ตอนที่ 5 (3)
วันศุกร์หวนมาบรรจบอีกครา มีประชุมกลุ่มช่วงเช้าตามปกติ ก่วงเซิ่งกรุ๊ปจะเรียกประชุมกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของแต่ละแผนกทุกๆ สองเดือนเพื่อรายงานการดำเนินงานของแต่ละสาขา ถังเฮ่อในฐานะประธาน หลังจากเปิดประเด็นรายงานภาพรวมการดำเนินงานสองเดือนนี้แล้ว ก็ให้ซูอันและผู้รับผิดชอบคนอื่นๆ ผลัดกันรายงานโครงการรายได้ รวมถึงรายละเอียดกำไรขาดทุนของทั้งกลุ่มในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ถังเฮ่อคนก่อนมักจ้องการรายงานของทุกคนอย่างจดจ่อ ทว่าวันนี้ประธานถังใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตอนที่เขาหยิบมือถือออกมาเป็นครั้งที่แปดพร้อมจ้องหน้าจอเผยยิ้มโง่เง่านั้น ผู้จัดการสาขาคนสุดท้ายก็รายงานเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด ผู้จัดการหนุ่มที่เผชิญหน้ากับประธานถังผู้ใจลอยตลอดการรายงานของตนนั่งลงด้วยเหงื่อเย็นๆ ไหลชุ่ม ซูอันกลับจ้องถังเฮ่อด้วยสายตาราวกับจะฆ่าคน อยากประกาศเลิกประชุมแทนอีกฝ่ายด้วยใจโกรธจัด
หลังการประชุม ซูอันเดินตามถังเฮ่อกลับห้องทำงานประธานอย่างเย็นชา ประธานถังที่เพิ่งได้รับคำเชิญจากตู้เจี้ยนโยวว่า ‘ตอนบ่ายอยากไปดูที่ดินแปลงสวยที่พี่เคยพูดถึง จากนั้นค่อยไปหาอะไรกินกันดีไหมครับ’ พลันเริ่มยิ้มโง่เง่าอีกครั้ง พอหันกลับไปเห็นซูอันที่เหมือนสายลมเย็นยะเยือกแนบชิดติดอยู่ข้างหลังก็แทบหัวใจวายตาย
“เธอทำอะไร ทำอะไรฮะ หลบหลังคนอื่นทำให้คนเขาตกใจนะรู้ไหม” ไม่รู้ว่าไปมาหาสู่กับตู้เจี้ยนโยวนานไปหรือเปล่า เลยถึงขั้นเลียนแบบท่าทางตบหน้าอกเบาๆ ปลอบขวัญตัวเองมาด้วย
“ฉันน่ากลัวเหรอ พี่ไปส่องกระจกหน่อยไหม ยิ้มโง่เง่าของพี่ตอนนี้มันสยองสุดๆ พี่ยังใช่ถังเฮ่ออยู่ไหมเนี่ย” ซูอันพูดด้วยความรังเกียจ
“มีที่ไหน ฉันยิ้มที่ไหน” ถังเฮ่ออยากแก้ภาพลักษณ์ของตัวเอง แต่มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นนั้นตึงเสียจนดึงลงไม่ได้
“ช่างเถอะๆ ยิ้มออกมายังจะดีซะกว่า พี่ทำหน้าแบบนี้เหมือนกำลังจะเส้นเลือดในสมองแตก” ซูอันตัดสินใจล้มเลิกการรักษาถังเฮ่อ
เขามองซูอันที่สิ้นหวัง กำลังเตรียมเอ่ยปากบอกเธอว่าตอนบ่ายต้องไปเจอตู้เจี้ยนโยวอีกเพื่อ ‘เคลียร์งาน’ ซูอันกลับชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “ประธานถัง ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นระหว่างพี่กับผู้กำกับตู้กันแน่”
“ฮะ อะไรคือเกิดอะไรขึ้น” ถังเฮ่อไม่เข้าใจ
เมื่อมองดูก็ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าแกล้งโง่หรือโง่จริงกันแน่ ซูอันเลยเปิดประเด็นไปโต้งๆ “ฉันกำลังถามว่าช่วงนี้พี่สนิทกับตู้เจี้ยนโยวมาก เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ได้กันแล้วเหรอ” ซูอันอยู่ต่างประเทศมานาน ไม่แน่ใจว่าคำนี้ใช้แบบนี้หรือเปล่า
ประธานถังที่เตรียมจิบชาให้ชุ่มคอแบบชิลๆ ถึงกับตกใจคำพูดประโยคนั้นของซูอันจนเกือบพ่นชาออกมา
“แค่กๆ นี่ เธอน่ะเป็นเด็กผู้หญิงหัดพูดจาให้มันสุภาพหน่อย คำที่ใช้ไม่เป็นก็อย่าใช้มั่วซั่ว คำว่า ‘ได้’ มันหมายถึง หมายถึง...” ทำไม้ทำมือก็อธิบายให้เข้าใจไม่ได้ ช่างเถอะ ถังเฮ่อสะบัดมือปัดๆ ไม่พรากแม้ม่านเมฆสักผืน[1]
ซูอันมองเจ้านายที่ดูลนลานหน้าแดงเถือกด้วยความแคลงใจ ยังซักไซ้ไม่ยอมลดละ “ที่พวกพี่สองคนส่งข้อความหากันทุกวัน เอาแต่นัดกันทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัวอยู่เรื่อยๆ เพื่อที่พี่จะได้กินข้าวกับเขาน่ะ รู้ไหมว่าฉันช่วยพี่หาข้ออ้างบอกปัดงานเลี้ยงสังสรรค์ไปหลายทีแล้ว นั่นเป็นช่วงเวลากอบโกยเงินทองทั้งนั้นเลยนะประธานถัง นี่พี่เริ่มมองเรื่องสนุกสำคัญกว่าเรื่องหาเงินตั้งแต่เมื่อไร เว้นแต่ว่า...” ซูอันยั้งปาก
“เว้นแต่ว่าอะไร” ถังเฮ่อมองเธออย่างระแวดระวัง ตั้งใจว่าถ้าซูอันพูดจาลามกอีกรอบจะหาครูสอนภาษาจีนมาติวเข้มให้มันดีๆ
“เว้นเสียแต่ว่านั่นคือคนในหัวใจของพี่” โอ๊ย ยังจะคนในหัวใจอีก! ไปเรียนคำนี้มาจากไหนนะ ถังเฮ่อรู้สึกคลื่นเหียนสุดจิต
“เธอว่าใครเป็นคนในหัวใจฉันนะ” ขณะนี้ถังเฮ่อก้มหน้ามองข้อความอีกครั้ง ตู้เจี้ยนโยวส่งรูปเซลฟีทำหน้าตลกมา
ซูอันเห็นท่าทางที่ดูละเลยการสนทนานี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟอีกครั้ง ถังเฮ่อเป็นคนที่มีสมาธิจดจ่อมาโดยตลอด ตอนนี้เพื่อตู้เจี้ยนโยวแล้ว จิตใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปกว่าครึ่ง หากรู้แต่เนิ่นๆ ตอนนั้นไม่น่าวางแผนให้พวกเขาเจอกันเลย เธอจ้องเจ้านายที่เริ่มเผยยิ้มโง่เง่าอีกแล้ว แย่งมือถือมา ชี้หน้าตาตลกๆ บนจอ พูดด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “ฉันพูดถึงเขานี่แหละ ตู้เจี้ยนโยวคือคนที่อยู่ในใจของพี่ พี่ตกหลุมรักเขาแล้วใช่ไหมล่ะ”
“ฮะ วะฮ่าๆๆๆ...” ถังเฮ่ออึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นระเบิดหัวเราะจนหยุดไม่อยู่ ชี้ซูอันราวกับเธอเพิ่งเล่าเรื่องตลกโปกฮา
“ฉันตกหลุมรักตู้เจี้ยนโยวเนี่ยนะ เธอเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า เขาเป็นผู้ชายนะ” ถังเฮ่อหัวเราะจนหอบพลางตอบไปด้วย
“ฉันถามพี่ว่า ‘พี่ตกหลุมรักตู้เจี้ยนโยวหรือเปล่า’ ไม่ได้ถามว่า ‘เขาเป็นผู้ชายหรือเปล่า’” ซูอันจี้จุดที่จิตใต้สำนึกของถังเฮ่อพยายามหลีกเลี่ยงได้อย่างแม่นยำ
“คำถามของเธอขัดแย้งกันเองอยู่นะ! จุดยืนทางการเมืองแบบนี้มันไม่ถูกต้อง จะให้ฉันตอบยังไง เธอเพิ่งรู้จักฉันวันแรกเหรอ เธอไม่รู้เหรอว่าฉันขาดผู้หญิงไม่ได้ ฉันจะตกหลุมรักผู้ชายได้ยังไง ฉันไม่มีทางตกหลุมรักผู้ชายหรอก” ถังเฮ่อปกปิดความอึดอัดใจด้วยการถามกลับและเน้นย้ำซ้ำไปซ้ำมา อย่างกับกลัวว่าซูอันจะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง
“ฉันเข้าใจแล้ว พี่ตกหลุมรักผู้ชายไม่ได้” พี่แค่ชอบตู้เจี้ยนโยว เพราะซูอันฉลาดจึงไม่ได้เอ่ยประโยคท่อนหลังนี้ออกไป เธออยากจะดูเสียหน่อยว่าถังเฮ่อที่รับมือเพศตรงข้ามได้ง่ายดาย มองว่าความรักเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง แถมยังพูดว่าตัวเองขาดผู้หญิงไม่ได้แต่กลับไล่คู่นอนไปทีละคนๆ โดยไม่ได้แตะผู้หญิงมาครึ่งปีกว่าแล้ว จะตกม้าตายอย่างไร
จู่ๆ ซูอันก็ยิ้มแฉ่งใส่ถังเฮ่อ เอ่ยเสียงอ่อนโยน “เดี๋ยวมีนัดไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะค่ะ! บริษัทยังมีฉันอยู่ สบายใจได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ ประธานถัง” ซ้ำยังมองเขาอย่างมีความหมายลุ่มลึก
ถังเฮ่องุนงงกับซูอันที่จู่ๆ ก็มีท่าทีอ่อนโยนน้ำเสียงนุ่มนวล คิดๆ ดูแล้วคงเป็นเพราะระยะนี้ทำเธอเหนื่อยสายตัวแทบขาดเลยไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบนี้ เฮ้อ! มีแต่ต้องคิดหาวิธีตกรางวัลสิ้นปีให้เยอะๆ หน่อยแล้ว
ตู้เจี้ยนโยวเพิ่งนัดประธานถังไปดูที่ดินผืนที่ถูกบรรยายว่าสวยมาก แถมยังส่งรูปเซลฟีไปให้อีก จริงๆ แล้วในใจเขาหวังว่าจะมีสักรูปของตนอยู่ในมือถือของอีกฝ่าย
เชิงอรรถ
^ ท่อนสุดท้ายในบทกวีอำลาเคมบริดจ์ ของ สวีจื้อม๋อ หมายถึงจากไปอย่างเงียบๆ