บทที่ 9 สืบชัดเจนแล้ว (รีไรต์)
หลินเนี่ยนเลือกที่จะไปชนบท ไปยังหมู่บ้านที่ย่าของเ้าของร่างเดิมอยู่ อันที่จริงเธอพิจารณาเอาไว้แล้ว
เธอจะใช้เงินของหลินฉางเจิงพ่อเ้าของร่างเดิมอย่างสบายใจ และไม่แยแสแม่ของหลินฉางเจิงที่กำลังตกอยู่ในความยากลำบากไม่ได้
ในนิยายบอกเอาไว้ว่า หยางต้งเหลียงได้ให้ค่าครองชีพกับเ้าของร่างเดิมด้วย ให้ค่าครองชีพเดือนละ 20-30 หยวน พร้อมกับตั๋วจำนวนหนึ่งแก่ย่าของเ้าของร่างเดิม
แต่เงินและตั๋วเหล่านี้ล้วนถูกหัวหน้าหมู่บ้านโกงไปหมดแล้ว ย่าของเ้าของร่างเดิมร่างกายไม่แข็งแรง คนในครอบครัวไปขอเงินจากครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้าน คุกเข่าขอร้องก็แล้วแต่ก็ไม่ได้มาสักแดงเดียว
ถึงขั้นทำให้คนแก่ที่ป่วยตายไปด้วย
ต่อมาพวกลุงใหญ่รู้ความจริงเข้า จึงพาน้องชายและบรรดาลูก ๆ บุกไปบ้านของหัวหน้า เพื่อฆ่าคนในครอบครัวพวกเขา
พวกลุงใหญ่ทุกคนถูกตัดสินปะาชีวิตด้วยการยิงเป้า บรรดาผู้หญิงในบ้านรับไม่ได้กับแรงกดดัน ถ้าไม่ฆ่าตัวตายก็ป่วยตาย คนในบ้านตายกันยกครัว
ทรัพยากรและทรัพย์สินทั้งหมดของหลินฉางเจิงจึงตกเป็ของนางเอกทั้งหมด ไม่มีไหลออกไปข้างนอกเลยสักนิด
ตอนที่หลินเนี่ยนอ่านนิยายเื่นี้ยังอุทานร้องว่าให้ตายเถอะอยู่เลย
นี่มันช่าง...
การเติบโตของนางเอกนี่มันสร้างขึ้นบนการสละชีพของคนอื่นนี่นา!
ชีวิตคนกี่ชีวิต
นักเขียนก็ใจไม้ไส้ระกำจริง ๆ!
หลินเนี่ยนทนดูโศกนาฏกรรมของญาติเ้าของร่างเดิมเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ส่วนเื่ที่ว่าถึงเวลานั้นจะทำความรู้จักว่าใครเป็ใครหรือเปล่า ก็ต้องดูว่าคนในครอบครัวย่าเ้าของร่างเดิมควรค่าให้เธอรู้จักหรือเปล่า
หลินเนี่ยนไม่กล้าหวังสูงเกินไป
เธอถือหนังสือเรียนกลับบ้าน เดินมาครึ่งทางก็ถูกหลิ่วกุ้ยเซียงขวางเอาไว้
“เนี่ยนเนี่ยน รีบมาเร็วเข้า!” หลิ่วกุ้ยเซียงยืนกวักมือเรียกเธออยู่ใต้ต้นไม้ริมถนน หลินเนี่ยนรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไป ยิ้มแย้มพร้อมทักทาย “อาหลิ่ว!”
หลิ่วกุ้ยเซียงเบือนหน้ามาทางเธอ “ไป กลับบ้านกับอาหลิ่ว ตอนเที่ยงอาจะทำของอร่อยให้กินนะ”
หลินเนี่ยนส่ายหน้า “ไปไม่ได้แล้วค่ะอาหลิ่ว หนูยังต้องกลับบ้าน ถ้าไม่กลับไป แม่หนูจะร้อนใจเอาได้” พูดไปพลางเผยสีหน้าหวาดกลัวอย่างพอเหมาะออกมา
เดิมทีหลิ่วกุ้ยเซียงอยากจะพูดว่า ‘กลัวอะไรกัน!’ ทว่าเมื่อนึกถึงคำสั่งของเหล่าจ้าวก่อนออกจากบ้านแล้ว ยิ่งเป็เวลานี้ยิ่งต้องรักษาความสงบระหว่างหวงเจี้ยนกั๋วกับจางชุ่ยฟาง จึงกลืนคำที่เกือบจะโพล่งออกมากลับเข้าไป
“งั้นเราหาที่เงียบ ๆ คุยกันเถอะ!” พูดจบเธอก็ปั่นจักรยานนำทางอยู่ด้านหน้า หลินเนี่ยนตามอยู่ด้านหลัง จนมาถึงซอยเล็ก ๆ ที่เงียบเชียบซอยหนึ่ง
หลิ่วกุ้ยเซียงจอดจักรยานเอาไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ล้วงห่อผ้าเล็ก ๆ ที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าอย่างดีออกมาจากอกห่อหนึ่ง
เธอเปิดห่อผ้าออก เผยให้เห็นตั๋วปึกหนาที่อยู่ข้างใน
“เื่งานอาจัดการให้แล้ว รอแค่เธอไปลงชื่อเท่านั้น”
“นี่เป็ตั๋วธัญพืชห้าร้อยจิน ตั๋วขนมสิบจิน ตั๋วอุตสาหกรรมยี่สิบใบ ตั๋วผ้ายี่สิบเมตร ตั๋วฝ้ายห้าสิบจิน...” โรงงานเครื่องจักรหงซิงเป็รัฐวิสาหกิจสำคัญ ค่าตอบแทนของพนักงานถือว่าสูงมาก
หากเป็โรงงานอื่น ตำแหน่งอย่างเป็ทางการขายได้ 300-400 หยวน แต่ตำแหน่งของโรงงานเครื่องจักรหงซิงอย่างน้อยก็ขายได้มากกว่า 800 หยวน
หลิ่วกุ้ยเซียงไม่ได้คิดจะหลอกหลินเนี่ยนในเื่นี้ เพราะเห็นว่าเธออายุยังน้อย นอกจากเพราะเป็่เวลาสำคัญของการต่อสู้ระหว่างจ้าวเซิ่งลี่กับหวงเจี้ยนกั๋วแล้ว ยังเป็เพราะเธอเองก็สงสารหลินเนี่ยนอยู่บ้าง
หลินเนี่ยนรับตั๋วที่เธอส่งมา แล้วพูดขอบคุณด้วยเสียงแ่เบา “ขอบคุณนะคะ อาหลิ่ว”
หลิ่วกุ้ยเซียงหัวเราะ “ขอบคุณอะไรกัน!” ตำแหน่งนี้ช่วยเธอได้ เพราะทำให้ลูกชายคนโตของเธอได้เลื่อนตำแหน่ง จะว่าไปแล้วควรขอบคุณหลินเนี่ยนต่างหาก!
“จริงสิ เื่นั้นที่เธอบอก เหล่าจ้าวสืบมาจนชัดเจนแล้ว แถมยังขอให้ที่ทำการไปรษณีย์ออกใบแสดงรายละเอียดพร้อมประทับตราให้หนึ่งใบ หยางต้งเหลียงสหายร่วมรบของพ่อเธอจ่ายค่าครองชีพให้เธอกับแม่ของเธอั้แ่ปีที่พ่อของเธอสละชีพ หลายปีมานี้ส่งมาทั้งหมดแปดพันสองร้อยยี่สิบหยวน ส่วนตั๋วนานาชนิดยิ่งนับไม่ถ้วน”
“เนี่ยนเนี่ยน เธอไม่ใช่ลูกติด”
“และเธอไม่ได้ติดค้างตระกูลหวง”
เพื่อสืบเื่นี้ให้รู้แน่ชัด สองสามีภรรยาเองก็ต้องออกแรงไปมากทีเดียว ส่งบุหรี่เหล้าและชาออกไปไม่น้อย ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ใช้เวลาอยู่สองสามวันในการควานหาต้นขั้วรายการโอนเงินหลายปีมานี้ สิ่งที่น่าตกตะลึงก็คือไม่ขาดตกเลยแม้แต่เดือนเดียว พวกเขาหาออกมาได้ทั้งหมด
ตอนที่จ้าวเซิ่งลี่เอาเอกสารยืนยันกลับบ้านไปให้หลิ่วกุ้ยเซียงดู หลิ่วกุ้ยเซียงเองก็ไม่กล้าเชื่อสายตาของตัวเอง ตอนนั้นเธอคิดว่าจางชุ่ยฟางบ้าไปแล้ว อาศัยหลินเนี่ยนหาเงินได้เยอะขนาดนี้ แต่กลับไม่ดูดำดูดีลูกสาวคนนี้เลยสักนิด!
ช่างเป็การกินข้าวบ้านคนอื่น แต่ยังมารังเกียจว่าข้าวบ้านคนอื่นเหม็นบูดอีกจริง ๆ!
หลินเนี่ยนรู้ข้อมูลจริงทั้งหมด เนื่องจากสิ่งที่เขียนเอาไว้ในนิยายต้องมากกว่านี้อยู่สักหน่อย ถึงอย่างไรก็ยังเหลืออีกสองสามปีกว่าหลินฉางเจิงพ่อแท้ ๆ ของเ้าของร่างเดิมจะปรากฏตัว ก่อนที่พ่อแท้ ๆ ของเ้าของร่างเดิมจะปรากฏตัว หยางต้งเหลียงก็ส่งเงินให้จางชุ่ยฟางอยู่ตลอด!
แต่เธอก็ยังทำทีเป็ตกตะลึง จากนั้นขอบตาก็เริ่มแดง ริมฝีปากเริ่มสั่นเครือ สะอึกสะอื้นจนพูดแทบจะไม่เป็คำ
“อาหลิ่ว...ที่อาพูด...เป็ความจริงเหรอคะ?”
หลิ่วกุ้ยเซียงเห็นท่าทางะเืใจของหลินเนี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน เธอกอดหลินเนี่ยนเอาไว้ในอ้อมอก ตบหลังของหญิงสาวแล้วเอ่ยพร้อมทั้งถอนหายใจ “อาหลิ่วไม่ได้โกหก ถ้าอยากดู เดี๋ยวกลับบ้านกับอาสิ อาจะเอาให้ดู”
ทันใดนั้น หลินเนี่ยนก็ร้องไห้ฟูมฟายราวกับอกจะแตกขึ้นมาในอ้อมอกของอีกฝ่าย ร้องไห้ไปพลางบรรยายความน้อยเนื้อต่ำใจของเ้าของร่างเดิมไปด้วย “...แม่บอกว่าหนูเป็ลูกติด อาหวงหาเงินมาเลี้ยงหนูก็ถือว่าเมตตาที่สุดแล้ว ห้าม...ห้ามหนูกินเนื้อ...”
“ทุกวันตอนเช้า หนูต้องตื่นมาทำอาหารเช้าให้คนในบ้านกิน ต้มโจ๊กเสร็จแล้วยังต้องตอกไข่ที่ต้มสุกลงไปในโจ๊ก พอพวกเขาตื่นไข่จะได้ไม่เย็น”
“ตอนที่ตักข้าวให้พวกเขา หนูทำได้แค่มองไข่ที่อยู่ในหม้อแล้วกลืนน้ำลาย”
“หนูใช้ทัพพีตักไข่ในหม้อ ตักไปตักมาราวกับตักไปเรื่อย ๆ ก็ถือว่าหนูได้กินไปแล้ว...”
“หนูอิจฉาที่แม่มักจะซื้อชุดสวย ๆ ให้พี่ หนูคิดว่าตอนที่พี่ใส่ไม่ได้แล้วก็คงจะส่งต่อให้หนู แต่ไม่เลย พอพี่ใส่ไม่ได้แล้ว แม่ก็เอาไปให้ลูกพี่ลูกน้องบ้านคุณน้า เสื้อผ้าที่หนูใส่คือเสื้อผ้าที่คุณยายไม่้า...”
“แม่บอกว่าหนูเป็ลูกติด อาหวงเลี้ยงดูหนูได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว หนูจะเพ้อฝันอยากได้ของอย่างอื่นไม่ได้...”
ถ้าจะเหยียบก็ต้องเหยียบให้ตายในคราวเดียว!
จากนั้นก็ตบก้นแล้วลุกเดินออกไป ถึงเวลานั้นฟ้าไกลดินห่าง จางชุ่ยฟางอยากจะหาคนมาแก้แค้นเธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว!
หลินเนี่ยนพูดออกมาทั้งน้ำตาว่าเ้าของร่างเดิมถูกกดให้ต่ำอย่างไร ถูกตีถูกด่าอย่างไรออกมาจนหมดเปลือก หลิ่วกุ้ยเซียงฟังแล้วใจนพูดไม่ออก
“ยัยเด็กโง่อย่างเธอนี่นะ พวกเขารังแกเธอขนาดนั้น ทำไมไม่รู้จักหนีออกมา”
หลินเนี่ยนพูดพลางสะอึกสะอื้น “ตอนเด็ก ๆ มีครั้งหนึ่งหนูทนถูกตีไม่ไหวเลยวิ่งหนีออกมา จากนั้นคุณป้าสมาพันธ์สตรีโรงรีดเหล็กก็มาหาแม่ แม่บอกว่าหนูขโมยของคนในบ้าน เธอก็เลยตีหนู...พอคุณป้าเ่าั้ออกไป แม่ก็ขังหนูเอาไว้ในห้องสามวัน ไม่ให้กินข้าวกินน้ำ”
“หลังจากนั้นหนูก็ไม่กล้าหนีไปไหนอีก”
หลิ่วกุ้ยเซียงเข้าใจแล้ว ตอนนั้นเด็กยังเล็กก็คงกลัว
และสุดท้ายแล้วนั่นก็เป็เื่ในครอบครัวของคนอื่น คนจากโรงงานไปสั่งสอนได้ แต่พาตัวหลินเนี่ยนไปไม่ได้
พอคนจากโรงงานไปก็ปิดประตู หลินเนี่ยนอาจโดนซ้อมหนักกว่าเดิม
บาปกรรมจริง ๆ!
“อาหลิ่วคะ ครั้งที่แล้วหนูรวบรวมความกล้าไปหาอา และเพราะหนูใกล้จะไปชนบทแล้ว...หลังจากไปชนบทอาจจะไม่กลับมาเลยตลอดชีวิต เพราะงั้นหนูก็เลยกล้ามาหาอา...”
พูดจบเธอก็ถอยหลังสองก้าว จากนั้นถกแขนเสื้อขึ้นให้หลิ่วกุ้ยเซียงดูแผลที่แขน
หลิ่วกุ้ยเซียงเห็นแล้วก็ด่าด้วยความเดือดดาล “ให้ตายเถอะ! จางชุ่ยฟางลงมือไปได้ยังไง”
“แล้วหวงเจี้ยนกั๋วล่ะ เขาเคยลงมือหรือเปล่า?”