เวลาผ่านไปเท่าไรไม่อาจรู้ได้ ทว่าในความรู้สึกของหลี่ฟางฟางนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน ั้แ่ที่อีกฝ่ายจากออกไปทุกเสียงนั้นยังคงก้องดังในหูจนรู้สึกหลอน ภาพที่ร่างนั้นหายไปต่อหน้าต่อตายังคงติดตานางจนบัดนี้ และยังทิ้งความสงสัยเอาไว้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่นางเห็นคือผีหรือคน
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด ความหวาดระแวงก็ยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นางเหลือบสายตามองไปรอบตัวอยู่เป็ระยะด้วยจิตใจสั่นระรัว กลัวว่าอีกฝ่ายจะย้อนกลับมาทำลายนางอย่างที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ อีกทั้งร่างกายนี้ก็ยังไม่สามารถขยับได้
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วเรือนของท่านหญิงใหญ่แห่งจวนหลี่อ๋อง ในที่สุดก็มีเสียงดังขึ้นจากภายในห้องนอนจนเหล่าองครักษ์และบ่าวรับใช้แตกตื่น นั่นก็คือเสียงสิ่งของตกกระแทกพื้น
เมื่อเข้ามาจึงเห็นว่าท่านหญิงอยู่ในสภาพที่ล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับข้าวของบนโต๊ะข้างเตียงที่กระจัดกระจายอยู่ ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้นยังมีเฉียวเยว่ที่หลับไม่ได้สติ
“ท่านหญิง เกิดสิ่งใดขึ้นเ้าคะ” สาวใช้คนหนึ่งกล่าวก่อนที่จะรีบเข้าไปพยุงช่วยกันกับสาวใช้อีกหนึ่งนาง พวกนางต่างรับรู้ได้ถึงเหงื่อที่เปียกชื้นตามร่างกายของผู้เป็นาย และยังมีลมหายใจหอบถี่นั่นอีก ได้แต่คิดว่าเกิดสิ่งใดกับท่านหญิงกันแน่ จึงทำให้นางมีอาการเช่นนี้
และในทันทีที่พาท่านหญิงลุกขึ้นนั่งบนเตียงได้ เสียงต่อมาก็ยิ่งทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน โดยเฉพาะเหล่าองครักษ์ที่ทำหน้าที่คุ้มกัน
“มี...มีคน ทำร้ายข้า...” หลี่ฟางฟางเค้นเสียงเอ่ยอย่างยากลำบาก นางฝืนพยายามขยับตัวอย่างถึงที่สุดจนสามารถกวาดสิ่งของพวกนั้นให้ตกกระแทกพื้นได้ และในตอนนี้นางก็พยายามที่จะบอกเล่าเื่ราว
ทันทีที่ได้ยินว่าท่านหญิงใหญ่แห่งจวนหลี่อ๋องถูกทำร้าย ทุกอย่างจึงตกอยู่ในความโกลาหลั้แ่ฟ้ายังไม่สาง เฉียวเยว่รู้สึกตัวหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดอาการใและโขกศีรษะยอมรับความผิดที่ตนเองคือผู้ที่อยู่ใกล้ท่านหญิงที่สุดแต่กลับปกป้องผู้เป็นายไม่ได้
เมื่อเื่รู้ถึงหูของอ๋องเจียเฉิง เขาก็รีบมาหาบุตรสาวในทันทีเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง และสั่งให้หน่วยองครักษ์ของตนเองจับตัวองครักษ์ทุกคนที่ทำหน้าที่ดูแลบุตรสาวเอาไว้เพื่อรอไต่สวนเื่ที่เกิดขึ้น แต่ในระหว่างนั้นก็ให้หมอประจำตระกูลเข้ามาตรวจร่างกายให้บุตรสาวก่อนว่ามีอันตรายใดหรือไม่
“ทูลท่านอ๋อง อาการของท่านหญิงสืบเนื่องมาจากการถูกสกัดจุดจนทำให้เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ชั่วคราว เวลาผ่านไปก็จะกลับมาเป็ปกติพ่ะย่ะค่ะ” หมอชายวัยกลางคนกล่าว
“ใครกันช่างกล้ามาทำร้ายบุตรสาวข้าถึงในเรือน” หลี่เจียเฉิงเอ่ยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้คนฟังสั่นสะท้าน
หลี่ฟางฟางที่เริ่มพูดได้คล่องแคล่วจึงได้เอ่ยตอบผู้เป็บิดา “ท่านพ่อ มันผู้นั้นคือสาวใช้ของจินิ ข้าเห็นกับตา เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไร” หลี่เจียเฉิงถามย้ำเมื่อเห็นบุตรสาวเว้น่ไป อีกทั้งสีหน้าของนางยังดูสับสนระคนหวาดกลัวบางอย่าง “ฟางเอ๋อร์มองพ่อ มันทำอะไรเ้า”
หลี่ฟางฟางหันมองตามแรงเขย่าที่ไหล่ทั้งสองข้าง ก่อนจะหันไปมองบิดาด้วยสายตาที่ยังคงส่อแววหวาดหวั่น “ท่านพ่อ ข้า...ข้าให้คนฝังร่างมันไปแล้ว ข้าฆ่ามันไปแล้ว มันตายไปแล้ว ข้ายัง...ข้ายังมองเห็นดินที่กลบฝังร่างนั้นด้วยดวงตาคู่นี้อยู่เลย” เสียงของนางดังขึ้นเรื่อยๆ หลี่เจียเฉิงพอรู้มาบ้างว่าบุตรสาวทำสิ่งใด ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยขัดและคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ ไม่ว่านาง้าทำอะไรก็ตาม
“ใจเย็นๆ เล่าให้พ่อฟังว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อคืน” หลี่เจียเฉิงดึงสติ ก่อนที่หลี่ฟางฟางจะได้เริ่มเล่าทุกอย่างให้บิดาฟังอย่างละเอียดั้แ่ได้เห็นซูฮวาในตอนที่ตนกำลังอาบน้ำ จวบจนถูกขู่จนขวัญหนีเช่นนี้
“ฟางเอ๋อร์ เ้าไม่ต้องห่วง ไม่ว่ามันจะเป็ผีหรือคน พ่อคนนี้จะลากมันลงหลุมไปอีกครา เ้าอยู่ที่นี่ทำตัวให้สบายๆ พ่อจะสั่งให้องครักษ์หน่วยพิเศษที่เก่งที่สุดมาปกป้องเ้า”
“ส่วนองครักษ์ที่ปกป้องข้าไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเอาไว้ พวกมันสมควรได้รับโทษฐานละเลยในหน้าที่จนข้าตกอยู่ในอันตราย” แววตามาดร้ายของนางส่อออกมา นาง้าเอาผิดกับคนพวกนั้นเพราะไม่มีความสามารถที่จะปกป้องนางได้ แต่สำหรับเฉียวเยว่ นางกลับทำเพียงสั่งขังคุกเอาไว้ก่อนเท่านั้น อย่างไรเสียนางได้เป็คนลงโทษแล้ว บิดาจะได้ไม่ยื่นมือมาเอาชีวิตคนของนางได้
“ได้อย่างที่เ้าขอ” หลี่เจียเฉิงตอบกลับก่อนถ่ายทอดคำสั่งตัดหัวองครักษ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบทำร้ายบุตรสาวของเขาในครั้งนี้ “แล้วเื่สาวใช้ซูฮวานั่น เ้า้าทำอย่างไร”
“ท่านพ่อหานางไม่พบ นางคงหนีออกนอกจวนไปแล้ว ท่านส่งคนออกไปตามหาในเมืองหลวงแล้ว แต่ข้ากลับมีลางสังหรณ์ว่าจะไม่พบตัว”
“พ่อให้คนไปค้นจวนสกุลหยู และจวนสหายของจินิ เผื่อเขามีส่วนรู้เห็นในเื่นี้”
“เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าอยากให้ท่านพ่อส่งคนไปขุดดูหลุมที่ข้าฝังร่างของมันเอาไว้เมื่อหนึ่งเดือนก่อน” หลี่ฟางฟางอยากแน่ใจว่าคนที่นางเห็นเป็ซูฮวาตัวจริงหรือหลอกกันแน่ หากว่าไม่ใช่ตัวจริงแล้วเหตุใดจึงรู้เื่ตอนที่ถูกกระทำในวันนั้นได้ ดังนั้นการขุดหลุมนั้นขึ้นมาจึงจะได้รับคำตอบที่นางคาใจ ทั้งที่ในใจของนางยังคงรู้สึกหวั่นกับเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่ไม่น้อย
แต่แล้วอย่างไร...นางคือท่านหญิงใหญ่แห่งจวนหลี่อ๋อง เป็ธิดาคนแรกที่เกิดจากอ๋องเจียเฉิงและพระชายาเอก บิดาของนางเป็พระอนุชาของฮ่องเต้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยมีอำนาจในมือมากมาย นางไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายที่เป็เพียงคนชั้นต่ำจะทำสิ่งใดนางได้อีกเป็หนที่สอง
และแน่นอนว่าทุกอย่างที่สองพ่อลูกกำลังจะทำย่อมไม่พ้นการถูกดักฟังจากซูฮวา และการให้อีกฝ่ายนำทางไปเพื่อขุดดูหลุมที่ฝังร่างของนางก็เป็อีกเป้าหมายหนึ่งเช่นกัน เพราะในค่ำคืนนั้นนางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารถม้าพานางไปที่จุดใด รู้แต่ว่าเป็สถานที่ในเขารกร้างกว้างใหญ่แห่งนั้น ซึ่งเป็ที่ที่นางปรากฏตัวขึ้นในครั้งแรกยามมาถึงโลกใบนี้ เมื่อตอนนี้โอกาสมาถึง นางก็อยากจะเห็นกับตาตนเองว่าร่างเดิมได้ตายไปแล้วจริงๆ
ที่สำคัญคือ...นางอยากขอขมาตนเองในอดีต ที่โง่เขลาจนทำให้ตกตายไปเช่นนั้น