อช่วยเหลือทหารผู้หนึ่ง นี่ไม่เท่ากับว่าการแสดงนี้ได้แสดงเจตนาของนางหรอกหรือ? เป็นการบูชาตัวนางเอง? กระตุ้นให้ผู้คนหวนคิดถึงวีรกรรมของนาง คุณงามความดีที่นางได้เสี่ยงชีวิตครั้งเดียวนั้น กลายเป็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนางไปแล้ว

                

    ชิงหมินชื่นชอบความคิดนี้มาก การแสดงของสตรีในชุดขาวที่ดูอ่อนแอและต้องซ่อนตัวเอาไว้ภายใต้ผ้าคลุมตลอด ก็คือตัวตนที่นางยังซ่อนจิตใจที่แข็งแกร่งเอาไว้ สามารถแสดงด้านที่บอบบางอ่อนแอเหมือนกับสตรีในห้องหอทุกคนเท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้แสดงเจตนารมณ์ของตนเอง 

                

    แม้ว่าจะตาย แต่จิตวิญญาณของนางก็คือจิตวิญญาณที่แท้จริง เป็นความรู้สึกจริงๆของนาง เป็นตัวตนที่แท้จริงของสตรีผู้นี้!!

                

    ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนนำปรบมือก่อนคนแรก หลี่ชิงหมินเห็นว่าตนเองไม่ได้ทำเกินไปแล้วก็รีบปรบมือกับเขาบ้าง ชื่นชมคุณหนูจางผู้นี้จากใจจริง รู้สึกว่านางพยายามได้ดีมากๆ แม้ว่านางจะไม่มีทักษะร่ายรำเลยก็ตาม แต่นางก็ทำออกมาไม่แพ้กับพวกนางรำเลย

     

    “เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

     

    “คุณหนูจางทำออกมาได้ดีมากๆ สมแล้วที่ซุ่มฝึกซ้อมมาเป็นเวลานาน”

     

    “ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าคุณหนูจางถือเป็นวีรสตรีของอาณาจักรเซิน บัดนี้ได้เห็นแล้วว่านางมีใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวเพียงไหน”

     

    “สงครามที่เพิ่งจบมาไม่ได้มีเพียงบุรุษเท่านั้นที่ต้องจากไป สตรีจำนวนมากต้องทนลำบาก และหลายคนก็ผันตัวไปเป็นนักต่อสู้เพื่อครอบครัวและเด็กเล็ก พวกนางเองก็ต้องเสียสละมากจริงๆ การแสดงนี้ทำได้อย่างถูกต้องแล้ว”

     

    “สตรีที่พวกเราเห็นนั้นไม่ได้อ่อนแอเลย พวกนางทุกคนก็มีจิตใจที่เข้มแข็งไม่แพ้บุรุษ”

     

    “คุณหนูจางควรได้รับคำชื่นชมจริงๆ ก่อนหน้านี้นางเองก็ได้ช่วยเหลือทหารผู้หนึ่งด้วยไม่ใช่หรือ? ยอมรับบาดเจ็บแทนเพื่อให้ทหารผู้นั้นสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆได้อีก”

     

    “ข้าเคารพคุณหนูจางผู้นี้จากใจจริงเลย”

                

    ทุกคนพากันชื่นชมหญิงสาวจนกันจนออกนอกหน้า ไม่รู้ว่าชื่นชมเพื่อเอาใจผู้นำตระกูลจาง หรือชื่นชมการแสดงนี้จากใจจริงกันแน่ แต่มันก็ออกมาในรูปแบบที่จางหลิวอี้ต้องการแล้ว

                

    นางในชุดสีแดงเพลิงค่อยๆก้าวมาข้างหน้าแล้วทำความเคารพผู้เป็นใหญ่ทั้งสอง ระหว่างนั้นนางยังส่งสายตาเอียงอายให้กับแม่ทัพใหญ่ที่นั่งเป็นทองไม่รู้ร้อน บุรุษผู้ไม่แม้แต่จะมองหน้าไปทางอื่นหรือชมการแสดงของนางด้วยซ้ำ

                

    ตอนที่เห็นว่าเขาดื่มสุราและไม่สนใจตนเองบนลานการแสดงนั้น จางหลิวอี้เกือบจะลืมตัวแล้วพุ่งออกมาจับใบหน้าของเขาเพื่อให้หันไปดูการแสดงที่ตนเองพยายามฝึกซ้อมมาแทบตายนี้ ทว่า...เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน นางไม่ต้องรีบคว้าใจของบุรุษผู้นี้ไว้ในมือ ขอเพียงทุกคนเห็นว่าเหมาะสม นางก็สามารถแต่งเข้าจวนสกุลหวงได้แล้ว

     

    “ขอพระราชทานอภัยโทษแก่หม่อมฉันหากทำการแสดงไม่ถูกพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันอยากจะมอบการแสดงนี้ให้กับวีรสตรีในอาณาจักรเซินทุกคน นอกจากนี้...หม่อมฉันก็คิดว่ามันเป็นการแสดงที่เหมาะกับการต้อนรับกลุ่มการค้าสกุลทงด้วยเจ้าค่ะ”

     

    “สงครามอาณาจักรเพิ่งจบลง สกุลทงอาจจะได้เห็นแล้วว่าพวกเราอาณาจักรเซินลำบากมากขนาดไหน พวกท่านมาที่นี่ในเวลาที่เหมาะสมราวกับเทพเจ้าดลบันดาล ดังนั้น...ข้าจึงอยากจะขอให้ท่านช่วยเมตตาพวกเราทุกคน อาณาจักรเซินต้องการพวกท่านจริงๆเจ้าค่ะ”

                

    จางหลิวอี้เอาอกเอาใจกลุ่มการค้าสกุลทงต่อ คำพูดของนางนั้นมีเสน่ห์มาก หลายคนในกลุ่มการค้าสกุลทงรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที ราวกับว่าพวกเขาจะยกของทั้งหมดให้อาณาจักรเซินตามคำพูดของนางอย่างไรอย่างนั้น

                

    ทว่าทงยูทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป และนั่นก็ทำให้จางหลิวอี้ต้องถอนสายตากลับมา บุรุษคนนี้น่ากลัวเกินไป เหมือนกับว่าเขารู้ความคิดของนางทุกอย่าง จางหลิวอี้ไม่ชอบคนที่ฉลาดเกินไปเช่นนี้เลย!

     

    “คุณหนูตระกูลจาง การแสดงของเจ้ายอดเยี่ยมจริงๆ ข้าจะตบรางวัลให้แก่เจ้า นำผ้าแพรจากทางเหนือและทองคำหมื่นเหรียญแก่คุณหนูจาง” องค์จักรพรรดิหัวเราะร่วน เขาชอบที่จางหลิวอี้ผู้นี้เข้าใจพูดจริงๆ

                

    หญิงสาวคลี่ยิ้มรับ นางยังไม่ยอมเลิกแสดงให้ทุกคนเห็นว่าสายตาของนางจับจ้องอยู่ที่ผู้ใด ดังนั้นในเวลาต่อมา...องค์จักรพรรดินีก็เข้าใกล้สามีของตนเองเพื่อกระซิบกระซาบบางอย่าง

               

    ในขณะที่บุรุษไม่ได้รู้เรื่องว่าสตรีชม้ายชายตามอง สตรีด้วยกันเองกลับมองออกทั้งหมด และนางก็บอกให้องค์จักรพรรดิรับรู้แล้วว่าเป้าหมายเอาอกเอาใจของคุณหนูจางผู้นี้ เห็นสมควรจะเป็นแม่ทัพใหญ่หวงผู้นั้น

                

    องค์จักรพรรดิเหลือบมองหลี่ชิงหมิน อีกฝ่ายเป็นคนที่ได้รับสมรสพระราชทานจากเขา ทั้งยังเป็นคนที่แม่ทัพใหญ่เดินทางมาขอด้วยตนเองด้วย ในขณะเดียวกัน...บุรุษผู้นี้แม้จะมีความดีความชอบมากมายจนเขาแต่งตั้งเป็นฮูหยินขั้น 1 ทว่า...เขาก็ยังเป็นเพียงบุรุษเท่านั้น

                

    พูดกันตามตรง ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ก็เป็นเพียงป้ายทองคำที่ไม่ให้ผู้อื่นมารังแกได้ง่ายๆ กระนั้นก็ยังมีหน้าที่ที่บุรุษทดแทนสตรีไม่ได้อยู่ พระองค์ครุ่นคิดเล็กน้อย แม่ทัพใหญ่นั้นมีความดีความชอบมาก ถ้าเขาจะพระราชทานสมรสให้อีกครั้งย่อมไม่ถือว่าน่าเกลียดเกินไป

                

    ทว่า...เหมือนกับรับรู้ได้ถึงความคิดของเขา คนเป็นแม่ทัพใหญ่ตวัดสายตาขึ้นมามอง ความดุดันในสายตาคู่นั้นทำให้พระองค์ต้องเก็บเสียงลงไป ไหนเลยจะกล้าพระราชทานสมรสให้คนที่ยังไม่ได้แต่งงานจากสมรสพระราชทานครั้งแรก เรื่องของคุณหนูจางผู้นี้...เลื่อนไปก่อนก็ไม่เสียหาย

     

    “ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท อย่างไรก็ตาม...สาเหตุที่หม่อมฉันเลือกการแสดงนี้ขึ้นมา เป็นเพราะหม่อมฉันชื่นชมในความเสียสละของผู้คนเท่านั้น ไม่เพียงแค่สตรีและบุรุษ แต่ท่านแม่ทัพใหญ่และทหารของกองทัพที่เสียสละ ทั้งๆที่ยังไม่ฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ กลับยังยื่นมือเข้าไปช่วยต่อสู้จนเอาชนะและยึดเมืองต่างๆมาได้สำเร็จ”

     

    “หม่อมฉันที่เป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆผู้หนึ่ง คิดอยากจะสนับสนุนท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าค่ะ หม่อมฉันรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งเท่านั้น ทว่ามีใจศึกษาความรู้ในการทำสงคราม หากว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่รังเกียจ หม่อมฉันอยากจะขออนุญาต ณ ที่นี้เพื่อที่จะเข้าไปช่วยงานในกองทัพเพคะ”

     

    “หม่อมฉันจะไม่เป็นตัวถ่วงแน่นอน หม่อมฉันมีความสามารถในการจัดการดูแลเอกสาร ในจวนสกุลจางก็เป็นหม่อมฉันที่ช่วยเหลือมารดาดูแลบัญชีเจ้าค่ะ ในกองทัพเองก็คงจะต้องการคนเพื่อช่วยดูแลบัญชีด้วยเหมือนกัน เช่นนั้น...”

     

    “ไม่รบกวนคุณหนูจางหรอก” หวงซีเฉิงไม่ปล่อยให้คนพูดจบ เขาโบกมือขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ปฏิเสธคำขอนั้นแทนองค์จักรพรรดิด้วยซ้ำ

     

    “ทะ ท่านแม่ทัพ...” จางหลิวอี้ไม่คิดเลยว่าจะถูกหักหน้าเช่นนี้ นางไม่ได้ขอกับเขา แต่เอ่ยขอกับองค์จักรพรรดิเพื่อให้อีกฝ่ายอนุญาต ตามปกติแล้วก็ควรจะต้องรอองค์จักรพรรดิทบทวนคำขอไม่ใช่หรือ? จู่ๆก็โพล่งออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร!

     

    “ข้อมูลในกองทัพรั่วไหลได้หรือ? ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เกรงว่าคุณหนูจางจะรับผิดชอบไม่ไหว” 

                

    หวงซีเฉิงแค่นยิ้มออกมา ก่อนหน้านี้ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาเพิ่งจะถูกลงโทษประหารไปพร้อมกับตระกูลของตนเองด้วยฝีมือของเขา ดูท่าว่าสตรีผู้นี้จะไม่ฉลาดนัก นางจึงไม่รู้ว่าอะไรที่ไม่ควรทำที่สุดในตอนนี้!

     

     

    ………………………………………………

    คล้ายกับเรื่องหลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828