เสียงพัดลมของตู้เซิร์ฟเวอร์ยังคงหมุนอยู่
ฮึมมมม…
มันเป็เสียงที่ควรจะธรรมดา เป็เสียงที่มนุษย์มักไม่สนใจเมื่อทุกอย่างยังปกติ เป็เพียงเสียงพื้นหลังของห้องเย็น ห้องเครื่อง ห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ซึ่งทำงานตามหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์โดยไม่ถามว่าโลกภายนอกกำลังพังไปแค่ไหน
แต่ตอนนี้ เสียงนั้นกลับชัดเกินไป
มันดังสม่ำเสมออยู่เหนือเสียงหายใจของผู้รอดชีวิต เหนือเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากมือคนที่กำปืนแน่นเกินไป เหนือเสียงสะอื้นที่ใครบางคนพยายามกลืนกลับลงคอ เหนือความเงียบที่เกิดขึ้นหลังจากทุกคนรู้แล้วว่าเส้นทางอื่นที่แจ็กซ์กับบัลธาซาร์ไปสำรวจไม่ใช่ทางหนี
มันคือเส้นเืของรัง
คาเอลยังจำประโยคนั้นได้
ไม่ใช่ทางหนี
แต่เป็เส้นเืของรัง
คำพูดนั้นเปลี่ยนความหมายของห้องเซิร์ฟเวอร์ไปทันที ก่อนหน้านี้ที่นี่เคยเป็เหมือนพื้นที่ที่ยังเหลือเหตุผล เป็ห้องที่มีแสงสถานะสีเขียว น้ำเงิน และส้มกะพริบอยู่ตามตู้เครื่องหลายสิบตู้ เป็ห้องที่มีพื้นโลหะเรียบ มีสายไฟจัดเป็แนว มีเสียงพัดลมระบายความร้อนหนาแน่นและคงที่จนเกือบทำให้คนรู้สึกว่า “โลกยังทำงานอยู่”
แต่ตอนนี้ทุกอย่างดูเหมือนหลอกตา
ตู้เซิร์ฟเวอร์ที่เรียงเป็แถวกลายเป็กำแพงแคบ ๆ ที่บีบทางเดินจนเหลือช่องให้คนผ่านทีละไม่กี่คน สายไฟที่พาดเรียบร้อยตามพื้นและผนังกลายเป็สิ่งที่อาจพันข้อเท้าหรือสะดุดในจังหวะที่ไม่ควรพลาดที่สุด แสงไฟสถานะที่เคยดูเหมือนชีพจรของเทคโนโลยีตอนนี้กะพริบเหมือนดวงตาเล็ก ๆ หลายร้อยดวงที่กำลังเฝ้าดูว่ามนุษย์จะพังอย่างไร
และตรงกลางห้อง คอร์ยังลอยอยู่
ทรงกลมแสงสีขาวอมฟ้าขนาดประมาณลูกฟุตบอลลอยห่างจากพื้นราวครึ่งเมตร ไม่ได้ต่อกับสายใด ๆ ด้วยวัสดุที่มนุษย์เข้าใจ แต่มีเส้นแสงบาง ๆ หลายสิบเส้นพาดจากตัวมันออกไปยังตู้เซิร์ฟเวอร์รอบห้อง เหมือนหัวใจที่ต่อหลอดเืเข้ากับอวัยวะทั้งระบบ
มันนิ่ง
นิ่งเกินไป
แสงของมันไม่ได้สั่นเหมือนไฟใกล้ดับ ไม่ไหลแรงเหมือนพลังงานรั่ว ไม่กะพริบตามความตื่นตระหนกของคนในห้อง มันเพียงลอยอยู่ตรงนั้น และการลอยนิ่งของมันทำให้คาเอลรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวเป็เพียงชั้นเปลือกบาง ๆ ของบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น
เขาไม่อยากจ้องมันนาน
เพราะทุกครั้งที่มอง เขารู้สึกเหมือนมันไม่ใช่วัตถุ
มันเหมือนสิ่งที่กำลังฟัง
“ฉันว่า…นะ” แจ็กซ์พูดขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงพยายามให้เบาแต่กลับดังชัดในห้องที่ทุกคนรอเสียงเลวร้ายถัดไป
“ถ้าเกิดห้องเซิร์ฟเวอร์เริ่มเหมือนมีหัวใจของตัวเอง ฉันขอลาออกจากการเป็คนเทคนิคได้ไหมครับ”
โวร่ายืนอยู่ใกล้แนวตู้ด้านซ้าย มือหนึ่งยังถือมีดต่ำใกล้ต้นขา เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองเขา
“นายมีตำแหน่งให้ลาออกด้วยเหรอ”
แจ็กซ์อ้าปากเหมือนจะตอบ แล้วชะงักไปครึ่งจังหวะ
“จริงด้วยครับ แย่กว่านั้นอีก ผมทำงานโดยไม่มีสัญญาจ้าง”
บัลธาซาร์ซึ่งยืนอยู่ใกล้ผู้รอดชีวิตด้านหลังมองเขานิ่ง ๆ
“ถ้ารอดขึ้นไป ค่อยเรียกร้องค่าจ้าง”
แจ็กซ์กลืนน้ำลาย มองไปยังปากทางที่พวกเขาเพิ่งถอยกลับมา
“งั้นผมจะพยายามมีชีวิตอยู่เพื่อการฟ้องร้องครับ”
ไม่มีใครหัวเราะจริง ๆ
แต่ความตึงของห้องคลายลงบาง ๆ เหมือนเชือกที่เกือบขาดได้หย่อนลงเพียงเสี้ยวเดียว
คาเอลได้ยินมุขนั้น แต่ไม่ได้ยิ้ม
เขายืนอยู่ตรงทางเดินระหว่างตู้เซิร์ฟเวอร์สองแถว C-14 อยู่ในมือ ปลายนิ้วแตะใกล้ไกปืนโดยไม่ได้เหนี่ยว ด้านซ้ายของเขามีมิเลียยืนอยู่ในระยะที่ไม่ใช่ใกล้เหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่ไกลพอจะเรียกว่าห่าง เธอยกปืนลูกซองขึ้นในท่าพร้อมยิง ไหล่ยังคงรับน้ำหนักของอาวุธอัปเกรดที่แรงขึ้นกว่าก่อนหน้า เธอไม่ได้พูดอะไรั้แ่แจ็กซ์กับบัลธาซาร์กลับมาพร้อมข่าวร้าย
เธอเงียบ
และความเงียบของเธอทำให้คาเอลรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างพวกเขามากกว่าเสียงโวยวายใด ๆ
นิกซ์อยู่ถัดไปด้านหลังเล็กน้อย เด็กหนุ่มยืนแข็ง มือซ้ายจับแขนขวาของตัวเองไว้ แขนข้างนั้นไม่เหมือนแขนมนุษย์เต็มตัวอีกแล้ว เกล็ดสีคล้ำที่ลามขึ้นมาั้แ่ข้อมือจนถึงท่อนแขนเปิดปิดเป็บางครั้งราวกับมีสิ่งมีชีวิตหายใจอยู่ใต้ผิวของเขา เส้นสีเขียวหม่นใต้เกล็ดเคลื่อนไหวช้า ๆ ราวกับรากไม้ที่พยายามหาทิศทาง
นิกซ์ไม่ได้มองคอร์
เขามองพื้น
หรืออาจไม่ใช่พื้น
เขากำลังฟัง
คาเอลรู้สึกถึงมันก่อนเสียงจะมา
ไม่ใช่ด้วยหู
แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในห้อง
เสียงพัดลมยังหมุนเท่าเดิม แต่ความเท่าเดิมนั้นเริ่มผิดที่ อากาศร้อนแห้งจากตู้เซิร์ฟเวอร์เหมือนหนักขึ้น ลมหายใจของผู้รอดชีวิตด้านหลังลดลงพร้อมกันโดยไม่มีใครสั่ง แสงสถานะบนตู้ใกล้คอร์กะพริบผิดจังหวะไปหนึ่งครั้งแล้วกลับมาเป็ปกติ
ครืด…
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก
แต่มันทำให้ทุกคนในห้องรู้ทันทีว่าความเงียบหมดลงแล้ว
มันมาจากใต้พื้นโลหะ
ไม่ใช่เสียงฝีเท้า ไม่ใช่เสียงเคาะ ไม่ใช่เสียงของท่อขยายตัวจากความร้อน แต่เป็เสียงเสียดสีสั้น ๆ เหมือนกรงเล็บหรือเปลือกแข็งลากผ่านโครงสร้างด้านล่างของห้อง
คาเอลยกมือขึ้นช้า ๆ
“ทุกคนอย่าขยับมั่ว”
เสียงของเขาต่ำและนิ่งพอให้คนด้านหลังหยุดการแตกตื่นก่อนมันจะเกิด
แกรก…
เสียงที่สองมาจากด้านข้างของตู้แร็ค ทางซ้าย
ตึง…
เสียงที่สามมาจาก้า เหนือแถวตู้เซิร์ฟเวอร์ที่ไฟสีฟ้ากะพริบถี่
แจ็กซ์ค่อย ๆ ก้มลงคว้าอุปกรณ์ของตัวเองแน่นขึ้น
“ถ้ามันพังตู้เซิร์ฟเวอร์ ฉันขอพูดไว้ก่อนว่าไม่ได้มีประกันเครื่องจักรนะครับ”
“ถ้านายรอด นายค่อยเขียนรายงานความเสียหาย” โวร่าตอบ
“แล้วถ้าไม่รอดล่ะครับ”
“ก็ไม่ต้องเขียน”
แจ็กซ์นิ่งไปอีกครั้ง
“มุมมองพี่ช่วยประหยัดงานเอกสารดีมากครับ”
คาเอลไม่ได้หันไปมองพวกเขา เขาจับปืนให้มั่นขึ้น
“คุมช่อง” เขาพูด
“อย่ายืนกลางทางเดิน ถอยชิดตู้แร็ค แต่อย่าให้หลังชนตู้ ถ้ามันออกจากใต้พื้น ยิงต่ำก่อน”
บัลธาซาร์ขยับทันที เขาไม่ถาม ไม่ทวนคำสั่ง เพียงหันไปจัดผู้รอดชีวิตด้านหลังให้ถอยไปอยู่ใกล้ผนังที่มีตู้เซิร์ฟเวอร์เป็แนวกั้น
“คนเจ็บเข้าด้านใน เด็กอยู่กลางกลุ่ม คนถือปืนอยู่ด้านนอก อย่าชี้ปืนใส่หลังคนอื่น”
น้ำเสียงของเขาไม่ดังเท่าโวร่า ไม่เร่งเท่าคาเอล แต่มันหนักแน่นเหมือนหินก้อนหนึ่งวางลงกลางความวุ่นวาย คนที่กำลังเริ่มสั่นจึงค่อย ๆ ขยับตาม
นิกซ์พูดขึ้นเบา ๆ
“มันมาแล้ว”
ไม่มีใครถามว่า “อะไร” เพราะวินาทีต่อมา แผ่นโลหะใต้ตู้แร็ค ทางซ้ายโก่งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะถูกบางสิ่งกระแทกจากข้างล่างจนรอยต่อเปิดออกเป็ช่องมืด
หัวของเซิร์กลิงตัวแรกโผล่ขึ้นมา
มันต่ำติดพื้น ดวงตาเล็กและดำสะท้อนแสง LED เป็จุดเย็น ๆ ผิวของมันไม่ใช่ิัแบบสัตว์ แต่เป็เปลือกแข็งสีเข้มที่มีความมันเปียก กล้ามเนื้อใต้แผ่นเกราะบางส่วนขยับเป็คลื่นเหมือนสายเคเบิลที่มีชีวิต กรงเล็บหน้าสองข้างยาว โค้ง และแหลมจนไม่ต้องเห็นมันฟันก็รู้ว่าถูกออกแบบมาเพื่อฉีกมากกว่าจับ
มันหยุดเพียงเสี้ยววินาที
เหมือนกำลังดมอากาศ
เหมือนกำลังเลือกว่าใครในห้องควรตายก่อน
คาเอลกระหน่ำยิง
ะุ C-14 ทะลุหัวมันก่อนร่างจะพุ่งออกมาเต็มตัว เืสีเขียวคล้ำกระเซ็นใส่ขาตู้เซิร์ฟเวอร์และพื้นโลหะ กลิ่นคาวร้อนปนกลิ่นไหม้ของเนื้อบางอย่างลอยขึ้นทันที
แต่ร่างมันยังไม่ทันแน่นิ่ง อีกตัวก็ดันขึ้นมาจากช่องเดียวกัน
แล้วอีกตัว
แล้วช่องด้านขวาก็เปิดออก
เสียงขูดบนเพดานดังเร็วขึ้น
เซิร์กลิงไม่ได้บุกเข้ามาเป็แถว
มันไหลเข้ามาเหมือนของเหลวที่มีฟัน
จากใต้ตู้แร็ค จากช่องสายไฟ จากขอบผนัง จากท่อบนเพดาน มันไม่ได้ชนกันเอง ไม่แย่งทางกัน ไม่เสียเวลาเหมือนสัตว์ที่ใ พวกมันเติมเต็มทุกช่องว่างที่มนุษย์ไม่ทันมอง เหมือนฝูงเซิร์กรู้แผนผังห้องนี้ดีกว่าคนที่ยืนอยู่ในห้องเสียอีก
“มันไม่ได้เข้ามาทางเดียว!” แจ็กซ์ะโ
“มันใช้ทุกช่องที่เข้าได้!”
“เราเห็นแล้ว!” โวร่าตอบ ขณะะโขึ้นเหยียบฐานตู้แร็ค แล้วใช้มีดฟันสิ่งที่เกาะลงมาจากเพดาน ร่างเซิร์กลิงตัวนั้นตกกระแทกพื้นเสียงแห้ง ก่อนจะดิ้นอีกสองครั้งแล้วนิ่ง
นิกซ์หันขวับไปทางซ้ายล่าง
“ตรงนั้น!”
คาเอลไม่ถาม เขายิงลงต่ำทันที ะุทะลุร่างที่ยังโผล่ไม่เต็มตัวจากใต้พื้น มันกระแทกกลับเข้าไปในช่องจนมีเสียงชนกับอะไรบางอย่างด้านล่าง
“ขวาบน!” นิกซ์พูดต่อ
มิเลียหมุนปืนลูกซองขึ้น ปัง… ะุฉีกเซิร์กลิงที่กำลังจะกระโจนจากขอบตู้ด้านขวาให้กระเด็นกลับไปชนเพดาน เสียงเปลือกแตกดังสั้น ๆ ของเหลวสีเข้มกระเด็นเป็เส้นบนไฟสถานะสีน้ำเงิน
“ด้านหลังตู้แร็ค แถวสาม!” นิกซ์แทบจะะโ
บัลธาซาร์หันพร้อมผู้รอดชีวิตคนหนึ่งที่ถือปืนอยู่ด้านหลัง ทั้งสองยิงเกือบพร้อมกัน เซิร์กลิงตัวที่เล็ดลอดเข้าหลังแนวล้มลงก่อนถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังพยายามพยุงเด็ก
ทุกคนเริ่มเชื่อเสียงของนิกซ์
ไม่มีเวลาให้สงสัยว่าเขารู้ได้อย่างไร
ในสถานที่แบบนี้ ความแม่นยำสำคัญกว่าคำอธิบาย
คาเอลยิงต่อเนื่อง เขาพยายามไม่มองคอร์ แต่แสงของมันยังเข้ามาในขอบสายตา เส้นแสงที่เชื่อมกับเซิร์ฟเวอร์สั่นแรงขึ้นทีละนิด ราวกับบางอย่างในระบบรับรู้ว่าห้องนี้ไม่ได้เป็เพียงห้องเครื่องอีกต่อไป
มันกลายเป็สนามรบ
มิเลียถอยครึ่งก้าวเพื่อรับแรงถีบของลูกซอง นัดหนึ่งของเธอหยุดเซิร์กลิงสองตัวที่พุ่งมาตามช่องกลางพร้อมกัน ร่างหนึ่งถูกแรงกระแทกฉีกครึ่ง อีกตัวกระเด็นไปกระแทกขอบตู้แร็ค จนแผงหน้าตู้บุบ ไฟสถานะบางจุดดับลงทันที
“ระวัง ตู้แร็ค!” แจ็กซ์ร้อง
“ถ้าตู้ล้ม…”
เสียงเขาขาด เมื่อเซิร์กลิงตัวหนึ่งพุ่งลอดใต้สายไฟใกล้เท้าเขา
แจ็กซ์สะดุ้งจนเกือบทำอุปกรณ์หล่น
“เฮ้ย!”
โวร่าพุ่งผ่านหน้าเขา มีดเสียบเข้าหลังคอของมันแล้วกดลงพื้น
แจ็กซ์กอดอุปกรณ์แน่นขึ้น
“ขอถอนคำว่าเงียบเกินไป ฉันชอบความเงียบมากกว่า”
โวร่ากระชากมีดออก
“เก็บแรงไว้กรี๊ดทีหลัง”
“พี่สาวพูดแบบนี้เหมือนผมมีอนาคตให้กรี๊ดเลยครับ ขอบคุณมาก”
มุขนั้นเบาจนแทบสลายไปในเสียงปืน แต่สำหรับคนที่ยังเป็มนุษย์อยู่ มันมีค่าพอให้ลมหายใจหนึ่งจังหวะไม่กลายเป็ความกลัวทั้งหมด
คาเอลได้ยิน แต่เขาไม่มีพื้นที่ในหัวให้ยิ้ม
เพราะฝูงเริ่มเปลี่ยน
ตอนแรกมันไหลเข้ามาเพื่อทดสอบช่องว่าง ตอนนี้มันเริ่มบีบจากหลายทิศทางพร้อมกัน เซิร์กลิงด้านหน้าชะลอครึ่งจังหวะเพื่อให้ตัวที่ไต่เพดานลงมาพร้อมกับตัวที่ลอดใต้พื้น มันไม่ได้แค่เร็ว มันเริ่มประสานกัน
นิกซ์เหมือนรู้ก่อนใคร
สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความกลัวเป็ความสับสน
“มันไม่ได้ไล่…” เขาพูด เสียงเบาลงเหมือนกำลังแปลภาษาที่เขาไม่อยากเข้าใจ
“มันกำลังบีบเราเข้าหาคอร์”
คาเอลหันไปมองเพียงเสี้ยวเดียว
นิกซ์ไม่ได้มองเซิร์กลิง
เขามองคอร์
คาเอลรู้สึกเย็นวาบกลางหลัง
ถ้าฝูงกำลังบีบพวกเขาเข้าหาคอร์ แปลว่าคอร์ไม่ใช่แค่สิ่งที่อยู่กลางห้อง
มันเป็เป้าหมาย
หรือไม่ก็เป็เวทีที่ใครบางคน้าให้พวกเขาไปยืน
“อย่าแตกแนว!” คาเอลสั่ง “คุมกลางไว้!”
มิเลียก้าวเข้ามาปิดช่องกลางโดยไม่พูด เธอยิงอีกนัด ะุกวาดเซิร์กลิงสามตัวให้กระเด็นออกจากทางเดินแคบ แต่แรงถีบหนักขึ้นหลังอัปเกรดทำให้ไหล่เธอสะบัด คาเอลเห็น เธอเจ็บ แต่เธอไม่แสดงออกนอกจากการขยับปากเพียงเสี้ยวเดียวเหมือนกัดฟัน
เขาอยากถามว่าไหวไหม
แต่เธอไม่หันมารอคำถาม
คำถามจึงตายอยู่ในคอเขา
แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากด้านขวา
ไม่ใช่เสียงใธรรมดา
มันเป็เสียงของคนที่เห็นทางตายปิดเข้ามา
คาเอลหันไป
กลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งติดอยู่หลังตู้แร็ค ที่เอียงล้มจากแรงกระแทกก่อนหน้า ตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่เอนลงมาขวางครึ่งทาง สายไฟหลายเส้นขาดและพาดลงเหมือนใยแมงมุมที่มีกระแสไฟวูบวาบอยู่เป็จังหวะ ด้านล่างมีช่องพอให้เซิร์กลิงลอดผ่าน แต่ไม่พอให้คนคลานออกมาอย่างรวดเร็ว
มีคนห้าคนติดอยู่ตรงนั้น
ชายที่เคยช่วยแบกกล่องะุ หญิงผมสั้นที่เคยแบ่งน้ำให้มิเลีย เด็กวัยรุ่นที่เคยบอกคาเอลว่าเขาก็เล่น StarCraft VR แต่ไม่เคยเก่ง หญิงสูงวัยที่เดินช้าตลอดทาง และชายอีกคนที่คาเอลจำชื่อไม่ได้ แต่จำได้ว่าเขาเคยยืนเฝ้าประตูแทนคนอื่นตอนพวกเขาพัก
พวกเขาไม่ใช่ตัวเลข และนั่นทำให้ทุกอย่างยากขึ้น
“ช่วยด้วย!” เด็กวัยรุ่นะโ เสียงเขาแตกเพราะความกลัว
“คาเอล! ทางนี้ออกไม่ได้!”
คาเอลหยุดเพียงเสี้ยววินาที
เสี้ยวเดียว
แต่ในเสี้ยวนั้น โลกทั้งห้องเปิดออกในหัวเขา
ระยะจากตำแหน่งเขาถึงตู้แร็ค ที่ล้ม จำนวนเซิร์กลิงที่กำลังไหลเข้าไปทางช่องใต้ตู้ จำนวนะุในแม็ก
เวลาที่มิเลียต้องใช้ใส่ะุใหม่ ระยะที่โวร่าจะไปถึง ตำแหน่งของบัลธาซาร์ จำนวนผู้รอดชีวิตหลักที่กำลังถอยเข้าหาคอร์ ความเสี่ยงถ้าช่องกลางเปิด และเส้นทางของเซิร์กลิงที่กำลังบีบเข้ามาจากหลังตู้แร็ค แถวสอง
เขาช่วยได้
อย่างน้อยสองคน
ถ้าเขาเปิดยิงตรงช่องใต้ตู้แร็ค และให้มิเลียะเิซ้ายหนึ่งนัด โวร่าอาจเข้าไปตัดสายไฟบางเส้นและดึงคนออกมาได้ เด็กวัยรุ่นกับหญิงผมสั้นมีโอกาสรอด ชายถือกล่องะุอาจรอดถ้าเขายอมทิ้งหญิงสูงวัยไว้
ความคิดนั้นเข้ามาเร็วเกินไป
เขาเกลียดที่มันชัดขนาดนี้
เพราะมันไม่ได้บอกแค่ว่า “ช่วยได้”
มันบอกด้วยว่า “ใครควรถูกทิ้งก่อน”
คาเอลกำปืนแน่นขึ้น
อีกทางหนึ่งคือปิดช่อง
ยิงจุดยึดของตู้แร็ค ที่เอียงอยู่ ทำให้มันล้มลงมาปิดทางทั้งหมด เซิร์กลิงจะถูกกั้นอยู่ด้านหลังพร้อมคนกลุ่มนั้น ฝูงจะเสียเวลาไหลอ้อม แนวหลักจะมีเวลาถอยเข้าหาคอร์หรือออกทางด้านหลังได้มากขึ้น
ช่วยได้บางคน
หรือรักษาทุกคนที่เหลือ
ไม่มีระบบขึ้นเตือน
ไม่มีตัวเลขลอยในอากาศ
ไม่มีเสียงบอกว่า “ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด”
มีเพียงหัวของเขาเองที่คิดคำนั้นออกมา
ไม่คุ้ม
มันเบามาก
แต่คมกว่าทุกเสียงในห้อง
“คาเอล!” มิเลียเรียก เธอเห็นเขาหันไปทางนั้น เห็นปืนของเขายกขึ้น เห็นสายตาของเขา และบางทีเธออาจเห็นคำตอบก่อนะุจะออกจากปากกระบอก
เขาหายใจเข้า
กลิ่นโลหะร้อน กลิ่นเืเซิร์ก กลิ่นสายไฟไหม้ กลิ่นเหงื่อของผู้รอดชีวิต ทั้งหมดเข้ามาพร้อมกัน
เขาเล็ง
เด็กวัยรุ่นยิ้มขึ้นเล็กน้อย
แค่เล็กน้อย
รอยยิ้มของคนที่คิดว่าตัวเองกำลังจะถูกช่วย
คาเอลไม่ได้เล็งที่เซิร์กลิง
เขาเล็งที่จุดยึดของตู้แร็ค
ปัง…
ะุกระแทกโลหะจนเกิดประกายไฟ
“เดี๋ยว!” หญิงผมสั้นร้องขึ้นทันที
ปัง…
นัดที่สองทำให้ข้อต่อเหล็กที่เคยรับน้ำหนักตู้แตกออก
ตู้แร็ค ทั้งแถวเริ่มเอียงลง
สายไฟขาดสะบัดเหมือนงูดำที่ถูกตัด หลอดไฟสถานะบนตู้ดับเป็แถบ เสียงเตือนของเครื่องบางเครื่องดังขึ้นสั้น ๆ ก่อนถูกกลืนไปด้วยเสียงโลหะครูดพื้น
ครืน…
ตู้เซิร์ฟเวอร์หนักหลายร้อยกิโลล้มลงมาปิดช่องทาง
เสียงกรีดร้องด้านหลังมันถูกตัดขาดไปครึ่งหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะพวกเขาหยุดร้อง
แต่เพราะโลหะกับเสียงพัดลมและเสียงฝูงกลืนทุกอย่างไว้
คาเอลไม่หันกลับ
เขาเห็นพอแล้ว
ในเสี้ยวสุดท้ายก่อนตู้แร็ค ล้ม เด็กวัยรุ่นคนนั้นไม่ได้ยิ้มแล้ว
เขาเข้าใจ
และความเข้าใจบนใบหน้านั้นจะอยู่กับคาเอลนานกว่าคำด่าใด ๆ
มิเลียยืนนิ่ง
ปืนลูกซองในมือเธอยังยกอยู่ แต่ปลายกระบอกลดต่ำลงเพียงเล็กน้อย ดวงตาของเธอมองคาเอล ไม่ใช่มองตู้แร็ค ไม่ใช่มองฝูง
มองเขา
เธอไม่ได้พูดว่า “ทำไม”
ไม่ได้พูดว่า “นายทำอะไรลงไป”
ไม่ได้ะโว่าเขาผิด
และเพราะเธอไม่พูด คาเอลจึงรู้สึกเหมือนทุกคำถามถูกฝังลงในความเงียบแทน
โวร่าเป็คนแรกที่ขยับ
“ถอย!” เธอะโ เสียงของเธอตัดผ่านอากาศเหมือนมีด
“ถอยเข้ากลางห้องเดี๋ยวนี้!”
ผู้รอดชีวิตที่เหลือขยับตามสัญชาตญาณ คนที่เห็นสิ่งที่คาเอลทำเริ่มถอยเร็วขึ้น ไม่ใช่เพราะเชื่อเขามากขึ้น แต่เพราะเข้าใจแล้วว่าถ้าไม่ขยับ พวกเขาอาจเป็กลุ่มถัดไปที่ต้องถูกเลือก
แจ็กซ์กอดอุปกรณ์แน่นจนสายไฟพันแขน
“หลังคอร์!” เขาะโ
“มีช่องทางบริการหลังคอร์! ผมเห็นตอนลากสายเข้ามา!”
บัลธาซาร์หันไปทันที
“ทุกคนไปทางนั้น คนเจ็บอยู่กลาง อย่าเบียดกัน”
คาเอลได้ยินทุกอย่าง แต่เสียงในหัวเขากลับเงียบกว่าปกติ
เขาทำสิ่งที่ถูกต้อง
ประโยคนั้นผุดขึ้นมา
ถ้าไม่ทำ ทุกคนตาย
มันตามมา
มันเป็ทางเดียว
ประโยคที่สามมาเงียบที่สุด
และเพราะมันฟังดูเหมือนข้ออ้าง เขาจึงเกลียดมันที่สุด
มิเลียเดินผ่านเขาไปโดยไม่ชนไหล่ ไม่พูด ไม่มองซ้ำ แต่ระยะที่เธอเว้นไว้ทำให้คาเอลรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกถอดออกจากร่างโดยไม่ทิ้งแผลให้เห็น
นิกซ์ยืนอยู่ไม่ไกล เด็กหนุ่มมองตู้แร็ค ที่ล้มลงด้วยใบหน้าซีดกว่าเดิม
“พี่…ช่วยได้ใช่ไหม”
คำถามนั้นไม่ดัง
แต่คาเอลได้ยิน
เขาหันไปหานิกซ์
เด็กหนุ่มไม่ได้ถามเพื่อกล่าวหา เขาถามเหมือนคนที่หวังว่าคำตอบจะไม่เป็ “ไม่ได้”
คาเอลพูดไม่ได้
และความเงียบนั้นก็ตอบแทนเขา
นิกซ์ถอยไปครึ่งก้าว
ไม่มาก
แต่พอ
พอให้คาเอลรู้ว่าความกลัวในดวงตาของนิกซ์ไม่ได้มอบให้เซิร์กลิงทั้งหมดแล้ว
บางส่วนมอบให้เขา
เสียงฝูงยังคงกระแทกหลังตู้แร็คที่ล้มอยู่ ตัวเล็กหลายตัวพยายามลอดผ่านช่องแคบด้านล่าง แต่โลหะหนักและสายไฟที่กระชากขาดขวางทางไว้ มันซื้อเวลาได้จริง
คนที่ตายด้านหลังตู้แร็ค กำลังซื้อเวลาให้พวกเขา
คาเอลเกือบคิดคำนั้นจบ
แต่หยุดตัวเอง
ไม่ใช่ซื้อเวลา
พวกเขาไม่ได้เลือก
เขาต่างหากที่เลือกให้
“ไป” คาเอลพูดกับตัวเองมากกว่าคนอื่น
แล้วเขาก็เดินต่อ
กลุ่มผู้รอดชีวิตถอยเข้าใกล้คอร์มากขึ้น แสงสีขาวอมฟ้าของมันสาดเข้ากับใบหน้าทุกคน ทำให้สีผิวซีดลงจนเหมือนคนตายที่ยังหายใจ เส้นแสงที่เชื่อมคอร์กับตู้เซิร์ฟเวอร์สั่นแรงขึ้นกว่าก่อนหน้า มันไม่ได้เป็แค่สายแสงเรียบ ๆ อีกแล้ว แต่เหมือนเส้นเืที่ถูกกระตุ้นด้วยหัวใจที่เต้นเร็วขึ้น
เซิร์กลิงอีกระลอกไหลเข้ามาจากเพดานและช่องพื้นด้านหน้า
มิเลียยิงสกัด แต่คราวนี้เธอไม่รอคำสั่งจากคาเอล เธอเลือกมุมเอง ยิงเอง ถอยเอง การเคลื่อนไหวของเธอยังแม่นเหมือนเดิม แต่ไม่มีจังหวะที่เธอมองมาหาเขาเพื่อยืนยันแผนอีกแล้ว
คาเอลเห็น
และรู้สึกเ็ป
แต่ความเ็ปนั้นถูกกดไว้ใต้ความจำเป็ของสนามรบ
โวร่าตัดตัวที่หลุดเข้ามาใกล้คอร์จนของเหลวสีเขียวคล้ำกระเซ็นใส่พื้น เสียงกรงเล็บขูดโลหะดังมาจากรอบทิศทาง บัลธาซาร์คุมผู้รอดชีวิตให้หลบเข้าใกล้ผนังด้านหลัง แจ็กซ์พยายามเปิดช่องทางบริการด้วยมือสั่น ๆ ขณะอุปกรณ์บนแขนเขากะพริบเตือนอะไรบางอย่างไม่หยุด
“เปิดได้ไหม!” โวร่าถาม
“ถ้ามีเวลาอีกสักสามนาที เปิดได้แน่!”
“นายมีสามสิบวินาที”
“งั้นคำตอบคือได้แบบไม่รับประกันชีวิตผู้ใช้ครับ!”
“พอใจแล้ว ทำไป”
แจ็กซ์สบถเบา ๆ แล้วงัดแผงด้วยไขควงเล็กที่เขาคงเก็บไว้ในกระเป๋าั้แ่ก่อนโลกพัง
“ถ้าผมรอด ผมจะเขียนคู่มือว่าอย่าใช้ระบบระบายอากาศเป็ทางหนีจากสัตว์ต่างดาว”
บัลธาซาร์พูดนิ่ง ๆ จากด้านหลัง
“ตั้งชื่อให้น่าสนใจหน่อย เผื่อคนเข้ามาอ่าน”
แจ็กซ์ชะงักไปหนึ่งวินาทีแม้อยู่กลางความตาย
“…คู่มือเอาตัวรอดจากเื่ที่ไม่ควรเกิด เล่มหนึ่ง?”
“ยาวไป”
“โอเคครับ ไว้ค่อยคิดถ้ารอด”
มุขนั้นบางมาก แทบไม่มีใครหัวเราะ แต่คาเอลรู้ว่ามันสำคัญ
เพราะตราบใดที่แจ็กซ์ยังพูดแบบนั้น พวกเขายังไม่ได้กลายเป็สิ่งเดียวกับฝูงเซิร์ก
ยังไม่ทั้งหมด
แล้วนิกซ์ก็หยุดขยับ
ไม่ใช่หยุดเพราะหมดแรง
แต่หยุดเหมือนบางอย่างจับเขาไว้จากข้างใน
“นิกซ์?” มิเลียเรียก
เด็กหนุ่มไม่ตอบ
คอร์สว่างขึ้นเล็กน้อย
แสงที่เคยเป็สีขาวอมฟ้าเริ่มมีสีเขียวหม่นปนเข้ามา เส้นแสงที่เชื่อมกับตู้เซิร์ฟเวอร์สั่นพร้อมกันเหมือนมีลมหายใจหนึ่งพัดผ่านทั้งระบบ เสียงพัดลมยังดังอยู่ แต่ในความสม่ำเสมอนั้นเริ่มมีจังหวะอีกชั้นแทรกเข้ามา
ช้า
ต่ำ
เหมือนหัวใจ
เซิร์กลิงที่กำลังจะพุ่งเข้ามาชะงักพร้อมกัน
ไม่ใช่ทั้งหมด แต่พอให้ทุกคนเห็น
ตัวที่เกาะอยู่บนเพดานหยุดค้าง ตัวที่ลอดใต้ตู้แร็ค ชะงักกลางทาง ตัวที่กำลังจะกระโจนใส่ผู้รอดชีวิตคนนึงหยุดในท่าที่กรงเล็บยกขึ้น ดวงตาของพวกมันหันไปทางนิกซ์
ห้องทั้งห้องเหมือนถูกใครกดให้เงียบ
มีเพียงเสียงพัดลม
ฮึมมมม…
และเสียงหายใจสั่น ๆ ของนิกซ์
“ผม…” นิกซ์พูด เสียงเขาเบาจนแทบละลายในอากาศ “ผมรู้…”
มิเลียเดินเข้าหาเขาหนึ่งก้าว
“รู้อะไร”
นิกซ์ค่อย ๆ ยกมือซ้ายขึ้นกุมข้างศีรษะ แขนขวาที่มีเกล็ดสั่นหนักขึ้น เส้นสีเขียวใต้ผิววิ่งเร็วเหมือนถูกกระตุ้นโดยคอร์
“มันไม่ได้หยุดเพราะกลัวเรา” เขาพูด
“มันหยุดเพราะ…มันรอ”
คาเอลมองฝูง
เซิร์กลิงยังนิ่ง
แต่ความนิ่งนั้นไม่ใช่การยอมแพ้
มันเหมือนทั้งฝูงกำลังรอฟังคำสั่งถัดไป
นิกซ์หายใจแรงขึ้น
“ถ้าผม…” เขาพูดไม่จบในครั้งแรก น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าผมยอม…”
คาเอลรู้สึกเหมือนอากาศในอกหยุดนิ่ง
“อย่า”
เสียงของเขาไม่ดัง
แต่แน่นพอให้มิเลียหันมามอง
นิกซ์มองคาเอล ดวงตาเด็กหนุ่มสั่นไหวระหว่างความกลัวกับสิ่งที่ลึกกว่านั้น
“ผมรู้ว่าถ้าผมยอม…” เขากลืนลมหายใจที่แตกเป็เศษ
“มันจะหยุดทั้งหมด”
คำพูดนั้นหนักกว่าการโจมตีครั้งไหน
เพราะนี่ไม่ใช่การได้ยินตำแหน่ง ไม่ใช่การรู้ว่าฝูงจะพุ่งตรงไหน ไม่ใช่การอ่านจังหวะเหมือนก่อนหน้า
นี่คือการแตะเจตนาของฝูงเซิร์ก
ไม่ใช่เซิร์กลิงหนึ่งตัว
ไม่ใช่ฝูงย่อยที่บุกเข้าห้อง
แต่เป็สิ่งที่อยู่ใต้พวกมันทั้งหมด
ความหิว คำสั่ง การตอบสนอง การอยู่รอด
นิกซ์ไม่ได้แค่ฟัง
เขาเกือบจะพูดกลับไปได้
คอร์สว่างขึ้นอีกครั้ง
แสงสีเขียวหม่นไหลผ่านเส้นแสงที่เชื่อมกับตู้เซิร์ฟเวอร์ เส้นเ่าั้สั่นแรงขึ้น เหมือนระบบทั้งหมดของห้องกำลังกลายเป็เส้นประสาทของบางสิ่งที่ไม่ควรอยู่ในเครื่องจักร
เสียงหนึ่งดังขึ้น
ไม่ได้ผ่านลำโพง
ไม่ได้ผ่านวิทยุ
ไม่ได้ผ่านหูอย่างเดียว
มันดังขึ้นในความคิดของทุกคนไม่เท่ากัน สำหรับบางคนเป็เพียงความเย็นวาบ สำหรับบางคนเป็เสียงกระซิบไร้ภาษา สำหรับนิกซ์ มันชัดที่สุด
สำหรับคาเอล มันชัดพอให้รู้ว่าเสียงนั้นไม่ได้เป็มนุษย์
'เ้ารู้แล้ว'
นิกซ์สะดุ้งเหมือนถูกแตะที่หัวใจ
มิเลียยกปืนขึ้นทันที เล็งไปที่คอร์
“นั่นไม่ใช่ระบบแล้ว”
โวร่าหันมีดเข้าหาคอร์ น้ำเสียงแห้งจนเกือบเป็มุข
“หรือบางทีระบบจริง ๆ อาจน่าขยะแขยงกว่าที่แจ็กซ์ชอบพูด”
แจ็กซ์ที่ยังงัดแผงทางบริการอยู่เงยหน้าขึ้น หน้าซีด
“ขอยืนยันว่าในฐานะคนเทคนิค ฉันไม่เคยอนุมัติระบบที่พูดในหัวคนโดยไม่ขออนุญาต”
เสียงนั้นไม่สนใจเขา
'เ้าเพียงยอมรับ'
นิกซ์ส่ายหน้า น้ำตาไหลลงข้างแก้ม
“ไม่…”
เซิร์กลิงทั้งฝูงกระตุกพร้อมกัน
เหมือนคำสั่งกำลังจะเชื่อม แต่ยังไม่ครบ
คาเอลก้าวเข้าหานิกซ์หนึ่งก้าว
“นิกซ์ ฟังฉัน”
เด็กหนุ่มไม่ตอบ
เขามองคอร์
หรืออาจมองสิ่งที่อยู่หลังคอร์
แสงของคอร์เริ่มบิดเบี้ยว เงาบางอย่างเหมือนกำลังประกอบตัวในแสงนั้น ไม่ใช่ร่างชัด ไม่ใช่ใบหน้า ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่สามารถชี้นิ้วแล้วบอกได้ว่านั่นคืออะไร แต่มีความรู้สึกของ “รูปทรง” เกิดขึ้นชั่วขณะ เหมือนข้อมูลกำลังพยายามเป็เนื้อ เหมือนเสียงกำลังพยายามมีร่าง
อิซชา
ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในหัวคาเอลโดยไม่ต้องมีใครบอก
เขาไม่รู้จักมันเต็มที่
แต่บางส่วนในระบบรู้
และบางส่วนในรังรู้
อิซชาไม่ปรากฏเป็ตัว
มันแทรกผ่านคอร์ ผ่านแสง ผ่านเส้นข้อมูล ผ่านเสียงในหัว ผ่านความกลัวของนิกซ์ ผ่านความนิ่งผิดธรรมชาติของเซิร์กลิง
มันไม่ใช่ครู
ไม่ใช่ผู้ช่วย
ไม่ใช่พันธมิตร
มันคือสิ่งที่ยื่นนิ้วมาถึงขอบของตัวตนนิกซ์แล้วพูดว่า แค่ข้ามมา
“นิกซ์” มิเลียพูด น้ำเสียงเธอนุ่มลงทันที ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็การดึง “คน” กลับจากขอบ “อย่าฟังมัน”
นิกซ์หัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งน้ำตา
“ผมไม่ได้แค่ฟังแล้วครับ”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
“ผมเข้าใจมัน”
คาเอลรู้สึกถึงความเย็นของประโยคนั้นในอก
เพราะถ้านิกซ์เข้าใจฝูงเซิร์กจริง ๆ นั่นหมายความว่าสักวันหนึ่งฝูงเซิร์กอาจเข้าใจนิกซ์เหมือนกัน
“นายไม่ต้องยอมรับอะไรทั้งนั้น” คาเอลพูด
นิกซ์หันมามองเขา
สายตานั้นยังเป็ของเด็กคนเดิม
แต่มีเงาของสิ่งอื่นซ้อนอยู่หลังม่านตา
“แล้วถ้าการยอมรับมันช่วยทุกคนได้ล่ะครับ”
คำถามนั้นแทงลึกกว่าที่ควร
คาเอลเพิ่งปล่อยคนกลุ่มหนึ่งให้ตายเพื่อรักษาคนส่วนใหญ่
ตอนนี้นิกซ์กำลังถามในรูปแบบเดียวกัน
ถ้าเขายอมเสียตัวเอง เพื่อช่วยทุกคนล่ะ
คาเอลไม่มีสิทธิ์ตอบง่าย ๆ
มิเลียมองคาเอลเหมือนรู้ว่าเขากำลังติดอยู่ตรงไหน
และนั่นยิ่งทำให้เจ็บ
คาเอลกำปืนแน่นขึ้น
“เพราะนายยังไม่รู้ว่ามันจะเอาอะไรจากนายไป”
เสียงอิซชาดังขึ้นอีกครั้ง
‘ร่างของเขารู้มากกว่าคำสั่งของเ้า’
โวร่าพึมพำ “เริ่มไม่ชอบมันมากขึ้นเรื่อย ๆ”
แจ็กซ์จากหลังแผงทางบริการะโ
“ช่องเปิดแล้ว! หรืออย่างน้อยก็เปิดในระดับที่มนุษย์ผอม ๆ ผ่านได้ ส่วนคนกล้ามเยอะช่วยหายใจออกก่อนครับ!”
ไม่มีใครหัวเราะ
แต่ประโยคนั้นช่วยตัดความนิ่งของห้องได้พอดี
ฝูงเซิร์กลิงกระตุกอีกครั้ง
คราวนี้คำสั่งขาด
นิกซ์ถอยออกจากคอร์หนึ่งก้าว
“ไม่” เขาพูดเบามาก
แต่ชัด
“ผมไม่ยอม”
ในวินาทีนั้น ฝูงที่ชะงักพุ่งเข้ามาพร้อมกัน
เหมือนแรงต้านที่ถูกปล่อยกลับ
“ไป!” คาเอละโ
มิเลียยิงนัดหนึ่งกวาดช่องหน้าให้เปิด โวร่าพุ่งไปตัดตัวที่ใกล้สุด บัลธาซาร์ดันผู้รอดชีวิตเข้าสู่ช่องทางบริการหลังคอร์ทีละคน แจ็กซ์มุดเข้าไปก่อนพร้อมอุปกรณ์แล้วะโกลับมา
“ทางแคบแต่ไปได้! ไม่รับประกันว่าปลายทางจะสวยนะพวก!”
“ไม่มีใครคาดหวังเจอวิวสวยอยู่แล้ว!” โวร่าตอบ
คาเอลยืนคุมท้าย
เซิร์กลิงยังไหลเข้ามา แต่มันช้ากว่าที่ควรเพียงเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะฝูงอ่อนลง
แต่เพราะนิกซ์ปฏิเสธแล้วทิ้งรอยบางอย่างไว้
ฝูงเหมือนยังลังเลในเสี้ยวเล็ก ๆ ของคำสั่ง
เสี้ยวที่พอให้พวกเขารอด
มิเลียเป็คนรองสุดท้ายที่เข้าไปในช่อง เธอหยุดข้างคาเอลครึ่งจังหวะ
เขาคิดว่าเธอจะพูดอะไร
แต่เธอเพียงมองเขา
ในสายตานั้นยังมีความเจ็บจากตู้แร็ค ที่ล้ม ยังมีความไม่เข้าใจ ยังมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่ก็ยังมีอย่างอื่นอยู่ด้วย
เธอยังไม่ทิ้งเขา
แต่เธอไม่ได้ยืนใกล้เหมือนเดิมแล้ว
“เข้ามา” เธอพูด
ไม่ใช่คำปลอบ
ไม่ใช่คำให้อภัย
แค่คำสั่ง
คาเอลพยักหน้า
เขายิงอีกนัดใส่เซิร์กลิงที่พุ่งเข้าใกล้ที่สุด แล้วถอยเข้าไปในช่องทางบริการ
ก่อนประตูจะปิด เขาหันกลับไปมองห้องเซิร์ฟเวอร์เป็ครั้งสุดท้าย
คอร์ยังลอยอยู่กลางห้อง
แสงของมันกลับมานิ่ง
เส้นแสงที่เชื่อมกับตู้เซิร์ฟเวอร์สั่นเพียงเบา ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตู้แร็ค ที่เขายิงล้มยังปิดอยู่ด้านขวา
หลังโลหะหนักนั้นไม่มีเสียงมนุษย์แล้ว
มีเพียงเสียงเซิร์กลิงขูดและกัด
คาเอลมองมันเพียงเสี้ยวเดียว
แล้วประตูก็เลื่อนปิด
เสียงฝูงถูกตัดออกทันที
เหลือเพียงความมืดแคบ กลิ่นฝุ่น กลิ่นโลหะเก่า และลมหายใจของคนที่ยังรอด
ไม่มีใครพูดใน่แรก
พวกเขาเดินต่อไปในช่องทางบริการแคบ ๆ ที่ไฟฉุกเฉินแดงสลัวส่องเป็่ ๆ ผู้รอดชีวิตที่เหลือขยับไปข้างหน้าทีละคนด้วยความเหนื่อยล้า บางคนร้องไห้เงียบ ๆ บางคนกอดตัวเอง บางคนไม่ยอมมองคาเอลเลย
แจ็กซ์เดินนำพร้อมอุปกรณ์ของเขา พยายามสแกนเส้นทางในพื้นที่ที่สัญญาณแทบใช้ไม่ได้ เขาพูดเบา ๆ เหมือนพูดกับเครื่องมากกว่าคน “ถ้าปลายทางนี้พาไปห้องที่มีเก้าอี้ ผมจะเชื่อในพระเ้าเทคโนโลยีอีกครั้ง”
โวร่าที่เดินตามหลังเขาตอบ
“ถ้ามีเก้าอี้ ฉันขอนั่งก่อนได้ไหม”
“พี่เป็นักฆ่าหรือคนแก่ครับ”
“คนที่ยังมีมีด”
แจ็กซ์เงียบไปทันที
บัลธาซาร์เดินอยู่กลางกลุ่ม เขาไม่ได้พูดกับคาเอล แต่คาเอลรู้ว่าชายสูงวัยมองเขาเป็ระยะ ๆ ไม่ใช่ด้วยความสงสัย แต่ด้วยสายตาของคนที่เคยเห็นเด็กคนหนึ่งข้ามเส้นบางอย่างเป็ครั้งแรก และรู้ว่าเส้นนั้นไม่สามารถข้ามกลับมาได้ง่าย
นิกซ์เดินอยู่ไม่ไกลจากมิเลีย
เด็กหนุ่มยังสั่น มือซ้ายจับแขนขวาไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะตอบสนองต่อสิ่งที่เขาปฏิเสธไปเมื่อครู่
คาเอลเดินท้าย
ปืนในมือยังอุ่น
เขารู้ว่าคนกลุ่มนั้นตายแล้ว
เขารู้ว่านิกซ์เกือบสั่งฝูงได้
เขารู้ว่าอิซชายังไม่ไปไหนจริง ๆ
และเขารู้ว่ามิเลียไม่ได้เดินข้างเขา
ทุกอย่างที่รู้กองรวมกันในอก ไม่ะเิ ไม่แตก เพียงหนักขึ้นเรื่อย ๆ
เขาอยากคิดว่าตัวเองทำถูก
ส่วนหนึ่งของเขายังคิดแบบนั้น
ถ้าไม่ยิงตู้แร็ค ทุกคนอาจตาย ถ้าไม่ปิดช่อง ฝูงจะทะลุ ถ้าไม่เดินต่อ การตายของคนกลุ่มนั้นจะเปล่าประโยชน์
ทุกเหตุผลถูกต้องแล้ว
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากลัว
เพราะความถูกต้องนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเป็คนดีขึ้นเลย
มิเลียหันมามองเขาในความมืดสลัวของช่องทางเดิน เธอไม่ได้ชะลอเพื่อรอ ไม่ได้เดินกลับมาหา แต่สายตาเธอหยุดอยู่ที่เขานานพอให้เขารู้ว่าเธอยังเห็นเขา
ยังเห็น
แต่ไม่แน่ใจว่าเห็นคนเดิมหรือไม่
คาเอลไม่มีคำตอบให้เธอ
จึงทำได้เพียงเดินต่อ
เสียงอิซชาไม่ได้ดังขึ้นอีก
แต่คำพูดของมันยังค้างอยู่ในหัว
เ้ารู้แล้ว
เ้าเพียงยอมรับ
คาเอลมองนิกซ์ที่เดินอยู่ข้างหน้า
แล้วนึกถึงคำถามที่เด็กคนนั้นยังไม่ได้ถามออกมาเต็มเสียง
ถ้าวันหนึ่งนิกซ์ยอมรับ
พวกเขาจะได้อะไรกลับมา
และจะเสียใครไป
ทางเดินบริการทอดยาวลงสู่ความมืด
ไม่มีใครรู้ว่ามันพาไปไหน
แต่ไม่มีใครหันกลับ
เพราะห้องเซิร์ฟเวอร์ด้านหลังไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป
เพราะคนที่ถูกปิดไว้หลังตู้แร็ค ไม่อาจเดินตามมาได้อีก
เพราะเซิร์กลิงยังอยู่
เพราะคอร์ยังเห็น
เพราะอิซชาเพิ่งแตะพวกเขา
และเพราะความจริงที่หนาวเย็นที่สุดในคืนนี้เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาไม่ได้รอดเพราะแข็งแกร่งกว่า
ไม่ได้รอดเพราะฉลาดกว่า
ไม่ได้รอดเพราะสมควรรอดกว่าใคร
พวกเขารอดเพราะมีบางสิ่งเปิดทางให้
และบางที
การถูกปล่อยให้เดินต่อ
อาจน่ากลัวกว่าการถูกฆ่าตรงนั้นเสียอีก…