หลังจากรู้อดีตของสามีหลิงหลิงก็พยายามทำตัวตามปกติเงียบๆ มาตลอดหลายเดือน ใช้ชีวิตเลี้ยงดูลูกทั้งสามและดูแลกิจการร้านขายยาอย่างดี ทาสที่มีวรยุทธที่แบ่งมาช่วยดูแลบ้านและร้านขายยามีเพียง 20 คน เป็หญิง 6 คน ชาย 14 คน แยกดูแลแต่ละเรือนแต่ละคนในครอบครัว
ส่วนที่บ้านสวนนั้นไม่จ้างคนงานมาดูแลสวนผักและสมุนไพรแล้ว ให้เพียงทาสที่มีวรยุทธเ่าั้ช่วยกันผลัดเปลี่ยนเวรกันดูแล เพราะมีหน้าที่เพียงรดน้ำพรวนดิน ซึ่งใช้น้ำวิเศษเจือจางที่ผสมไว้ในบ่อรดจึงไม่ต้องดูแลมากถือเป็การออกกำลังกายเล็กๆ ่เช้าและเย็นเท่านั้น และเพื่อป้องกันคนภายนอกจะรู้ว่าภายในบ้านสวนกำลังสร้างกองกำลังมีการฝึกร่างกายฝึกใช้อาวุธ การอ้างว่าคนเหล่านี้เป็คนงานดูแลสวนผักและสวนสมุนไพรจึงจะดูไม่ผิดสังเกต พวกเขาทำงานขนผักขนสมุนไพรส่งขายไปต่างเมืองหลายเมืองรวมทั้งแถบชายแดนสลับสับเปลี่ยนแยกย้ายกันไปทำงานอย่างเป็ระบบ เพราะหลงเฟยเป็ผู้วางระบบเครือข่ายของตนไปทั้งส่งข่าว-สืบข่าวโดยใช้การค้าขายผักและสมุนไพรบังหน้าในการเดินทางออกนอกเมือง มีการเช่าโกดังเป็ที่จัดเก็บสมุนไพรและผักแยกคนละมุมเมืองในแต่ละเมืองเพื่อเป็จุดรับข่าวสารและนัดพบกัน
หลงเฟยซื้อที่ดินบริเวณเชิงเขาหลังบ้านสูงขึ้นไปจนไดู้เาฝั่งหลังบ้านมาทั้งแถบเกือบครึ่งูเา เขาให้คนมาทำเขตแดนกั้นคนภายนอกเข้ามาบริเวณที่เขากว้านซื้อไว้เพื่อฝึกคนของเขา และซุ่มเงียบแบ่งให้คนของเขาตามหาองครักษ์เงาที่เหลืออีกหลายสิบคนกลับมา แม้จะเจ็บป่วยหรือาเ็แค่ไหนก็ตาม เนื่องด้วยเขามีน้ำวิเศษจึงให้ทุกคนนำติดตัวไปด้วยเพื่อรักษาชีวิตคนที่เหลือหากเจอคนเ่าั้เจ็บป่วยหรือตนเองาเ็จะได้ใช้ได้เลย
6 เดือนผ่านไป
ทุกอย่างเริ่มเป็รูปเป็ร่างมากขึ้นแล้ว หลงเฟยแบ่งหน้าที่ทุกคนตามความสามารถ อีกทั้งฝึกฝนเพิ่มเติมเพื่อให้ชำนาญขึ้น เก่งกาจขึ้น จนคิดว่าพร้อมจะกลับไปที่ที่เขาจากมาแล้ว บ้านสวนคือฐานที่มั่นของพวกเขาเท่านั้น เขาแบ่งคนไว้ครึ่งหนึ่ง หากมีอะไร้ากำลังเสริมจะส่งข่าวมา หลงเฟยจึงได้ร่ำลาลูกๆ และเมียรัก
"หลิงหลิง ข้าจะรีบจัดการเื่ทุกอย่างให้เร็วที่สุด มีเื่อะไรบอกคนของข้า เขาจะส่งข่าวให้ข้าทันที ข้าจะให้องครักษ์เงาอยู่ที่นี่อีก 5 คน แบ่งดูแลเ้า ลูกๆ และท่านพ่อตาคนละคน ส่วนผู้มีวรยุทธอีก 20 คนที่ส่งมาก่อนหน้านี้ ให้ดูแลคนทั้งหมดร่วมกันภายในบ้านและร้านยา น่าจะเพียงพอแล้ว ข้าได้ตามหาองครักษ์เงากลับมาอีกหลายสิบคนเ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้านะ"
"ท่านส่งข่าวหาข้าเรื่อยๆ ด้วยนะ ข้าอยากทราบความเป็ไปต่างๆ ของท่าน ที่สำคัญท่านห้ามลืมข้าและลูกๆ ด้วย ไม่เช่นนั้นข้าจะหย่าท่านซะ"
"ข้าไม่ลืมเ้ากับลูกๆ แน่นอน แต่ข้าอาจจะงานเยอะจนยุ่งเผลอหลงลืมไปบ้างได้หรือไม่"
"หากไม่ลืมจนทอดทิ้งพวกข้าไปนานหลายปี ก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าพอทนได้ น้ำวิเศษกับสมุนไพรทุกอย่างข้าเตรียมไว้ให้ท่านแล้วนะเ้าคะ ท่านอย่าลืมนำไปใช้ให้คุ้มค่า หากไม่พอเพียงส่งข่าวมา ข้าจะให้คนของท่านนำไปส่งให้จะได้ไม่มีใครสงสัย"
"หลงหลง หลงอี้ หลงเป่า มาร่ำลาท่านพ่อเสียสิ"
เด็กๆ ทั้ง 3 คนเดินมาโอบกอดบิดา น้ำตานองหน้า หลงหลงร้องไห้จนขี้มูกโป่ง ปากแบะออกจนดูน่ารักน่าชังแต่ก็น่าสงสารยิ่ง พวกเขาไม่เคยอยู่ห่างท่านพ่อเลยสักวัน อย่างน้อยก็ต้องเจอหน้าเจอตากันทุกวันถึงแม้ไม่ได้อยู่ตัวติดกันตลอดเวลา ท่านพ่อในความทรงจำพวกเขาไม่เคยไปค้างที่อื่นหรือเดินทางไปไหนไกลๆ เลย เด็กๆ รู้สึกเหมือนขาดสิ่งใดไป ในใจวูบโหวง เหมือนขาดเสาหลักของจิตใจ แฝดผู้พี่หลงอี้นั้นปกตินิ่งเฉยวันนี้ก็มีน้ำตาแต่ไม่หนักหนาเท่าหลงหลง ส่วนหลงเป่าผู้ซึ่งอยู่กับบิดามานานกว่าใครั้แ่เกิดจนตอนนี้ก็ผ่านไป 11 ปีแล้ว ย่อมผูกพันกว่าน้องๆ แต่เขาเป็พี่คนโตจึงพยายามไม่ร้องไห้ฟูมฟายเพียงน้ำตาซึมออกมาจากความอดกลั้นที่เขาข่มเอาไว้
หลิงหลิงเองมีความทรงจำมากมายของสามีตลอด 10 กว่าปี นางเจอเขาาเ็บนเขาตอนอายุ 13 แต่งกับเขาตอนอายุ 15 ปี ส่วนเขาตอนนั้นที่แต่งงานกับนางอายุ 24 ปี ยังมีภาพงานแต่งเล็กๆ มีพ่อบุญธรรมเป็สักขีพยานเพียงผู้เดียวอยู่เลย เวลาเ่าั้ผ่านมาเนิ่นนานมากแล้วแต่เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ตอนนี้ตัวหลิงหลิงเองอายุย่าง 26 ปีแล้วเท่ากับิญญาของนางเองที่มาแทนที่ ส่วนหลงเฟยอายุ 35 ย่าง 36 ปีแล้ว ไม่มีครั้งใดต้องจากกันนานและห่างไกลเช่นนี้ หลิงหลิงได้แต่ทำใจกับความรู้สึกขมขื่นในใจจากความทรงจำเก่าๆ ของเ้าของร่างนี้ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินตามครรลองของมัน เมื่อเขามีหน้าที่ลูกที่ต้องไปช่วยเหลือบิดาตน นางเองก็ไม่มีสิทธิ์เห็นแก่ตัวเช่นกัน เพียงอยู่ดูแลลูกใช้ชีวิตให้ดี รอเขากลับมาก็พอ หลิงหลิงปลุกปลอบตนเองให้เข้มแข็ง
"ท่านไม่ต้องห่วงทางนี้ ข้าจะดูแลลูกๆ และทุกอย่างให้ดี ท่านไว้ใจข้าได้ ท่านพ่อบุญธรรมก็อยู่ช่วยข้าอีกแรงเช่นกัน ตอนนี้เขาไปช่วยดูแลบ้านสวนแทนท่านแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล"
"ข้าหวังเพียงกลับไปช่วยบิดาเท่านั้น ขอเพียงไม่ยืดเยื้อ เมื่อทุกอย่างจบลง ข้าย่อมรีบกลับมาหาเ้าและลูกๆ"
หลงเฟยกำลังจะก้าวขาเดินไปข้างหน้ารถม้าแต่ก็ชะงักหลังจากพูดจบ เหมือนในลำคอมีอะไรมาจุกอยู่ช่างเ็ปนัก เขากดข่มกล้ำกลืนมันลงไปพลางเดินกลับมากอดภรรยาและบุตรพร้อมกัน กดจูบที่หน้าผากนางเล็กน้อยและย่อเข่าก้มลงกอดหอมลูกๆ ทีละคนอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนเดินไปขึ้นรถม้าโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก เพื่อเดินทางเข้าเมืองหลวงพร้อมขบวนองครักษ์เกือบ 50 นาย มีรถขนสัมภาระข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งน้ำวิเศษที่ใส่ไหเหล้าไว้เพื่อกลบเกลื่อนว่าเป็ของสำคัญมีอยู่ประมาณ 20 ไห สมุนไพรเพียงเล็กน้อยแต่หลายชนิดเพื่อนำไปบำรุงบิดาตน
การเดินทางใช้เวลาราว 1 เดือน หลงเฟยเดินทางไม่รีบไม่ร้อน เขาให้คนเดินทางล่วงหน้าไปแจ้งข่าวแก่บิดาตนก่อน เพื่อหวังให้คนที่เคยคิดร้ายกับตนได้ทราบข่าวว่าตนยังไม่ตายและปลอดภัยดี หากคนผู้นั้นยัง้าสังหารอีกก็คงมีการเคลื่อนไหวในกลุ่มของพวกเขาและเพื่อให้คนของหลงเฟยที่ส่งมาก่อนหน้านี้สืบได้ว่ามีใครบ้างที่ร่วมมืออีก จะได้จัดการคนทั้งหมดไปพร้อมๆ กัน หลงเฟยคิดวางแผนการณ์ต่างๆ มาตลอดการเดินทาง เพื่อหาวิธีตอบรับและโต้ตอบให้รอบด้านเผื่อไว้