ตอน 4 ถึงไหนถึงกัน
"แม่ทัพเว่ย มารดาของท่านมาร้องทุกข์ขอความเห็นใจจากข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ้าให้เ้าปลดราชการ กลับจวนไปสมรสกับเมียทั้งหลาย เร่งมีทายาทสืบสกุล... เ้าว่าอย่างไร... " ฝ่าาเรียกตัวฉือเว่ยกวงกลับจากแนวรบแดนไกล เข้าถามความสมัครใจให้จบปัญหาเื่นี้
" ข้า... ไร้ใจไร้รัก ชั่วชีวิตนี้ขออุทิศแด่า หากบ้านเมืองไม่สงบ ชาวประชาไม่ผาสุก ข้าฉือเว่ยกวงจะสู้จนตัวตาย ไม่ขอมีบุตรสืบสกุลให้เป็ที่อับอาย" เว่ยกวงคำนับแด่าา ให้คำสัตย์หนักแน่นดั่งหินผา เขาไม่ขอหวนคืนสู่ทางเส้นนั้น
"อุดมการณ์ช่างแน่วแน่ สมกับที่เป็ผู้บัญชาการใหญ่ที่ข้าตั้งใจมอบให้" ฝ่าาพอพระทัยกับคำตอบของแม่ทัพใหญ่คนนี้อย่างยิ่ง
แต่ถึงอย่างไร ฝ่าาไม่อาจปล่อยผ่าน ออกราชโองการ ให้แม่ทัพใหญ่ฉือเว่ยกวง แต่งหยางหลินอี บุตรธิดาของอัครมหาเสนาบดีการราชทูตหยางเหอต้วน รับเข้าจวนฉือเป็ภรรยารองตามธรรมเนียม
***********
ณ จวนสกุลหยาง (ห้องหอที่กักขังบุตรสาวอย่างแ่า)
"หลินอี... เื่ที่เ้าทำผิดต่อสกุล ข้าจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต่อจากนี้จงเริ่มต้นใหม่ ทำตัวให้ดีเป็คุณหนูใหญ่ผู้ปฏิบัติตามธรรมเนียม แต่งกับฉือเว่ยกวง เป็ภรรยารอง ตามราชโองการซะ" หยางเหอต้วนเข้าพบหลินอีในเรือนที่คุมขังมิดชิด เอ่ยข่าวคราวที่ชวนให้ใจหาย วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยของนางหดเหี้ยละเหี่ยเตี้ยต่ำอย่างถึงที่สุด
นางทรุดลงพื้นยืนด้วยสองเท้าแทบไม่อยู่
"ทำไม... ทำไมต้องเป็ข้า... " หลินอีสุดจะอดกลั้น... น้ำตาเป็สายไหลลงอาบแก้ม ในกำมือยังถือผ้าเช็ดหน้าลายดอกโบตั๋นที่นางตั้งใจบรรจงปักทอ
ยามจื่อ (เวลา 23.00 ) เื่ราวสุดชุลมุนเกิดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อหยางหลินอีคิดวนเื่นี้ในหัวตลอดทั้งวันทั้งคืน นางไม่อาจข่มตาหลับ ฝืนใจเป็ภรรยาของผู้อื่นได้ หยางหลินอีแอบหาทางหนีออกจากเรือนที่ถูกคุมขัง นางอาศัยจังหวะทีเผลอของผู้เฝ้าประตู ปีนออกทางหน้าต่าง มุ่งตรงไปที่หอคอยสูงท้ายจวน
"ราชโองการไม่อาจฝืน... ข้าหยางหลินอีอยากแต่งกับชายที่รักเท่านั้น ในเมื่อ์ไม่อาจสรรค์สร้างให้ข้าได้สุขสม ข้าขอตายเสียยังจะดีกว่า..." หยางหลินอีตัดพ้อที่ปลายหอคอย ก่อนตัดสินใจดิ่งร่างลงสู่ภาคพื้นดิน สิ้นใจอย่างน่าอนาถ...
สกุลหยางกลัวความผิด ปิดเื่นี้ให้เป็ความลับ เร่งค้นหาสตรีผู้งดงามทั้งกายและใจสวมบทเป็คุณหนูใหญ่สกุลหยาง แทนบุตรสาวที่ล่วงลับ
**********
จวนสกุลหยางอบอวลไปด้วยพลังงานแห่งความเศร้าโศก ทุกคนต่างอาลัยยิ่ง ญาติมิตรสนิทกัน ต่างร่ำไห้ไม่ลดละ ในเรือนใหญ่ประดับไปด้วยดอกไม้น้อยสี ผ้าขาวดำถูกผูกให้ปลิวว่อนรอบจวน เพื่อแสดงออกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งของการจากไปอย่างกะทันหัน ทว่าพิธีศพนี้ถูกจัดขึ้นอย่างลับๆ มิได้เผยแพร่ข่าวคราวออกไปแม้แต่น้อย
"ฮ๊าววว..." ฮั่วหลินอีได้รับรู้เื่ราวทั้งหมดอย่างรวดเร็วจากภาพในห้วงความฝันที่ท่านทูตผู้นั้นดลบันดาลให้เห็น... เด็กจอมแก่นที่มาจากโลกอีกใบตื่นขึ้นมาในร่างไร้ิญญาของหยางหลินอี เธอหาวกว้างมากพอที่จะกินไก่ได้ทั้งตัว เสียงหาวเบาๆที่ดังมาจากโลงศพชวนให้ญาติมิตรผู้โศกเศร้าในพิธีไว้อาลัยฉุกฉงนสงสัย...
"เห้ย! เดี๋ยวนะ!! ปล่อยฉัน!! หะ หายใจ!! ไม่อ๊อก!! " ฮั่วหลินอีรู้สึกว่าอากาศที่ใช้หายใจกำลังจะหมดไป รีบยกมือขึ้นทุบแผ่นปิดฝาโลงเสียงดังสนั่น จนมันกระเด็นออก
นอกจากนั้นปาฎิหารย์เกิดขึ้นกับร่าง... ราวเทพจุติ เมื่อหยางหลินอีที่สภาพศพร่างเละไม่เป็ท่า... แต่บัดนี้ปาฎิหารย์ได้เกิดขึ้นแล้ว แผลและรอยแหวะทุกหนทุกแห่งบนเนื้อตัวสมานกันจนหมด ร่างไร้ิญญากลับมามีหัวใจหวนเต้นอีกครั้ง แก้มทั้งสองข้างฝาดแดง เืเนื้อสูบฉีดสู่ร่างเป็ปกติ
"ใครก็ได้!! ช่วยข้าด้วย!! ทวยเทพเ้าขาโปรดพานางไป อย่าได้ให้นางต้องทุกข์ระทมอีกเลย!!" มารดาของนางกลัวจนตัวสั่น ยกมือขอพรอธิษฐานต่อเทพเ้าที่รับฟัง ในขณะที่แขกญาติมิตรวิ่งหนีเตลิดเอาตัวรอดไปคนละทาง
"ท่านป้า... ข้าไม่ใช่ผีนะ!!" ฮั่นหลินอีก้าวเท้าลงจากโลงศพช้าๆ มองไปรอบตัวให้คุ้นชินกับสถานที่ใหม่... มือเล็กๆเย็นๆสีขาวซีดจับประคองตัวของฮูหยินหยาง หรือมารดาของหยางหลินอีนั่นเอง พร้อมพูดปลอบใจอย่างเป็กันเอง
"ท่านป้า?? ท่านป้างั้นเหรอ อ๊ากกกก!!!!!!!" ฮูหยินหยางได้ยินนางเรียกตนเองว่าท่านป้า เพียงเท่านั้นก็ทำให้รู้แล้วว่านี่คงไม่ใช่หยางหลินอี บุตรของนางแน่ ฮูหยินหยางใสุดขีด เป็ลมหมดสติล้มลงนอนพื้น
"แย่แล้ว!! นี่คงไม่ได้ตายหรอกใช่ไหม" ฮั่วหลินอีเองก็ใเหมือนกัน นางค่อยๆประคองตัวฮูหยินหยางไว้ในอ้อมกอด ใช้นิ้วมืออังใต้จมูกััดูว่ายังมีลมหายใจหรือไม่
"เห้อ... โล่งอกไปที โชคดีที่ยังไม่ตาย" หลินอีถอนหายใจเฮือกใหญ่ ประหนึ่งว่าโล่งอก
นางเดินช้าๆไปที่นอกเรือนใหญ่ เรียกตัวสาวใช้เข้ามาดูแลฮูหยินหยาง... สาวใช้น้อยใหญ่ต่างเดินตามช้าๆด้วยความหวาดกลัวและความระแวดระวัง
"นี่เ้า... ไม่ต้องกลัวข้าหรอก ข้าไม่ใช่ผี... นายหญิงของพวกเ้าตายแล้ว แต่ข้ามาแทนที่นางเพื่อที่จะได้สืบเสาะแก้ไขเื่ราวบางอย่าง ตามคำขอของท่านทูต" หลินอีเดินนำหน้าสาวใช้ และนางเองพยายามที่จะอธิบายที่ไปที่มาของตัวเองให้ทุกคนรู้
"เ้าค่ะคุณหนูใหญ่..." สาวใช้หนึ่งคนตอบรับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก สีหน้าซีดเซียว ราวกับว่าเืฝาดไม่ไหลเวียน
"จะว่าไป... ที่นี่คือที่ไหน เป็่เวลาใดหรือ" จู่ๆหลินอีก็หยุดเดิน หันกลับมาถามสาวใช้
"ที่นี่คือแคว้นเหนือ... เขตเมืองนครชิงเป่ยหากถามถึง่เวลา... ตอนนี้คือยามอู่ (11.00) เ้าค่ะ" สาวใช้พยายามตอบคำถามของนางให้ได้มากที่สุด
"แย่ละ... นี่มันยุคไหนกันล่ะเนี่ย ไม่มีในประวัติศาสตร์ซะด้วย!! หรือว่า... ยุคที่ฉันมามันจะเก่ากว่าในประวัติศาสตร์??"
"แต่ก็อาจจะเป็ไปได้ เพราะคนที่นี่แต่งตัวโบราณมาก ภาษาก็ต่างกันลิบลับ... "
"แต่ระดับฮั่วหลินอีซะอย่าง ภาษาไม่ใช่เื่ยาก นิยายจีนโบราณเป็แนวที่ถนัดอยู่ละ " หลินอีบ่นพึมพำคนเดียว ราวคนบ้า
"แต่เอาเถอะ... ไหนๆก็ได้มาแล้ว ฉันจะถือว่าได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อเอากลับไปเขียนนิยายแนวจีนโบราณก็แล้วกัน "
"เหอะ!! คอยดูเถอะ ยัยนักเขียนใจดำ ดูถูกฉันไว้เยอะจนฉันหมดไฟ กลับไปคราวนี้เธอจะต้องอ้าปากค้าง!!" ฮั่วหลินอีทำตาเล็กตาน้อย หรี่หางตาขึ้นลง ราวกับว่ามีเื่ในใจให้ฉุกคิด บ่นพึมพำออกมาไม่หยุดหย่อน
ทว่าภาษาพูดของฮั่วหลินอีที่ใช้ ช่างประหลาดนัก สาวใช้ต่างฟังไม่เข้าใจ พวกนางเล็กๆมองหน้ากันด้วยสีหน้าแสนมึนงง แต่ไม่มีใครกล้าท้วงติง
***********
ผ่านไปกว่า 2 ชั่วยาม (4 ชั่วโมง)
"ท่านป้าเป็อย่างไรบ้าง" ฮั่วหลินอียังคงนั่งเฝ้าอยู่ตลอด แม้ท่านหมอกลับไปแล้วก็ตาม กระทั่งหยางเหอต้วน กลับจากว่าราชการในวังหลวง
"นายท่าน! นายท่านเ้าคะ ที่จวนเกิดเื่แล้ว!!" สาวใช้วิ่งหน้าตั้งรีบรายงานต่อผู้เป็นาย
"เกิดเื่อะไรขึ้นรึ!!" เหอต้วนรีบวางของ เดินดุ่มๆเข้าไปยังเรือนใหญ่... พบว่าในนั้นไม่มีใครสักคน อีกทั้งฝาโลงยังเปิดออก ข้าวของกระจัดกระจายไม่มีใครกล้าเตะต้อง
"เหตุใดพวกเ้าปล่อยให้เรือนรกได้ขนาดนี้ แล้วนี่!! เกิดอะไรขึ้นกับลูกข้า!! ผู้ใดใจกล้าพาร่างนางไป!! หรือว่า... จะเป็จางอี้ฉางผู้นั้นที่พานางไป!!" หยางเหอต้วนชักจะกลุ้ม โมโหเกรี้ยวโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ เตรียมบุกไปยังจวนสกุลจาง พูดคุยให้มันรู้แล้วรู้รอด
สาวใช้ได้แต่มองหน้ากัน ไม่รู้จะเริ่มพูดเอ่ยด้วยวาจาใดให้ดับไฟร้อนของอารมณ์ผู้เป็นาย
"อ๊าก!!! อย่านะ อย่ามาใกล้ข้า !! ปล่อยข้าไปเถอะ" ทันใดนั้นฮูหยินใหญ่ฟื้นขึ้นมาจากอาการลมจับ แต่นางต้องร้องกรี้ดดังลั่นจวน หัวใจแทบหลุด เมื่อเห็นว่าเบื้องหน้าเป็ฮั่วหลินอีนั่งจ้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อ
"ห่ะ!! นั่นเสียงฮูหยิน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่" หยางเหอต้วนที่กำลังจะออกจากจวนไปยังสกุลจางตามที่ตั้งใจ ก็ต้องหยุดชะงัก รีบวิ่งเข้าเรือนฮูหยิน แต่สิ่งที่ทำให้เขาใเสียยิ่งกว่า คือร่างของบุตรสาวที่กลายเป็ซากศพกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
"เป็ไปไม่ได้!!! ข้าไม่อยากจะเชื่อ" หยางเหอต้วนยืนตัวแข็งทื่อ
"ท่านพี่ ท่านพี่เ้าคะ ข้ากลัว... ช่วยข้าด้วย นั่นไม่ใช่บุตรของเรา นางเรียกข้าว่าท่านป้า!! ในร่างหลินเอ่อร์ ต้องเป็ภูตผีปีศาจสิงร่างแน่!!" ฮูหยินรีบวิ่งหลบหลังสามีผู้ร่างใหญ่ เนื้อตัวสั่นริกๆ ผมฟูฟ่องเป็รังนก