ทั้ง3หนุ่มจากตระกูลสีไล กำลังเดินผ่านประตูขึ้นูเาตระกูลตงฟาง
+อืม สีหน้าแววตาท่าทางของพวกเขาทั้ง14คนทั้งพี่ยาม และคนงานส่วนอื่นๆ ที่หน้าประตูนั้น .. เห็นเด่นชัดเป็สง่าราคีเวลามองมาที่ตัวข้าพเ้าราวกับมาคำพูดที่ไร้เสียง แต่หนักแน่นดังกังวาน ประหนึ่งตัวอักษรขนาดใหญ่ปรากฏสว่างไสวบนบอร์ดโฆษณาข้างทางด่วน ขณะขับรถผ่าน .. ว่า “ไอ้ขยะ! ไอ้ทุเรศ! ทำไมเสือกยังไม่ตายอีก! ยังเสือกกลับมาอีกทำไม! ไสหัวไปให้พ้น! ตายๆไปซะ!”
+แล้วสายตาของพวกเขาบางคนที่มองมายังพี่ซุนกวนซุนจีก็ช่างแสดงถึงความเป็ห่วง และสงสาร ..
+อืม ..ระหว่างที่เรากำลังจะก้าวเดินไปพร้อมเริ่มชีวิตใหม่นี้ ..จะมีใครวิ่งเข้ามาหาเราพร้อมดาบขนาดใหญ่ในมือ หรือทวนง้าวขนาดมาตรฐานสำหรับผ่าคนขนาดปกติเป็2ซีกไหมนะ..
ขณะกำลังประมวลผลวิธีสนทนาที่น่าจะดีที่สุดก็หลุดจากปาก “พี่ทั้งสองท่านคิดว่าจะมีผู้ใดแค้นเคืองข้า ปรารถนาจะสังหารข้าในตระกูลนี้หรือใม่?”
“นี่!...” พี่ทั้งสองคนตกตระลึงตึง ตึง ในคำถามของคุณชาย อ้ำอ้ำ อึ้งอึ้ง ไปอยู่สักครู่ กำลังค้นหาคำพูดโต้ตอบที่เหมาะๆแต่ก็รู้สึกคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ พวกเขาก็เพิ่งกลับมาจากในเมืองหลายวันนี้ พวกเขาก็พอรับรู้สายตาจากผู้คนเช่นกัน
โอ้ พวกทั้งสอง ช่างมีความจริงใจและความพยายามจริงๆ ปรายตาดูแวบเดียวก็รู้ว่าพยายามหาคำพูดดีๆ อยู่ แต่.. แบบว่าเปิดพจนานุกรมไม่ทัน กำลังตื่นเต้นม๊าก..
“ที่ผ่านมา ความประพฤติของข้าพฤติกรรมของข้า คงสร้างความลำบากต่อคนในตระกูลตงฟางไม่น้อยเลย”
“คุณ.. คุณชาย!” เสียงใอีกรอบ แบบดับเบิลซาวด์
“ข้าอยากปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตนเองแม้เพียงเล็กน้อย .. ในทางที่ดีขึ้น พวกท่านว่าพวกเขาจะให้โอกาสกับข้าหรือไม่”เฮ้อ.. อินทราถอนหายใจ ั้แ่ตอนอยู่ที่โรงหมอ กระทั่งเดินทางมาก่อนมาถึงปากทางเข้าตระกูลเขายังคงมีกำลังใจที่จะเริ่มชีวิตใหม่ .. แต่พอเห็นลักษณะท่าทีของกลุ่มคนที่ประตูแล้ว.. ด้วยระบบประมวลความคิดราวคอมพิวเตอร์ เขาเห็นบางอย่างที่น่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นในตระกูล บางที เขาอาจจะไม่มีโอกาสใช้ชีวิตต่อไปก็ได้..
หลังจากั้น ทั้งสามคนก็ชวนกันหลบมุมเดินออกจากทางหลักหาจุดนั่งสนทนาแบบจับเข่าคุยกันสักพัก ซุนกวนก็พูดขึ้น “คุณชายขอรับแม้ที่ผ่านมาท่านจะกระทำหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สมควร แต่นั่นเพราะท่านยังเด็กท่านไม่มีเจตนาร้ายจริงจังต่อใครๆ ฉะนั้น หากมีคนบันดาลโทสะ้าทำร้ายท่านพวกเขาต้องข้ามศพของข้าไปก่อน!!”
น้ำเสียงพี่ซุนกวนช่างหนักแน่นทุกคำล้วนกลั่นจากใจ ช่างเป็พี่ชายที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน .. ข้าอยากเป็อย่างท่านและอยากให้ท่านเป็แบบอย่างแก่คนทั้งหลาย .. โลกนี้ก็คงจะมีแต่ความสงบสุข (แต่..มันก็คงเป็ไปไม่ได้)
พี่ซุนจีก็กล่าวต่อ “คุณชายแม้ที่ผ่านมาท่านจะกระทำการเกินเลยไปบ้าง แต่ก็เพียงสร้างความไม่พอใจไม่ใช่ก่อเกิดความเคียดแค้นยากแก้ไข .. แม้่ 2-3วันนี้จะมีบางคนกล่าวโทษท่าน โดยเฉพาะพวกหน่วยงานของเ้าเมืองบางคนที่ไม่พอใจท่านแล้วแสร้งสร้างเื่ว่า เป็ไปได้ที่ท่านจะรู้เห็นกับพวกผู้บุกรุก ..จึงทำให้มีหลายคนหลงเชื่อและปักใจว่าท่านเป็ต้นเหตุหนึ่ง!!”
“หืม มีคนสร้างเื่?”อินทราขบคิด “พี่ซุนจี ท่านกล่าวให้ละเอียดได้หรือไม่?”
พี่ทั้ง2อธิบายเื่ที่ได้รับฟังจากร้านค้าของตระกูลตงฟางและข่าวซุบซิบต่างๆเพิ่มเติม ทำให้อินทราจึงเข้าใจภาพสถานการณ์ขณะนี้ของตระกูลตงฟางมากขึ้น
๐พี่ทั้งสองมองข้าในแง่ดีจริงๆและหวังให้ข้าเป็บุรุษที่ดี .. มุมมองของท่านจึงแตกต่างจากอีกหลายๆคนท่านจึงไม่เข้าใจว่าอย่างชัดเจนว่ามีหลายคนทีเดียวที่อยากให้ข้าตายไปซะ แบบจริงจัง ..การที่ข้ากลับมาครั้งนี้ พี่ทั้งสอง และคนส่วนหนึ่ง ก็ไม่เห็นผิดปกติ เพราะเด็กหนุ่มไม่ได้ความคนนี้จะกลับมาแล้วอาจสร้างเื่ให้ลำบากผู้อื่น ก็เป็เื่ธรรมดา..
จากที่พี่ทั้งสองคนได้รับฟังจากเื่ซุบซิบเพิ่มเติม อินทราจึงสรุปได้ 2 ประเด็นใหญ่ คือ
1. ไอ้อินทรามันเป็คนรู้เห็นเป็ใจกับพวกโจร ..พอพวกโจรบุกผ่านกลุ่มยามที่ตีนเขาฝั่งสวนสมุนไพรขึ้นมาได้มันก็สร้างความวุ่นวายในหมู่กลุ่มพี่น้อง ทำให้พี่น้องหลายคนต้องมาถูกฆ่าตายโดยไม่จำเป็..เห็นได้ว่าฟ้าเป็ใจ นำสายฟ้ามาขับไล่พวกโจร และฆ่าไอ้อินทราไปพร้อมกัน
แินี้ยังมีกลุ่มสร้างภาคผนวก หรือคำลงท้าย (ปล. : ปัจฉิมลิขิต) อีกว่าหากปีศาจร้ายยังมีอำนาจแข็งกล้า ส่งไอ้อินทรากลับมามีชีวิต พี่น้องในตระกูลตงฟางจะต้องหาโอกาสที่จะ .. ฆ่าไอ้เวรนั่น!...
2. ไอ้อินทราคือดาวแห่งความชั่วร้ายนับจากวันที่มันมาอยู่ที่ตระกูลนี้ หลายปีมาแล้วที่ความมีโชคลาภของตระกูลหายไปมีแต่เื่ร้ายเข้ามาแทน .. แม้หลายปีนี้ไม่มีเื่ร้ายแรงมาก แต่ก็มีเื่ปวดหัวจากมันไม่น้อย ..ยิ่งมาปีนี้ มันอายุครบ18 ในเดือน1ของปี ทำให้ความโชคร้ายก็รุนแรงขึ้นเป็เหตุให้กลุ่มโจรบุกขึ้นเขาเข่นฆ่าผู้คน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ..อีกทั้งที่ฟ้าผ่าลงมาที่ปู่ไทร ต้นไม้มิ่งขวัญของูเาเรานี้ที่เล่ากันว่ามีอายุมากกว่า 1พันปี แม้ไม่ให้ดอกผลแต่ก็ช่วยเอื้ออำนวยให้กระแสปราณธรรมชาติไหลผ่านทุ่งไร่ปราณ และทุ่งสมุนไพรปราณ ..สรุป พยาน หลักฐาน เด่นชัด ผู้กระทำผิดมีเพียง1เดียว คือไอ้อินทรานั่นเอง พี่น้องเอ๊ย!...
แิที่สองนี้ยังมีบทประกอบภาคผนวกยืดยาว แต่เท่าที่จับประเด็นของการจับแพะครั้งนี้ คือ ใช้วิชาโหราศาสตร์เป็ส่วนมากผสมผสานวิชาไสยศาสตร์เล็กน้อย .. โรยหน้าประปรายด้วยความเชื่อมั่นแรงกล้าว่า“ต้องเป็เพราะไอ้อินทรา แน่นวล!” อืม..
แน่นอน ข้อสรุป2แินี้พี่คนดีทั้งสองท่านตรงหน้านี้คิดไม่ถึงหรอก ไม่ใช่เพราะเข็มขัดสั้น .. แต่เพราะพี่เขาไร้เดียงสาเล็กน้อยคิดได้ประมาณว่า “เราครอบครัวเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกันจะมาทำร้ายกันได้ยังไง?” .. แล้วก็ “คุณชายเป็เพียงเด็กวัยรุ่น มีจิตใจว้าวุ่นรวนเรบวกเกเรไปบ้าง .. ใครล่ะไม่เคยเกเรมาก่อน เมื่อคุณชายเติบโตขึ้นคุณชายย่อมรู้ผิดชอบชั่วดี เข้าใจหิริโอตัปปะ ลึกซี้งในพรหมวิหาร4 .. ย่อมเป็ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อย่างแน่นอน!” เอิ่ม.. ท่านพี่ทั้งสอง ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก..
หลังจากพูดคุยกันไปมาในที่สุดภาพประมวลเหตุการณ์ต่างๆ ในหัวผมก็ค่อยๆสมบูรณ์ขึ้น .. จากนั้นผมก็ยิ้ม(พยายามฝืนใบหน้าให้ยิ้มบานที่สุดเท่าที่ทำให้ในเวลา 112 ปีนี้.. ซึ่ง โว้ว ในที่สุดก็รู้สึกถึงรอยยิ้มอ่อนๆ บนใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เ็านี้)ซึ่งพี่ทั้งสองเห็นแล้วก็อึ้งไปเลย .. ผมไม่แน่ใจว่าอึ้งเพราะเห็นการยิ้มประหลาดๆ แบบเบี้ยวๆหรือไม่ .. แต่จากประมาณการณ์ยิ้มเดิมตอนที่ควบคุมใบหน้าได้ไม่ดี กับชีวิตแรกเป็เวลา 94ปีผมคิดว่าน่าจะ อืม.. น่าจะโอเคอยู่นะ .. แม้ว่า นี่อาจจะเป็รอยยิ้มครั้งสุดท้ายในชีวิตนี้...
“พี่ทั้งสองท่านวางใจเถอะก็คงไม่มีเื่ราวอันใดบานปลายให้มีเหตจนมีผู้มาฆ่าฟันข้าหรอก อย่างที่พวกท่านว่านั่นแหละเราก็อยู่ที่นี่มานาน เหมือนเป็ครอบครัว จะมาฆ่าฟันกันได้อย่างไร” ผมพยายามแสร้งปลอบใจให้ทั้งสองคนสบายใจ
จากการวิเคราะห์สรุปผู้เดียวที่มีสิทธิเด็ดขาดตัดสินว่าจะให้ผมอยู่ หรือตาย ก็คือ ท่านลุงผู้นำตระกูลตงฝาง ซึ่งมีโอกาสกว่า 80% สำหรับการสั่งให้”ตาย” ..ไม่ใช่เพราะท่านลุงเชื่อแิไร้สาระทั้งสองที่สร้างขึ้นจากวิชาดำน้ำดำดินคิดมั่วๆ แล้วจับแพะมาชนแกะเอา ..แต่เป็เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น มันรุนแรงมาก 1) คนหลายสิบชีวิตต้องจากไปไม่มีวันหวนคืน.. 2) ปู่ไทรถูกทำลายต้นไทรปราณขนาดใหญ่ที่คนทั้งตระกูลให้ความเคารพ และผูกพันลึกซึ้ง.. แม้แต่ตัวอินทราคนเก่าเวลาเข้าใกล้บางครั้งยังรู้สึกสงบ ดับความหัวร้อนบ้าบอได้บ้าง(แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เข้าใกล้ปู่ไทร) เฉพาะความเสียหายใหญ่หลวง2ข้อนี้ ไม่รวมเื่พื้นที่เพาะปลูกบางส่วนถูกทำลายผลผลิตบางส่วนถูกขโมย..
โดยเฉพาะเื่ประกอบท้ายสุดคือ ค่ารักษาตัวของอินทรา 100,000 เจนีถ้ามีผู้รู้เื่นี้เข้า พวกเขาก็คงอดใจไม่ไหวที่จะเข้ามากระทืบไอ้เวรนี่ ..แบบจะคุมตัวเองไม่อยู่ ก็คงช่วยกันถ่มน้ำลายใส่ .. กระทืบมัน ..ถ่มน้ำลายใส่.. แล้วกระทืบมันซ้ำต่ออีกที
เพื่อดับความโกรธแค้นเศร้าโศกเสียใจ การใช้คำสั่งตายกับขยะผู้หนึ่งที่เป็ผู้รับใช้ในตระกูลเป็เื่ที่สมควรอย่างยิ่ง .. ในทางกลับกัน ถ้าผมเป็ผู้นำตระกูลแล้วมีไอ้เวรแบบนี้ ผมคงมีวิธีลงโทษมากมาย รวมถึงโทษตายด้วย ..ไม่ปล่อยไห้ไอ้เวรนี่รอดมาถึงป่านนี้หรอก
อืม.. พอคิดได้ก็รู้สึกดีจริงแหะ ..จะกลัวอะไร ก็แค่ตาย! ผมก็เคยตายมาแล้ว ..พูดเื่ตายๆ ในวงสนทนามิตรสหายมาก็มาก (แต่พูดเื่ตายกับลูกหลานเหลนไม่ได้นะโดนมองตาเขียวปั่ดเลยล่ะ .. มีการออกคำสั่งอยู่บ่อยๆ ด้วยนะว่า “คุณพ่อ คุณปู่ คุณตาคุณทวด ห้ามเป็อะไรไปก่อนจะฉลองวันเกิดปีที่ 120! เด็ดขาด”) เคยไปงานศพผู้าุโกว่าหลายครั้งเคยไปงานศพคนรุ่นเดียวกันหลายครั้งและเคยไปงานศพผู้อ่อนาุโกว่า.. แม้แต่เด็กเล็ก หลายครั้ง เคยร่วม่เวลาดูใจคนกำลังจะสิ้นใจกับญาติพี่น้องเขาก็หลายครั้ง ..และเคยดูใจในลมหายใจสุดท้ายของภรรยาที่รักยิ่ง..ทั้ง2คน ..
หาก “คำสั่งตาย” จะออกมาจากท่านผู้นำตระกูลก็นับว่าสมบูรณ์ด้วยเหตุและผล .. หากท่านลุงจะให้ผมมีชีวิตต่อไปตามปกติได้ จะต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นพอว่าทำไมผมไม่ควรรับโทษตาย! มาอธิบายต่อผู้คนในตระกูล มิฉะนั้น ความแตกแยกและสิ่งไม่พึงประสงค์อื่นๆ มีโอกาสจะเกิดกับตระกูลได้มากทีเดียว..
“ปิ้ด ปิ้ด .. ปริน ปริน ปิ้ด”เสียงสัญญาณดังขึ้น
ผมรู้ตัวทันทีเมื่อเสียงสัญญาณเป่าถึง่กลาง ก็เอ่ยขึ้นว่า “นี่เป็สัญญาณเรียกรวมหน่วยที่ 14 ของเรา”(จากระเบียนเดิม หน่วยปกป้อง 15 หน่วยสมาชิกประมาณหน่วยละ 20 คน รวมทั้งสิ้นประมาณ 300 คน แต่จากความเสียหายครั้งนี้มีคนตายไป 52 และอาจมีเพิ่มขึ้นจากอาการสาหัสหรือพิการอีกหลายคน ก็ต้องมีการปรับบันทึกหน่วยกันใหม่ .. จากค่ำคืนเืสาดนั่นหน่วย 14 พลีชีพไป 14 เหลือผู้รอดชีวิต6 คน 3คนยังนอนพักรักษาตัวที่สามารถไปประชุมได้ มีเพียง3หนุ่มนี้เท่านั้น)
ทั้ง2คนข้างหน้าผมสะดุ้งขึ้น แล้วฟังเสียงสัญญาณให้จบ
ซุนกวนเอ่ยปากชมอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส“คุณชายยอดเยี่ยมยิ่งนัก บัดนี้ท่านจำเสียงสัญญาณเรียกตัวได้แล้วทั้งยังบอกได้ก่อนสิ้นเสียงด้วย” (ใช่แล้วครับ ไอ้อินทราคนเก่าทั้งที่เป็หัวหน้าหน่วย มันก็จำสัญญาณต่างๆ ไม่ได้)
ซุนจีก็ทำท่าจะเอ่ยชมเพิ่มเติม ผมก็ตัดบทเขาซะก่อน “เอาล่ะ พวกเราไปลานรวมพลกันเถอะ”
ระหว่างทางเดินไปพวกเขาได้พบคนผ่านไปมาหลายคน และสายตาที่ส่งให้ก็คล้ายๆแบบเดียวกัน .. สำหรับพี่ทั้งสอง = น่าสงสารน่าเหนื่อยใจจริงๆ ... สำหรับตัวผม – “ไอ้สารเลว ไอ้สัดไอ้ชาติชั่ว ไอ้ชิงหมาเกิด ไอ้หาดีได้ไม่ เลวทรามต่ำช้า ไอ้มลพิษสังคม... ฯลฯ” โอ้ช่างเป็ความรู้สึกที่ .. คุ้นเคย
โชคดีที่ทุกคนอดทนอดกลั้นได้ไม่เข้ามาฆ่าผม ณ ตอนนี้ ทั้งที่มีบางคนตาแดงกล่ำ จิตสังหารแผ่กระจายใบหน้าท่าทางได้ผ่านความเศร้าโศกอย่างยิ่งมา 2-3วัน .. ใจเย็นๆนะ ใจเย็น รอให้คำสั่งของท่านผู้นำตระกูลออกมาก่อน.. หากเป็คำสั่งตาย ทุกท่านก็เชิญมาฉีกเนื้อเชือดกระดูกผมได้เลยผมจะไม่ฆ่าตัวตายก่อนเด็ดขาด .. ผมจะทนให้ทุกคนได้ระบายอารมณ์เศร้าโศกออกมา ..ผมวิเคราะห์ดูแล้ว น่าจะมีหลายคนที่คนปลอบใจไม่เป็ผล .. จะต้องให้ได้ระบายออกมา เช่นการฉีกร่างของผมเป็ชิ้นๆ แล้วนำไปเซ่นไหว้ดวงิญญาผู้ล่วงลับหากไม่ระบายอารมณ์เชิงลบแบบนี้ มันจะกลายเป็พิษที่กัดกร่อนร่างกาย จิตใจและสุขภาพ ..
ผมชำเลืองมองดูพี่ทั้งสองที่เดินอยู่ข้างกันพวกเขาก็รับรู้สายตาที่มองมา แต่พวกเขาแปลความหมายทั้งหมดไม่ออก พี่ซุนกวนผ่าเผย มองสบตาคนที่เดินผ่านพยักหน้าทักทาย สายตาให้กำลังใจกับทุกคน .. ส่วนพี่ซุนจี มีพยักหน้าทักทายบ้าง มีหดหู่มีหลบสายตาลงมองพื้นบ้าง หันมามองให้กำลังใจกับผมบ้าง
ทั้งคู่เป็พี่ชายที่ดีจริงๆในชีวิตของอินทรา ถือว่าทั้ง 2 คนนี้ อยู่ข้างตัวเขามายาวนานที่สุดแล้วนับั้แ่อายุ4ขวบ ก็เป็เวลา14ปีเต็ม.. ผมรู้ดีว่าครึ่งนึงในหัวใจเขา ผมเป็คุณชายที่เขาต้องรับใช้ .. อีกครึ่งดวงผมคือน้องชายของเขาที่ต้องดูแล
ดูจากพวกเขาเป็คนดีถูกฝึกฝนทั้งด้านจริยะ และเชิงยุทธ์ แม้ไม่หล่อเหลา แต่ก็มีเสน่ห์ของชายหนุ่มที่ดี.. อืม ถ้าผมตายไป แล้วกลับมาเป็ลูกชายของพวกพี่คนใดคนหนึ่ง จะเป็ไปได้ไหมนะ ...555 ถึงตอนนั้น ผมคงหน้าเหลี่ยมน่ารักน่าชังแบบพวกพี่แน่ๆ เลย
เอหรือจะได้กลับไปเป็เหลนของลูกชายตัวเองที่โลกเก่าหว่า? 555 เอาล่ะไม่ว่าจะได้เกิดใหม่ หรือจะดับสลายไปแล้ว วันนี้ก็ถือว่าได้มาเดินคู่กับคนดีตั้งหลายชั่วโมงแล้วนับได้ว่าชีวิตนี้กำไรเห็นๆ ซินะ 5555
บันทึก”ลับ”อินทรา จะเริ่มจากตอนท้าย บทที่ 5,7,9 นะครับ ^_^
(รวม9,860ตัวอักษร) ^_^