ขณะที่ลิงน้อยตื่นขึ้นมาภายในถ้ำคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นหอมจากการเจียวน้ำมัน
เซวียเสี่ยวหรั่นกำลังเจียวน้ำมันเลียงผาในกระทะที่เพิ่งทำขึ้นมาใหม่
"ไฟต้องอ่อน อ่อนกว่านี้อีก กระทะแบบนี้ก็เหมือนกับหม้อก้นลึกทั่วไปไม่เหมาะกับการผัดทอดหรือเจียวน้ำมัน แต่มันก็ช่วยไม่ได้" เซวียเสี่ยวหรั่นใช้ตะเกียบพลิกชิ้นไขมันที่อยู่ในกระทะปากก็บ่นงึมงำไม่หยุด "เอาไฟออกให้หมดเลยเหลือแค่ถ่านที่ติดไฟอยู่เล็กน้อยก็พอ"
พอเห็นใต้กระทะมีเสียงฉี่ๆเซวียเสี่ยวหรั่นก็สั่งการเหลียนเเซวียนไม่หยุด
ชายหนุ่มไม่เปล่งเสียงสักแอะให้ความร่วมมือกับเธอแต่โดยดี
"เจี๊ยกๆ" ลิงน้อยร้องขึ้นอย่างอ่อนเปลี้ยความเจ็บปวดบริเวณขาที่หักทำให้มันสั่นไปทั้งตัว
"ไง เจ้าลิงน้อย ในที่สุดเจ้าก็ตื่นเสียที ดีจริง ฟ้ามืดแล้วหากยังไม่ตื่นอีก ข้าต้องไปเขย่าเรียกเจ้าแน่" เซวียเสี่ยวหรั่นเบิกบานใจ "คงหิวแล้วสิ มีกล้วยน้ำว้า เลือดนึ่ง เนื้องู เห็ด เจ้าจะกินอะไรล่ะ"
ลิงเป็นสัตว์ที่กินได้หลายอย่างส่วนใหญ่จะกินผักผลไม้ แต่ก็สามารถกินเนื้อได้ ปริมาณอาหารก็ไม่น้อย
ถ้าลิงตอบคำถามเจ้าได้ก็ประหลาดแล้วเหลียนเซวียนมุมปากกระตุกโดยไม่รู้สึกตัว
ลิงน้อยเปิดเปลือกตามองเซวียเสี่ยวหรั่นที่อยู่ไม่ไกลนักอย่างอ่อนแรงแต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้ใส่ใจเธอมากนัก
"เหลียนเซวียน ท่านถือตะเกียบไว้ ค่อยๆ กลิ้งของในกระทะ อย่าให้มันไหม้"
เซวียเสี่ยวหรั่นเข้ามาข้างกายเหลียนเซวียนส่งตะเกียบให้เขาถือ หลังจากนั้นก็ประคองแขนให้เข้ามาอยู่ตรงตำแหน่งกระทะให้เขารวนก้อนไขมันต่อไปเรื่อยๆ
หลังมอบหมายหน้าที่แล้วก็เดินหนีเขาไป
นางจะวางใจเขามากเกินไปหรือเปล่าเหลียนเซวียนค่อยๆ ขยับตะเกียบในมืออย่างช่วยไม่ได้
เซวียเสี่ยวหรั่นหยิบเลือดอุ่นที่เหลืออยู่ในหม้อขึ้นมาแล้วใช้ตะเกียบตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ในชามส่วนตัวของลิงน้อยเธอกับเหลียนเซวียนกินมื้อเย็นแล้ว นี่คือส่วนที่เหลือไว้สำหรับมันโดยเฉพาะ
แล้วหยิบช้อนที่ทำขึ้นมาสำหรับลิงน้อยย่อตัวนั่งลงข้างตัวมัน
"ลิงน้อย เจ้าเสียเลือดมาก อันนี้ช่วยบำรุงเลือดได้พอดี" เซวียเสี่ยวหรั่นใช้ช้อนตักเลือดนึ่งชิ้นหนึ่งยื่นเข้าไปชิดริมฝีปากของมัน
แววตาของลิงน้อยเจือไปด้วยความหวาดระแวงและเผยแววดุร้ายอยู่หลายส่วนแต่ตอนนี้ร่างกายของมันไร้เรี่ยวแรง เซวียเสี่ยวหรั่นก็ไม่กลัวมันซ้ำยังมอบรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตาให้อีกด้วย
"ลิงน้อย รีบกินเสียสิ เจ้าไม่ได้กินอะไรมาครึ่งวันแล้วไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะรับไม่ไหวนะ เจ้าเลือดออกเยอะมากการเสียเลือดมากเกินไปตายได้เลยรู้รึเปล่า เจ้ายังเด็กมีอนาคตที่สดใสรออยู่อีกเยอะ รีบรักษาตัวให้หาย ผลไม้บนภูเขายังรอเจ้าไปเด็ดอยู่นะ"
แม่นางผู้นี้กำลังสั่งสอนลิงอยู่รึ? เหลียนเซวียนอดที่จะหัวเราะขบขันไม่ได้
ถ้อยคำพร่ำบ่นมากมายของเซวียเสี่ยวหรั่นทำให้ลิงน้อยรู้สึกสับสนแต่เห็นชัดว่าความดุดันบนใบหน้าค่อยลดลงมาบ้างแล้ว
"รีบกินๆ ถ้าเย็นแล้วจะไม่อร่อย" เซวียเสี่ยวหรั่นยัดช้อนเข้าไปในปากของลิงน้อย
"เจี๊ยกๆ" มันร้องออกมาแสดงการปฏิเสธ แต่เซวียเสี่ยวหรั่นก็ฉวยโอกาสที่อันอ้าปากใส่เลือดเข้าไป
ลิงน้อยเคี้ยวกินด้วยสัญชาตญาณอาจด้วยรู้สึกว่ารสชาติดีมาก ดวงตาของมันเบิกขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาของลิงเป็นสีดำกลมแป๋วแหวว ยิ่งเบิกตาโตๆ ยิ่งแลดูน่ารัก
เซวียเสี่ยวหรั่นทอยิ้ม "อร่อยล่ะสิ นี่เป็นเลือดของเลียงผาเชียวนะ บำรุงดีนักล่ะ แต่เจ้ายังเล็กกินครึ่งชามก็พอแล้ว อีกประเดี๋ยวจะปอกเกาลัดให้กิน"
พูดจบก็ตักให้มันอีกช้อน คราวนี้ลิงน้อยหยุดชะงักไปชั่วอึดใจ มันมองรอยยิ้มของเธอ ก่อนอ้าปากกว้าง
"ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะเรียกว่าเด็กดี" พอเห็นมันยอมเชื่อฟังแต่โดยดีเซวียเสี่ยวหรั่นก็ยิ้มหน้าบาน
รอจนกระทั่งกินเลือดในชามหมดทางด้านของเหลียนเซวียนก็เจียวน้ำมันออกมาได้พอประมาณแล้ว
ภายในถ้ำมีแต่กลิ่นหอมของน้ำมัน
"ใช้ได้แล้ว ใช้ได้แล้ว" เซวียเสี่ยวหรั่นยกกระทะมาวางบนพื้นกระทะใบนี้มีทำด้ามจับด้วย เพียงแต่ค่อนข้างสั้น ยังต้องใช้ของมาห่อป้องกันลวกมือ
เธอหยิบโถใส่ของที่ตากแห้งแล้วเอาน้ำมันเทลงไปอย่างระมัดระวัง เหลือน้ำมันแค่ก้นกระทะกับกากทิ้งไว้
"พรุ่งนี้เอากากไขมันมาผัดกับไข่ มีต้นหอมป่าอยู่พอดี อืม...ต้องหอมมากแน่ๆ" เซวียเสี่ยวหรั่นเดาะลิ้นพลางยกกระทะไปวางตรงช่องหินบนกำแพงอย่างระมัดระวังแล้วใช้ใบเผือกป่าคลุมไว้ชั้นหนึ่ง
กินแต่อาหารจำพวกน้ำแกงไปเยอะแล้วพอรู้ว่าจะมีอาหารผัดมาเพิ่ม เหลียนเซวียนก็เกิดความรู้สึกเฝ้ารอ
เขาเติมฟื้นเข้าไปในกองไฟไม่ช้ากองไฟก็สว่างโชติช่วงขึ้นมาอีกหน
ลิงน้อยซึ่งอยู่ไม่ไกลท่าทางไม่สงบอย่างชัดเจน
สัตว์มักมีสัญชาตญาณกลัวไฟ
เซวียเสี่ยวหรั่นโดยลูกหนามเข้ากองไฟหลายลูกแล้วย่อตัวนั่งยองๆ ข้างลิงน้อย ลองลูบหัวของมันเบาๆ ลิงน้อยหวาดระแวงเล็กน้อยแต่มิได้ต่อต้านหรือปฏิเสธ
"ไม่ต้องกลัว ไฟนั่นไม่เผาเจ้าหรอก นอนอย่างสบายใจเถอะประโยชน์ของไฟมีอยู่มาก ไม่มีไฟพวกเราอาจแข็งตายตอนกลางคืน พวกเราไม่เหมือนเจ้าที่มีขนให้ความอบอุ่นทั้งตัว" เซวียเสี่ยวหรั่นลูบขนของมันเบาๆพูดกับมันด้วยรอยยิ้ม ช่วยบรรเทาความเครียดและความไม่สบายใจของลิงน้อย
ลิงน้อยจ้องเธอตาปริบๆแม้ว่าแววตาจะยังมีความระแวง เจือไปด้วยความสงสัย แต่มันก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้าน
เซวียเสี่ยวหรั่นยิ้มจนตาหยีเป็นเส้นตรงหึๆ แผนการใช้ความนุ่มนวลตะล่อมได้ผลดีจริงๆ
มิน่าเล่าเมื่อครู่นี้นางถึงฉวยโอกาสตัดเล็บให้มันตอนที่ยังหมดสติอยู่ดูท่าคงวางแผนป้องกันการถูกลิงข่วนไว้ล่วงหน้าแล้ว
แม่นางผู้นี้มีปฏิภาณไหวพริบยิ่งกว่าลิง
ผ่านไปครู่หนึ่งผลเกาลัดสุกดีแล้ว เซวียนเสียวหลั่นก็ใช้กิ่งไม้เรียวยาวคีบออกมาแล้วมานั่งข้างลิงน้อย เริ่มปอกเปลือกเกาลัด
หลังปอกเสร็จหนึ่งเม็ดก็ยื่นส่งให้มัน
ลิงน้องจ้องตาปริบๆลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดก็ยื่นมือออกไปรับ ทว่าพอมือสัมผัสถูกเกาลัดอุ่นร้อนมันก็ตกใจเกือบขว้างทิ้ง
"เฮ้ ระวังหน่อย อย่าขยับซี้ซั้ว เกาลัดไม่ร้อนหรอก กำลังอุ่นๆ กินได้" เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นมันแทบจะกระโดดขึ้นมา ก็รีบปลอบประโลม "อย่าขยับตัวตามอำเภอใจสิ เจ้าขาหัก บาดแผลสาหัสมากหากกระโดดไปกระโดดมากระดูกเคลื่อนอีกละก็ ก็ต้องต่อใหม่อีก เจ็บมากเลยนะ"
เซวียเสี่ยวหรั่นชี้ไปที่ขาข้างที่หักของมันแสดงท่าทางทรมานมากเป็นพิเศษ ด้วยการกอดขาซ้ายดิ้นพราดๆ บนพื้น แล้วเลียนแบบวิธีร้องโหยหวนของมัน
ไม่เพียงแต่ทำให้ลิงน้อยตกใจจนอึ้งงันยังทำให้เหลียนเซวียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกว่าอาการปวดฟันของตนเองกำเริบอีกแล้ว
นางต้องการสื่อสารกับลิงมากขนาดนี้เชียวหรือ
มันจะเข้าใจความหมายของนางหรือไม่
เซวียเสี่ยวหรั่นร้องโอดโอยอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นมาหลังจากนั้นก็ชี้ไปที่ขาของลิงน้อย แล้วก็บิดขาของตัวเองให้แลดูประหลาดจากนั้นก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
เธอทำท่านี้ซ้ำอยู่สามรอบ
ภายในถ้ำมีแต่เสียงร้องครวญครางของนางสะท้อนกลับไปกลับมา
เหลียนเซวียนไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกของตนเองอย่างไร
"เอาล่ะ เรื่องสำคัญต้องพูดสามรอบ ลิงน้อย จำไว้ให้ดีล่ะผลของการขยับขาซ้ายตามอำเภอใจ จุดจบก็จะน่าเศร้าเหมือนข้าเมื่อครู่นี้"
เซวียเสี่ยวหรั่นลุกขึ้นมานั่งแล้วปัดฝุ่นตามตัวก่อนเหลือบไปหาเหลียนเซวียนที่แสร้งทำเป็นสงบนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอหัวเราะแหะๆแล้วปอกเปลือกเกาลัดต่อไปเงียบๆ
ลิงน้อยไม่ขยับตัวซี้ซั้วอีกเลยเพราะตกใจจากการกระทำของนาง หรือเข้าใจความหมายที่นางบอกก็สุดรู้
มันหยิบเกาลัดขึ้นมาดมหลังจากทดลองกัดคำหนึ่ง ก็กินต่ออย่างเอร็ดอร่อยไม่แสดงความเจ็บปวดเหมือนอย่างตอนแรกอีกแล้ว
"ลิงก็เป็นพวกที่ชอบของอร่อยอยู่เหมือนกันนะ" เซวียเสี่ยวหรั่นยิ้มแก้มปริ พอมีของอร่อย แม้แต่ความเจ็บปวดก็ยังลืมสิ้น
เหลียนเซวียนนิ่งงันเติมฟืนใส่เข้าไปในกองไฟต่อ