ตอนที่18 ตัวเหว่ยฉง
หากต้องใช้คำหนึ่งคำมาบรรยายคนยุคดึกดำบรรพ์คำนั้นก็คือ ‘อาจหาญ’
คุณเคยพบเห็นผู้หญิงที่สามารถลุกขึ้นเดินได้หลังจากคลอดบุตรเพียงสามวันหรือเปล่าคุณเคยพบเห็นเด็กทารกที่เพิ่งเกิดได้สามวันก็สามารถกินน้ำผลไม้ได้แล้วหรือไม่
วันที่สามหลังจากอาหย่าคลอดลูกก็สามารถลุกขึ้นเดินได้แล้วนอกจากสีหน้าไม่มีเืฝาดแล้ว อย่างอื่นล้วนสมบูรณ์แข็งแรงดีอย่างยิ่ง
ร่างกายไม่มีอาการผิดปกติและไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวแต่อย่างใดเลย!
อาซีคิดว่าถ้าหากคนเช่นนี้ใช้ชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบันนั่นก็คงเป็เื่ที่มหัศจรรย์อย่างยิ่งยวด
เด็กน้อยที่เกิดมาเป็เพศผู้หลังจากสามวันก็แกว่งมือแกว่งเท้า และกินน้ำผลไม้เขียวถึงหนึ่งเปลือกผลไม้! พอหนึ่งเดือนให้หลังเด็กน้อยก็คนนี้ก็เริ่มพูดจาอ้อแอ้แล้ว
คนที่นี่ทุกหนแห่งล้วนแสดงออกให้เห็นแตกต่างกัน!จากที่อาซีรู้สึกตื่นตะลึงก็เริ่มเปลี่ยนเป็ชาชิน
อาไน่และอาซีถูกเรียกให้ไปร่วมถกปัญหากัน
คนเจ็ดแปดคนล้อมอยู่รอบๆกองไฟเล็กๆ ของหมอผี บ้างกำลังมองฝ่าเท้าของตัวเอง บ้างก็กำลังใช้มือเขี่ยผลึกน้ำแข็งและก็มีบ้างที่กำลังเช็ดอาวุธอยู่ ซึ่งไม่มีผู้ใดเลยที่ไม่มีสีหน้าจริงจัง
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ”อาซีกระซิบถามอาไน่เสียงเบา
“อาจจะเป็ปัญหาเื่อาหาร”
หลายวันมานี้อาหารจำพวกเนื้อลดน้อยลงทีละนิดๆตามประสบการณ์ที่ผ่านมาเกรงว่าอาหารที่เก็บตุนไว้จะเหลือไม่มากแล้ว
เมื่ออาไน่กับอาซีนั่งลงแล้วคนอื่นๆ ที่เหลือก็มองมาที่อาซีทั้งสิ้น
“มีอาหารไม่พอแล้วอย่างนั้นหรือ”อาซีเอ่ยถามหมอผี
หัวหน้าเผ่ากล่าว“อาหารที่มีอยู่ในถ้ำมีพอกินได้เพียงพระอาทิตย์ขึ้นยี่สิบครั้งเท่านั้น”
“หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นยี่สิบครั้งจะเป็่หิมะละลายสามารถออกไปหารากหญ้ากินได้บ้าง แต่ก็ไม่อาจทนตรากตรำจนหน้าหญ้ามาถึงได้”
“่หิมะละลายเป็่เวลาที่สัตว์ร้ายคลุ้มคลั่งที่สุดไม่ว่าใครก็ไม่กล้าจะออกไปจากปากถ้ำ ออกไปก็มีแต่ตายเท่านั้น”
พวกเขาบอกเล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้กับอาซีทีละน้อยๆคนละประโยค
หมอผีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ“หากจะอยู่ให้ถึงหน้าหญ้าจะต้องมีอาหารให้พอเท่ากับพระอาทิตย์ขึ้นสี่สิบครั้ง ถ้าหากไม่สามารถทนใช้ชีวิตไปจนถึง่นั้นได้คนที่อยู่ที่นี่จะอดตายไปครึ่งหนึ่ง”
ชัดแจ้งว่าได้พยายามล่าสัตว์อย่างมากแล้วทว่ายังคงไม่อาจมีเสบียงที่เพียงพอให้กับคนในชนเผ่าได้
หัวหน้าเผ่าทุบกำปั้นลงที่ต้นขาตัวเองรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่พลาดไป ถ้าหากสามารถล่าสัตว์ได้มากกว่านี้อีกหลายๆ วันก็คงไม่มีปัญหาแล้ว
“แล้วก่อนหน้านี้ผ่านมาได้อย่างหรือ”อาซีกล่าวถาม
“จากประสบการณ์ที่ผ่านมาอาหารพวกนี้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ถึงหน้าหญ้า แต่เนื้อตัวเก่าป๋า (สัตว์ชนิดหนึ่ง)ที่ล่ามาได้เมื่อตอนหน้าแล้งไม่รู้เปลี่ยนสีดำได้อย่างไร หนำซ้ำยังทำให้เนื้อสัตว์อื่นๆเสียลามไปอีกบางส่วน จึงทำให้อาหารไม่เพียงพอในตอนนี้” ผู้เฒ่าที่เป็ผู้เฝ้าเนื้อสัตว์ตำหนิตัวเองอย่างหนัก
ถ้าหากระมัดระวังได้มากกว่านี้อีกสักหน่อยก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
“อาซีเ้ามีวิธีอะไรบ้าง”
“อาซีเ้าคือคนที่เทพเ้าส่งมาเ้าจะต้องรู้วิธีอะไรบ้างเป็แน่”
พวกเขาต่างฝากความหวังไว้ที่อาซีคนในชนเผ่ามักจะพบเจอกันอยู่เสมอๆ พวกเขาไม่อยากจะเสียคนไหนๆ ไปทั้งสิ้น
ซึ่งถ้าหากมีอาหารไม่พอคนที่จะตายไปเป็อันดับแรกก็คือเหล่าผู้เฒ่าในชนเผ่า รองลงมาคือบรรดาเพศเมีย ตามด้วยเหล่าเด็กน้อยสุดท้ายถึงจะเป็เพศผู้ที่กำยำแข็งแรง
“ในมือของทุกคนมีอาหารที่สามารถกินได้อยู่จำนวนหนึ่งไม่มากก็น้อยถ้าหากต่างคนต่างนำออกมา บางทีอาจจะพอให้ประทังไปได้่เวลาหนึ่ง” อาซีเอ่ย
“นี่ก็เป็วิธีหนึ่งยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่” หมอผีเอ่ยถาม
อาซีกล่าว “ยังมีอีกวิธีหนึ่งก็คือให้เอาพวกเนื้อมาทำเป็น้ำแกงเมื่อกินน้ำแกงเข้าไปครึ่งหนึ่งแล้วจะสามารถลดจำนวนการกินเนื้อไปได้”
ผู้คนที่มองดูอาซีอยู่เ่าั้ค่อยๆปรากฏประกายความหวังขึ้นในแววตาอย่างช้าๆ
พอเห็นเหล่าผู้คนที่กำลังมองนางอยู่ด้วยแววตาเป็ประกายอาซีรู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้งอย่างยิ่งบนบ่า
“อาซี พวกเราเชื่อเ้าเ้าลงมือทำได้เลย” หมอผีกล่าว
“พวกเราทุกคนจะไปช่วย”หัวหน้าเผ่าเอ่ย
พวกเขาเริ่มลงมือทำเพื่อที่จะเปลี่ยนความหวังอันนี้ให้กลายเป็จริง
คนที่กำลังล้อมวงกันอยู่ทยอยลุกออกไปแล้วไปอธิบายสถานการณ์ให้กับคนในเผ่า พอบรรดาคนที่ได้ฟังข้อมูลนี้แล้วก็ทยอยนำอาหารของตัวเองออกมาทำให้อาซีรู้สึกทอดถอนใจกับความจริงใจของคนที่นี่อีกครั้ง!
หม้อหินถูกตั้งเตาเอาไว้จากนั้นก็ก่อกองไฟ
รอบข้างมีอาหารกองโตที่ทุกคนต่างอุทิศออกมาให้ซึ่งอาหารเหล่านี้บรรดาเพศผู้และเพศเมียต่างหามาเก็บตุนไว้อย่างยากลำบาก
ยามเมื่อเผ่าประสบกับอุปสรรคพวกเขาก็นำออกมาให้ด้วยความใจกว้าง
หั่นก้อนเนื้อก้อนใหญ่ให้เป็ก้อนเล็กๆตามจำนวนคน ทำเช่นนี้แล้วจะรับประกันได้ว่าทุกคนจะได้กินเนื้อคนละหนึ่งชิ้น
จากนั้นเลือกผลไม้ที่ดูน่าจะมีรสชาติดีออกมาจากกองอาหารหลายชนิดๆแล้วใส่ลงไปต้มในน้ำแกง
หม้อหินนำความร้อนได้ไม่ดีมากนักระหว่างที่กำลังรออยู่นั้น อาซีจึงนำผลไม้แห้งออกมาหนึ่งหอบหนังสัตว์
บรรดาเพศเมียนั่งลงบิผลไม้กินด้วยกัน
“อร่อยจริงๆ หากไม่ใช่เพราะอาซีพวกเราก็คงยังไม่อาจได้กินของอร่อยเช่นนี้”
“คราวหลังจะต้องตามติดอาซีถึงจะมีของกิน”
“ต่อให้เป็ผลไม้ก็ยังได้”
หม้อหินเริ่มเดือดพล่านไอน้ำทำให้กลิ่นในหม้อกำจายออกไป
ผู้คนที่กำลังเอนนอนอยู่บนพื้นเ่าั้ทยอยลุกขึ้นแล้วเดินตามกลิ่นมา
“อาซีเ้าทำอะไรอร่อยๆหรือ”
“หอมเหลือเกิน!”
“กินได้แล้วหรือยัง”
“ไหนข้าลองชิมดูสักหน่อย”
คนที่มุงเข้ามามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆบางส่วนยังถือเปลือกผลไม้ไว้ใช้เป็ถ้วยอยู่ในมืออีกด้วย
เด็กน้อยที่ท้องหิวอดใจไว้ไม่อยู่ยื่นถ้วยที่สองมือประคองอยู่มาให้เพื่อขอกิน
อาซีแบ่งให้หมอผีเป็คนแรก“ท่านลองชิมดูว่ากินได้หรือไม่”
หมอผีชิมน้ำแกงเพียงคำน้อยๆรู้สึกว่ารสชาติสดอร่อย กลิ่นหอมอวลอยู่ในโพรงปาก กินแล้วยังอยากกินอีก
หมอผียิ้มพลางเอ่ย“น้ำแกงของอาซีอร่อยอย่างยิ่ง สามารถกินได้”
“ข้า” “ข้า” “ข้าด้วยอีกคน”
ทุกคนต่างชูเปลือกผลไม้หาอาซีเพื่อขอน้ำแกงเนื้อ
อาซีแบ่งน้ำแกงเนื้อเฉลี่ยให้คนละส่วน
“นี่เป็น้ำแกงที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมา”
“นึกไม่ถึงว่าจะเอาเนื้อมาทำเช่นนี้ได้ด้วย!ยังสามารถปรุงโดยใส่ผลไม้ไปพร้อมกับเนื้อได้อีก”
“อาซีเ้าต้องสอนข้านะ”
อาซานกระแทกไหล่อาไน่เบาๆ“เ้ามีเพศเมียที่เยี่ยมคนหนึ่ง”
“อิจฉาอาไน่ ไฉนอาซีถึงเป็ของอาไน่ได้!”
“อาไน่ข้าจะท้าเ้าต่อสู้อาซีไม่อาจเป็ของเ้าได้”
อาไน่หัวเราะชอบใจเขารู้มาโดยตลอดว่าน้ำแกงเนื้อที่อาซีทำนั้นรสชาติดี แต่คาดไม่ถึงว่าจะได้รับความนิยมชมชอบถึงเพียงนี้
เพราะน้ำแกงหม้อเดียวทำให้่เวลากินข้าวกลายเป็่เวลาที่แทบทุกคนรอคอยมากที่สุด คนที่เฝ้าปากถ้ำเองยังสืบเท้าลงไปในถ้ำ
เนื่องด้วยการรอคอยของคนจำนวนมากอาซีกับบรรดาเพศเมียจึงทำน้ำแกงเนื้ออีกหม้อใหญ่
ทันใดนั้นหมอผีที่ประคองน้ำแกงไว้มือก็สั่นเทิ้มจนทำเปลือกผลไม้ในมือตกลงพื้นเมื่อเปลือกผลไม้ตกถึงพื้นก็แตกทันที น้ำแกงที่อยู่ในถ้วยกระเด็นเซ็นซ่านไปทั่วบริเวณ
เย่ว์ เพศเมียของหัวหน้าเผ่ารีบสืบเท้าไปอยู่ตรงหน้าหมอผี“หมอผี เกิดอะไรขึ้นหรือ”
บรรดาเพศผู้เองก็เข้าหาหมอผีแล้วไถ่ถามหมอผีเช่นกัน
ฟันบนของหมอผีกระแทกกับฟันล่างอย่างรุนแรงและรวดเร็วสั่นเทาจนพูดออกมาไม่เป็คำ “อัน ตะ ราย”
หมอผีรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลอาจจะเป็สิ่งที่อันตรายอยู่เบื้องหน้า กดดันนางเอาไว้ทำให้ไม่สามารถพูดออกมาได้สักประโยค
หัวหน้าเผ่าอยู่ข้างๆหมอผี สอดส่องโดยรอบอย่างระแวดระวัง
บรรดาเพศผู้เข้าสู่ท่วงท่าเตรียมสังหารสัตว์ซึ่งเหล่าเพศเมียก็ตามติดอยู่ด้วยกันอย่างชิดใกล้
‘โครม’ หินที่อยู่เหนือศีรษะก้อนหนึ่งตกลงมา
คนที่อยู่บนพื้นหลีกหนีไปด้านข้างอย่างรวดเร็วทว่าคนที่ยืนอยู่ในครรลองสายตาของสัตว์ร้ายอยากจะขยับหนีแต่ก็ไม่สามารถทำได้
หัวทรงสามเหลี่ยมชะโงกออกมาจาก้าตามด้วยกรงเล็บอันคมกริบคู่หนึ่ง
‘โครม’ ร่างใหญ่โตหล่นลงสู่พื้นดิน
สัตว์ร้ายเผยร่างของมันออกมาให้เห็นทุกส่วนบนหัวทรงสามเหลี่ยม มีดวงตาและจมูกกระจุกรวมอยู่ด้วยกัน มันมีขาที่เล็กและสั้นทั้งหมดสี่ขามีท้องที่อ้วนฉุจนคล้อยถึงพื้น ซึ่งส่วนที่น่าครั้นคร้ามที่สุดของมันคือฟัน แหลมคมจนน่าหวาดประหวั่น
“มันคือตัวเหว่ยฉง!”
“ที่นี่มีตัวเหว่ยฉงได้อย่างไร”
“หมอผี หัวหน้าเผ่ารีบวิ่งเร็ว”
พวกเขาเองก็คิดที่จะวิ่งหากแต่ขาทั้งสองขาถูกดูดเอาไว้ในเมื่อไร้ความรู้สึกไปแล้ว แม้อยากจะขยับก็ขยับไม่ได้
คนที่อยู่โดยรอบหยิบอาวุธต่อสู้ของตัวเองขึ้นมาประจันหน้ากับตัวเหว่ยฉงเพียงแค่หัวหน้าเผ่าออกคำสั่งพวกเขาก็จะพุ่งพรวดออกไป ต่อสู้สังหารตัวเหว่ยฉงที่โเี้ทันที
ตัวเหว่ยฉงพ่นลมหายใจออกมาครั้งหนึ่งละสายตาออกจากหมอผีแล้วมองไปทางอาซีที่อยู่ข้างๆ หม้อหิน
อาไน่ที่อยู่ข้างอาซีกำหมัดทั้งสองข้างแน่น ั์ตาเพ่งมองตรงไปยังตัวเหว่ยฉง เขาคิดแล้วว่าจะพาอาซีออกไปจากขอบเขตเส้นทางของตัวเหว่ยฉง
อาซีถูกตัวเหว่ยฉงทำให้ใจนแน่นิ่งมือกำช้อนยาวเอาไว้ตลอดเวลาไม่ปล่อย เป็เวลานานจนเมื่อยมือ
ตัวเหว่ยฉงเริ่มยกกรงเล็บขึ้นปีนป่ายเป้าหมายของมันคืออาซี
หัวหน้าเผ่าโผนะโขึ้นต่อยไปที่คอของตัวเหว่ยฉงหนึ่งหมัดเพศผู้ที่อยู่รอบๆ ก็ใช้อาวุธแทงไปยังตัวเหว่ยฉงอย่างสุดแรงเกิด
อาไน่สาวเท้าพุ่งพรวดขึ้นหน้าเพื่อบังอาซีเอาไว้โผนกระโจนขึ้นแล้วต่อยไปที่หน้าจมูกของตัวเหว่ยฉงหมัดหนึ่ง
ความเ็ปที่เหล่าเพศผู้มอบให้ตัวเหว่ยฉงล้วนเป็เพียงความรู้สึกคันๆเล็กน้อยเท่านั้น มันสั่นิัชั้นนอกเพื่อสะบัดสิ่งของเล็กน้อยที่อยู่บนตัวทิ้งไปอย่างไม่แยแส
“อาซี”
“อาซีรีบวิ่งหนีไปเร็ว”
บรรดาเพศเมียที่ตระหนกใต่างะโร้องหาอาซีด้วยความเป็กังวลแต่อาซีกลับไม่ไหวติง
อาไน่ที่ถูกสะบัดตกลงพื้นโผนะโขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งต่อยหมัดที่กำไว้แน่นไปที่บริเวณลำคอของตัวเหว่ยฉงครั้งหนึ่ง
บริเวณที่ถูกต่อยบุ๋มลงไปส่วนหนึ่งแล้วก็ดีดกลับทันควัน แรงสะท้อนกลับทำให้อาไน่กระเด็นไปบนกำแพงหิน
เหล่าเพศผู้เริ่มต่อสู้กลับเป็ครั้งที่สองแต่ก็ยังคงไม่อาจขวางตัวเหว่ยฉงไว้ได้
ตาเห็นว่าตัวเหว่ยฉงจวนเจียนจะมาถึงอาซีก็จึงใช้ช้อนไม้เป็อาวุธฟาดออกไปตามปฏิกิริยาตอบสนองดังปัก
ช้อนไม้แตกกระจุยและแล้วตัวเหว่ยฉงก็หยุดนิ่งลง
นี่เป็เพราะเหตุอันใดอย่างนั้นหรือ
คนที่อยู่รอบๆ ตัวเหว่ยฉงก็ไม่รู้ได้แต่คนที่อยู่รอบนอกกลับมองเห็นอย่างกระจ่างชัด
ในตอนที่ช้อนไม้ในมือของอาซีกำลังฟาดออกไปนั้นทำให้น้ำแกงเนื้อที่อยู่ในช้อนกระเด็นออกมา ตัวเหว่ยฉงก็ผละออกมาแล้วแลบลิ้นตวัดโอบน้ำแกงเนื้อเข้าไปในปากอันใหญ่โตโดยไม่หกแม้แต่หยดเดียว
ตัวเหว่ยฉงหยีตาลงครึ่งหนึ่งคล้ายกับกำลังเพลิดเพลินกับรสเลิศของน้ำแกงเนื้อ
ในทุกๆ ฤดูหนาวตัวเหว่ยฉงจะกลับมาหลับใหลอยู่ภายในซอกหินของูเาใหญ่ลูกนี้เนื่องจากด้านล่างหินสามารถแผ่ความร้อนออกมาได้
แต่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้มันได้รับข้อมูลชนิดหนึ่งที่ต่างออกไปจากภายในกลุ่มความร้อนเ่าั้ ดึงดูดให้มันลงมา
และในชั่วขณะที่ตัวเหว่ยฉงกำลังหยีตาพริ้มเพลิดเพลินอยู่นั้นพ่อของอาซานก็พูดกับทุกคนว่า “รีบออกมาเร็วเข้า เป้าหมายของตัวเหว่ยฉงคือน้ำแกง”
เมื่อได้รับข้อมูลสำคัญหัวหน้าเผ่าและบรรดาเพศผู้ก็โผนกระโจนออกไปซึ่งอาไน่ก็อุ้มอาซีไว้แล้วหนีออกไป
ตัวเหว่ยฉงเบิกตาอันเรียวเล็กขึ้นแล้วอ้าปากกว้างกลืนหม้อหินลงไป
ปากเล็กๆ ปากหนึ่งกลืนหม้อหินใบใหญ่หนึ่งใบลงไปไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็ลักษณะการกลืนแบบงู การที่หม้อหินเข้าไปในปากของตัวเหว่ยฉงก็เหมือนเช่นลงไปในมหาสมุทรฉับพลันนั้นก็มองไม่เห็นแล้ว
ั์ตาเรียวยาวของตัวเหว่ยฉงปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง
ฝูงชนค่อยๆ ลอบถอยร่นไปทีละก้าวๆพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
เหล่าเพศเมียหนีออกไปก่อนส่วนเพศผู้นั้นจดจ้องตัวเหว่ยฉงตลอดเวลา
ทันใดนั้นมวลอากาศกลุ่มหนึ่งก็แผ่ออกมากดดันคนที่กำลังเคลื่อนที่ก็ไม่กล้าขยับต่อไปอีก
คล้ายกับว่ามีหินก้อนใหญ่ทับลงบนบ่าก้อนหนึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจเคลื่อนไหวได้
หมอผีจุดลวดลายสัญลักษณ์เผ่าบนร่างขึ้นพาให้ฝูงชนจุดลวดลายสัญลักษณ์เผ่าบนร่างขึ้นมา เมื่อมีคนมากก็มีพลังมาก ส่งผลให้พลังของสัญลักษณ์เผ่าที่รวมกันสามารถหักล้างพลังกดดันที่มาจากตัวเหว่ยฉงไปได้
ตัวเหว่ยฉงเบิกตาดวงน้อยขึ้นมองไปทางคนของเผ่าเสือ ซึ่งแต่ละคนต่างแลเห็นั์ตาอันเยียบเย็นนั้น
ทุกคนล้วนรู้สึกหวาดกลัวมัน
สัตว์ไม่น่ากลัวทว่าสัตว์ร้ายท่ามกลางหมู่มวลสัตว์ร้ายนั้นน่าพรั่นพรึงที่สุด ตัวเหว่ยฉงหนึ่งตัวสามารถต้านทานสัตว์ร้ายได้มากที่สุดหนึ่งพันตัวไม่ว่าใครก็ไม่กล้ายุแหย่มันทั้งสิ้น
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมลดละไม่ว่าใครก็ไม่ยอมหลีกให้ใคร
อาซีมองเห็นเม็ดเหงื่อผุดอยู่บนหน้าผากของหมอผีและเปลวไฟบนร่างกายของอาไน่ก็ลุกโชนถึงขีดสุด
อาซีคิดว่าสิ่งที่ตัวเหว่ยฉงอย่างกินคือน้ำแกงเนื้อเช่นนั้นก็สามารถใช้น้ำแกงเนื้อหลอกล่อได้
อาซีรวบรวมความกล้าสืบเท้าขึ้นหน้าก้าวหนึ่งแล้วชี้ไม้ชี้มือพลางเอ่ยว่า“เ้ากลืนหม้อของพวกข้าเข้าไป แล้วพวกข้าจะทำน้ำแกงเนื้อให้เ้ากินได้อย่างไรเล่า”
สายตัวของตัวเหว่ยฉงย้ายไปมองบริเวณเหนือกองไฟซึ่งว่างเปล่าแล้วค่อยอ้าปากสำรอกหม้อหินออกมา
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72