เสียงลูกบิดประตูที่กำลังถูกหมุนจากด้านนอกดังแกร๊กๆ สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของผมราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังเคาะประตูเรียกิญญา
วินาทีนั้น เืในกายของผมเย็นเฉียบจนแทบจะจับตัวเป็น้ำแข็ง หัวใจที่เคยเต้นรัวแรงด้วยความซ่านเสียวเมื่อครู่ บัดนี้กลับกระตุกวูบและบีบรัดตัวอย่างรุนแรงจนผมแทบจะหยุดหายใจ ความตาย... ความย่อยยับ... ความพินาศ... ทุกคำเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของผมพร้อมๆ กัน
"คุณแม่..." นิชาพึมพำเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่เธอกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเท่าผม เธอเพียงแค่ขยับตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อคลุมอาบน้ำที่พาดอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมทับเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างคล่องแคล่ว
แต่สำหรับผม มันคือหายนะ!
สติที่หลุดลอยไปไกลถูกกระชากกลับมาอย่างรุนแรง ผมลนลานกวาดสายตามองไปรอบห้อง เสื้อผ้าของผม... กางเกงทำงาน เสื้อทำงาน กางเกงชั้นใน... มันตกกระจายอยู่บนพื้นพรม! ผมพุ่งตัวลงจากเตียงด้วยความเร็วที่แม้แต่ตัวเองยังใ สองมือตะครุบคว้าเสื้อผ้าทุกชิ้นขึ้นมากอดไว้แนบอกราวกับมันเป็เสื้อชูชีพท่ามกลางมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง
"ซ่อนซะ..." นิชากระซิบเสียงเฉียบขาด ชี้มือไปที่ประตูบานเลื่อนของตู้เสื้อผ้าบิวต์อินขนาดใหญ่ที่อยู่มุมห้อง
ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด หรือตั้งคำถามใดๆ ทั้งสิ้น สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้ผมพุ่งหลาวเข้าไปในห้องแต่งตัวนั้นทันที ผมแทรกตัวเข้าไปหลบอยู่หลังราวแขวนเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยชุดกระโปรงยาวและเสื้อคลุมของนิชา พยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือสองข้างกอดเสื้อผ้าของตัวเองไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อผ้า
และในเสี้ยววินาทีที่ผมดึงประตูบานเลื่อนปิดลงจนสนิท... เสียงประตูห้องนอนใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออก
"นิชา... ลูกยังไม่นอนอีกเหรอ?"
เสียงที่คุ้นเคย เสียงของเกด... ภรรยาที่ผมเพิ่งจะนวดโดยการดัดหลังเธอไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน!
ผมกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สองมือกุมปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงหอบหายใจเล็ดลอดออกไป หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลซึมออกมาจากหน้าผาก หยดลงบนหลังมือของผมหยดแล้วหยดเล่า ผมหลับตาปี๋ ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ในสากลโลก ขออย่าให้เกดเดินมาเปิดตู้เสื้อผ้านี้เลย
"คุณแม่... ทำไมกลับดึกจังคะ? นิชาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กำลังจะนอนพอดีเลยค่ะ" เสียงของนิชาตอบกลับไปอย่างเป็ธรรมชาติ น้ำเสียงใสซื่อและเรียบเนียนจนน่าขนลุก ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก หรือความกระเส่าจากการร่วมรักเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย
เด็กคนนี้... เธอซ่อนความร้ายกาจไว้ใต้ใบหน้าไร้เดียงสาได้อย่างแเีเกินไปแล้ว
"แม่ปวดหัวนิดหน่อยจ้ะ" เสียงของเกดฟังดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอเดินเข้ามาในห้อง "พันธมิตรทางธุรกิจฝั่งโน้นเื่มากสุดๆ ขอแก้ไขสัญญาอีกแล้ว แม่ต้องนั่งประชุมถกเถียงกับพวกเขายาวนานหามรุ่งหามค่ำเลย เพิ่งจะเคลียร์กันลงตัว... เหนื่อยจนแทบจะขาดใจเลยลูก"
"โธ่... คุณแม่คนเก่งของนิชา มาค่ะ นิชานวดขมับให้นะคะ"
ผมได้ยินเสียงสวบสาบของที่นอน คาดว่าเกดคงจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง... เตียงเดียวกับที่ผมเพิ่งจะทิ้งคราบคาวโลกีย์เอาไว้!
หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ถ้าเกดััได้ถึงความชื้นบนผ้าปูที่นอนล่ะ? ถ้าเธอได้กลิ่นคาวน้ำกามที่ยังคละคลุ้งอยู่ล่ะ? ความคิดเ่าั้ทำให้ผมแทบจะเสียสติ ผมอยากจะทึ้งหัวตัวเอง อยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด แต่ผมก็ทำได้เพียงยืนสั่นเทาอยู่ท่ามกลางความมืดมิดในตู้เสื้อผ้า
"ขอบใจจ้ะลูก... อืม... นิชา ฉีดน้ำหอมอะไรเหรอ กลิ่นแปลกๆ กลิ่นเหมือน..."
คำพูดของเกดทำให้เืในกายผมเย็นเฉียบ ผมเบิกตากว้างในความมืด รอคอยคำพิพากษาด้วยใจที่แทบจะหยุดเต้น
"อ๋อ... กลิ่นเทียนหอมค่ะคุณแม่ นิชาเพิ่งจุดเมื่อกี้ กะว่าจะให้ช่วยผ่อนคลายก่อนนอน สงสัยกลิ่นมันจะฉุนไปหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้นิชาเอาไปทิ้งดีกว่าค่ะ" นิชาตอบกลับอย่างลื่นไหล
"ไม่ต้องทิ้งหรอกจ้ะ แค่กลิ่นมันคุ้นๆ... เหมือนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเลย"
ผมแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น กลิ่นน้ำหอมของผม! เกดจำกลิ่นน้ำหอมของผมได้!
"สงสัยจะเป็กลิ่นของพนักงานส่งของที่นำเทียนมาส่งกระมังคะคุณแม่ ตอนรับของนิชาเผลอไปเบียดโดนเสื้อเขาเข้า... คุณแม่ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ผิวพรรณจะดูอิดโรยไม่สวยนะคะ" นิชารีบเปลี่ยนเื่อย่างชาญฉลาด
เกดถอนหายใจยาว "นั่นสิเนอะ แม่ง่วงจนตาจะปิดอยู่แล้ว... แล้วนี่ภัทรล่ะ? หลับไปแล้วเหรอ แม่แวะไปดูที่ห้องทำงานก็ไม่เจอ"
"คุณน้าภัทรน่าจะหลับไปแล้วมั้งคะ นิชาไม่เห็นเลยค่ะ"
"อืม... งั้นแม่ไปนอนก่อนนะ ฝันดีจ้ะลูกรัก"
"ฝันดีค่ะคุณแม่"
เสียงฝีเท้าของเกดเดินห่างออกไป ตามด้วยเสียงปิดประตูห้องดัง 'คลิก'
ผมยืนนิ่งงันอยู่แบบนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว หรือหายใจแรงๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายนาที ผมถึงได้ยินเสียงฝีเท้าของนิชาเดินเข้ามาใกล้ตู้เสื้อผ้า ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามากระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของผม
นิชายืนกอดอกพิงกรอบประตูตู้เสื้อผ้า รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนมุมปากของเธอ "รอดตัวไปนะคะ... น้าภัทร"
ผมมองเธอด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโล่งอก ทั้งหวาดกลัว และทั้งโกรธแค้น แต่ผมไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดอะไรออกมา ผมรีบสวมกางเกงและเสื้อทำงานอย่างรีบร้อนลนลาน มือไม้สั่นจนติดกระดุมผิดๆ ถูกๆ
"รีบกลับไปเสียสิคะ ก่อนที่คุณแม่จะตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วไม่เจอน้าภัทร" เธอกระซิบ
ผมพยักหน้ารับอย่างแกนๆ ก้าวเท้าออกจากตู้เสื้อผ้า แต่ก่อนที่ผมจะเดินพ้นประตูห้อง นิชาก็คว้าแขนผมไว้ ผมหันไปมองเธอด้วยสายตาหวาดระแวง
"อย่าลืมสถานะของตัวเองนะคะ... ทาสของหนู" เธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม แววตาของเธอเต็มไปด้วยอำนาจและการข่มขู่ "นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"
ผมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเธอ แล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องนั้นมาโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย
*^*
ผมกลับมาถึงห้องนอนใหญ่ด้วยสภาพที่เหมือนคนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ ผมค่อยๆ แง้มประตูเปิดออกอย่างแ่เบาที่สุด ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ร่างของเกดนอนหันหลังให้ผม ห่มผ้าห่มผืนหนาจนถึงหน้าอก เสียงลมหายใจของเธอสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
ผมระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบถอดเสื้อผ้าที่เหม็นคาวโลกีย์ออกจนหมด แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเปิดฝักบัว ให้น้ำเย็นจัดชำระล้างความสกปรกทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผมถูสบู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามขัดถูร่องรอยััของนิชาออกไปให้หมด แต่ความรู้สึกผิดบาปกลับยิ่งเกาะกินลึกลงไปในจิตใจ
ผมทำลายความไว้ใจของเกด ผมทำลายครอบครัวของเรา เพียงเพราะความขี้ขลาดและภาพเคลื่อนไหวบ้าๆ นั่น!
ผมยืนเหม่อลอยอยู่ใต้สายน้ำเย็นเฉียบ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสมเพชตัวเองไหลปะปนไปกับสายน้ำ ผมไม่รู้ว่าผมจะทนอยู่ในสภาพนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ผมจะต้องถูกเด็กคราวลูกจูงจมูกไปถึงเมื่อไหร่?
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมเช็ดตัวจนแห้ง สวมชุดนอนแล้วค่อยๆ สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเกด ผมขยับตัวเข้าไปใกล้เธอ สวมกอดร่างนุ่มนิ่มของเธอจากด้านหลัง ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของเธอ กลิ่นหอมละมุนประจำตัวของเกดช่วยปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำของผมได้บ้าง
'พี่ขอโทษนะเกด... ภัทรขอโทษ...' ผมพร่ำบอกเธอในใจ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น หวังว่าความอบอุ่นจากเธอจะช่วยปัดเป่าฝันร้ายนี้ให้หายไป แต่ลึกๆ แล้วผมก็รู้ดี... นรกของผม มันเพิ่งจะเปิดประตูต้อนรับผมอย่างเป็ทางการต่างหาก
*^*
แสงแดดจ้าในยามสายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องรับแขก บรรยากาศภายในบ้านดูสดใสและเงียบสงบ แตกต่างจากพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำในใจผมอย่างสิ้นเชิง
เกดแต่งตัวสวยเฉียบในชุดสูททำงานสีครีม เธอรวบผมตึงและแต่งหน้าโทนมั่นใจ ดูเป็นักธุรกิจหญิงที่เก่งกาจและทรงพลัง เธอกำลังยืนตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารอยู่ที่หน้าโต๊ะกระจก
"แม่ไปคุยงานกับหุ้นส่วนธุรกิจก่อนนะลูก วันนี้คงจะยาวอีกแน่ๆ" เกดหันไปบอกนิชาที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารแฟชั่นอยู่ที่เก้าอี้ยาว
"สู้ๆ นะคะคุณแม่ ขอให้ตกลงกันได้ด้วยดีนะคะ" นิชาส่งยิ้มหวานให้
เกดหันมาทางผมที่นั่งจิบกาแฟอยู่เงียบๆ ที่มุมหนึ่งของห้อง "ภัทรคะ วันนี้เกดคงกลับเย็นๆ หรืออาจจะค่ำๆ เลย ภัทรอยู่บ้านเป็เพื่อนน้องๆ ไปก่อนนะ"
"ครับเกด... ขับรถดีๆ นะครับ มีอะไรโทรหาผมได้ตลอดเลยนะ" ผมฝืนยิ้ม ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเป็ปกติที่สุด
เกดเดินเข้ามาหอมแก้มผมฟอดใหญ่ ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน เสียงเครื่องยนต์ดังห่างออกไป ทิ้งให้ผมต้องเผชิญหน้ากับความอึดอัดที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"คุณน้าภัทรคะ... มานั่งตรงนี้สิคะ"
เสียงหวานใสของนิชาดังขึ้นทันทีที่รถของเกดพ้นประตูรั้วบ้าน ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ นิชาตบเบาะเก้าอี้ยาวข้างๆ เธอเบาๆ เป็เชิงเรียก แต่สายตาที่เธอมองมามันไม่ใช่สายตาของหลานสาวที่เรียกน้าชาย แต่มันคือสายตาของนายหญิงที่กำลังเรียกหาสัตว์เลี้ยง
ผมลอบกลืนน้ำลาย วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยาวเดี่ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ ผมไม่กล้าแม้แต่จะไปนั่งใกล้เธอด้วยซ้ำ
"ทำไมไปนั่งซะไกลเลยล่ะคะ กลัวหนูกัดเหรอ?" นิชาหัวเราะคิกคัก
"น้า... น้าแค่อยากนั่งสบายๆ" ผมตอบเสียงแข็ง พยายามรักษาท่าทีความเป็ผู้ใหญ่เอาไว้
"งั้นก็ตามใจค่ะ... อ้อ! จริงสิ วันนี้นิชาชวนมีนมาเล่นเกมกระดานที่บ้านด้วยนะคะ ตอนนี้น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ"
"มีน?" ผมทวนคำด้วยความประหลาดใจ "ทำไมจู่ๆ ถึงชวนมีนมาล่ะ?"
มีน... เด็กสาววัย 21 ปี น้องสาวแท้ๆ ของนิชาและเป็ลูกสาวคนเล็กของเกด มีนเป็เด็กน่ารัก ร่าเริง และมักจะเข้ามาป้วนเปี้ยนพูดคุยกับผมเสมอ ผมรู้ดีว่ามีนแอบปลื้มผมอยู่เงียบๆ แต่ผมก็เห็นเธอเป็แค่ลูกสาวคนเล็กของเกดคนหนึ่งเท่านั้น
"ก็เห็นว่าอยู่บ้านเบื่อๆ เลยหาอะไรสนุกๆ ทำกันไงคะ น้าภัทรก็ต้องเล่นด้วยกันนะคะ" นิชาส่งยิ้มที่ผมอ่านไม่ออกมาให้
"น้าคงไม่..."
"น้า-ต้อง-เล่น-ค่ะ" นิชาเน้นทีละคำ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็เย็นเยียบและเด็ดขาด "ถือซะว่าเป็คำสั่งจาก... นายหญิง ก็แล้วกันนะคะ"
คำว่า 'นายหญิง' ทำให้ผมสะดุ้ง ผมกัดฟันกรอด ความรู้สึกไร้หนทางกลับมาโจมตีผมอีกครั้ง ผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของเธอเลยจริงๆ
ไม่นานนัก เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ของมีนที่วิ่งหอบกล่องเกมกระดานเข้ามาในห้องรับแขก ใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส
"มาแล้วค่าาา! ขอโทษที่มาช้านะคะ แวะซื้อขนมมาฝากด้วย" มีนวางถุงขนมลงบนโต๊ะกระจกเตี้ยๆ ตรงกลางห้อง ก่อนจะหันมาเห็นผม "อ๊ะ... น้าภัทรอยู่ด้วยเหรอคะ ดีจังเลย มีนคิดว่าน้าภัทรจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานเสียอีก"
"น้า... น้าก็ลงมาพักผ่อนบ้างน่ะ" ผมยิ้มเจื่อนๆ
"งั้นมาเล่นด้วยกันเลยนะคะ! เกมนี้สนุกมาก มีนเพิ่งซื้อมาใหม่เลย" มีนดึงแขนผมให้ลุกจากเก้าอี้ยาวเดี่ยว แล้วลากผมไปนั่งที่เก้าอี้ยาวยาวตัวใหญ่ ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงนั่งเบียดข้างๆ ผมอย่างสนิทสนม
ผมนั่งเกร็งไปทั้งตัว ััได้ถึงความนุ่มนิ่มของต้นแขนมีนที่เบียดเสียดอยู่กับแขนของผม ผมพยายามขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง แต่มันก็ทำได้ยากเพราะเก้าอี้ยาวมีขนาดจำกัด
นิชาเดินมานั่งที่เก้าอี้ยาวฝั่งตรงข้าม เธอจัดแจงแกะกล่องเกมกระดานและอธิบายกติกาด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตาของเธอกลับจ้องมองมาที่ผมและมีนสลับกันไปมาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เกมเริ่มต้นขึ้น บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงโวยวายของมีน เด็กสาวดูจะสนุกสนานกับการเล่นเกมมาก เธอคอยส่งขนมป้อนเข้าปากผม พูดคุยหยอกล้อด้วยแววตาสดใสเป็ประกาย
"น้าภัทรลองชิมนี่ดูสิคะ อร่อยมากเลยนะ" มีนหยิบมันฝรั่งทอดชิ้นหนึ่งขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากผม
ผมอ้าปากรับขนมนั้นอย่างเสียไม่ได้ "ขอบใจนะมีน"
"อร่อยไหมคะ?" มีนถามพร้อมกับยิ้มกว้างจนตาหยี
"อืม... อร่อยดี" ผมตอบรับสั้นๆ พยายามไม่แสดงความสนิทสนมมากเกินไป
ในขณะที่ผมกำลังพยายามรับมือกับความกระตือรือร้นของมีน ทันใดนั้นเอง... ผมก็ััได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้โต๊ะกระจก
มันเป็ััที่แ่เบา... แต่กลับทำให้ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
ปลายเท้าเล็กๆ ของใครบางคนกำลังค่อยๆ กรีดกรายไปตามหน้าแข้งของผมใต้กางเกงทำงานเนื้อบาง ความเย็นจากผิวััลากผ่านเนื้อผ้าขึ้นมาอย่างเชื่องช้าและจงใจ
ผมสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้าง มองลอดผ่านกระจกใสของโต๊ะลงไปด้านล่าง ขาเรียวยาวของนิชาที่สวมเพียงกางเกงขาสั้นกุดกำลังยืดเหยียดข้ามฝั่งมาหาผม นิ้วเท้าของเธอกำลังลูบไล้ไปตามหน้าแข้งของผมอย่างยั่วยวน!
ผมเงยหน้าขึ้นขวับ สบตากับนิชาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอยังคงทำหน้านิ่งเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือข้างหนึ่งถือไพ่เกม อีกข้างยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แต่ดวงตากลมโตของเธอกลับพราวระยับไปด้วยความสนุกสนานและท้าทาย
"ตาพี่นิชาแล้วค่ะ!" มีนร้องบอก โดยที่ไม่รู้เื่ราวความผิดปกติที่เกิดขึ้นใต้โต๊ะเลยแม้แต่น้อย
"อืม... วางไพ่ใบนี้แล้วกัน" นิชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ วางไพ่ลงบนโต๊ะ
แต่ในขณะเดียวกัน นิ้วเท้าของเธอก็เลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ จากหน้าแข้ง ขึ้นมาที่หัวเข่า และกำลังจะลุกล้ำขึ้นมาที่ต้นขาด้านในของผม!
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อเย็นๆ เริ่มผุดซึมตามกรอบหน้าและฝ่ามือ ผมพยายามขยับขาหนี แต่เก้าอี้เก้าอี้ยาวที่คับแคบและมีนที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆ ทำให้ผมขยับตัวได้ลำบาก
"น้าภัทรเป็อะไรหรือเปล่าคะ? หน้าซีดๆ เหงื่อออกเต็มเลย" มีนหันมาถามด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นอาการผิดปกติของผม
"ปะ... เปล่า น้าไม่เป็ไร แค่... รู้สึกร้อนนิดหน่อยน่ะ" ผมฝืนยิ้มกลบเกลื่อน พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
"ร้อนเหรอคะ? เครื่องปรับอากาศก็เย็นอยู่นะ... หรือว่าน้าภัทรไม่สบาย?" มีนทำท่าจะยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากผม
"ไม่ต้องๆ น้าสบายดี แค่อากาศมันอบอ้าวไปหน่อย... เล่นเกมต่อเถอะ ตาใครแล้วล่ะ?" ผมรีบปัดมือมีนออกอย่างสุภาพ แล้วเปลี่ยนเื่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
นิชาจ้องมองผมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น เธอยกขาขึ้นอีกนิด ใช้ปลายนิ้วเท้ากรีดกรายถูไถไปบนเป้ากางเกงของผมที่บัดนี้เริ่มเปียกชื้นแฉะไปด้วยหยาดน้ำหล่อลื่นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าออกมาเพราะความตื่นตัวทางเพศอย่างไม่อาจควบคุม!
ผมแทบจะร้องะโออกมาด้วยความใ ร่างกายของผมกระตุกเกร็งไปทั้งตัว ความหวาดเสียวและความอึดอัดตีตื้นขึ้นมาจนแทบจะะเิ นิชากำลังเล่นบ้าอะไรของเธอ! เธอตั้งใจจะฉีกหน้าผมต่อหน้ามีนงั้นเหรอ?!
ผมพยายามจ้องหน้านิชา ส่งสายตาดุดันและวิงวอนให้เธอหยุดการกระทำบ้าๆ นี้ซะ แต่นิชากลับทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ เธอจงใจออกแรงกดปลายนิ้วเท้าลงบนเป้ากางเกงที่เปียกชื้นรอบจุดกึ่งกลางลำตัวของผม ถูไถมันไปมาอย่างยั่วเย้า
"อ๊ะ..." ผมเผลอหลุดเสียงครางสั้นๆ ออกมาในลำคอ
"หืม? น้าภัทรว่าอะไรนะคะ?" มีนหันมาถาม
"ปะ... เปล่า... น้าแค่... คิดว่าไพ่ใบนี้น่าจะดีกว่า" ผมรีบวางไพ่มั่วๆ ลงไปบนโต๊ะ เพื่อกลบเกลื่อนเสียงครางของตัวเอง
าประสาทใต้โต๊ะดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด นิชาไม่ยอมหยุดการรุกรานของเธอ เธอใช้ความชำนาญของปลายนิ้วเท้าปลุกเร้าความรู้สึกของผมอย่างต่อเนื่อง ความอุ่นร้อนเริ่มก่อตัวขึ้นในจุดกึ่งกลางลำตัว แก่นกายของผมเริ่มพองขยายขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม แม้ว่าใจของผมจะต่อต้านและหวาดกลัวแค่ไหน แต่ร่างกายของผมมันกลับทรยศความตั้งใจและตื่นตัวไปตามตัณหาที่ถูกปลุกปั่น
ผมต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการตีหน้านิ่ง พูดคุยและหัวเราะกับมีนไปตามน้ำ ทั้งที่เบื้องล่างของผมกำลังถูกรังแกอย่างหนักหน่วง ทุกครั้งที่นิชาจงใจกดน้ำหนักลงมา หรือลากไล้ผ่านจุดอ่อนไหว ผมจะต้องกัดฟันแน่นจนกรามปูดโปน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
ความตึงเครียดสะสมจนถึงขีดสุด ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเตาถ่านที่ร้อนระอุ หยาดเหงื่อไหลย้อยลงมาตามขมับ เสื้อทำงานของผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
"น้า... น้าขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ผมผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ยาวทันทีโดยไม่รอให้ใครอนุญาต รีบก้าวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องรับแขกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มีนมองตามด้วยความงุนงง
"อ้าว... น้าภัทรเป็อะไรไปคะพี่นิชา?" มีนหันไปถามนิชา
"สงสัยจะปวดท้องหนักมั้ง ปล่อยน้าเขาไปเถอะ เรามาเล่นกันต่อดีกว่า" นิชาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความขบขันในลำคอ
ผมเดินตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำชั้นล่าง ผลักประตูเข้าไปแล้วลงกลอนทันที ผมเปิดก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า วักน้ำเย็นจัดขึ้นมาลูบหน้าลูบตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามดับความร้อนรุ่มและความตึงเครียดที่สุมอยู่ในอก
ผมมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ใบหน้าของผมแดงก่ำ ดวงตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สภาพของผมตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับหนูที่ถูกแมวตะปบเล่นจนแทบจะขาดใจตาย
'มึงต้องตั้งสติภัทร... มึงต้องหาทางออกกจากเื่บ้าๆ นี้ให้ได้!' ผมบอกตัวเองในใจ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเกือบสิบนาที จนกระทั่งความรู้สึกพลุ่งพล่านในร่างกายสงบลง แก่นกายที่เคยแข็งขืนก็อ่อนตัวลงสู่สภาพปกติ ผมซับหน้าจนแห้ง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะปลดล็อกประตูแล้วเดินออกมา
แต่เมื่อผมก้าวพ้นประตูห้องน้ำออกมา... ผมก็ต้องชะงักงัน
ร่างบางในชุดเสื้อยืดพอดีตัวและกางเกงขาสั้นกุดกำลังยืนกอดอกพิงผนังทางเดินอยู่ตรงหน้าผม... นิชา!
เธอมารอผมั้แ่เมื่อไหร่?!
ผมเบิกตากว้างด้วยความใ สัญชาตญาณสั่งให้ผมก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังของผมก็ชนเข้ากับประตูห้องน้ำเสียแล้ว ไม่มีทางหนี... ผมถูกต้อนจนมุม
นิชาค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาผมเชื่องช้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหายไป เหลือเพียงแววตาที่ดุดันและแข็งกร้าว เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากผมเพียงคืบ กลิ่นหอมเย้ายวนประจำตัวของเธอโชยมาแตะจมูก ทำให้ผมหวนนึกถึงค่ำคืนอันเร่าร้อนและน่าอัปยศเมื่อคืนก่อน
"หนีมาทำไมคะ?" เธอถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความคุกคาม "เกมยังไม่จบเลยนะ"
"พอเถอะนิชา... น้าขอร้องล่ะ เลิกเล่นบ้าๆ แบบนี้สักที น้าอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว!" ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความอดทนของผมขาดสะบั้นลงแล้ว
"อึดอัดเหรอคะ?" นิชาเลิกคิ้วสูง "แต่เมื่อกี้ตอนที่หนูใช้เท้ากรีดกรายเป้ากางเกงที่เปียกชื้นของน้า น้าก็ดูจะชอบมันนี่นา... มันแข็งสู้เท้าหนูซะขนาดนั้น"
"หยุดพูดจาบ้าๆ แบบนี้นะ!" ผมตวาดเสียงดังลั่นทางเดิน แต่ก็ต้องรีบตะครุบปากตัวเองเอาไว้ เพราะกลัวว่ามีนจะได้ยิน
นิชาหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น เธอขยับเข้าไปใกล้ผมอีกนิด จนหน้าอกอวบอิ่มของเธอแทบจะเสียดสีกับหน้าอกของผม เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูของผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเฉียบขาด
"คืนนี้... เที่ยงคืนตรง เจอกันที่ห้องสมุดส่วนกลาง เรามีเกมที่สองต้องเล่นกันต่อ"
คำขาดของเธอเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางหัวใจของผม ผมเบิกตากว้าง ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเอาเป็เอาตาย "ไม่! น้าไม่ไป! น้าจะไม่ยอมเป็เครื่องเล่นของเธออีกแล้ว!"
"งั้นเหรอคะ?" นิชาถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง "ถ้าน้าไม่ไป... หนูจะเดินกลับไปที่ห้องรับแขกเดี๋ยวนี้เลย แล้วหนูจะเล่าให้มีนฟังให้หมด... ว่าเมื่อคืนนี้น้าภัทรผู้แสนดี แอบทำเื่บัดสีอะไรกับลูกสาวแท้ๆ ของภรรยาตัวเองในห้องนอนบ้าง!"
"อย่านะ!" ผมรีบคว้าแขนเธอไว้ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มและไร้เดียงสาของมีนลอยเข้ามาในหัว ถ้ามีนรู้เื่นี้ เธอจะมองผมยังไง? ความเคารพรักที่เธอมีให้ผมมันจะต้องพังทลายลงแน่ๆ ผมไม่อยากทำร้ายจิตใจเด็กสาวบริสุทธิ์อย่างเธอ... และที่สำคัญที่สุด ถ้าเื่นี้หลุดไปถึงหูเกด ทุกอย่างที่ผมพยายามปกป้องไว้ก็จะพังพินาศในพริบตา
นิชาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของผมอย่างแรง เธอจ้องมองผมด้วยสายตาของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
"ตัดสินใจเอาเองนะคะ น้าภัทร... จะยอมมาเล่นเกมกับหนูดีๆ หรือจะยอมให้ความลับแตกดังโพละตรงนี้เลย!"
เธอทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องรับแขก ทิ้งให้ผมยืนนิ่งงันอยู่กลางโถงทางเดิน
ผมมองตามแผ่นหลังบางของเธอไปจนลับสายตา ขาทั้งสองข้างของผมอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลซึมออกมาเต็มแผ่นหลัง หัวใจของผมเต้นรัวแรงด้วยความหวาดหวั่นและสิ้นหวัง
คืนนี้... เที่ยงคืนตรง... ที่ห้องสมุดส่วนกลาง...
เกมที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... และผมรู้ดีว่า... นรกขุมต่อไปที่นิชาเตรียมไว้ให้ผม... มันจะต้องทรมานและแสนสาหัสยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน!