แขนกำยำผายกว้างใต้มหาพฤกษาอิกดราซิเอล
“เชิญ” หลุยส์เขม็งตาเตือนดันเต้และกีเนเวียให้ขึ้นบนบัลลังก์
ขุนนางแห่งพรอว็องค์และขุนพลผู้ติดตามลุดวิจต่างแสดงสีหน้าตระหนก
“ไปสิ” หลุยส์กระซิบเตือนดันเต้อีกครั้งาาหนุ่มจึงก้าวขึ้นบนบัลลังก์ “เด็กก็ควรอยู่ในที่ของเด็กใช่ไหม”
ดันเต้หันกลับมามองหน้าหลุยส์ผู้กำลังยืนอยู่กลางบันไดหินอ่อน
รอยยิ้มแสยะเยาะพาให้ดันเต้มองผ่านไหล่เ้าแห่งบาวาเรียไปยังเื้ัคนที่เคยอยู่ใต้การปกครองของเขานั้นกำลังส่งสายตาดูิ่มายังดันเต้และกีเนเวีย
“พวกเขารับบัลลังก์คืนจากบาวาเรีย?”เสียงขุนนางสนทนาแ่เบา
“เขาไม่ควรทำเช่นนั้น”เสียงหนึ่งตอบกลับ “เรากำลังยอมบาวาเรียหรือ ช่างไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย”
“เขาไม่ต้องสู้ ก็ได้บัลลังก์คืนอย่างนั้นหรือ?”เสียงขุนนางกระซิบวิพากษ์วิจารณ์ “ช่างไม่มีศักดิ์ศรี”
“ดูพวกเขาสิ”ขุนนางท่านหนึ่งส่ายหน้า “คิดจะเอาตัวรอดเพียงลำพัง”
“ชายคนนี้ไม่ควรปกครองพรอว็องค์หรือแม้แต่เบอร์กันดี” เหล่าขุนนางพยักหน้าเห็นพ้องกัน
“เราเห็นแล้วว่าท่านก็มีปัญหาใหญ่พอควร”ลุดวิจยิ้มกริ่มเยาะเย้ยคนทั้งสอง
เกียสิเยกระแทกด้ามหอกหยุดคำพูดเหล่าขุนนางนำความเงียบมาสู่ท้องพระโรง
“ข้ายกทัพมาครั้งนี้เพราะเห็นว่าเราเป็พระญาติกัน”หลุยส์เกริ่นเข้าเื่ พร้อมประเมินสีหน้าดันเต้ว่าเข้าใจคำพูดต่อไปของเขาทุกคำ “ถ้าท่านทั้งสองจะลี้ภัยก็จงตัดสินเสียว่าแผ่นดินนี้เห็นสมควรอย่างไร”
มือซ้ายอันว่างเปล่าของหลุยส์ผายออกไปทางตะวันตกมือขวาของเขากุมดาบตราเหยี่ยวดำเคลื่อนไปทางตะวันออก
“เราทั้งสองทราบดีว่าจักรพรรดิโลธาริ่งใกล้ถึงวาระแล้ว”ดันเต้สบดวงตาสีเข้ม
เหล่าขุนนางหน้าตื่นแล้วยิ่งตื่นตระหนกกว่าเดิม
“ชาล์แห่งพรอว็องค์ใกล้จะได้เป็าาแห่งฟรังเกียเหรอ”ขุนนางซุบซิบกันเสียงดัง จนเกียสิเยกระแทกด้ามหอกเต็มแรกอีกหลายที
“ท่านมีสิทธิ์ในมรดกอีกส่วนอยู่แล้วมิใช่เหรอ”ดันเต้ไหวไหล่ “แผ่นดินทางตอนเหนือแห่งบาวาเรียไม่เพียงพอเหรอ”
“พระเ้าโลธาริ่งเจ็บป่วยเื่ใด”ขุนนางเอ่ยปากถามดันเต้ทันใด
ดันเต้ลดสายตามองพื้นหิน“กาฬโรค พระเ้าหลานผู้ไร้ทายาทกำลังสิ้นลม”
“แต่สัญญาแวร์เดิงกำหนดเอาไว้ผู้มีสิทธิ์ในแผ่นดินคือ โลธาริ่ง หลุยส์ และคาร์ลเท่านั้น” ขุนนางคนหนึ่งเสริมความ
“ใช่แล้ว”หลุยส์กำเข็มขัด ขึ้นเสียงสยบทุกคนในห้อง “าาตรงหน้าพวกเ้านั้นเป็บุตรของชาล์แห่งเบอร์กันดีผู้เป็บุตรของโลธาริ่ง ทายาทคนแรกแห่งราชวงศ์แกเบรอทญาทัว” หลุยส์พาทุกคนทวนความจำ“ชาล์แห่งเบอร์กันดีผู้มอบราชบัลลังก์คืนแก่โลธาริ่งที่สอง ราชสมบัติจึงไม่ใช่ของชาล์แห่งพรอว็องค์อีกต่อไป”
“หมายความว่าอำนาจการปกครอง...”ขุนนางมองกันไปมาก่อนหันไปหาดันเต้ “ท่านไม่มีอำนาจหรอกหรือ าาดันเต้”
ดันเต้ส่ายหน้า “ข้าได้รับมอบให้มาพิทักษ์แผ่นดินเบอร์กันดีและพรอว็องค์”ดวงตาสีทองมองไปยังหลุยส์ “นั่นคือประสงค์ของโลธาริ่งที่มีต่อเราและผู้คนของเรา”
“แต่ถ้าโลธาริ่งสิ้นดันเต้ก็มีสิทธิ์ในราชสำนักแห่งฟรังเกีย” ขุนนางสรุปความ
“สายเืข้านั้นจะสามารถปกครองฟรังเกียได้หรือไม่...มีเพียงฟรังเกียเท่านั้นที่เป็คนตัดสิน”ดันเต้ดึงทุกความเห็นร่วมในท้องพระโรงมาไว้กับตนอีกครั้ง “แผ่นดินแสนกว้างใหญ่ต้องฉีกแยกฆ่าฟันนี่เหรอคือความชอบธรรมแก่ประชาชน”
“ชาล์แห่งพรอว็องค์! อย่าทำเป็ไม่รู้เื่อีกเลย!”หลุยส์ตวาดจนหน้าสั่น “จะมอบแผ่นดินหรือให้เรารบเอาก็แล้วแต่จะโปรด”
“โลธาริ่งก็คือโลธาริ่งหากไม่มีนามว่าโลธาริ่ง ก็หมดสิทธิ์ในแผ่นดินฟรังเกีย” เกียสิเยตวาดใส่เหล่าขุนนาง
“เ้าไม่มีประกาศิตอันชอบธรรมในสัญญานี้”หลุยส์ชี้หน้าดันเต้
“ประกาศิตอันชอบธรรมเหรอ”ดันเต้กวาดมองดวงตาผู้คนในท้องพระโรง “ข้ามีนามว่าดันเต้แห่งแกเบรอทญาทัว ใช่!ข้าไม่ใช่โลธาริ่ง ใช่! ข้าไม่ใช่คาร์ล และใช่! ข้าไม่มีนามของหลุยส์”
“เมื่อสิ้นโลธาริ่ง เ้าไม่มีประกาศิตใดในแผ่นดินฟรังเกีย”หลุยส์เสียดเสียง
กีเนเวียกุมมือสามีแล้วกระตุกครั้งหนึ่งเธอส่ายหน้าเตือนเขา
...เราไม่สามารถปิดบังเขาไปได้หรอก...ดันเต้ส่งจิตบอกภริยา
จากนั้นาาหนุ่มจึงยื่นมือขวาไปในความว่างเปล่า
การสะบัดมือนั้นกอบกำประกายแสงระยิบระยับดึงดาบมนตราคมมณีประจำราชวงศ์ออกมาจากความว่างเปล่า ลำแสงพาให้ท้องพระโรงหินอ่อนสว่างจ้าทลายความมืดครึ้มใน่พริบตา
ทุกกลีบใบบนต้นอิกดราซิเอลเปล่งประกายแสงราวเทียนนับพันเล่ม
าาหนุ่มพลิกเอาด้ามดาบยื่นไปให้แก่หลุยส์“ท่านก็จงรับสัญลักษณ์แห่งการปกครองฟรังเกีย ดาบเดสติโอเนล (Дестионель меч) ไปเถิด”
ปลายด้ามตราดาบขลิบปีกเทวทูตห่างจากหลุยส์ไปเพียงแค่เอื้อม
ดวงตาของหลุยส์ลุกวาวขณะจับจ้องเขม็งไปบนด้ามดาบไพลิน
“ดาบอันเลื่องลือถึงมนตร์มายาแห่งจอมกษัตริย์อาเธอริเอล”มือหนายื่นไปหาความเย้ายวนตรงหน้า
“มิได้!” เสียงตื่นร้องดังกลางหมู่ขุนนางแห่งพรอว็องค์
ดันเต้ละสายตาจากเหล่าขุนนางมาส่งยิ้มอ่อนเชื้อเชิญหลุยส์ให้ััดาบ
“มิได้ ท่านลุดวิจ” ราชเลขาโจมุสก้าวออกมาจากกลุ่มด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
าาพรอว็องค์เบิกตากว้างมองราชเลขาฯผู้ติดตามตนมาั้แ่เริ่มครองราชย์
“โปรดรับสั่งให้ขุนพลรับดาบแทนท่านด้วยเถอะ” โจมุสกล่าวด้วยความร้อนรนแล้วหลุบตาลงมองเท้าหลุยส์
ลุดวิจเขม็งตากลับมาตั้งคำถามต่อดันเต้ทว่าผู้ให้คำตอบเพียงส่งรอยยิ้มอบอุ่น
บางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหลุยส์เพิ่งสังเกตเห็นถึงความแตกต่างนั้น ดันเต้สวมชุดไหมแดงสดใต้เกราะเงินขัดห่มด้วยขนสิงโตเผือกและผ้าคลุมสีขาวมุกแห่งฟรังเกียขอบเกราะบุด้วยทองคำ ฉลุลงลวดลายทองคำบนเกราะเงิน
กีเนเวียอยู่ในเครื่องราชสตรีชุดไหมสีธรรมชาติขาวมุกเลื่อมแสงทองสุกสว่าง
หลุยส์อ้าปากค้างมองเทวทูตและนางฟ้าผู้จะยื่นสมบัติล้ำค่าให้แก่เขา
แต่สิ่งที่กำลังหยิบยื่นมานั้นคือแอปเปิลอาบยาพิษอย่างนั้นเหรอ
“แล้วแต่ท่านลุดวิจเห็นสมควร”ดันเต้พยักหน้าอนุญาต
หลุยส์หรี่ตาลงประเมินครู่หนึ่ง“ทหาร! รับมอบดาบ”
นายทหารกระแทกเท้าเข้าหาดันเต้พร้อมมองด้วยดวงตาแข็งกร้าวแล้วยื่นมือไปคว้าจับทันใด ทว่าไม่ทันได้ดึงดาบจากมือดันเต้ร่างก็แตกสลายกลายเป็กองเนื้อและผงกระดูก
ลุดวิจตื่นตระหนกร้องดังลั่นปลุกให้ขุนพลบาวาเรียกระโจนเข้าขวางดันเต้ พวกเขาต่างเบิกตากว้างสั่นไหว รากขนบนผิวกายตระหนกจนขึ้นผดราวกับหนังเป็ด
เหล่าทหารพาท่านหลุยส์ถอยห่างจากคมดาบสองสามก้าวในขณะที่ขุนนางแห่งพรอว็องค์ยืนนิ่งเก็บอาการ ต่างก้มหน้าลงมองพื้นส่งดวงตาเหยียดผ่านหัวคิ้วไปทางโจมุสทันที
เ้าแห่งบาวาเรียชะงักตัวเขาพยายามตวาด แต่มันกลับไร้เสียง
เหล่าขุนนางแห่งพรอว็องค์ผู้เคยแปรพักตร์ส่ายหน้าอย่างเยือกเย็นในทันที
หลุยส์ถึงกับใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะเค้นเสียงคำรามลอดไรฟันออกไปว่า “เ้าคิดจะฆ่าข้าหรือ!”
เสียงคำรามกึกก้องท้องพระโรงเป็สัญญาณแห่งการฆ่าฟันแก่เหล่าทหารราชองครักษ์แห่งบาวาเรียใกล้ตัว
ขุนพลแห่งบาวาเรียจึงชักดาบจู่โจมาาผู้อยู่ใต้แสงทองจากใบอิกดราซิเอล
“เ้าทำเช่นนี้ หมายเป็ภัยร้ายต่ออาณาจักรบาวาเรีย”หลุยส์คำราม
แม่ทัพเกียสิเยนำทหารร่วมสามนายหมายจบชีวิตดันเต้บนชานหินอ่อน
เมื่อทหารวิ่งมาถึงสามขั้นสุดท้ายของบันไดร่างก็พลันแหลกสลายไปในอากาศด้วยการตวัดคมดาบมนตราเพียงครั้งเดียว
เสียงชุดเกราะ ดาบเหล็กตกลงกระทบพื้นหินอ่อน ดังก้องสดับจิตลุดวิจ
เ้าทหารแห่งบาวาเรียไร้นายทหารคุ้มกันเพราะแม่ทัพโพเทย์อยู่ห่างเกินยี่สิบก้าว ดาบอัญมณีจ่ออยู่ปลายคางพากระแสเย็นวาบไปทั้งกายลุดวิจผู้หัวใจหล่นไปถึงตาตุ่ม
“ขอท่านลุดวิจโปรดวางใจ”ดันเต้ดึงทุกความตื่นตระหนกมายังตนก่อนเขาจะปล่อยดาบสลายหายไปในอากาศธาตุ
อิกดราซิเอลคืนสภาพพุ่มเขียวใบอ่อนความมืดครึ้มกลับคืนสู่ท้องพระโรง
“เราต้องแสดงให้ท่านเห็นว่าสัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมนั้นไม่อาจส่งต่อให้กันมือต่อมือ” ดันเต้ว่าพลางยิ้มบางไปด้วย
ขนคอของลุดวิจลุกตั้ง คิ้วขมวดขึ้นสันฟันขบดังเป็จังหวะ
แม่ทัพโพเทย์มาถึงตัวลุดวิจก่อนใครสัญชาตญาณของนายทัพเจนศึกพาตัวเข้าแทรกกลางพร้อมผลักหลุยส์ถอยไปหาแม่ทัพเอียมุสแล้วจึงชักดาบขึ้นชี้หน้าดันเต้
แต่แล้วโพเทย์และเอียมุสก็ต้องชะงักหยุดเมื่อเห็นดันเต้ยกมือขึ้นห้าม
“หากจะปกครองพรอว็องค์ ท่านต้องเรียนรู้วิถีแห่งพรอว็องค์”คำประกาศนั้นสร้างความเงียบกลางท้องพระโรง
เหล่าขุนนางหน้าซีดเผือดตาไร้แวว ต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองดันเต้
เมื่อหลุยส์ได้สติก็คว้าไหล่หยุดโพเทย์“ท่านจะสอนข้าเหรอ”
ทันใดนั้น ร่างบางก็เข้ามาขวางลุดวิจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบและอบอุ่น“เราจะเป็ผู้สอนท่านเอง” ตาน้ำเพชรเป็ประกายใต้เรือนผมแดงเพลิงเปล่งรัศมีสยบทุกความพยศตรงหน้า
เ้าทหารแห่งบาวาเรียส่ายหน้า“ข้าไม่เคยมีอาจารย์เป็สตรี และสตรีไม่ควรเป็อาจารย์”
กีเนเวียยิ้มหวานให้แก่ลุดวิจผู้หน้านิ่วคิ้วขมวด“ดันเต้หงุดหงิดง่าย สิบปีท่านก็คงเรียนไม่จบ แต่เราสามารถสอนท่านจับดาบเล่มนี้ได้ภายในสามเดือน”
“จะมอบราชสมบัติแก่ลุดวิจแห่งบาวาเรีย!” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมวัง
มหาดเล็กรู้หน้าที่จึงกระแทกไม้เท้าเตือนทุกคนในท้องพระโรงให้สงบลงเพื่อรับฟังการตัดสินใจ
“หากท่านหลุยส์้าแผ่นดินเพื่อเห็นแก่ความสงบสุขเราในฐานะหลานขอมอบให้ท่าน” ดันเต้จ้องไปยังมือของตนเอง“หากท่านสามารถใช้ดาบเดลติโอเนลเท่านั้น นั่นคือประกาศิตแห่งแกเบรอทญาทัว”
หลุยส์กลืนน้ำลายฝืดคอหน้าผากชื้นเหงื่อ เขามองมือดันเต้ที่ยื่นมาตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วหันไปหากีเนเวีย “เช่นนั้นแล้ว ข้าก็ขอฝากเื่สอนนี้กับพระราชินีกีเนเวียด้วย”เ้าทหารแห่งบาวาเรียทุบอกเคารพ “อีกอย่าง ข้าจะขอตั้งทัพยังป้อมชั้นในพรอว็องค์เบิร์ก”ดวงตาเข้มเขม็งดุสั่งเ้าแผ่นดิน
“ข้าอนุญาต”ดันเต้ผายมือรับคำ แต่ไม่ได้รับท่าทีขอบคุณ
จากนั้นญาติผู้ใหญ่ก็กระแทกเท้าถอยตัวออกจากท้องพระโรงแห่งพรอว็องค์