“ฮือ” เสียงร่างบางที่นอนอยู่ครางเบาๆ ทำให้คนที่นอนอยู่ใกล้ๆ รู้สึกตัวตื่นไปด้วย ก่อนที่จะรู้สึกว่าร่างบางที่ตัวเองนอนกอดอยู่มีไอความร้อนแพร่ออกมา หลังมือหนาย้ายไปแตะที่หน้าผากมนของอีกคนทันทีและก็พบว่าอุณหภูมิไม่ต่างกันตัวร้อนยังกับไฟ นี่เขาเอาน้องครั้งแรกจนทำให้อีกคนเป็ไข้ไปเลยหรือนี่ วรานนท์จึงลุกขึ้นด้วยเนื้อตัวเปลือยเปล่าไปที่ห้องน้ำแล้วกลับมาพร้อมผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวลดไข้ให้น้องน้อย พอเสร็จแล้วก็เดินไปใส่บ๊อกเชอร์ออกไปเอายาที่ตู้ยาหายาลดไข้มาให้คนป่วยพร้อมกับทำโจ๊กเข้าไปให้ร่างบางกิน พอไปถึงก็ปลุกร่างบางให้ตื่นมาทานโจ๊ก
“พู่กัน พู่กันตื่นก่อน ได้ยินพี่ไหม ตื่นมากินโจ๊กก่อนจะได้กินยาลดไข้”
แขนแกร่งช้อนเอาคนหลับให้มานั่งพิงหัวเตียง ส่วนคนที่โดนปลุกลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า
“ไม่เอา อย่ามากวน พู่กันจะนอน ปวดหัว”
ก่อนที่จะทำท่าจะล้มลงนอนอีกจนคนพี่ต้องดึงตัวไว้ให้พิงกับอกตัวเองแทนแล้วเรียกสติคนหลับอีกครั้ง
“พู่กันตั้งสติก่อน ปวดหัวก็ลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาก่อนจะได้หาย เร็วอย่าให้พี่ต้องบังคับ” คนตัวสูงเริ่มใช้เสียงเข้มดุใส่ซึ่งมันก็ได้ผลดี ร่างบางเริ่มค่อยๆ ลืมตามองอีกครั้งก่อนที่จะเบะปากกำลังจะร้องไห้
“หยุดเลยไม่ต้องมาร้อง มาทานข้าวก่อนแล้วพี่จะปล่อยให้นอน อ้าปาก”
มือหนาจับช้อนตักโจ๊กขึ้นมาจ่อปากเรียว ทำให้ร่างบางต้องจำใจอ้าปากรับโจ๊กอุ่นๆ จากคนป้อนแล้วกลืนลงไปคำแล้วคำเล่าจนโจ๊กหมดถ้วย ยาก็ถูกยื่นมาอยู่ต่อหน้าต่อจากโจ๊กพร้อมด้วยแก้วน้ำ เมื่อทานเสร็จร่างบางก็เหลือบมองคนป้อนก่อนที่เอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วผละออกจากอกอุ่นๆ ล้มตัวลงนอนหันหลังให้อีกคนและหลับทันที
ร่างบางตื่นมาอีกทีตอนเย็นของวันเมื่อมองไปรอบๆ ห้องก็นึกได้ว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง เริ่มลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมาสมองเริ่มประมวลภาพต่างๆ ทยอยมาเป็ฉากๆ โดยเฉพาะบทรักที่เร่าร้อนจากวรานนท์ที่ร่างบางไม่คิดว่าจะได้รับมัน ว่าแต่ตอนนี้เ้าของห้องไปไหนแล้ว ร่างบางลองขยับตัวลงจากเตียง แม้ว่าการเคลื่อนตัวแต่ละครั้งมันจะยังเจ็บช่องทางรักด้านหลังอยู่มากก็ตามแต่พนัชกรก็อยากที่จะลงไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ พอจะก้าวลงเตียงก็พบว่าตัวเองโป๊เปลือยไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกายแม้แต่ชิ้นเดียว มองหาเสื้อผ้าของตัวเองก็ไม่เจอแล้วเสื้อผ้าของเขาไปไหนล่ะเขาจะเอาที่ไหนใส่ ใส่ผ้าเช็ดตัวของพี่เนมก่อนก็แล้วกัน ร่างบางเดินโขยกเขยกไปที่ห้องน้ำเพราะในนั้นจะเป็โซนห้องแต่งตัวด้วยและจะมีผ้าเช็ดตัวเสื้อคลุมอยู่ด้วย ขออาบน้ำก่อนเถอะเดี๋ยวค่อยออกมาเจรจากับเ้าของห้อง
ร่างสูงของวรานนท์เปิดประตูเข้ามาเพื่อดูอาการของคนป่วย หลังจากที่เขาเช็ดตัวลดไข้ไปให้สองรอบและบังคับให้ทานยาลดไข้ พอเข้ามาในห้องแทนที่จะเห็นคนป่วยนอนอยู่บนเตียงกลับเห็นแต่เตียงเปล่าแทน และก็ได้ยินเสียงอาบน้ำในห้องน้ำ สงสัยเริ่มมีแรงแล้วถึงได้ลุกขึ้นมาดื้อได้ เพียงแป๊บเดียวเสียงน้ำก็หยุดลง หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นร่างบางก็ค่อยๆ เดินแบบขากางๆ ออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำ
พอเห็นคนพี่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ที่เตียงทำให้คนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพไม่เรียบร้อยและไม่ได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้าหลังมีอะไรกันทำหน้าไม่ถูก เลยเดินมาอีกฟากของเตียงก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ตัวเองบนเตียงถือไว้
“เอ่อ นั่งลงก่อน พี่จะคุยเื่ของเรา พู่กันจะเอายังไงเมื่อคืนที่พี่ล่วงเกินเรา พี่ขอบอกก่อนนะว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจพี่ขอโทษก็แล้วกัน”
คนพี่เปิดตัวคุยก่อนถึงเื่เมื่อคืนที่เกิดขึ้นโดยที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจตอนแรกเพียงแค่้าจะแยกน้องน้อยออกมาจากกลุ่มเพื่อนและโมโหที่เห็นอีกคนเมาไม่รู้เื่ไม่รู้จักระวังตัวเองแต่สุดท้ายเป็เขาเองที่ไม่ระวังตัวเองปล่อยให้ราคะครอบงำจนเผลอล่วงเกินคนที่ตัวเองบอกจะไม่มีทางยุ่งเกี่ยวเชิงชู้สาวให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
“ละ แล้วพี่เนมจะรับผิดชอบพู่กันไหมครับ” คนฟังใจแป้วั้แ่คนตัวโตบอกไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินแล้ว งั้นเื่ที่เกิดขึ้นคงเป็เหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุมั้ง
“ก็พี่บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ แล้วอยากจะให้พี่รับผิดชอบยังไงก็ว่ามาเลย” ร่างสูงเริ่มเสียงดังหงุดหงิดใส่
“งั้นระหว่างนี้ก่อนที่พี่เนมจะไปเรียนต่อเมืองนอก พี่เนมลองคบกับพู่กันได้ไหมครับ ถ้าสุดท้ายแล้วจนถึงวันที่พี่เนมจะไปต่างประเทศพู่กันไม่สามารถทำให้พี่เนมรักพู่กันได้ พู่กันก็จะไม่ตามตื๊อพี่เนมอีกเลย พี่เนมโอเคไหม”
“เอางั้นเหรอก็ได้ลองดู งั้นก็ตกลงแต่พี่บอกแล้วนะว่าพี่ไม่ได้รักพู่กัน”
วรานนท์ตอบตกลงเพราะคิดว่ายังไงตัวเองก็คงไม่มีทางที่จะรักร่างบางเกินพี่น้องแน่ๆ ที่สำคัญอีกแค่ไม่กี่เดือนเขาก็จะไปต่างประเทศแล้วเป็ไปได้ยากที่ร่างบางจะเปลี่ยนใจเขาคนที่เขาเห็นเป็น้องมาตลอดได้
“แล้วระหว่างนี้พู่กันขอมาอยู่ที่คอนโดกับพี่เนมได้ไหมครับ จะได้เห็นหน้ากันและอยู่ด้วยกันทุกวัน” คนน้องยังขอตื๊อต่อ
“ไม่ได้หรอกเพราะพี่ก็้าความเป็ส่วนตัวบ้าง และบางวันพี่ก็ต้องกลับไปนอนบ้านบ้าง”
“งั้นพู่กันมาค้างเสาร์อาทิตย์ได้ไหม”
“แล้วจะบอกที่บ้านว่ายังไง ยังกับที่บ้านจะอนุญาตให้มานอนค้างอ้างแรมที่อื่น” คนตัวโต้แย้งเพราะรู้ดีว่าที่บ้านของพนัชกรหวงร่างบางแค่ไหน
“เื่นั้นเดี๋ยวพู่กันจัดการเอง ว่าแต่พี่เนมเถอะจะว่ายังไง”
“ก็ได้ถ้าอย่างนั้นพี่อนุญาตแค่คืนวันศุกร์และเสาร์ส่วนวันอาทิตย์ถึงพฤหัสฯ ต้องกลับไปนอนที่บ้านโอเคไหม”
“ได้ครับ พู่กันตกลง”
“อ่อ อีกเื่ ห้ามแสดงตัวตามตื๊อพี่ในที่สาธารณะ เื่ของเราจะต้องไม่มีใครรู้ ต่างคนต่างเป็อิสระต่อกัน ห้ามวุ่นวายเื่ส่วนตัวกันโอเคไหม”
“ได้ครับ แต่พี่เนมสัญญาได้ไหมระหว่างนี้พี่เนมมีแค่พู่กัน ห้ามไปมีอะไรกับใครได้ไหม ถ้าอยากจะมีก็ขอให้มีแค่กับพู่กันได้หรือเปล่า” พนัชกรขอต่อรองเพราะเขาคงทำใจไม่ได้ถ้าคนที่กำลังคบกันอยู่ไปนอกกายนอกใจมีอะไรกับคนอื่น ถ้าจะมีก็ขอให้เลิกกันก่อนแล้วกัน
“เธอก็รู้ว่าผู้ชายเรามันมีความ้าเรื่อยๆ ก็ต้องปลดปล่อยกัน” วรานนท์ลองแหย่อีกคนดู
“ถ้าพี่เนม้า พี่เนมก็แค่บอกเดี๋ยวพู่กันจะมาหา มาทำให้เองได้ไหมครับ ขอแค่่นี้เท่านั้น”
“ถ้าน้องรับปากขนาดนั้นพี่ก็ตกลง แล้วพู่กันก็เหมือนกันห้ามคบซ้อนเด็ดขาด คนที่กำลังคบอยู่ก็ให้เลิกไปซะไม่งั้นสัญญาเราถือเป็โมฆะ พี่ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครถึงแม้เป็ของที่พี่จะใช้แค่ชั่วคราวก็เถอะ” คนฟังถึงกับใจหน่วงๆ เพราะคนที่คนรักเปรียบเทียบเขาเป็ของใช้ที่จะใช่แค่ชั่วคราว
“พู่กันตกลงครับ งั้นตอนนี้ชุดของพู่กันอยู่ไหนครับพู่กันต้องกลับบ้านแล้วป่านนี้ปะป๊ากับมาม๊าเป็ห่วงแล้วแน่เลย”
“ทำไมถึงเพิ่งมาคิดว่าเขาจะเป็ห่วง ทีตอนออกมากินเหล้าทำไมไม่เห็นกลัวว่าเขาจะเป็ห่วง”
คนตัวสูงเหน็บเอาให้เชิงประชด ทำให้คนโดนว่าแก้ตัวเสียงอ่อย
“ก็พู่กันไม่คิดว่ากินนิดเดียวแล้วมันจะเมาขนาดนั้นนี่ ตอนที่กินรสชาติมันอร่อยดีเหมือนกินน้ำผลไม้”
“ถ้าพี่ไม่ไปเอาตัวมาป่านนี้มีผัวเป็สิบแล้วมั้ง”
คนพูดมีน้ำเสียงโมโห เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่คืนที่คนในกลุ่มคณะแพทย์ประมาณสิบกว่าคน ถ้าเขาไม่ไปเอาตัวร่างบางมาคงโดนรุมโทรมไปแล้ว ส่วนคนตัวเล็กกว่าได้แต่นึกแย้งในใจบางที่ไปกับเพื่อนในกลุ่มอาจจะปลอดภัยมากกว่า ขนาดว่าปลอดภัยจากกลุ่มนั้นแล้วคนที่พูดและว่าเขาด้วยความโกรธคงลืมไปมั้งว่าตัวเองนั่นแหละที่ไม่ปลอดภัยเมื่อคืน เป็ไงล่ะสุดท้ายแล้วร่างบางก็ต้องมีผัวอยู่ดี ถึงแม้คนที่เป็ผัวเขาบอกว่าเขาทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ
“ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ช่วยให้พู่กันได้ผัวแค่คนเดียว สรุปว่าเสื้อผ้าพู่กันอยู่ที่ไหนครับ” คนน้องถามหาเสื้อผ้าของตัวเองต่อ
“เอาไปส่งซักอยู่ คืนนี้นอนนี่แหละวันนี้วันเสาร์ตามข้อตกลงเมื่อกี้แล้วก็นอนได้พรุ่งนี้คอยกลับบ้าน กลับตอนนี้คิดจะเดินขาถ่างไปให้ลุงหมอกับอาพรีนรู้หรือไง พี่โทรไปบอกั้แ่เมื่อเช้าแล้วว่าพู่กันอยู่กับพี่จะกลับพรุ่งนี้”
ร่างสูงบอกแต่พนัชกรก็คิดขำ ถึงแม้จะไม่เดินขาถ่างไปให้ปะป๊ากับมาม๊าเห็น เค้าก็คงรู้แล้วมั้งปกติยังกับว่า วรานนท์อยากให้เขาอยู่สองต่อสองด้วยล่ะ และถึงขั้นโทรไปเองอีกแบบนี้ร้อยทั้งร้อยรู้ชัวร์
“งั้นพี่เนมพอจะมีเสื้อผ้าให้พู่กันยืมใส่ก่อนได้ไหมครับ ใส่ชุดคลุมอาบน้ำนอนแบบนี้เหมือนพร้อมจะโป๊ยังไงไม่รู้”
วรานนท์ถอนหายใจเหมือนจะรำคาญก่อนที่จะลุกไปในห้องแต่งตัวหยิบชุดนอนขาสั้นของตัวเองมายื่นให้อีกคน
“อาจจะตัวใหญ่หน่อยเสื้อไม่น่าจะมีปัญหาแต่กางเกงก็เอาหนังยางรัดเอาแล้วกัน ถ้าเสร็จแล้วก็เดินออกไปทานข้าวเย็นข้างนอก พี่สั่งกับข้าวมาแล้ว”
พอหาเสื้อผ้ามาให้พนัชกรใส่เสร็จร่างสูงก็เดินออกไปจากห้องนอนเพื่อให้อีกคนได้เปลี่ยนเสื้อผ้า พอวรานนท์เดินออกไปร่างบางก็ค่อยๆ ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า เสื้อของวรานนท์ตัวใหญ่กว่าเขามากพอใส่แล้วไหล่ตกลงมาค่อนข้างเยอะคอเสื้อก็กว้างให้เห็นเนินอก แขนสั้นกลายเป็แขนสี่ส่วน ส่วนกางเกงร่างบางต้องขยุ้มเอวไว้เพื่อไม่ให้มันหลุดลงมาก่อนที่จะพับชุดคลุมอาบน้ำไว้ที่บนเตียง แล้วค่อยๆ เดินออกไปยังห้องอาหารด้านนอก ซึ่งตอนนี้ร่างบางรู้สึกหิวข้าวมากแล้ว