“ท่านคงจะหมายถึงเรื่องที่พระราชินีแคโรสมาเจรจากับเราสินะ”
กษัตริย์เมสโฟอิสกล่าว
“เพคะ ประชาชนของราชอาณาจักรทั้งสามต่างก็อยู่กันอย่างสงบสุข มีความสุขกันดีอยู่แล้ว หม่อมฉันไม่ประสงค์ที่จะเห็นพวกเขาต้องประสบความทุกข์ยากเพราะภัยสงครามเลยเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ากล่าวอย่างนุ่มนวลแต่ด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ความจริงประชาชนของเราก็ไม่ได้มีความสุขกันนักหรอกนะ พวกเขาค่อนข้างที่จะยากจน ทรัพยากรในประเทศเวดิเซียก็มีไม่มาก ดินแดนติดทะเล เราก็ไม่มี ประชาชนต้องอาศัยการเพาะปลูกเพื่อยังชีพแต่ดินและน้ำของเราก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์เหมือนอย่างประเทศซานเตียเรสของท่าน พวกเขาเห็นว่าพวกท่านเป็นแบบอย่างที่ดีของความมั่งคั่งและความสะดวกสบาย พวกเขาเห็นถึงความแตกต่างและอยากจะเป็นเหมือนอย่างพวกท่าน แม้แต่เรื่องระบบการปกครอง พวกเขาก็อยากจะเป็นเหมือนประเทศของท่าน”
กษัตริย์เมสโฟอิสพูดให้เธอเข้าใจถึงปัญหาของประเทศเวดิเซีย
“หม่อมฉันก็ทราบถึงปัญหาเหล่านี้ในราชอาณาจักรขององค์ราชาเพคะ ทางเราไม่เคยคิดที่จะเข้ามาก้าวก่ายเรื่องการเมืองการปกครองภายในของอาณาจักรเวดิเซีย และยินดีจะสนับสนุนให้ความช่วยเหลือปัญหาด้านการค้าและการเกษตรอย่างเต็มที่ หากองค์ราชามีพระราชประสงค์จะให้หม่อมฉันช่วยเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ากล่าวอย่างจริงใจ
“แต่ในเมื่อเราได้รับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับพระราชินีแคโรสไปแล้ว เราก็คงกลับคำพูดไม่ได้หรอก”
กษัตริย์เมสโฟอิสกล่าว ทำให้เจ้าหญิงเทย่ามีสีหน้ากังวล แต่กษัตริย์เมสโฟอิสหันไปทางบุญและกล่าวต่อ
“เจ้าหญิงอัจรา...นอกซะจากว่า...ท่านยินดีที่จะช่วยเหลือประชาชนของเรา และทำให้พระราชินีแคโรสทรงเปลี่ยนพระทัยได้”
เจ้าหญิงทั้งสองกลับมามีท่าทางแปลกใจ และบุญเป็นคนพูดขึ้นมาบ้าง
“เหตุใดจึงต้องเป็นหม่อมฉันด้วยล่ะเพคะ?”
“เพราะว่าคงจะมีเพียงท่าน ที่สามารถทำให้พระราชินีทรงเปลี่ยนพระทัยได้”
กษัตริย์เมสโฟอิสบอกเธอ
‘องค์ราชาทรงทราบด้วยหรือเพคะว่าเจ้าหญิงอัจราเป็นใคร?’
เจ้าหญิงเทย่าถามกษัตริย์เมสโฟอิสเบาๆ จนเกือบจะเป็นกระซิบเพื่อไม่ให้ทหารที่อยู่รอบๆ ได้ยิน
แต่ในเวลานั้น นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ไปรับเจ้าหญิงทั้งสองเมื่อตอนเช้าที่สนามบินได้เดินเข้ามารายงานต่อกษัตริย์เมสโฟอิสด้วยเสียงที่เบาจนเจ้าหญิงทั้งสองไม่ได้ยิน สักพักนายทหารผู้นี้จึงได้กลับออกไป
“เราเพิ่งทราบว่าเมื่อเช้าได้เกิดเหตุกับท่านทั้งสองระหว่างทางมาที่นี่ ท่านทราบได้อย่างไรว่ามีการซุ่มโจมตีจึงได้เปลี่ยนเส้นทาง?”
กษัตริย์เมสโฟอิสถามบุญเมื่อได้รับรายงานจากทหารของเขา
“หม่อมฉันทราบด้วยความรู้สึกเพคะ มีคนซุ่มโจมตีหม่อมฉันทั้งสองหรือเพคะ?”
“ท่านเข้าใจถูกแล้ว หลังจากที่ท่านบอกให้เปลี่ยนเส้นทาง ทหารของเราได้ไปตรวจสอบตามเส้นทางนั้น จึงพบว่ามีชายสามคนกำลังแอบซุ่มอยู่ข้างทางพร้อมอาวุธสงคราม จึงได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น และเมื่อสักครู่ทั้งสามถูกทหารของเรายิงเสียชีวิตทั้งหมด เมื่อตรวจสอบแล้ว จึงทราบว่าเป็นทหารของประเทศริปโปเซียที่ลักลอบเข้ามา คงเพื่อลอบปลงพระชนม์เจ้าหญิงเทย่า”
“เพื่อสังหารหม่อมฉันอีกแล้วหรือเพคะ?”
เจ้าหญิงเทย่ามีสีหน้าตกใจและหันไปหาบุญ
“ขอบพระทัยเจ้าหญิงอัจฉรานะเพคะ วันนี้พี่บุญช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้สองครั้งแล้วเพคะ”
“หม่อมฉันเองก็โดนด้วยเหมือนกันทั้งสองครั้งนะเพคะ”
บุญบอกเจ้าหญิงเทย่า
“สองครั้งหรือ? ยังมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นกับท่านทั้งสองอีกหรือ?”
กษัตริย์เมสโฟอิสถามด้วยความสงสัย
บุญจึงเล่าเหตุการณ์ที่เธอเห็นคนใส่ยาพาพิษลงในถ้วยกาแฟของเธอทั้งสองให้กษัตริย์เมสโฟอิสฟังเบาๆ เพื่อไม่ให้ชายคนก่อเหตุไหวตัวทัน กษัตริย์เมสโฟอิสพยักหน้าเข้าใจเหตุการณ์และหันไปสั่งการนายทหารคนอื่นๆ ให้ช่วยกันจับกุมชายผู้นี้ไว้ ชายที่พยายามวางยาพิษพวกเธอจึงถูกจับกุมในทันที
“ขอองค์ราชาโปรดทรงพิจารณาพระราชทานอภัยโทษให้กับชายผู้นี้ และส่งเขากลับประเทศริปโปเซียด้วยเถิดเพคะ”
บุญกล่าวกับกษัตริย์เมสโฟอิส
“แต่เขาพยายามที่จะปลงพระชนม์ท่านทั้งสองนะ”
กษัตริย์เมสโฟอิสแปลกใจในคำขอของบุญ
“หม่อมฉันทั้งสองยังปลอดภัยดีเพคะ และทั้งองค์ราชาและหม่อมฉันทั้งสองล้วนมีความประสงค์ที่จะสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างราชอาณาจักรทั้งสาม แต่วันนี้คนของราชินีแคโรสได้ถูกทหารของพระองค์ยิงเสียชีวิตไปแล้วถึงสามคน องค์ราชินีต้องทรงไม่พอพระทัยแน่เพคะ การส่งชายผู้นี้กลับไปอาจทำให้องค์ราชินีทรงให้โอกาสหม่อมฉันได้เจรจาตามที่องค์ราชาเพิ่งรับสั่งกับหม่อมฉันก่อนหน้านี้เพคะ”
บุญพยายามโน้มน้าวให้กษัตริย์เมสโฟอิสยอมปล่อยคนของราชินีแคโรส
“หมายความว่าเจ้าหญิงอัจฉรายินดีจะช่วยเหลือประชาชนของเราใช่หรือไม่?”
กษัตริย์เมสโฟอิสถามบุญเพื่อความแน่ใจ
“หม่อมฉันยินดีช่วยเหลือประชาชนของราชอาณาจักรทั้งสามเท่าที่สามารถจะช่วยได้เพคะ”
บุญตอบอย่างหนักแน่น
“ถ้าเช่นนั้นเราก็รับปากเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ว่าประเทศของเราจะเป็นมิตรกับประเทศซานเตียเรสตราบใดที่เจ้าหญิงอัจฉรายังคงให้ความช่วยเหลือประชาชนในประเทศของเรา”
เมื่อกษัตริย์เมสโฟอิสกล่าวเช่นนั้น ทำให้เจ้าหญิงทั้งสองยิ้มดีอกดีใจที่การเจรจาครั้งนี้เป็นผลสำเร็จ
หลังการเจรจา ทั้งกษัตริย์เมสโฟอิส เจ้าหญิงเทย่า และเจ้าหญิงอัจฉรา ได้ร่วมกันรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องเสวยในพระตำหนัก จากนั้นทั้งสองจึงได้กลับมาขึ้นเครื่องบินส่วนพระองค์ที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับอาณาจักรซานเตียเรส โดยระหว่างทางมาสนามบินไม่ได้มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นอีก
ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินส่วนพระองค์ เจ้าหญิงเทย่ายังคงรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของกษัตริย์เมสโฟอิสที่ดูอ่อนน้อมกับบุญมาก
“ดูเหมือนว่าพระองค์จะทรงทราบว่าพี่บุญเป็นเทพธิดานะเพคะ”
“แล้วทรงทราบได้อย่างไรกันเพคะ? ในเมื่อตัวหม่อมฉันเองก็ยังไม่ทราบเลยนะเพคะว่าหม่อมฉันเป็นใคร”
บุญบอกองค์หญิง
“พี่บุญเลิกสงสัยในตัวพี่เองได้แล้วนะเพคะ เพราะแม้แต่กษัตริย์เมสโฟอิสยังทรงไม่สงสัยในตัวพี่บุญเลยแม้แต่น้อย หม่อมฉันเคยทราบมาเพคะว่าพระองค์มีความศรัทธาในเทพเจ้ามาก การที่พระองค์ทรงอ่อนน้อมกับพี่บุญและทรงขอให้พี่ช่วยก็ต้องเป็นเพราะพระองค์ทรงเห็นว่าพี่บุญเป็นเทพธิดาและทรงเกิดศรัทธาในตัวพี่แน่เพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าแสดงความเห็น
“มิน่าละ ทั้งๆ ที่น้องหญิงเป็นผู้ปกครองประเทศซานเตียเรส แต่กษัตริย์เมสโฟอิสกลับทรงมาตั้งเงื่อนไขกับหม่อมฉัน หม่อมฉันก็รับปากพระองค์ไปแล้วด้วยว่าจะช่วยประชาชนของพระองค์ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะช่วยได้ยังไง หากว่าวันนึงพระองค์ทรงทราบว่าหม่อมฉันไม่ได้มีพลังวิเศษอะไรที่จะบันดาลทุกสิ่งให้กับใครได้ พระองค์ก็คงจะทรงหมดศรัทธาในตัวหม่อมฉันเพคะ”
“ที่เราสองคนรอดชีวิตมาได้ในวันนี้ก็เป็นเพราะพลังของพี่บุญนะเพคะ แล้วยังจะบอกว่าพี่ไม่มีพลังอะไรอีกหรือเพคะ? หวังว่าวันที่เราไปเจรจากับราชินีแคโรสเราจะรอดชีวิตกลับมาได้อีกนะเพคะ”
“น้องหญิงให้หม่อมฉันไปคนเดียวเถอะนะเพคะ หม่อมฉันมั่นใจว่าหม่อมฉันสามารถเอาตัวรอดได้เพคะ”
บุญบอกเจ้าหญิงเทย่าด้วยรู้สึกห่วงเธอ
“ไม่ได้นะเพคะ เดี๋ยวองค์ราชินีจะหาว่าหม่อมฉันไม่ให้เกียรติพระองค์ที่หม่อมฉันไม่ไปด้วยตัวเอง แล้วจะเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธข้อเสนอของเราเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ายืนกรานที่จะไปพบราชินีแคโรส
“แต่หม่อมฉันเกรงว่าหากราชินีทรงทราบว่าน้องหญิงจะเดินทางไป พระองค์จะรับสั่งให้คนไปลอบปลงพระชนม์เจ้าหญิงเทย่าเหมือนอย่างคราวนี้อีกน่ะสิเพคะ ยิ่งเป็นในประเทศขององค์ราชินีเองแล้ว เราก็คงจะรอดยากเพคะ”
บุญแสดงความเห็นเพื่อคัดค้าน
“พี่บุญกล่าวถูกเพคะ ถ้าเช่นนั้น เราก็ต้องวางแผนกันให้ดีๆ ก่อนจะไปนะเพคะ”
“ในเมื่อหม่อมฉันเป็นชาวไทย หม่อมฉันก็จะเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศริปโปเซียในฐานะนักท่องเที่ยวชาวไทย แล้วหาโอกาสเข้าไปพบองค์ราชินีในวังเพื่อเจรจาให้เองเพคะ”
บุญเสนอแผนของเธอ
“เป็นความคิดที่ดีเพคะ แต่ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ต้องไปด้วยเพคะ หม่อมฉันจะไปในฐานะพลเมืองเหมือนกับเมื่อคราวที่หม่อมฉันไปเชียงใหม่เพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ายังคงยืนกรานที่จะไปด้วย
“แต่พาสปอร์ตของน้องหญิงไม่ใช่พาสปอร์ตไทยนะเพคะ ยิ่งพาองครักษ์ไปด้วยอีก เราก็จะกลายเป็นคณะนักท่องเที่ยวจากประเทศซานเตียเรสไป และพวกเราก็อาจจะถูกจับตามองเพคะ การที่หม่อมฉันไปในฐานะนักท่องเที่ยวชาวไทยเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจก็จะไม่มีประโยชน์น่ะสิเพคะ”
“อืม...ก็จริงนะเพคะ ถ้าเช่นนั้น...หม่อมฉันก็จะไม่พาองครักษ์ไปด้วย เราไปกันแค่สองคนก็พอแล้วเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ากล่าว
“แต่อย่างนั้นจะเป็นการไม่ปลอดภัยกับน้องหญิงนะเพคะ การเข้าไปในประเทศคู่อริโดยที่ไม่มีทหารคุ้มกันเลย ไม่ดีแน่เพคะ”
บุญคัดค้านเธอ แต่เจ้าหญิงเทย่าตัดสินใจจะเดินทางไปกับบุญเพียงสองคน
“ถึงมีองครักษ์เป็นสิบคนก็ไม่ปลอดภัยเท่ากับมีเทพธิดาแห่งโชคอยู่ด้วยนะเพคะ และกลับจะทำให้ยิ่งเป็นภาระและดูน่าสงสัยขึ้นไปอีก หม่อมฉันได้ตัดสินใจแล้วเพคะ พรุ่งนี้ 5 เมษายน หม่อมฉันจะไปประเทศไทยกับพี่บุญก่อน แล้วจากนั้นวันที่ 6 เมษายน เราจะไปเที่ยวประเทศริปโปเซียด้วยกันสักสองสามวันและแวะไปเข้าเฝ้าราชินีแคโรสด้วยกันเพคะ คนของหม่อมฉันตรวจสอบมาให้แล้วว่าช่วงนั้นองค์ราชินีแคโรส ไม่ได้เสด็จไปไหนแน่นอนเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ากล่าวแล้วยิ้มด้วยความมั่นใจในแผนของพวกเธอ
“เฮ้อ…ในเมื่อน้องหญิงกล่าวเช่นนั้น หม่อมฉันก็คงจะคัดค้านไม่ได้แล้วน่ะสิเพคะ หม่อมฉันก็จะพยายามช่วยให้การเจรจาเป็นผลสำเร็จ และพาเจ้าหญิงเทย่ากลับคืนสู่ประชาชนของพระองค์อย่างปลอดภัยเพคะ”
บุญยินยอมตามที่เจ้าหญิงเทย่ากล่าวและรับปากจะทำหน้าที่ตามที่เจ้าหญิงเทย่าคาดหวังในตัวเธอ