บทที่ 8
สัญญาณของความวุ่นวาย
ยามซื่อ (09.00-10.59 น.) ท่ามกลางอากาศร้อนแสนอบอ้าวบรรดาสาวใช้และบ่าวรับใช้ในจวนตระกูลหลี่ต่างหาที่หลบร้อนขณะทำงานตามหน้าที่ของตนเ้านายในจวนเวลานี้ที่ต้องดูแลมีเพียงสองคนเท่านั้น อีกทั้งสองพ่อลูกยังเป็คนเรียบง่ายไม่มากเื่ถึงจะมีความเข้มงวด และกฎมากมายต้องปฏิบัติตามทว่าจนเท่าบัดนี้ก็ไม่เคยมีผู้ใดเืตกยางออกอย่างไร้สาเหตุ หากไม่ทำผิดจริงเบื้องบนย่อมให้ความยุติธรรม เพราะคนจวนหลี่หาใช่คนไม่มีเหตุผลอารมณ์ร้ายพวกบ่าวไพร่จึงสบายกว่าจวนอื่นอยู่มาก
โดยเฉพาะคุณหนูคนเล็กหลี่หว่านเอ๋อร์ นางเป็คนรักสันโดษไม่ชอบให้ผู้ใดเข้าไปยุ่มย่ามเขตบริเวณเรือนหมู่ตานหากไม่มีธุระไม่ชอบพวกปากมากและสอดรู้สอดเห็น สาวใช้ในเวลาปกติจึงมีเพียงห้าคนสองคนเป็สาวใช้คนสนิท คือหลินลั่วกับอาเฉียวที่ไปไหนมักติดสอยห้อยตามเป็เงาอีกสามคนทำงานจิปาถะตามที่อีกสองคนสั่ง
เหล่าสาวใช้ภายในจวนทั้งหลายล้วนอยากเป็สาวใช้ของคุณหนูเล็กผู้นี้หรือไม่ก็ขอให้ได้เพียงไปทำธุระเล็กน้อยที่เรือนของนาง พวกเขาต่างรู้สึกยินดีถึงขั้นแก่งแย่งกันทำเสียด้วยซ้ำ เหตุมาจากคุณหนูหลี่เป็คนใจกว้างไม่ตระหนี่ถี่เหนียว หากทำอะไรถูกใจ หรือเวลานั้นกำลังอารมณ์ดีนางก็มักจะตกรางวัลให้สาวใช้ไม่มากก็น้อยกล่าวคือไม่เคยมีผู้ใดไม่ได้รับของติดมือสักเล็กน้อยเมื่อไปเยือนเรือนหมู่ตาน
"คุณหนูเ้าคะนายท่านให้นำแตงโมมาให้เ้าค่ะ"
สาวใช้สองนางถือตะกร้าเดินเข้ามารายงานอย่างนอบน้อมลอบมองสตรีนอนหลับตาพริ้มบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ริมสระน้ำหลี่หว่านเอ๋อร์เอนกายนอนบนตั่งยาวที่ถูกนำมาวางเมื่อหลายวันก่อนบนกายสวมเสื้อบางเบาสีชมพูอ่อนสดใส นอนอย่างสบายอารมณ์ผมยาวสีดำดุจแพรไหมอยู่บนมือหลินลั่ว นางคอยหวีให้แ่เบา อีกด้านอาเฉียวกำลังปอกส้มใส่จานบ้างหยิบเข้าปากของตนเองอย่างเป็ธรรมชาติ
หลี่หว่านเอ๋อร์ลืมตา "ท่านพ่อกลับจากประชุมเช้าแล้วหรือ"เอ่ยถาม ชำเลืองมองแตงโมจานใหญ่ที่ถูกยกมา
"เ้าค่ะนายท่านยังบอกอีกว่าตอนเที่ยงวันจะมาทานอาหารกับคุณหนูเ้าค่ะ"
"เข้าใจแล้ว"
หลี่หว่านเอ๋อร์เห็นแตงโมที่นำมามันเยอะซะจนพวกนางกินไม่หมดจะทิ้งก็กระไรอยู่ คราวก่อนตอนที่นางใช้ปิ่นหยกกับไข่มุกขว้างใส่เยี่ยนเฟยฉีจนถูกอาเฉียวทั้งบ่นทั้งคร่ำครวญจนนางหูชา
อากาศวันนี้ก็ร้อนเป็พิเศษหากได้ทานแตงโมเย็น ๆ ถือว่าเป็สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วนางมองสาวใช้ทั้งสองที่มาส่งแตงโม
เห็นเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าถ้าเป็หลี่หว่านเอ๋อร์ต้องทำเช่นนี้แน่
"พวกเ้าแบ่งไปกินสักจานสิ"
"ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนู"
สาวใช้ทั้งสองมองหน้ากันอย่างดีใจพลางขอบคุณเ้านายด้วยรอยยิ้มกว้าง ส่วนหลี่หว่านเอ๋อร์ยิ้มหวานตอบ
แตงโมแช่เย็นนี้ใช่ว่าจะกินกันได้ง่ายเหตุหลักไม่ใช่เพราะแตงโมแต่เป็เพราะการทำให้มันเย็นนั้นจะต้องนำไปแช่น้ำแข็งเสียก่อนซึ่งน้ำแข็งในหน้าร้อนเป็ที่้าอย่างมาก ขัดกับจำนวนที่มีน้อยกว่าความต้อง ร่ำรวยอย่างเดียวใช่จะหาซื้อได้...ต้องร่ำรวยมากๆ เท่านั้น
เวลานี้นางกำลังสวมบทเป็'หลี่หว่านเอ๋อร์'ผู้แสนดีเป็ที่รักของคนทั้งจวน
สายตาเรียบเฉยมองสาวใช้ทั้งสองเดินจากไปแล้วหญิงสาวจึงลุกขึ้นนั่งอย่างเกียจคร้าน หยิบแตงโมเข้าปากสีหน้าดูมีความสุข หลายวันมานี้นางเอาแต่นั่งๆ นอน ๆ ไม่กล้าออกไปเที่ยวเล่นนอกจวน หลังจากเหตุการณ์ในวันงานชุมนุมบุปผาบังเอิญดันไปเป็ศัตรูกับคุณชายมู่หรง และเยี่ยนเฟยฉีอย่างไม่ตั้งใจทุกวันนางจึงภาวนาอย่าให้เจอะเจอกันอีก
ต้องรอให้ไฟแค้นของชายหนุ่มดับเสียก่อน...แต่ว่าภาวนาให้พวกเขาจำหน้านางไม่ได้เลยเป็ดีที่สุด!
"คุณหนูเ้าคะข้าได้ยินมาว่าคุณชายใหญ่กับคุณชายรองใกล้จะกลับมาเมืองหลวงแล้วนะเ้าคะ"หลินลั่วเอ่ย ในเวลาเดียวกันอาเฉียวต่อสนทนาสีหน้าเ้าเล่ห์
"ข้าว่าคุณชายรองน่าจะกลับมาถึงเร็วกว่านั้นเ้าเชื่อหรือไม่ลั่วลั่ว..."
บุตรชายของหลี่เหวินกวงรับราชโองการให้ทำงานต่างแดนเมื่อสองปีที่แล้วเดินทางพร้อมกองทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดน บุตรชายคนโตหลี่ซวนเป็ขุนนางชั้นสามเป็ตัวแทนพระองค์เดินทางตรวจสอบขุนนางทุจริตและดูความเป็อยู่ประชาชนส่วนบุตรชายคนรองหลี่เฉิง เขาไม่ได้รับราชการอันใด เพียงติดสอยห้อยตามพี่ชายไปทำการค้าเท่านั้นพวกเขาไม่ได้กลับบ้านตลอดเวลาสองปี จึงทำให้ภายในจวนเหลือเ้านายเพียงสองคน
หลี่หว่านเอ๋อร์วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายทั้งสองซึ่งมีอายุห่างกันมากทีเดียว พี่น้องไม่พบกันนานเป็ปี พวกเขาคงจับสังเกตนางยากหน่อยกระมัง...
จากข้อมูลที่อาเฉียวเล่าให้ฟังทั้งสามพี่น้องไม่สนิทสนมอะไรกันมากด้วยช่องว่างเื่อายุ
เมื่อหลุดจากภวังค์ความคิดนางเหลือบมองอาเฉียวกับหลินลั่วที่ยังคงโต้เถียงกันไม่หยุด
หลินลั่ว "งั้นก็ดี!คุณหนูจะได้ไม่เหงา แล้วโดนเ้าล่อลวงไปทำสิ่งแปลก ๆ"
อาเฉียว "เอ๊ะเ้า!ทำไมถึงเชื่อคนง่ายเช่นนี้ เ้าควรพูดว่า 'ไม่เชื่อ' แล้วข้าต้องเอ่ยว่า 'ถ้างั้นมาพนันกัน' มันถึงจะถูก "
"ข้ารู้แผนของเ้าหรอก"
หลินลั่วมองเยาะเย้ยอาเฉียวพร้อมแสยะยิ้มมุมปากสองวันก่อนนางแอบรู้มาว่าอาเฉียวโดดหักเงินเดือนนี้ไปเกือบครึ่งหนึ่งอีกฝ่ายต้องวางแผนล่อลวงตนเหมือนหลายครั้งที่เคยทำแน่ ๆ
"หึไม่สนุกเลย"
"พอได้แล้วๆ ลั่วลั่วไปบอกห้องครัวเตรียมอาหารไว้ ข้าจะไปรอท่านพ่อที่เรือน"
สั่งจบหลี่หว่านเอ๋อร์หยิบร่มมากางเดินไปอย่างเอ้อระเหยเท้าเปล่าเปื่อยเหยียบบนพื้นหญ้าไม่สนใจใส่รองเท้ารอง มันจึงถูกทิ้งไว้ข้างหลังจนหลินลั่วร้องท้วงถือรองเท้าผ้าปักษ์วิ่งไปหา ทว่าเ้าของรองเท้านึกสนุกหัวเราะคิกคัก แล้ววิ่งหนีคนที่วิ่งตามมา
เวลาที่ผ่านมาเกือบสามเดือนหลี่หว่านเอ๋อร์เริ่มเปิดใจให้คนใกล้ชิดมากขึ้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมดการกระทำยังมีความระมัดระวัง ทุกย่างก้าวคิดก่อนทำเสมอถึงอย่างนั้นบางครั้งนางเผยด้านเด็ก ๆ ที่ซุกซนออกมา
อาเฉียวมองตามหลังเด็กสาวทั้งสองที่วิ่งเล่นไล่จับอย่างมีชีวิตชีวาก็ถอนกายใจราวคนชรามองลูกหลาน ทั้งที่ตนอายุเพียงสิบแปดปี ไม่ห่างกันมาก
สายตานางจับจ้องข้าวของเครื่องใช้ที่ขนมาจากเรือนหมู่ตานเมื่อเช้ามีทั้งจาน ชาม กาน้ำชา หมอน ผ้ากันลม อีกทั้งขนมผลไม้ตั้งมากมาย
"เดี๋ยวก่อนแล้วใครจะเก็บ..."ไม่มีผู้ใดตอบนาง มีเพียงลมเบาหวิวพัดไปมาเท่านั้น "ลั่วลั่วเดี๋ยวนี้เ้ามากแผนการนักนะ!"
สุดท้ายอาเฉียวเป็คนจัดการเก็บข้าวของกลับมาเรือนหมู่ตานส่วนที่เหลือสั่งให้สาวใช้คนอื่นจัดการ
ภายในเรือนหมู่ตานอาหารถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะเป็ระเบียบวางเต็มโต๊ะหน้าตาน่าทาน กลิ่นหอมลอยตลบอบอวลทั่วห้อง เรียกทำย่อยได้ดีจนท้องคนด้านข้างร้องหลี่หว่านเอ๋อร์หันไปมองก็พบอาเฉียวยืนยิ้มแห้ง ส่วนหลินลั่วหันไปถลึงตาโหด
"พวกเ้าก็ไปทานข้าวเถอะ"หลี่หว่านเอ๋อร์เอ่ยยิ้ม ๆ
อาเฉียว "รับทราบเ้าค่ะ"
หลินลั่ว "...เ้าค่ะ"
คนแรกขานรับด้วยความกระตือรือร้นคนที่สองกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าก็ต้องเงียบตอบรับอย่างว่าง่ายเพราะมองเห็นหลี่เหวินกวงกำลังเดินเข้ามา
"นับวันหว่านเอ๋อร์ยิ่งงดงามขึ้นจริงๆ" หลี่เหวินกวงหัวเราะตาหยีนั่งลงตรงข้ามบุตรสาวซึ่งกำลังเขินอายกับคำชม
"ท่านพ่อก็สง่างามเช่นกันเ้าค่ะ"
เขาส่งสัญญาณให้เริ่มทานอาหารหยิบตะเกียบคีบผัดผักใส่ถ้วยหลี่หว่านเอ๋อร์ด้วยความใส่ใจก่อนยิ้มสบตาบุตรสาวเอ่ยเสียงอ่อนโยน
"เ้าทานเยอะๆ นะ"
หลี่หว่านเอ๋อร์ก็ยิ้มขอบคุณแล้วคีบมันเข้าปากเคี้ยวสีหน้ามีความสุข
"ท่านพ่อได้พักผ่อนบ้างไหมเ้าคะ"
่หนึ่งเดือนมานี้หลี่เหวินกวงงานยุ่งเป็อย่างมากปกติเขาจะมาทานอาหาร่เย็นกับบุตรสาวตลอดไม่เคยขาดหลังจากนักพรตซูไป๋เฉิงทำพิธีพักหลังเขาดูมีสีหน้าอิดโรยเหมือนคนไม่ได้พักผ่อนวันหนึ่งถ้าไม่ขลุกตัวอยู่ห้องทำงาน ก็จะออกไปประชุมข้างนอกกว่าจะกลับจวนตะวันก็ตกดินเสียแล้ว
น้ำเสียงดุดันของบุตรสาวทำเอาชายชราในวัยหกสิบอดหัวเราะออกมาไม่ได้ทั่วเมืองหลวงเห็นจะมีแต่หลี่หว่านเอ๋อร์ที่กล้าดุเขา
"่นี้ใกล้วันที่กองทัพจวิ้นหรงจะเดินทางถึงเมืองหลวงงานพ่อจึงมากขึ้นเล็กน้อย อีกทั้งพี่ชายเ้าก็กำลังจะกลับมาจึงมีเื่น่าปวดหัวให้จัดการไม่น้อยแต่สัญญาว่าพ่อพักผ่อนอย่างเต็มที่แน่นอน"
"ดีแล้วเ้าค่ะ...ถ้าท่านพี่ทั้งสองกลับมาท่านพ่อจะสบายขึ้น"
"ให้มันจริงอย่างที่เ้าว่าเถอะ"หลี่เหวินกวงมีสีหน้าเข้มขรึมเมื่อนึกถึงบุตรชายทั้งสอง
คนโตไม่เท่าไหร่แต่คนรองนี่ไม่ไหวจริง ๆ แค่นึกก็ปวดหัวแล้ว
สองพ่อลูกทานกันอย่างเอร็ดอร่อยจนอาหารลดเกินครึ่งจึงหยุดมือหลี่หว่านเอ๋อร์เช็ดมือ เช็ดปากพลางจิบชาอุ่น ๆ ตาม
หลี่เหวินกวงถอนหายใจวางตะเกียบในมือลง เงยหน้าสบตาบุตรสาวนิ่งเงียบ ใบหน้าชรามีร่องรอยแห่งกาลเวลาผ่านร้อนผ่านหนาว แววตาชราดูกังวล ร้อนใจ และสับสน เอ่ยน้ำเสียงทุ้มเคร่งขรึม
"หว่านเอ๋อร์..."
"เ้าคะ"
"ที่ผ่านมาพ่อไม่เคยคิดเลยมาเ้าจะมีชีวิตได้ถึงอายุสิบหกเพราะลูกร่างกายอ่อนเหมือนจะสิ้นใจวันใดก็ไม่รู้ พ่อจึงไม่ได้คิดถึงอนาคตของลูกตอนนี้หว่านเอ๋อร์ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว...อายุเ้าเลยวัยปักปิ่น"
หลี่หว่านเอ๋อร์เข้าใจที่หลี่เหวินกวง้าจะสื่อปกติ่วัยนี้คุณหนูส่วนใหญ่มักจะมีคู่หมั้น ไม่ก็กำลังเตรียมออกเรือนหรือออกงานสังคมเพื่อจะได้หาคู่ครอง
นางรู้ไม่ช้าก็เร็วเื่นี้จะต้องมาถึงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้ นางเพิ่งทำใจยอมรับ และปรับตัวได้ไม่นานสีหน้านางเจื่อนลงอย่างยากที่จะควบคุม แววตาสะท้อนความกังวลไม่ปกปิด
"ท่านพ่อ...ท่านจะไล่หว่านเอ๋อร์หรือเ้าคะ"
"อย่าคิดเช่นนั้น...เื่คู่ครองพ่อจะให้เ้าตัดสินใจเองจะไม่บังคับเวลานี้เ้าจำเป็ต้องมีคู่หมั้นจริง ๆ "
ถ้าเป็ไปได้นางไม่อยากแต่งงานออกไป...ไม่ว่ากับผู้ใดเพราะนางไม่อยากคาดหวังอะไร ชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขมากแล้วหากอยู่ที่นี่ผู้ที่ต้องระวังก็มีเพียงบิดาหลี่หว่านเอ๋อร์เท่านั้นด้านการใช้ชีวิตก็ดีเสียยิ่งกว่าตอนนางอยู่ในวังเสียอีก เพราะบิดาตามใจนางทุกอย่างหากแต่งออกไปอยู่ที่อื่นไม่รู้ว่าต้องดูสีหน้าใครบ้าง...
"หว่านเอ๋อร์อยากอยู่กับท่านพ่อตลอดไป..."
"เด็กน้อยเอ๋ยพ่ออายุมากแล้วไม่รู้จะอยู่กับเ้าได้ถึงเมื่อไหร่...พี่ชายเ้าก็ไม่ได้ความพ่ออยากหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลเ้า"
"ถ้าเช่นนั้นลูกไม่อยากแต่งออก ให้ฝ่ายชายแต่งเข้าได้หรือไม่เ้าคะ"
หลี่หว่านเอ๋อร์เชื่อว่าบิดาผู้นี้ของนางรักเอ็นดูบุตรสาวยิ่งจะไม่ขัดใจสิ่งที่นาง้าแน่ ดูจากการที่เขาถามความคิดเห็นของบุตรสาวก่อนมิได้จัดการให้เองเหมือนบิดามารดาทั่วไป แถมยังให้นางเป็ผู้เลือกด้วยตัวเอง
เขาไม่คิดจะใช้บุตรสาวเป็เครื่องมือๆทางการเมือง
สีหน้าของหลี่เหวินกวงดูหนักใจยิ่งเขาจะไม่นำเื่นี้มาเป็ปัญหาเลยหากเมื่อเช้าหลังเลิกประชุมที่ท้องพระโรงฮ่องเต้ไม่ตรัสถามถึงบุตรสาวของเขาซึ่งปกติฝ่าาแทบไม่เคยเอ่ยถึงเื่อื่นเลยนอกจากงานราชการนั่นมันเป็สัญญาณบางอย่าง...
"ได้!ถ้าเช่นนั้นก็ต้องเร่งมือหน่อยแล้ว"
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ"
อีกไม่นานใกล้ถึงเวลากำหนดตำแหน่งชายารัชทายาทแล้วเขาไม่อยากให้บุตรสาวเป็หนึ่งในผู้แย่งชิงตำแหน่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่นำมาซึ่งความสุขได้...
"พ่อจะคัดเลือกมาให้เ้าเลือกอีกที"หลี่เหวินกวงตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของบุตรสาว
"ท่านพ่อดีที่สุดเลยเ้าค่ะ"หลี่หว่านเอ๋อร์ฉีกยิ้มเอ่ยออดอ้อน พลางรินชาให้บิดาอย่างเอาใจใส่
ชายหนุ่มที่จะยอมแต่งเข้าจวนฝ่ายหญิงสูงศักดิ์ส่วนใหญ่จะมาจากครอบครัวไร้ยศ ไร้บรรดาศักดิ์ หรือไม่ก็เป็ชนชั้นสูงที่ตกอับยากจน ถึงจะยอมทำเช่นนี้เพราะการแต่งเข้าบ้านหญิงสาวถือเป็การทำผิดต่อหน้าตาวงศ์ตระกูลอย่างมากคงไม่ง่ายเลยที่จะหาบุรุษดีพร้อมได้
ถึงอย่างไรนางเชื่อว่าหลี่เหวินกวงต้องหาชายหนุ่มได้ไม่แย่เกินไปแน่นอน...
อย่างน้อยก็ต้องมีคุณสมบัติหน้าตาดีการศึกษาดี มีความรู้ กิริยาท่าทางงดงาม เพียงแค่นี้นางไม่ได้เื่มากอะไรอยู่แล้ว
สองพ่อลูกต่างอยู่ในภวังค์ความคิดและวางแผนเส้นทางข้างหน้าหลี่เหวินกวงเตรียมจัดการเื่นี้ก่อนที่งานเลี้ยงต้อนรับจะมาถึงเพื่อลดโอกาสที่บุตรจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์
ส่วนหลี่หว่านเอ๋อร์หลงระเริงมีความสุขกับสิ่งที่วาดฝันถึงอนาคตเรียบง่ายนั่งกินนอน ไม่ต้องคอยเอาใจผู้ใด...
หารู้ไม่ว่าความจริงยากจะได้ดังใจหวังคนกำหนดหรือจะสู้ฟ้าลิขิต...